มหาสีวตฺเถรวตฺถุ
เถโร กิร อฏฺฐารส มหาคเณ วาเจสิ. ตสฺโสวาเท ฐตฺวา ตึสสหสฺสา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อเถโก ภิกฺขุ ‘‘มยฺหํ ตาว อพฺภนฺตเร คุณา อปฺปมาณา, กีทิสา นุ โข เม อาจริยสฺส คุณา’’ติ อาวชฺชนฺโต ปุถุชฺชนภาวํ ปสฺสิตฺวา ‘‘อมฺหากํ อาจริโย อญฺเญสํ อวสฺสโย โหติ, อตฺตโน ภวิตุํ น สกฺโกติ, โอวาทมสฺส ทสฺสามี’’ติ อากาเสน คนฺตฺวา วิหารสมีเป โอตริตฺวา ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺนํ อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
เถโร – ‘‘กึ การณา อาคโตสิ ปิณฺฑปาติกา’’ติ อาห. เอกํ อนุโมทนํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโตสฺมิ, ภนฺเตติ. โอกาโส น ภวิสฺสติ, อาวุโสติ? วิตกฺกมาฬเก ฐิตกาเล ปุจฺฉิสฺสามิ, ภนฺเตติ. ตสฺมึ ฐาเน อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ภิกฺขาจารมคฺเค, ภนฺเตติ. ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ทุปฏฺฏนิวาสนฏฺฐาเน, สงฺฆาฏิปารุปนฏฺฐาเน, ปตฺตนีหรณฏฺฐาเน, คาเม จริตฺวา อาสนสาลายํ ยาคุปีตกาเล, ภนฺเตติ. ตตฺถ อฏฺฐกถาเถรา อตฺตโน กงฺขํ วิโนเทนฺติ, อาวุโสติ. อนฺโตคามโต นิกฺขนฺตกาเล ปุจฺฉิสฺสามิ, ภนฺเตติ. ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺติ, อาวุโสติ. อนฺตรามคฺเค, ภนฺเต, โภชนสาลายํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน, ภนฺเต, ทิวาฏฺฐาเน, ปาทโธวนกาเล, มุขโธวนกาเล, ภนฺเตติ? ตทา อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ตโต ปฏฺฐาย ยาว อรุณา อปเร ปุจฺฉนฺติ, อาวุโสติ. ทนฺตกฏฺฐํ คเหตฺวา มุขโธวนตฺถํ คมนกาเล, ภนฺเตติ? ตทา อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. มุขํ โธวิตฺวา อาคมนกาเล, ภนฺเตติ? ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. เสนาสนํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนกาเล, ภนฺเตติ? ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ภนฺเต, นนุ มุขํ โธวิตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา ตโย จตฺตาโร ปลฺลงฺเก อุสุมํ คาหาเปตฺวา โยนิโสมนสิกาเร กมฺมํ กโรนฺตานํ โอกาสกาเลน ภวิตพฺพํ สิยา, มรณขณมฺปิ น ลภิสฺสถ, ภนฺเต, ผลกสทิสตฺถ ภนฺเต ปรสฺส อวสฺสโย โหถ, อตฺตโน ภวิตุํ น สกฺโกถ, น เม ตุมฺหากํ อนุโมทนาย อตฺโถติ อากาเส อุปฺปติตฺวา อคมาสิ.
เถโร – ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน ปริยตฺติยา กมฺมํ นตฺถิ, มยฺหํ ปน องฺกุสโก ภวิสฺสามีติ อาคโต’’ติ ญตฺวา ‘‘อิทานิ โอกาโส น ภวิสฺสติ, ปจฺจูสกาเล คมิสฺสามี’’ติ ปตฺตจีวรํ สมีเป กตฺวา สพฺพํ ทิวสภาคํ ปฐมยามมชฺฌิมยามญฺจ ธมฺมํ วาเจตฺวา ปจฺฉิมยาเม เอกสฺมึ เถเร อุทฺเทสํ คเหตฺวา นิกฺขนฺเต ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา เตเนว สทฺธึ นิกฺขนฺโต. นิสินฺนอนฺเตวาสิกา อาจริโย เกนจิ ปปญฺเจน นิกฺขนฺโตติ มญฺญึสุ. นิกฺขนฺโต เถโร โกจิ เทว สมานาจริยภิกฺขูติ สญฺญํ อกาสิ.
