๘. สกฺกปญฺหสุตฺตวณฺณนา

นิทานวณฺณนา

๓๔๔. เอวํ เม สุตนฺติ สกฺกปญฺหสุตฺตํ. ตตฺรายมนุตฺตานปทวณฺณนา – อมฺพสณฺฑา นาม พฺราหฺมณคาโมติ โส กิร คาโม อมฺพสณฺฑานํ อวิทูเร นิวิฏฺโฐ, ตสฺมา ‘‘อมฺพสณฺฑา’’ เตฺวว วุจฺจติ. เวทิยเก ปพฺพเตติ โส กิร ปพฺพโต ปพฺพตปาเท ชาเตน มณิเวทิกาสทิเสน นีลวนสณฺเฑน สมนฺตา ปริกฺขิตฺโต, ตสฺมา ‘เวทิยกปพฺพโต’ เตฺวว สงฺขฺยํ คโต. อินฺทสาลคุหายนฺติ ปุพฺเพปิ สา ทฺวินฺนํ ปพฺพตานํ อนฺตเร คุหา, อินฺทสาลรุกฺโข จสฺสา ทฺวาเร, ตสฺมา ‘อินฺทสาลคุหา’ติ สงฺขฺยํ คตา. อถ นํ กุฏฺเฏหิ ปริกฺขิปิตฺวา ทฺวารวาตปานานิ โยเชตฺวา สุปรินิฏฺฐิตสุธากมฺมมาลากมฺมลตากมฺมวิจิตฺตํ เลณํ กตฺวา ภควโต อทํสุ. ปุริมโวหารวเสน ปน ‘‘อินฺทสาลคุหา’’ เตฺวว นํ สญฺชานนฺติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘อินฺทสาลคุหาย’นฺติ.

อุสฺสุกฺกํ อุทปาทีติ ธมฺมิโก อุสฺสาโห อุปฺปชฺชิ. นนุ จ เอส อภิณฺหทสฺสาวี ภควโต, น โส เทวตาสนฺนิปาโต นาม อตฺถิ, ยตฺถายํ น อาคตปุพฺโพ, สกฺเกน สทิโส อปฺปมาทวิหารี เทวปุตฺโต นาม นตฺถิ. อถ กสฺมา พุทฺธทสฺสนํ อนาคตปุพฺพสฺส วิย อสฺส อุสฺสาโห อุทปาทีติ? มรณภเยน สนฺตชฺชิตตฺตา. ตสฺมึ กิรสฺส สมเย อายุ ปริกฺขีโณ, โส ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ‘‘ปริกฺขีโณ ทานิ เม อายู’’ติ อญฺญาสิ. เยสญฺจ เทวปุตฺตานํ มรณนิมิตฺตานิ อาวิ ภวนฺติ, เตสุ เย ปริตฺตเกน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺตา, เต ‘‘กุหึ นุ โข อิทานิ นิพฺพตฺติสฺสามา’’ติ ภยํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ. เย กตภีรุตฺตานา พหุํ ปุญฺญํ กตฺวา นิพฺพตฺตา, เต อตฺตนา ทินฺนทานํ รกฺขิตสีลํ ภาวิตภาวนญฺจ อาคมฺม ‘‘อุปริเทวโลเก สมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามา’’ติ น ภายนฺติ.

สกฺโก ปน เทวราชา ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ทสโยชนสหสฺสํ เทวนครํ, โยชนสหสฺสุพฺเพธํ เวชยนฺตํ, ติโยชนสติกํ สุธมฺมเทวสภํ, โยชนสตุพฺเพธํ ปาริจฺฉตฺตกํ, สฏฺฐิโยชนิกํ ปณฺฑุกมฺพลสิลํ, อฑฺฒติยา นาฏกโกฏิโย ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวปริสํ, นนฺทนวนํ, จิตฺตลตาวนํ, มิสฺสกวนํ, ผารุสกวนนฺติ เอตํ สพฺพสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘นสฺสติ วต โภ เม อยํ สมฺปตฺตี’’ติ ภยาภิภูโต อโหสิ.

ตโต ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา โลกปิตามโห มหาพฺรหฺมา วา, โย เม หทยนิสฺสิตํ โสกสลฺลํ สมุทฺธริตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ถาวรํ กเรยฺยา’’ติ โอโลเกนฺโต กญฺจิ อทิสฺวา ปุน อทฺทส ‘‘มาทิสานํ สตสหสฺสานมฺปิ อุปฺปนฺนํ โสกสลฺลํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุทฺธริตุํ ปฏิพโล’’ติ. อเถวํ ปริวิตกฺเกนฺตสฺส เตน โข ปน สมเยน สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส อุสฺสุกฺกํ อุทปาทิ ภควนฺตํ ทสฺสนาย.

กหํ นุ โข ภควา เอตรหิ วิหรตีติ กตรสฺมึ ชนปเท กตรํ นครํ อุปนิสฺสาย กสฺส ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺโต กสฺส อมตํ ธมฺมํ เทสยมาโน วิหรตีติ. อทฺทสา โขติ อทฺทกฺขิ ปฏิวิชฺฌิ. มาริสาติ ปิยวจนเมตํ, เทวตานํ ปาฏิเยกฺโก โวหาโร. นิทฺทุกฺขาติปิ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา ปเนส เทเว อามนฺเตสิ? สหายตฺถาย. ปุพฺเพ กิเรส ภควติ สฬลฆเร วิหรนฺเต เอกโกว ทสฺสนาย อคมาสิ. สตฺถา ‘‘อปริปกฺกํ ตาวสฺส ญาณํ, กติปาหํ ปน อติกฺกมิตฺวา มยิ อินฺทสาลคุหายํ วิหรนฺเต ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา มรณภยภีโต ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตฺวา จุทฺทส ปเญฺห ปุจฺฉิตฺวา อุเปกฺขาปญฺหวิสฺสชฺชนาวสาเน อสีติยา เทวตาสหสฺเสหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา โอกาสํ นากาสิ. โส ‘‘มม ปุพฺเพปิ เอกกสฺส คตตฺตา สตฺถารา โอกาโส น กโต, อทฺธา เม นตฺถิ มคฺคผลสฺส อุปนิสฺสโย, เอกสฺส ปน อุปนิสฺสเย สติ จกฺกวาฬปริยนฺตายปิ ปริสาย ภควา ธมฺมํ เทเสติเยว. อวสฺสํ โข ปน ทฺวีสุ เทวโลเกสุ กสฺสจิ เทวสฺส อุปนิสฺสโย ภวิสฺสติ, ตํ สนฺธาย สตฺถา ธมฺมํ เทเสสฺสติ. ตํ สุตฺวา อหมฺปิ อตฺตโน โทมนสฺสํ วูปสเมสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สหายตฺถาย อามนฺเตสิ.

เอวํ ภทฺทํ ตวาติ โข เทวา ตาวตึสาติ เอวํ โหตุ มหาราช, คจฺฉาม ภควนฺตํ ทสฺสนาย, ทุลฺลโภ พุทฺธุปฺปาโท, ภทฺทํ ตว, โย ตฺวํ ‘‘ปพฺพตกีฬํ นทีกีฬํ คจฺฉามา’’ติ อวตฺวา อเมฺห เอวรูเปสุ ฐาเนสุ นิโยเชสีติ. ปจฺจสฺโสสุนฺติ ตสฺส วจนํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉึสุ.

๓๔๕. ปญฺจสิขํ คนฺธพฺพเทวปุตฺตํ อามนฺเตสีติ เทเว ตาว อามนฺเตตุ, อิมํ กสฺมา วิสุํ อามนฺเตสิ? โอกาสกรณตฺถํ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตา คเหตฺวา ธุเรน ปหรนฺตสฺส วิย สตฺถารํ อุปสงฺกมิตุํ น ยุตฺตํ, อยํ ปน ปญฺจสิโข ทสพลสฺส อุปฏฺฐาโก วลฺลโภ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ คนฺตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ธมฺมํ สุณาติ, อิมํ ปุรโต เปเสตฺวา โอกาสํ กาเรตฺวา อิมินา กโตกาเส อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ โอกาสกรณตฺถํ อามนฺเตสิ.

เอวํ ภทฺทํ ตวาติ โส ‘‘เอวํ มหาราช, โหตุ, ภทฺทํ ตว, โย ตฺวํ มํ ‘เอหิ, มาริส, อุยฺยานกีฬาทีนิ วา นฏสมชฺชาทีนิ วา ทสฺสนาย คจฺฉามา’ติ อวตฺวา ‘พุทฺธํ ปสฺสิสฺสาม, ธมฺมํ โสสฺสามา’ติ วทสี’’ติ ทฬฺหตรํ อุปตฺถมฺเภนฺโต เทวานมินฺทสฺส วจนํ ปฏิสฺสุตฺวา อนุจริยํ สหจรณํ เอกโต คมนํ อุปาคมิ.

ตตฺถ เพลุวปณฺฑุนฺติ เพลุวปกฺกํ วิย ปณฺฑุวณฺณํ. ตสฺส กิร โสวณฺณมยํ โปกฺขรํ, อินฺทนีลมโย ทณฺโฑ, รชตมยา ตนฺติโย, ปวาฬมยา เวฐกา, วีณาปตฺตกํ คาวุตํ, ตนฺติพนฺธนฏฺฐานํ คาวุตํ, อุปริ ทณฺฑโก คาวุตนฺติ ติคาวุตปฺปมาณา วีณา. อิติ โส ตํ วีณํ อาทาย สมปญฺญาสมุจฺฉนา มุจฺเฉตฺวา อคฺคนเขหิ ปหริตฺวา มธุรํ คีตสฺสรํ นิจฺฉาเรตฺวา เสสเทเว สกฺกสฺส คมนกาลํ ชานาเปนฺโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอวํ ตสฺส คีตวาทิตสญฺญาย สนฺนิปติเต เทวคเณ อถ โข สกฺโก เทวานมินฺโท…เป… เวทิยเก ปพฺพเต ปจฺจุฏฺฐาสิ.

๓๔๖. อติริว โอภาสชาโตติ อญฺเญสุ ทิวเสสุ เอกสฺเสว เทวสฺส วา มารสฺส วา พฺรหฺมุโน วา โอภาเสน โอภาสชาโต โหติ, ตํทิวสํ ปน ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตานํ โอภาเสน อติริว โอภาสชาโต เอกปชฺโชโต สหสฺสจนฺทสูริยอุคฺคตกาลสทิโส อโหสิ. ปริโต คาเมสุ มนุสฺสาติ สมนฺตา คาเมสุ มนุสฺสา. ปกติสายมาสกาเลเยว กิร คามมชฺเฌ ทารเกสุ กีฬนฺเตสุ ตตฺถ สกฺโก อคมาสิ, ตสฺมา มนุสฺสา ปสฺสิตฺวา เอวมาหํสุ. นนุ จ มชฺฌิมยาเม เทวตา ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺติ, อยํ กสฺมา ปฐมยามสฺสาปิ ปุริมภาเคเยว อาคโตติ? มรณภเยเนว ตชฺชิตตฺตา. กึสุ นามาติ กึสุ นาม โภ เอตํ, โก นุ โข อชฺช มเหสกฺโข เทโว วา พฺรหฺมา วา ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ ธมฺมํ โสตุํ อุปสงฺกมนฺโต, กถํสุ นาม โภ ภควา ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสฺสติ ธมฺมํ เทเสสฺสติ, ลาภา อมฺหากํ, เยสํ โน เอวํ เทวตานํ กงฺขาวิโนทโก สตฺถา อวิทูเร วิหาเร วสติ, เย ลภาม ถาลกภิกฺขมฺปิ กฏจฺฉุภิกฺขมฺปิ ทาตุนฺติ สํวิคฺคา โลมหฏฺฐชาตา อุทฺธคฺคโลมา หุตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ สิรสฺมึ ปติฏฺฐเปตฺวา นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ.

๓๔๗. ทุรุปสงฺกมาติ ทุปยิรุปาสิยา. อหํ สราโค สโทโส สโมโห, สตฺถา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห, ตสฺมา ทุปยิรุปาสิยา ตถาคตา มาทิเสน. ฌายีติ ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน จ ฌายี. ตสฺมิญฺเญว ฌาเน รตาติ ฌานรตา. ตทนฺตรํ ปฏิสลฺลีนาติ ตทนฺตรํ ปฏิสลฺลีนา สมฺปติ ปฏิสลฺลีนา วา. ตสฺมา น เกวลํ ฌายี ฌานรตาติ ทุรุปสงฺกมา, อิทานิเมว ปฏิสลฺลีนาติปิ ทุรุปสงฺกมา. ปสาเทยฺยาสีติ อาราเธยฺยาสิ, โอกาสํ เม กาเรตฺวา ทเทยฺยาสีติ วทติ. เพลุวปณฺฑุวีณํ อาทายาติ นนุ ปุพฺเพว อาทินฺนาติ? อาม, อาทินฺนา. มคฺคคมนวเสน ปน อํสกูเฏ ลคฺคิตา, อิทานิ นํ วามหตฺเถ ฐเปตฺวา วาทนสชฺชํ กตฺวา อาทิยิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาทายา’’ติ.

ปญฺจสิขคีตคาถาวณฺณนา

๓๔๘. อสฺสาเวสีติ สาเวสิ. พุทฺธูปสญฺหิตาติ พุทฺธํ อารพฺภ พุทฺธํ นิสฺสยํ กตฺวา ปวตฺตาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

วนฺเท เต ปิตรํ ภทฺเท, ติมฺพรุํ สูริยวจฺฉเสติ เอตฺถ สูริยวจฺฉสาติ สูริยสมานสรีรา. ตสฺสา กิร เทวธีตาย ปาทนฺตโต รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา เกสนฺตํ อาโรหติ, ตสฺมา พาลสูริยมณฺฑลสทิสา ขายติ, อิติ นํ ‘‘สูริยวจฺฉสา’’ติ สญฺชานนฺติ. ตํ สนฺธายาห – ‘‘ภทฺเท, สูริยวจฺฉเส, ตว ปิตรํ ติมฺพรุํ คนฺธพฺพเทวราชานํ วนฺทามี’’ติ. เยน ชาตาสิ กลฺยาณีติ เยน การณภูเตน ยํ ติมฺพรุํ เทวราชานํ นิสฺสาย ตฺวํ ชาตา, กลฺยาณี สพฺพงฺคโสภนา. อานนฺทชนนี มมาติ มยฺหํ ปีติโสมนสฺสวฑฺฒนี.

วาโตว เสทตํ กนฺโตติ ยถา สญฺชาตเสทานํ เสทหรณตฺถํ วาโต อิฏฺโฐ โหติ กนฺโต มนาโป, เอวนฺติ อตฺโถ. ปานียํว ปิปาสโตติ ปาตุมิจฺฉนฺตสฺส ปิปาสโต ปิปาสาภิภูตสฺส. องฺคีรสีติ องฺเค รสฺมิโย อสฺสาติ องฺคีรสี, ตเมว อารพฺภ อาลปนฺโต วทติ. ธมฺโม อรหตามิวาติ อรหนฺตานํ นวโลกุตฺตรธมฺโม วิย.

ชิฆจฺฉโตติ ภุญฺชิตุกามสฺส ขุทาภิภูตสฺส. ชลนฺตมิว วารินาติ ยถา โกจิ ชลนฺตํ ชาตเวทํ อุทกกุมฺเภน นิพฺพาเปยฺย, เอวํ ตว การณา อุปฺปนฺนํ มม กามราคปริฬาหํ นิพฺพาเปหีติ วทติ.

ยุตฺตํ กิญฺชกฺขเรณุนาติ ปทุมเกสรเรณุนา ยุตฺตํ. นาโค ฆมฺมาภิตตฺโต วาติ ฆมฺมาภิตตฺตหตฺถี วิย. โอคาเห เต ถนูทรนฺติ ยถา โส นาโค โปกฺขรณึ โอคาหิตฺวา ปิวิตฺวา อคฺคโสณฺฑมตฺตํ ปญฺญายมานํ กตฺวา นิมุคฺโค สุขํ สาตํ วินฺทติ, เอวํ กทา นุ โข เต ถนูทรํ ถนเวมชฺฌํ อุทรญฺจ โอตริตฺวา อหํ สุขํ สาตํ ปฏิลภิสฺสามีติ วทติ.