เถโร กิร ‘‘มาทิสสฺส อรหตฺตํ นาม กึ, ทฺวีหตีเหเนว ปาปุณิตฺวา ปจฺจาคมิสฺสามี’’ติ อนฺเตวาสิกานํ อนาโรเจตฺวาว อาสาฬฺหีมาสสฺส ชุณฺหปกฺขเตรสิยา นิกฺขนฺโต คามนฺตปพฺภารํ คนฺตฺวา จงฺกมํ อารุยฺห กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต ตํ ทิวสํ อรหตฺตํ คเหตุํ นาสกฺขิ. อุโปสถทิวเส สมฺปตฺเต ‘‘ทฺวีหตีเหน อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโต, คเหตุํ ปน นาสกฺขึ. ตโย มาเส ปน ตีณิ ทิวสานิ วิย ยาว มหาปวารณา ตาว ชานิสฺสามี’’ติ วสฺสํ อุปคนฺตฺวาปิ คเหตุํ นาสกฺขิ. ปวารณาทิวเส จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ทฺวีหตีเหน อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโต, เตมาเสนาปิ นาสกฺขึ, สพฺรหฺมจาริโน ปน วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรนฺตี’’ติ. ตสฺเสวํ จินฺตยโต อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. ตโต ‘‘น มญฺเจ มยฺหํ จตูหิ อิริยาปเถหิ มคฺคผลํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, อรหตฺตํ อปฺปตฺวา เนว มญฺเจ ปิฏฺฐึ ปสาเรสฺสามิ, น ปาเท โธวิสฺสามี’’ติ มญฺจํ อุสฺสาเปตฺวา ฐเปสิ. ปุน อนฺโตวสฺสํ ปตฺตํ, อรหตฺตํ คเหตุํ นาสกฺขิเยว. เอกูนตึสปวารณาสุ อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. คามทารกา เถรสฺส ปาเทสุ ผาลิตฏฺฐานานิ กณฺฏเกหิ สิพฺพนฺติ, ทวํ กโรนฺตาปิ ‘‘อยฺยสฺส มหาสีวตฺเถรสฺส วิย ปาทา โหนฺตู’’ติ ทวํ กโรนฺติ.
เถโร ตึสสํวจฺฉเร มหาปวารณาทิวเส อาลมฺพณผลกํ นิสฺสาย ฐิโต ‘‘อิทานิ เม ตึส วสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺส, นาสกฺขึ อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ, อทฺธา เม อิมสฺมึ อตฺตภาเว มคฺโค วา ผลํ วา นตฺถิ, น เม ลทฺธํ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรตุ’’นฺติ จินฺเตสิ. ตสฺเสวํ จินฺตยโตว โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ, อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. อถ อวิทูรฏฺฐาเน เอกา เทวธีตา โรทมานา อฏฺฐาสิ. ‘‘โก เอตฺถ โรทสี’’ติ? ‘‘อหํ, ภนฺเต, เทวธีตา’’ติ. ‘‘กสฺมา โรทสี’’ติ? ‘‘โรทมาเนน มคฺคผลํ นิพฺพตฺติตํ, เตน อหมฺปิ เอกํ เทฺว มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ โรทามิ, ภนฺเต’’ติ.