‘‘อจฺจงฺกุโสว นาโคว, ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ;

การณํ นปฺปชานามิ, สมฺมตฺโต ลกฺขณูรุยา’’ติ. –

เอตฺถ ตุตฺตํ วุจฺจติ กณฺณมูเล วิชฺฌนอยทณฺฑโก. โตมรนฺติ ปาทาทีสุ วิชฺฌนทณฺฑโตมรํ. องฺกุโสติ มตฺถเก วิชฺฌนกุฏิลกณฺฏโก. โย จ นาโค ปภินฺนมตฺโต อจฺจงฺกุโส โหติ, องฺกุสํ อตีโต; องฺกุเสน วิชฺฌิยมาโนปิ วสํ น คจฺฉติ, โส ‘‘ชิตํ มยา ตุตฺตโตมรํ, โย อหํ องฺกุสสฺสปิ วสํ น คจฺฉามี’’ติ มททปฺเปน กิญฺจิ การณํ น พุชฺฌติ. ยถา โส อจฺจงฺกุโส นาโค ‘‘ชิตํ เม ตุตฺตโตมร’’นฺติ กิญฺจิ การณํ นปฺปชานาติ, เอวํ อหมฺปิ ลกฺขณสมฺปนฺนอูรุตาย ลกฺขณูรุยา สมฺมตฺโต มตฺโต ปมตฺโต อุมฺมตฺโต วิย กิญฺจิ การณํ นปฺปชานามีติ วทติ. อถ วา อจฺจงฺกุโสว นาโค อหมฺปิ สมฺมตฺโต ลกฺขณูรุยา กิญฺจิ ตโต วิราคการณํ นปฺปชานามิ. กสฺมา? ยสฺมา เตน นาเคน วิย ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ, น กสฺสจิ วทโต วจนํ อาทิยามิ.

ตยิ เคธิตจิตฺโตสฺมีติ ภทฺเท ลกฺขณูรุ ตยิ พทฺธจิตฺโตสฺมิ. เคธิตจิตฺโตติ วา เคธํ อชฺฌุเปตจิตฺโต. จิตฺตํ วิปริณามิตนฺติ ปกตึ ชหิตฺวา ฐิตํ. ปฏิคนฺตุํ น สกฺโกมีติ นิวตฺติตุํ น สกฺโกมิ. วงฺกฆสฺโตว อมฺพุโชติ พฬิสํ คิลิตฺวา ฐิตมจฺโฉ วิย. ‘‘ฆโส’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.

วามูรูติ วามากาเรน สณฺฐิตอูรุ, กทลิกฺขนฺธสทิสอูรูติ วา อตฺโถ. สชาติ อาลิงฺค. มนฺทโลจเนติ อิตฺถิโย น ติขิณํ นิชฺฌายนฺติ มนฺทํ อาโลเจนฺติ โอโลเกนฺติ, ตสฺมา ‘‘มนฺทโลจนา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปลิสฺสชาติ สพฺพโตภาเคน อาลิงฺค. เอตํ เม อภิปตฺถิตนฺติ เอตํ มยา อภิณฺหํ ปตฺถิตํ.

อปฺปโก วต เม สนฺโตติ ปกติยาว มนฺโท สมาโน. เวลฺลิตเกสิยาติ เกสา มุญฺจิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิสฺสฏฺฐกาเล สปฺโป วิย เวลฺลนฺตา คจฺฉนฺตา อสฺสาติ เวลฺลิตเกสี, ตสฺสา เวลฺลิตเกสิยา. อเนกภาโว สมุปฺปาทีติ อเนกวิโธ ชาโต. อเนกภาโคติ วา ปาโฐ. อรหนฺเตว ทกฺขิณาติ อรหนฺตมฺหิ ทินฺนทานํ วิย นานปฺปการโต ปภินฺโน.

ยํ เม อตฺถิ กตํ ปุญฺญนฺติ ยํ มยา กตํ ปุญฺญมตฺถิ. อรหนฺเตสุ ตาทิสูติ ตาทิลกฺขณปฺปตฺเตสุ อรหนฺเตสุ. ตยา สทฺธึ วิปจฺจตนฺติ สพฺพํ ตยา สทฺธิเมว วิปากํ เทตุ.

เอโกทีติ เอกีภาวํ คโต. นิปโก สโตติ เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย สมนฺนาคโตติ นิปโก. สติยา สมนฺนาคตตฺตา สโต. อมตํ มุนิ ชิคีสาโนติ ยถา โส พุทฺธมุนิ อมตํ นิพฺพานํ ชิคีสติ ปริเยสติ, เอวํ ตํ อหํ สูริยวจฺฉเส ชิคีสามิ ปริเยสามิ. ยถา วา โส อมตํ ชิคีสาโน เอสนฺโต คเวสนฺโต วิจรติ, เอวาหํ ตํ เอสนฺโต คเวสนฺโต วิจรามีติปิ อตฺโถ.

ยถาปิ มุนิ นนฺเทยฺย, ปตฺวา สมฺโพธิมุตฺตมนฺติ ยถา พุทฺธมุนิ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปตฺวา นนฺเทยฺย โตเสยฺย. เอวํ นนฺเทยฺยนฺติ เอวเมว อหมฺปิ ตยา มิสฺสีภาวํ คโต นนฺเทยฺยํ, ปีติโสมนสฺสชาโต ภเวยฺยนฺติ วทติ.

ตาหํ ภทฺเท วเรยฺยาเหติ อเหติ อามนฺตนํ, อเห ภทฺเท สูริยวจฺฉเส, สกฺเกน เทวานมินฺเทน ‘‘กึ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวรชฺชํ คณฺหสิ, สุริยวจฺฉส’’นฺติ, เอวํ วเร ทินฺเน เทวรชฺชํ ปหาย ‘‘สูริยวจฺฉสํ คณฺหามี’’ติ เอวํ ตํ อหํ วเรยฺยํ อิจฺเฉยฺยํ คเณฺหยฺยนฺติ อตฺโถ.

สาลํว น จิรํ ผุลฺลนฺติ ตว ปิตุ นครทฺวาเร นจิรํ ปุปฺผิโต สาโล อตฺถิ. โส อติวิย มโนหโร. ตํ นจิรํ ผุลฺลสาลํ วิย. ปิตรํ เต สุเมธเสติ อติสสฺสิรีกํ ตว ปิตรํ วนฺทมาโน นมสฺสามิ นโม กโรมิ. ยสฺสาเสตาทิสี ปชาติ ยสฺส อาสิ เอตาทิสี ธีตา.

๓๔๙. สํสนฺทตีติ กสฺมา คีตสทฺทสฺส เจว วีณาสทฺทสฺส จ วณฺณํ กเถสิ? กึ ตตฺถ ภควโต สาราโค อตฺถีติ? นตฺถิ. ฉฬงฺคุเปกฺขาย อุเปกฺขโก ภควา เอตาทิเสสุ ฐาเนสุ, เกวลํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ ชานาติ, น ตตฺถ รชฺชติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สํวิชฺชติ โข, อาวุโส, ภควโต จกฺขุ, ปสฺสติ ภควา จกฺขุนา รูปํ, ฉนฺทราโค ภควโต นตฺถิ, สุวิมุตฺตจิตฺโต ภควา. สํวิชฺชติ โข, อาวุโส, ภควโต โสต’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๒๓๒). สเจ ปน วณฺณํ น กเถยฺย, ปญฺจสิโข ‘‘โอกาโส เม กโต’’ติ น ชาเนยฺย. อถ สกฺโก ‘‘ภควตา ปญฺจสิขสฺส โอกาโส น กโต’’ติ เทวตา คเหตฺวา ตโตว ปฏินิวตฺเตยฺย, ตโต มหาชานิโย ภเวยฺย. วณฺเณ ปน กถิเต ‘‘กโต ภควตา ปญฺจสิขสฺส โอกาโส’’ติ เทวตาหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนาวสาเน อสีติยา เทวตาสหสฺเสหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสตีติ ญตฺวา วณฺณํ กเถสิ.

ตตฺถ กทา สํยูฬฺหาติ กทา คนฺถิตา ปิณฺฑิตา. เตน โข ปนาหํ, ภนฺเต, สมเยนาติ เตน สมเยน ตสฺมึ ตุมฺหากํ สมฺโพธิปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย อฏฺฐเม สตฺตาเห. ภทฺทา นาม สูริยวจฺฉสาติ นามโต ภทฺทา สรีรสมฺปตฺติยา สูริยวจฺฉสา. ภคินีติ โวหารวจนเมตํ, เทวธีตาติ อตฺโถ. ปรกามินีติ ปรํ กาเมติ อภิกงฺขติ.