ตโต เถโร – ‘‘โภ มหาสีวตฺเถร, เทวตาปิ ตยา สทฺธึ เกฬึ กโรนฺติ, อนุจฺฉวิกํ นุ โข เต เอต’’นฺติ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ อคฺคเหสิ. โส ‘‘อิทานิ นิปชฺชิสฺสามี’’ติ เสนาสนํ ปฏิชคฺคิตฺวา มญฺจกํ ปญฺญเปตฺวา อุทกฏฺฐาเน อุทกํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘ปาเท โธวิสฺสามี’’ติ โสปานผลเก นิสีทิ.
อนฺเตวาสิกาปิสฺส ‘‘อมฺหากํ อาจริยสฺส สมณธมฺมํ กาตุํ คจฺฉนฺตสฺส ตึส วสฺสานิ, สกฺขิ นุ โข วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ, นาสกฺขี’’ติ อาวชฺชยมานา ‘‘อรหตฺตํ ปตฺวา ปาทโธวนตฺถํ นิสินฺโน’’ติ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ อาจริโย อมฺหาทิเสสุ อนฺเตวาสิเกสุ ติฏฺฐนฺเตสุ ‘อตฺตนาว ปาเท โธวิสฺสตี’ติ อฏฺฐานเมตํ, อหํ โธวิสฺสามิ อหํ โธวิสฺสามี’’ติ ตึสสหสฺสานิปิ อากาเสน คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ปาเท โธวิสฺสาม, ภนฺเต’’ติ อาหํสุ. อาวุโส, อิทานิ ตึส วสฺสานิ โหนฺติ มม ปาทานํ อโธตานํ, ติฏฺฐถ, ตุเมฺห, อหเมว โธวิสฺสามีติ.
สกฺโกปิ อาวชฺชนฺโต – ‘‘มยฺหํ อยฺโย มหาสีวตฺเถโร อรหตฺตํ ปตฺโต ตึสสหสฺสานํ อนฺเตวาสิกานํ ‘ปาเท โธวิสฺสามา’ติ อาคตานํ ปาเท โธวิตุํ น เทติ. มาทิเส ปน อุปฏฺฐาเก ติฏฺฐนฺเต ‘มยฺหํ อยฺโย สยํ ปาเท โธวิสฺสตี’ติ อฏฺฐานเมตํ, อหํ โธวิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา สุชาตาย เทวิยา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺฆสฺส สนฺติเก ปาตุรโหสิ. โส สุชํ อสุรกญฺญํ ปุรโต กตฺวา ‘‘อเปถ, ภนฺเต, มาตุคาโม’’ติ โอกาสํ กาเรตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปุรโต อุกฺกุฏิโก นิสีทิตฺวา ‘‘ปาเท โธวิสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. โกสิย, อิทานิ เม ตึส วสฺสานิ ปาทานํ อโธตานํ, เทวตานญฺจ ปกติยาปิ มนุสฺสสรีรคนฺโธ นาม เชคุจฺโฉ, โยชนสเต ฐิตานมฺปิ กณฺเฐ อาสตฺตกุณปํ วิย โหติ, อหเมว โธวิสฺสามีติ. ภนฺเต, อยํ คนฺโธ นาม น ปญฺญายติ, ตุมฺหากํ ปน สีลคนฺโธ ฉ เทวโลเก อติกฺกมิตฺวา อุปริ ภวคฺคํ ปตฺวา ฐิโต. สีลคนฺธโต อญฺโญ อุตฺตริตโร คนฺโธ นาม นตฺถิ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ สีลคนฺเธนมฺหิ อาคโตติ วามหตฺเถน โคปฺผกสนฺธิยํ คเหตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน ปาทตลํ ปริมชฺชิ. ทหรกุมารสฺเสว ปาทา อเหสุํ. สกฺโก ปาเท โธวิตฺวา วนฺทิตฺวา เทวโลกเมว คโต.