อุปนจฺจนฺติยาติ นจฺจมานาย. สา กิร เอกสฺมึ สมเย จาตุมหาราชิกเทเวหิ สทฺธึ สกฺกสฺส เทวราชสฺส นจฺจํ ทสฺสนตฺถาย คตา, ตสฺมิญฺจ ขเณ สกฺโก ตถาคตสฺส อฏฺฐ ยถาภุจฺเจ คุเณ ปยิรุทาหาสิ. เอวํ ตสฺมึ ทิวเส คนฺตฺวา นจฺจนฺตี อสฺโสสิ.

สกฺกูปสงฺกมวณฺณนา

๓๕๐. ปฏิสมฺโมทตีติ ‘‘สํสนฺทติ โข เต’’ติอาทีนิ วทนฺโต ภควา สมฺโมทติ, ปญฺจสิโข ปฏิสมฺโมทติ. คาถา จ ภาสนฺโต ปญฺจสิโข สมฺโมทติ, ภควา ปฏิสมฺโมทติ. อามนฺเตสีติ ชานาเปสิ. ตสฺส กิเรวํ อโหสิ ‘‘อยํ ปญฺจสิโข มยา มม กมฺเมน เปสิโต อตฺตโน กมฺมํ กโรติ. เอวรูปสฺส สตฺถุ สนฺติเก ฐตฺวา กามคุณูปสญฺหิตํ อนนุจฺฉวิกํ กเถสิ, นฏา นาม นิลฺลชฺชา โหนฺติ, กเถนฺโต วิปฺปการมฺปิ ทสฺเสยฺย, หนฺท นํ มม กมฺมํ ชานาเปมี’’ติ จินฺเตตฺวา อามนฺเตสิ.

๓๕๑. เอวญฺจ ปน ตถาคตาติ ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ฐปิตวจนํ. อภิวทนฺตีติ อภิวาทนสมฺปฏิจฺฉเนน วฑฺฒิตวจเนน วทนฺติ. อภิวทิโตติ วฑฺฒิตวจเนน วุตฺโต.

อุรุนฺทา สมปาทีติ มหนฺตา วิวฏา อโหสิ, อนฺธกาโร คุหายํ อนฺตรธายิ. อาโลโก อุทปาทีติ โย ปกติยา คุหายํ อนฺธกาโร, โส อนฺตรหิโต, อาโลโก ชาโต. สพฺพเมตํ ธมฺมสงฺคาหกานํ วจนํ.

๓๕๒. จิรปฏิกาหํ, ภนฺเตติ จิรโต อหํ, จิรโต ปฏฺฐายาหํ ทสฺสนกาโมติ อตฺโถ. เกหิจิ เกหิจิ กิจฺจกรณีเยหีติ เทวานํ ธีตา จ ปุตฺตา จ องฺเก นิพฺพตฺตนฺติ, ปาทปริจาริกา อิตฺถิโย สยเน นิพฺพตฺตนฺติ, ตาสํ มณฺฑนปสาธนการิกา เทวตา สยนํ ปริวาเรตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ, เวยฺยาวจฺจกรา อนฺโตวิมาเน นิพฺพตฺตนฺติ, เอเตสํ อตฺถาย อฑฺฑกรณํ นาม นตฺถิ. เย ปน สีมนฺตเร นิพฺพตฺตนฺติ, เต ‘‘ตว สนฺตกา, มม สนฺตกา’’ติ นิจฺเฉตุํ อสกฺโกนฺตา อฑฺฑํ กโรนฺติ, สกฺกํ เทวราชานํ ปุจฺฉนฺติ. โส ‘‘ยสฺส วิมานํ อาสนฺนตรํ, ตสฺส สนฺตกา’’ติ วทติ. สเจ เทฺวปิ สมฏฺฐาเน โหนฺติ, ‘‘ยสฺส วิมานํ โอโลเกนฺตี ฐิตา, ตสฺส สนฺตกา’’ติ วทติ. สเจ เอกมฺปิ น โอโลเกติ, ตํ อุภินฺนํ กลหุปจฺเฉทนตฺถํ อตฺตโน สนฺตกํ กโรติ. กีฬาทีนิปิ กิจฺจานิ กรณียาเนว. เอวรูปานิ ตานิ กรณียานิ สนฺธาย ‘‘เกหิจิ เกหิจิ กิจฺจกรณีเยหี’’ติ อาห.

สลฬาคารเกติ สลฬมยคนฺธกุฏิยํ. อญฺญตเรน สมาธินาติ ตทา กิร ภควา สกฺกสฺเสว อปริปากคตํ ญาณํ วิทิตฺวา โอกาสํ อกาเรตุกาโม ผลสมาปตฺติวิหาเรน นิสีทิ. ตํ เอส อชานนฺโต ‘‘อญฺญตเรน สมาธินา’’ติ อาห. ภูชติ จ นามาติ ภูชตีติ ตสฺสา นามํ. ปริจาริกาติ ปาทปริจาริกา เทวธีตา. สา กิร เทฺว ผลานิ ปตฺตา, เตนสฺสา เทวโลเก อภิรติเยว นตฺถิ. นิจฺจํ ภควโต อุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา อญฺชลึ สิรสิ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ นมสฺสมานา ติฏฺฐติ. เนมิสทฺเทน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐิโตติ ‘‘สมาปนฺโน สทฺทํ สุณาตี’’ติ โน วต เร วตฺตพฺเพ, นนุ ภควา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ‘‘อปิจาหํ อายสฺมโต จกฺกเนมิสทฺเทน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐิโต’’ติ ภณตีติ. ติฏฺฐตุ เนมิสทฺโท, สมาปนฺโน นาม อนฺโตสมาปตฺติยํ กณฺณมูเล ธมมานสฺส สงฺขยุคฬสฺสาปิ อสนิสนฺนิปาตสฺสาปิ สทฺทํ น สุณาติ. ภควา ปน ‘‘เอตฺตกํ กาลํ สกฺกสฺส โอกาสํ น กริสฺสามี’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา กาลวเสน ผลสมาปตฺตึ สมาปนฺโน. สกฺโก ‘‘น ทานิ เม สตฺถา โอกาสํ กโรตี’’ติ คนฺธกุฏึ ปทกฺขิณํ กตฺวา รถํ นิวตฺเตตฺวา เทวโลกาภิมุขํ เปเสสิ. คนฺธกุฏิปริเวณํ รถสทฺเทน สโมหิตํ ปญฺจงฺคิกตูริยํ วิย อโหสิ. ภควโต ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสน สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส รถสทฺเทเนว ปฐมาวชฺชนํ อุปฺปชฺชิ, ตสฺมา เอวมาห.

โคปกวตฺถุวณฺณนา

๓๕๓. สีเลสุ ปริปูรการินีติ ปญฺจสุ สีเลสุ ปริปูรการินี. อิตฺถิตฺตํ วิราเชตฺวาติ อิตฺถิตฺตํ นาม อลํ, น หิ อิตฺถิตฺเต ฐตฺวา จกฺกวตฺติสิรึ, น สกฺกมารพฺรหฺมสิริโย ปจฺจนุภวิตุํ, น ปจฺเจกโพธึ, น สมฺมาสมฺโพธึ คนฺตุํ สกฺกาติ เอวํ อิตฺถิตฺตํ วิราเชติ นาม. มหนฺตมิทํ ปุริสตฺตํ นาม เสฏฺฐํ อุตฺตมํ, เอตฺถ ฐตฺวา สกฺกา เอตา สมฺปตฺติโย ปาปุณิตุนฺติ เอวํ ปน ปุริสตฺตํ ภาเวติ นาม. สาปิ เอวมกาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อิตฺถิตฺตํ วิราเชตฺวา ปุริสตฺตํ ภาเวตฺวา’’ติ. หีนํ คนฺธพฺพกายนฺติ หีนํ ลามกํ คนฺธพฺพนิกายํ. กสฺมา ปน เต ปริสุทฺธสีลา ตตฺถ อุปฺปนฺนาติ? ปุพฺพนิกนฺติยา. ปุพฺเพปิ กิร เนสํ เอตเทว วสิตฏฺฐานํ, ตสฺมา นิกนฺติวเสน ตตฺถ อุปฺปนฺนา. อุปฏฺฐานนฺติ อุปฏฺฐานสาลํ. ปาริจริยนฺติ ปริจรณภาวํ. คีตวาทิเตหิ อเมฺห ปริจริสฺสามาติ อาคจฺฉนฺติ.