เอวํ ‘‘น ลภามิ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรตุ’’นฺติ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสํ นิสฺสาย ภิกฺขุโน มญฺญนวเสน วิปสฺสนาย อารมฺมณมฺปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสนฺติ จ อวิตกฺกาวิจารโทมนสฺสนฺติ จ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ เอโก ภิกฺขุ สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อิทํ โทมนสฺสํ กึ นิสฺสิตนฺติ อุปธาเรนฺโต วตฺถุนิสฺสิตนฺติ ปชานาตีติ ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนเยเนว อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอโก อวิตกฺกาวิจาเร โทมนสฺเส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. ตตฺถ อภินิวิฏฺฐโทมนสฺเสสุปิ สวิตกฺกสวิจารโต อวิตกฺกอวิจารํ ปณีตตรํ. สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสวิปสฺสนาโตปิ อวิตกฺกาวิจารโทมนสฺสวิปสฺสนา ปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสผลสมาปตฺติโตปิ อวิตกฺกาวิจารโทมนสฺสผลสมาปตฺติเยว ปณีตตรา. เตนาห ภควา – ‘‘เย อวิตกฺกอวิจาเร เต ปณีตตเร’’ติ.
๓๖๒. เอวรูปา อุเปกฺขา น เสวิตพฺพาติ เอวรูปา เคหสิตอุเปกฺขา น เสวิตพฺพา. เคหสิตอุเปกฺขา นาม ‘‘ตตฺถ กตมา ฉ เคหสิตอุเปกฺขา. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺส อโนธิชินสฺส อวิปากชินสฺส อนาทีนวทสฺสาวิโน อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส, ยา เอวรูปา อุเปกฺขา, รูปํ สา นาติวตฺตติ, ตสฺมา สา อุเปกฺขา เคหสิตาติ วุจฺจตี’’ติ เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต คุฬปิณฺฑิเก นิลีนมกฺขิกา วิย รูปาทีนิ อนติวตฺตมานา ตตฺเถว ลคฺคา ลคฺคิตา หุตฺวา อุปฺปนฺนา กามคุณนิสฺสิตา อุเปกฺขา น เสวิตพฺพา.
เอวรูปา อุเปกฺขา เสวิตพฺพาติ เอวรูปา เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา เสวิตพฺพา. เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา นาม – ‘‘ตตฺถ กตมา ฉ เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา? รูปานํ เตฺวว อนิจฺจตํ วิทิตฺวา วิปริณามวิราคนิโรธํ ‘ปุพฺเพ เจว รูปา เอตรหิ จ, สพฺเพ เต รูปา อนิจฺจา, ทุกฺขา, วิปริณามธมฺมา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา, ยา เอวรูปา อุเปกฺขา, รูปํ สา อติวตฺตติ, ตสฺมา สา อุเปกฺขา เนกฺขมฺมสิตาติ วุจฺจตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๐๘). เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐานิฏฺฐอารมฺมเณ อาปาถคเต อิฏฺเฐ อรชฺชนฺตสฺส, อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺตสฺส, อสมเปกฺขเนน อสมฺมุยฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิปสฺสนา ญาณสมฺปยุตฺตา อุเปกฺขา. อปิจ เวทนาสภาคา ตตฺร มชฺฌตฺตุเปกฺขาปิ เอตฺถ อุเปกฺขาว. ตสฺมา เสวิตพฺพาติ อยํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติฏฺฐานวเสน ปฐมทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานวเสน จ อุปฺปชฺชนกอุเปกฺขา เสวิตพฺพา นาม.