ปฏิโจเทสีติ สาเรสิ. โส กิร เต ทิสฺวา ‘‘อิเม เทวปุตฺตา อติวิย วิโรเจนฺติ อติวณฺณวนฺโต, กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา อาคตา’’ติ อาวชฺชนฺโต ‘‘ภิกฺขู อเหสุ’’นฺติ อทฺทส. ตโต ‘‘ภิกฺขู โหนฺตุ, สีเลสุ ปริปูรการิโน’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘ปริปูรการิโน’’ติ อทฺทส. ‘‘ปริปูรการิโน โหนฺตุ, อญฺโญ คุโณ อตฺถิ นตฺถี’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘ฌานลาภิโน’’ติ อทฺทส. ‘‘ฌานลาภิโน โหนฺตุ, กุหึ วาสิกา’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘มยฺหํว กุลูปกา’’ติ อทฺทส. ปริสุทฺธสีลา นาม ฉสุ เทวโลเกสุ ยตฺถิจฺฉนฺติ, ตตฺถ นิพฺพตฺตนฺติ. อิเม ปน อุปริเทวโลเก จ น นิพฺพตฺตา. ฌานลาภิโน นาม พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตนฺติ, อิเม จ พฺรหฺมโลเก น นิพฺพตฺตา. อหํ ปน เอเตสํ โอวาเท ฐตฺวา เทวโลกสามิกสฺส สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปลฺลงฺเก ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺโต, อิเม หีเน คนฺธพฺพกาเย นิพฺพตฺตา. อฏฺฐิเวธปุคฺคลา นาเมเต วฏฺเฏตฺวา วฏฺเฏตฺวา คาฬฺหํ วิชฺฌิตพฺพาติ จินฺเตตฺวา กุโตมุขา นามาติอาทีหิ วจเนหิ ปฏิโจเทสิ.

ตตฺถ กุโตมุขาติ ภควติ อภิมุเข ธมฺมํ เทเสนฺเต ตุเมฺห กุโตมุขา กึ อญฺญา วิหิตา อิโต จิโต จ โอโลกยมานา อุทาหุ นิทฺทายมานา? ทุทฺทิฏฺฐรูปนฺติ ทุทฺทิฏฺฐสภาวํ ทฏฺฐุํ อยุตฺตํ. สหธมฺมิเกติ เอกสฺส สตฺถุ สาสเน สมาจิณฺณธมฺเม กตปุญฺเญ. เตสํ ภนฺเตติ เตสํ โคปเกน เทวปุตฺเตน เอวํ วตฺวา ปุน ‘‘อโห ตุเมฺห นิลฺลชฺชา อหิริกา’’ติอาทีหิ วจเนหิ ปฏิโจทิตานํ เทฺว เทวา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สตึ ปฏิลภึสุ.

กายํ พฺรหฺมปุโรหิตนฺติ เต กิร จินฺตยึสุ – ‘‘นเฏหิ นาม นจฺจนฺเตหิ คายนฺเตหิ วาเทนฺเตหิ อาคนฺตฺวา ทาโย นาม ลภิตพฺโพ อสฺส, อยํ ปน อมฺหากํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ปกฺขิตฺตโลณํ อุทฺธนํ วิย ตฏตฏายเตว, กึ นุ โข อิท’’นฺติ อาวชฺชนฺตา อตฺตโน สมณภาวํ ปริสุทฺธสีลตํ ฌานลาภิตํ ตสฺเสว กุลูปกภาวญฺจ ทิสฺวา ‘‘ปริสุทฺธสีลา นาม ฉสุ เทวโลเกสุ ยถารุจิเต ฐาเน นิพฺพตฺตนฺติ, ฌานลาภิโน พฺรหฺมโลเก. มยํ อุปริเทวโลเกปิ พฺรหฺมโลเกปิ นิพฺพตฺติตุํ นาสกฺขิมฺห. อมฺหากํ โอวาเท ฐตฺวา อยํ อิตฺถิกา อุปริ นิพฺพตฺตา, มยํ ภิกฺขู สมานา ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา หีเน คนฺธพฺพกาเย นิพฺพตฺตา. เตน โน อยํ เอวํ นิคฺคณฺหาตี’’ติ ญตฺวา ตสฺส กถํ สุณนฺตาเยว เตสุ เทฺว ชนา ปฐมชฺฌานสตึ ปฏิลภิตฺวา ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตา อนาคามิผเลเยว ปติฏฺฐหึสุ. อถ เนสํ โส ปริตฺโต กามาวจรตฺตภาโว ธาเรตุํ นาสกฺขิ. ตสฺมา ตาวเทว จวิตฺวา พฺรหฺมปุโรหิเตสุ นิพฺพตฺตา. โส จ เนสํ กาโย ตตฺถ ฐิตานํเยว นิพฺพตฺโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตสํ, ภนฺเต, โคปเกน เทวปุตฺเตน ปฏิโจทิตานํ เทฺว เทวา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สตึ ปฏิลภึสุ กายํ พฺรหฺมปุโรหิต’’นฺติ.

ตตฺถ ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ ตสฺมิญฺเญว อตฺตภาเว ฌานสตึ ปฏิลภึสุ. ตตฺเถว ฐตฺวา จุตา ปน กายํ พฺรหฺมปุโรหิตํ พฺรหฺมปุโรหิตสรีรํ ปฏิลภึสูติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอโก ปน เทโวติ เอโก เทวปุตฺโต นิกนฺตึ ฉินฺทิตุํ อสกฺโกนฺโต กาเม อชฺฌวสิ, ตตฺเถว อาวาสิโก อโหสิ.

๓๕๔. สงฺฆญฺจุปฏฺฐาสินฺติ สงฺฆญฺจ อุปฏฺฐาสึ.

สุธมฺมตายาติ ธมฺมสฺส สุนฺทรภาเวน. ติทิวูปปนฺโนติ ติทิเว ติทสปุเร อุปปนฺโน. คนฺธพฺพกายูปคเต วสีเนติ คนฺธพฺพกายํ อาวาสิโก หุตฺวา อุปคเต. เย จ มยํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูตาติ เย ปุพฺเพ มนุสฺสภูตา มยํ อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหิมฺหาติ อิมินา สทฺธึ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ปาทูปสงฺคยฺหาติ ปาเท อุปสงฺคยฺห ปาทโธวนปาทมกฺขนานุปฺปทาเนน ปูเชตฺวา เจว วนฺทิตฺวา จ. สเก นิเวสเนติ อตฺตโน ฆเร. อิมสฺสาปิ ปทสฺส อุปฏฺฐหิมฺหาติ อิมินาว สมฺพนฺโธ.

ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพติ อตฺตนาว เวทิตพฺโพ. อริยาน สุภาสิตานีติ ตุเมฺหหิ วุจฺจมานานิ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สุภาสิตานิ.

ตุเมฺห ปน เสฏฺฐมุปาสมานาติ อุตฺตมํ พุทฺธํ ภควนฺตํ อุปาสมานา อนุตฺตเร พุทฺธสาสเน วา. พฺรหฺมจริยนฺติ เสฏฺฐจริยํ. ภวตูปปตฺตีติ ภวนฺตานํ อุปปตฺติ.

อคาเร วสโต มยฺหนฺติ ฆรมชฺเฌ วสนฺตสฺส มยฺหํ.

สฺวชฺชาติ โส อชฺช. โคตมสาวเกนาติ อิธ โคปโก โคตมสาวโกติ วุตฺโต. สเมจฺจาติ สมาคนฺตฺวา.

หนฺท วิยายาม พฺยายามาติ หนฺท อุยฺยมาม พฺยายมาม. มา โน มยํ ปรเปสฺสา อหุมฺหาติ โนติ นิปาตมตฺตํ, มา มยํ ปรสฺส เปสนการกาว อหุมฺหาติ อตฺโถ. โคตมสาสนานีติ อิธ ปกติยา ปฏิวิทฺธํ ปฐมชฺฌานเมว โคตมสาสนานีติ วุตฺตํ, ตํ อนุสฺสรํ อนุสฺสริตฺวาติ อตฺโถ.

จิตฺตานิ วิราชยิตฺวาติ ปญฺจกามคุณิกจิตฺตานิ วิราชยิตฺวา. กาเมสุ อาทีนวนฺติ วิกฺขมฺภนวเสน ปฐมชฺฌาเนน กาเมสุ อาทีนวํ อทฺทสํสุ, สมุจฺเฉทวเสน ตติยมคฺเคน. กามสํโยชนพนฺธนานีติ กามสญฺโญชนานิ จ กามพนฺธนานิ จ. ปาปิมโยคานีติ ปาปิมโต มารสฺส โยคภูตานิ, พนฺธนภูตานีติ อตฺโถ. ทุรจฺจยานีติ ทุรติกฺกมานิ. สอินฺทา เทวา สปชาปติกาติ อินฺทํ เชฏฺฐกํ กตฺวา อุปวิฏฺฐา สอินฺทา ปชาปตึ เทวราชานํ เชฏฺฐกํ กตฺวา อุปวิฏฺฐา สปชาปติกา. สภายุปวิฏฺฐาติ สภายํ อุปวิฏฺฐา, นิสินฺนาติ อตฺโถ.

วีราติ สูรา. วิราคาติ วีตราคา. วิรชํ กโรนฺตาติ วิรชํ อนาคามิมคฺคํ กโรนฺตา อุปฺปาเทนฺตา. นาโคว สนฺนานิ คุณานีติ กามสญฺโญชนพนฺธนานิ เฉตฺวา เทเว ตาวตึเส อติกฺกมึสุ. สํเวคชาตสฺสาติ ชาตสํเวคสฺส สกฺกสฺส.

กามาภิภูติ ทุวิธานมฺปิ กามานํ อภิภู. สติยา วิหีนาติ ฌานสติวิรหิตา.

ติณฺณํ เตสนฺติ เตสุ ตีสุ ชเนสุ. อาวสิเนตฺถ เอโกติ ตตฺถ หีเน กาเย เอโกเยว อาวาสิโก ชาโต. สมฺโพธิปถานุสาริโนติ อนาคามิมคฺคานุสาริโน. เทเวปิ หีเฬนฺตีติ เทฺว เทวโลเก หีเฬนฺตา อโธกโรนฺตา อุปจารปฺปนาสมาธีหิ สมาหิตตฺตา อตฺตโน ปาทปํสุํ เทวตานํ มตฺถเก โอกิรนฺตา อากาเส อุปฺปติตฺวา คตาติ.

เอตาทิสี ธมฺมปฺปกาสเนตฺถาติ เอตฺถ สาสเน เอวรูปา ธมฺมปฺปกาสนา, ยาย สาวกา เอเตหิ คุเณหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ. น ตตฺถ กึ กงฺขติ โกจิ สาวโกติ กึ ตตฺถ เตสุ สาวเกสุ โกจิ เอกสาวโกปิ พุทฺธาทีสุ วา จาตุทฺทิสภาเว วา น กงฺขติ ‘‘สพฺพทิสาสุ อสชฺชมาโน อคยฺหมาโน วิหรตี’’ติ. อิทานิ ภควโต วณฺณํ ภณนฺโต ‘‘นิติณฺณโอฆํ วิจิกิจฺฉฉินฺนํ, พุทฺธํ นมสฺสาม ชินํ ชนินฺท’’นฺติ อาห. ตตฺถ วิจิกิจฺฉฉินฺนนฺติ ฉินฺนวิจิกิจฺฉํ. ชนินฺทนฺติ สพฺพโลกุตฺตมํ.

ยํ เต ธมฺมนฺติ ยํ ตว ธมฺมํ. อชฺฌคํสุ เตติ เต เทวปุตฺตา อธิคตา. กายํ พฺรหฺมปุโรหิตนฺติ อมฺหากํ ปสฺสนฺตานํเยว พฺรหฺมปุโรหิตสรีรํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ ตว ธมฺมํ ชานิตฺวา เตสํ ติณฺณํ ชนานํ เต เทฺว วิเสสคู อมฺหากํ ปสฺสนฺตานํเยว กายํ พฺรหฺมปุโรหิตํ อธิคนฺตฺวา มคฺคผลวิเสสํ อชฺฌคํสุ, มยมฺปิ ตสฺส ธมฺมสฺส ปตฺติยา อาคตมฺหาสิ มาริสาติ. อาคตมฺหเสติ สมฺปตฺตมฺห. กตาวกาสา ภควตา, ปญฺหํ ปุจฺเฉมุ มาริสาติ สเจ โน ภควา โอกาสํ กโรติ, อถ ภควตา กตาวกาสา หุตฺวา ปญฺหํ, มาริส, ปุจฺเฉยฺยามาติ อตฺโถ.

มฆมาณววตฺถุ

๓๕๕. ทีฆรตฺตํ วิสุทฺโธ โข อยํ ยกฺโขติ จิรกาลโต ปภุติ วิสุทฺโธ. กีว จิรกาลโต? อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ มคธรฏฺเฐ มจลคามเก มฆมาณวกาลโต ปฏฺฐาย. ตทา กิเรส เอกทิวสํ กาลสฺเสว วุฏฺฐาย คามมชฺเฌ มนุสฺสานํ คามกมฺมกรณฏฺฐานํ คนฺตฺวา อตฺตโน ฐิตฏฺฐานํ ปาทนฺเตเนว ปํสุกจวรํ อปเนตฺวา รมณียมกาสิ, อญฺโญ อาคนฺตฺวา ตตฺถ อฏฺฐาสิ. โส ตาวตเกเนว สตึ ปฏิลภิตฺวา มชฺเฌ คามสฺส ขลมณฺฑลมตฺตํ ฐานํ โสเธตฺวา วาลุกํ โอกิริตฺวา ทารูนิ อาหริตฺวา สีตกาเล อคฺคึ กโรติ, ทหรา จ มหลฺลกา จ อาคนฺตฺวา ตตฺถ นิสีทนฺติ.

อถสฺส เอกทิวสํ เอตทโหสิ – ‘‘มยํ นครํ คนฺตฺวา ราชราชมหามตฺตาทโย ปสฺสาม, อิเมสุปิ จนฺทิมสูริเยสุ ‘จนฺโท นาม เทวปุตฺโต, สูริโย นาม เทวปุตฺโต’ติ วทนฺติ. กึ นุ โข กตฺวา เอเต เอตา สมฺปตฺติโย อธิคตา’’ติ? ตโต ‘‘นาญฺญํ กิญฺจิ, ปุญฺญกมฺมเมว กตฺวา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘มยาปิ เอวํวิธสมฺปตฺติทายกํ ปุญฺญกมฺมเมว กตฺตพฺพ’’นฺติ จินฺเตสิ.

โส กาลสฺเสว วุฏฺฐาย ยาคุํ ปิวิตฺวา วาสิผรสุกุทาลมุสลหตฺโถ จตุมหาปถํ คนฺตฺวา มุสเลน ปาสาเณ อุจฺจาเลตฺวา ปวฏฺเฏติ, ยานานํ อกฺขปฏิฆาตรุกฺเข หรติ, วิสมํ สมํ กโรติ, จตุมหาปเถ สาลํ กโรติ, โปกฺขรณึ ขณติ, เสตุํ พนฺธติ, เอวํ ทิวสํ กมฺมํ กตฺวา อตฺถงฺคเต สูริเย ฆรํ เอติ. ตํ อญฺโญ ปุจฺฉิ – ‘‘โภ, มฆ, ตฺวํ ปาโตว นิกฺขมิตฺวา สายํ อรญฺญโต เอสิ, กึ กมฺมํ กโรสี’’ติ? ปุญฺญกมฺมํ กโรมิ. สคฺคคามิมคฺคํ โสเธมีติ. กิมิทํ, โภ, ปุญฺญํ นามาติ? ตฺวํ น ชานาสีติ? อาม, น ชานามีติ. นครํ คตกาเล ทิฏฺฐปุพฺพา เต ราชราชมหามตฺตาทโยติ? อาม, ทิฏฺฐปุพฺพาติ. ปุญฺญกมฺมํ กตฺวา เตหิ ตํ ฐานํ ลทฺธํ, อหมฺปิ เอวํวิธสมฺปตฺติทายกํ กมฺมํ กโรมิ. ‘‘จนฺโท นาม เทวปุตฺโต, สูริโย นาม เทวปุตฺโต’’ติ สุตปุพฺพํ ตยาติ? อาม สุตปุพฺพนฺติ. เอตสฺส สคฺคสฺส คมนมคฺคํ อหํ โสเธมีติ. อิทํ ปน ปุญฺญกมฺมํ กึ ตเวว วฏฺฏติ, อญฺญสฺส น วฏฺฏตีติ? น กสฺสเจตํ วาริตนฺติ. ยทิ เอวํ เสฺว อรญฺญํ คมนกาเล มยฺหมฺปิ สทฺทํ เทหีติ. ปุนทิวเส ตํ คเหตฺวา คโต, เอวํ ตสฺมึ คาเม เตตฺตึส มนุสฺสา ตรุณวยา สพฺเพ ตสฺเสว อนุวตฺตกา อเหสุํ. เต เอกจฺฉนฺทา หุตฺวา ปุญฺญกมฺมานิ กโรนฺตา วิจรนฺติ. ยํ ทิสํ คจฺฉนฺติ, มคฺคํ สมํ กโรนฺตา เอกทิวเสเนว กโรนฺติ, โปกฺขรณึ ขณนฺตา, สาลํ กโรนฺตา, เสตุํ พนฺธนฺตา เอกทิวเสเนว นิฏฺฐาเปนฺติ.