เอตฺถ ยํ เจ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ตายปิ เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขาย ยํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติฏฺฐานวเสน ปฐมชฺฌานวเสน จ อุปฺปนฺนํ สวิตกฺกสวิจารํ อุเปกฺขนฺติ ชาเนยฺย. ยํ เจ อวิตกฺกํ อวิจารนฺติ ยํ ปน ทุติยชฺฌานาทิวเสน อุปฺปนฺนํ อวิตกฺกาวิจารํ อุเปกฺขนฺติ ชาเนยฺย. เย อวิตกฺเก อวิจาเร เต ปณีตตเรติ เอตาสุ ทฺวีสุ ยา อวิตกฺกอวิจารา, สา ปณีตตราติ อตฺโถ. อิมินา กึ กถิตํ โหติ? ทฺวินฺนํ อรหตฺตํ กถิตํ. เอโก หิ ภิกฺขุ สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อยํ อุเปกฺขา กึ นิสฺสิตาติ อุปธาเรนฺโต วตฺถุนิสฺสิตาติ ปชานาตีติ ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนเยเนว อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอโก อวิตกฺกาวิจาราย อุเปกฺขาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. ตตฺถ อภินิวิฏฺฐอุเปกฺขาสุปิ สวิตกฺกสวิจารโต อวิตกฺกาวิจารา ปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาวิปสฺสนาโตปิ อวิตกฺกาวิจารอุเปกฺขาวิปสฺสนาปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาผลสมาปตฺติโตปิ อวิตกฺกาวิจารุเปกฺขาผลสมาปตฺติเยว ปณีตตรา. เตนาห ภควา ‘‘เย อวิตกฺเก อวิจาเร เต ปณีตตเร’’ติ.
๓๖๓. เอวํ ปฏิปนฺโน โข, เทวานมินฺท, ภิกฺขุ ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิโรธสารุปฺปคามินึ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหตีติ ภควา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. สกฺโก ปน โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต. พุทฺธานญฺหิ อชฺฌาสโย หีโน น โหติ, อุกฺกฏฺโฐว โหติ. เอกสฺสปิ พหูนมฺปิ ธมฺมํ เทเสนฺตา อรหตฺเตเนว กูฏํ คณฺหนฺติ. สตฺตา ปน อตฺตโน อนุรูเป อุปนิสฺสเย ฐิตา เกจิ โสตาปนฺนา โหนฺติ, เกจิ สกทาคามี, เกจิ อนาคามี, เกจิ อรหนฺโต. ราชา วิย หิ ภควา, ราชกุมารา วิย เวเนยฺยา. ยถา หิ ราชา โภชนกาเล อตฺตโน ปมาเณน ปิณฺฑํ อุทฺธริตฺวา ราชกุมารานํ อุปเนติ, เต ตโต อตฺตโน มุขปฺปมาเณเนว กพฬํ กโรนฺติ, เอวํ ภควา อตฺตชฺฌาสยานุรูปาย เทสนาย อรหตฺเตเนว กูฏํ คณฺหาติ. เวเนยฺยา อตฺตโน อุปนิสฺสยปฺปมาเณน ตโต โสตาปตฺติผลมตฺตํ วา สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตผลเมว วา คณฺหนฺติ. สกฺโก ปน โสตาปนฺโน ชาโต. โสตาปนฺโน จ หุตฺวา ภควโต ปุรโตเยว จวิตฺวา ตรุณสกฺโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เทวตานญฺหิ จวมานานํ อตฺตภาวสฺส คตาคตฏฺฐานํ นาม น ปญฺญายติ, ทีปสิขาคมนํ วิย โหติ. ตสฺมา เสสเทวตา น ชานึสุ. สกฺโก ปน สยํ จุตตฺตา ภควา จ อปฺปฏิหตญาณตฺตา เทฺวว ชนา ชานึสุ. อถ สกฺโก จินฺเตสิ ‘‘มยฺหญฺหิ ภควตา ตีสุ ฐาเนสุ นิพฺพตฺติตผลเมว กถิตํ, อยญฺจ ปน มคฺโค วา ผลํ วา สกุณิกาย วิย อุปฺปติตฺวา คเหตุํ น สกฺกา, อาคมนียปุพฺพภาคปฏิปทาย อสฺส ภวิตพฺพํ. หนฺทาหํ อุปริ ขีณาสวสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปุจฺฉามี’’ติ.