อถ เนสํ คามโภชโก จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ปุพฺเพ เอเตสุ สุรํ ปิวนฺเตสุ ปาณฆาตาทีนิ กโรนฺเตสุ จ กหาปณาทิวเสน เจว ทณฺฑพลิวเสน จ ธนํ ลภามิ. อิทานิ เอเตสํ ปุญฺญกรณกาลโต ปฏฺฐาย เอตฺตโก อาโย นตฺถิ, หนฺท เน ราชกุเล ปริภินฺทามี’’ติ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา โจเร, มหาราช, ปสฺสามีติ. กุหึ, ตาตาติ? มยฺหํ คาเมติ. กึ โจรา นาม, ตาตาติ? ราชาปราธิกา เทวาติ. กึ ชาติกาติ? คหปติชาติกา เทวาติ. คหปติกา กึ กริสฺสนฺติ, ตยา ชานมาเนน กสฺมา มยฺหํ น กถิตนฺติ? ภเยน, มหาราช, น กเถมิ, อิทานิ มา มยฺหํ โทสํ กเรยฺยาถาติ. อถ ราชา ‘‘อยํ มยฺหํ มหารวํ รวตี’’ติ สทฺทหิตฺวา ‘‘เตน หิ คจฺฉ, ตฺวเมว เน อาเนหี’’ติ พลํ ทตฺวา เปเสสิ. โส คนฺตฺวา ทิวสํ อรญฺเญ กมฺมํ กตฺวา สายมาสํ ภุญฺชิตฺวา คามมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ‘‘เสฺว กึ กมฺมํ กริสฺสาม, กึ มคฺคํ สมํ กโรม, โปกฺขรณึ ขณาม, เสตุํ พนฺธามา’’ติ มนฺตยมาเนเยว เต ปริวาเรตฺวา ‘‘มา ผนฺทิตฺถ, รญฺโญ อาณา’’ติ พนฺธิตฺวา ปายาสิ. อถ โข เนสํ อิตฺถิโย ‘‘สามิกา กิร โว ‘ราชาปราธิกา โจรา’ติ พนฺธิตฺวา นิยฺยนฺตี’’ติ สุตฺวา ‘‘อติจิเรน กูฏา เอเต ‘ปุญฺญกมฺมํ กโรมา’ติ ทิวเส ทิวเส อรญฺเญว อจฺฉนฺติ, สพฺพกมฺมนฺตา ปริหีนา, เคเห น กิญฺจิ วฑฺฒติ, สุฏฺฐุ พทฺธา สุฏฺฐุ คหิตา’’ติ วทึสุ.

คามโภชโกปิ เต เนตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสิ. ราชา อนุปปริกฺขิตฺวาเยว ‘‘หตฺถินา มทฺทาเปถา’’ติ อาห. เตสุ นียมาเนสุ มโฆ อิตเร อาห – ‘‘โภ, สกฺขิสฺสถ มม วจนํ กาตุ’’นฺติ? ตว วจนํ กโรนฺตาเยวมฺห อิมํ ภยํ ปตฺตา, เอวํ สนฺเตปิ ตว วจนํ กโรม, ภณ โภ, กึ กโรมาติ? เอตฺถ โภ วฏฺเฏ จรนฺตานํ นาม นิพทฺธํ เอตํ, กึ ปน ตุเมฺห โจราติ? น โจรมฺหาติ. อิมสฺส โลกสฺส สจฺจกิริยา นาม อวสฺสโย, ตสฺมา สพฺเพปิ ‘‘ยทิ อเมฺห โจรา, หตฺถี มทฺทตุ, อถ น โจรา, มา มทฺทตู’’ติ สจฺจกิริยํ กโรถาติ. เต ตถา อกํสุ. หตฺถี อุปคนฺตุมฺปิ น สกฺโกติ, วิรวนฺโต ปลายติ, หตฺถึ ตุตฺตโตมรงฺกุเสหิ โกฏฺเฏนฺตาปิ อุปเนตุํ น สกฺโกนฺติ. ‘‘หตฺถึ อุปเนตุํ น สกฺโกมา’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. เตน หิ อุปริ กเฏน ปฏิจฺฉาเทตฺวา มทฺทาเปถาติ. อุปริ กเฏ ทินฺเน ทิคุณรวํ วิรวนฺโต ปลายติ.

ราชา สุตฺวา เปสุญฺญการกํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘ตาต, หตฺถี มทฺทิตุํ น อิจฺฉตี’’ติ? อาม, เทว, เชฏฺฐกมาณโว มนฺตํ ชานาติ, มนฺตสฺเสว อยมานุภาโวติ. ราชา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘มนฺโต กิร เต อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ? นตฺถิ, เทว, มยฺหํ มนฺโต, สจฺจกิริยํ ปน มยํ กริมฺห – ‘‘ยทิ อเมฺห รญฺโญ โจรา, มทฺทตุ, อถ น โจรา, มา มทฺทตู’’ติ, สจฺจกิริยาย โน เอส อานุภาโวติ. กึ ปน, ตาต, ตุเมฺห กมฺมํ กโรถาติ? อเมฺห, เทว, มคฺคํ สมํ กโรม, จตุมหาปเถ สาลํ กโรม, โปกฺขรณึ ขณาม, เสตุํ พนฺธาม, เอวรูปานิ ปุญฺญกมฺมานิ กโรนฺตา วิจริมฺหาติ.

อยํ ตุเมฺห กิมตฺถํ ปิสุเณสีติ? อมฺหากํ ปมตฺตกาเล อิทญฺจิทญฺจ ลภติ, อปฺปมตฺตกาเล ตํ นตฺถิ, เอเตน การเณนาติ. ตาต, อยํ หตฺถี นาม ติรจฺฉาโน, โสปิ ตุมฺหากํ คุเณ ชานาติ. อหํ มนุสฺโส หุตฺวาปิ น ชานามิ, ตุมฺหากํ วสนคามํ ตุมฺหากํเยว ปุน อหรณียํ กตฺวา เทมิ, อยมฺปิ หตฺถี ตุมฺหากํเยว โหตุ, เปสุญฺญการโกปิ ตุมฺหากํเยว ทาโส โหตุ. อิโต ปฏฺฐาย มยฺหมฺปิ ปุญฺญกมฺมํ กโรถาติ ธนํ ทตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. เต ธนํ คเหตฺวา วาเรน วาเรน หตฺถึ อารุยฺห คจฺฉนฺตา มนฺตยนฺติ ‘‘โภ ปุญฺญกมฺมํ นาม อนาคตภวตฺถาย กริยติ, อมฺหากํ ปน อนฺโตอุทเก ปุปฺผิตํ นีลุปฺปลํ วิย อิมสฺมิญฺเญว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ. อิทานิ อติเรกํ ปุญฺญํ กริสฺสามา’’ติ, กึ กโรมาติ? จตุมหาปเถ ถาวรํ กตฺวา มหาชนสฺส วิสฺสมนสาลํ กโรม, อิตฺถีหิ ปน สทฺธึ อปตฺติกํ กตฺวา กริสฺสาม, อเมฺหสุ หิ ‘‘โจรา’’ติ คเหตฺวา นียมาเนสุ อิตฺถีนํ เอกาปิ จินฺตามตฺตกมฺปิ อกตฺวา ‘‘สุพทฺธา สุคหิตา’’ติ อุฏฺฐหึสุ, ตสฺมา ตาสํ ปตฺตึ น ทสฺสามาติ. เต อตฺตโน เคหานิ คนฺตฺวา หตฺถิโน เตตฺตึสปิณฺฑํ เทนฺติ, เตตฺตึส ติณมุฏฺฐิโย อาหรนฺติ, ตํ สพฺพํ หตฺถิสฺส กุจฺฉิปูรํ ชาตํ. เต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รุกฺเข ฉินฺทนฺติ, ฉินฺนํ ฉินฺนํ หตฺถี กฑฺฒิตฺวา สกฏปเถ ฐเปสิ. เต รุกฺเข ตจฺเฉตฺวา สาลาย กมฺมํ อารภึสุ.

มฆสฺส เคเห สุชาตา, สุธมฺมา, จิตฺตา, นนฺทาติ จตสฺโส ภริยาโย อเหสุํ. สุธมฺมา วฑฺฒกึ ปุจฺฉติ – ‘‘ตาต, อิเม สหายา กาลสฺเสว คนฺตฺวา สายํ เอนฺติ, กึ กมฺมํ กโรนฺตี’’ติ? ‘‘สาลํ กโรนฺติ, อมฺมา’’ติ. ‘‘ตาต, มยฺหมฺปิ สาลาย ปตฺตึ กตฺวา เทหี’’ติ. ‘‘อิตฺถีหิ อปตฺติกํ กโรมา’’ติ เอเต วทนฺตีติ. สา วฑฺฒกิสฺส อฏฺฐ กหาปเณ ทตฺวา ‘‘ตาต, เยน เกนจิ อุปาเยน มยฺหํ ปตฺติกํ กโรหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธุ อมฺมา’’ติ วตฺวา ปุเรตรํ วาสิผรสุํ คเหตฺวา คามมชฺเฌ ฐตฺวา ‘‘กึ โภ อชฺช อิมสฺมิมฺปิ กาเล น นิกฺขมถา’’ติ อุจฺจาสทฺทํ กตฺวา ‘‘สพฺเพ มคฺคํ อารุฬฺหา’’ติ ญตฺวา ‘‘คจฺฉถ ตาว ตุเมฺห, มยฺหํ ปปญฺโจ อตฺถี’’ติ เต ปุรโต กตฺวา อญฺญํ มคฺคํ อารุยฺห กณฺณิกูปคํ รุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา ตจฺเฉตฺวา มฏฺฐํ กตฺวา อาหริตฺวา สุธมฺมาย เคเห ฐเปสิ – ‘‘มยา เทหีติ วุตฺตทิวเส นีหริตฺวา ทเทยฺยาสี’’ติ.

อถ นิฏฺฐิเต ทพฺพสมฺภารกมฺเม ภูมิกมฺมโต ปฏฺฐาย จยพนฺธนถมฺภุสฺสาปน สงฺฆาฏโยชน กณฺณิกมญฺจพนฺธเนสุ กเตสุ โส วฑฺฒกี กณฺณิกมญฺเจ นิสีทิตฺวา จตูหิ ทิสาหิ โคปานสิโย อุกฺขิปิตฺวา ‘‘โภ เอกํ ปมุฏฺฐํ อตฺถี’’ติ อาห. กึ โภ ปมุฏฺฐํ, สพฺพเมว ตฺวํ ปมุสฺสสีติ. อิมา โภ โคปานสิโย กตฺถ ปติฏฺฐหิสฺสนฺตีติ? กณฺณิกา นาม ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ. กุหึ โภ อิทานิ สกฺกา ลทฺธุนฺติ? กุลานํ เคเห สกฺกา ลทฺธุนฺติ. อาหิณฺฑนฺตา ปุจฺฉถาติ. เต อนฺโตคามํ ปวิสิตฺวา ปุจฺฉิตฺวา สุธมฺมาย ฆรทฺวาเร ‘‘อิมสฺมึ ฆเร กณฺณิกา อตฺถี’’ติ อาหํสุ. สา ‘‘อตฺถี’’ติ อาห. หนฺท มูลํ คณฺหาหีติ. มูลํ น คณฺหามิ, สเจ มม ปตฺตึ กโรถ, ทสฺสามีติ. เอถ โภ มาตุคามสฺส ปตฺตึ น กโรม, อรญฺญํ คนฺตฺวา รุกฺขํ ฉินฺทิสฺสามาติ นิกฺขมึสุ.

ตโต วฑฺฒกี ‘‘กึ น ลทฺธา, ตาต, กณฺณิกา’’ติ ปุจฺฉิ. เต ตมตฺถํ อาโรจยึสุ. วฑฺฒกี กณฺณิกมญฺเจ นิสินฺโนว อากาสํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘โภ อชฺช นกฺขตฺตํ สุนฺทรํ, อิทํ อญฺญํ สํวจฺฉรํ อติกฺกมิตฺวา สกฺกา ลทฺธุํ, ตุเมฺหหิ จ ทุกฺเขน อาภตา ทพฺพสมฺภารา, เต สกลสํวจฺฉเรน อิมสฺมิญฺเญว ฐาเน ปูติกา ภวิสฺสนฺติ. เทวโลเก นิพฺพตฺตกาเล ตสฺสาปิ เอกสฺมึ โกเณ สาลา โหตุ, อาหรถ น’’นฺติ อาห. สาปิ ยาว เต น ปุน อาคจฺฉนฺติ, ตาว กณฺณิกาย เหฏฺฐิมตเล ‘‘อยํ สาลา สุธมฺมา นามา’’ติ อกฺขรานิ ฉินฺทาเปตฺวา อหเตน วตฺเถน เวเฐตฺวา ฐเปสิ. กมฺมิกา อาคนฺตฺวา – ‘‘อาหร, เร กณฺณิกํ, ยํ โหตุ ตํ โหตุ. ตุยฺหมฺปิ ปตฺตึ กริสฺสามา’’ติ อาหํสุ. สา นีหริตฺวา ‘‘ตาตา, ยาว อฏฺฐ วา โสฬส วา โคปานสิโย น อาโรหนฺติ, ตาว อิมํ วตฺถํ มา นิพฺเพฐยิตฺถา’’ติ วตฺวา อทาสิ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา คเหตฺวา โคปานสิโย อาโรเปตฺวาว วตฺถํ นิพฺเพเฐสุํ.

เอโก มหาคามิกมนุสฺโส อุทฺธํ อุลฺโลเกนฺโต อกฺขรานิ ทิสฺวา ‘‘กึ, โภ, อิท’’นฺติ อกฺขรญฺญุํ มนุสฺสํ ปกฺโกสาเปตฺวา ทสฺเสสิ. โส ‘‘สุธมฺมา นาม อยํ สาลา’’ติ อาห. ‘‘หรถ, โภ, มยํ อาทิโต ปฏฺฐาย สาลํ กตฺวา นามมตฺตมฺปิ น ลภาม, เอสา รตนมตฺเตน กณฺณิกรุกฺเขน สาลํ อตฺตโน นาเมน กาเรตี’’ติ วิรวนฺติ. วฑฺฒกี เตสํ วิรวนฺตานํเยว โคปานสิโย ปเวเสตฺวา อาณึ ทตฺวา สาลากมฺมํ นิฏฺฐาเปสิ.

สาลํ ติธา วิภชึสุ, เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส อิสฺสรานํ วสนฏฺฐานํ อกํสุ, เอกสฺมึ ทุคฺคตานํ, เอกสฺมึ คิลานานํ. เตตฺตึส ชนา เตตฺตึส ผลกานิ ปญฺญเปตฺวา หตฺถิสฺส สญฺญํ อทํสุ – ‘‘อาคนฺตุโก อาคนฺตฺวา ยสฺส อตฺถเต ผลเก นิสีทติ, ตํ คเหตฺวา ผลกสามิกสฺเสว เคเห ปติฏฺฐเปหิ. ตสฺส ปาทปริกมฺมปิฏฺฐิปริกมฺมขาทนียโภชนียสยนานิ สพฺพานิ ผลกสามิกสฺเสว ภาโร ภวิสฺสตี’’ติ. หตฺถี อาคตาคตํ คเหตฺวา ผลกสามิกสฺส เคหํ เนติ, โส ตสฺส ตํ ทิวสํ กตฺตพฺพํ กโรติ.

มฆมาณโว สาลโต อวิทูเร ฐาเน โกวิฬารรุกฺขํ โรปาเปสิ, มูเล จสฺส ปาสาณผลกํ อตฺถริ. นนฺทา นามสฺส ภริยา อวิทูเร โปกฺขรณึ ขณาเปสิ, จิตฺตา มาลาวจฺเฉ โรปาเปสิ, สพฺพเชฏฺฐิกา ปน อาทาสํ คเหตฺวา อตฺตภาวํ มณฺฑยมานาว วิจรติ. มโฆ ตํ อาห – ‘‘ภทฺเท, สุธมฺมา, สาลาย ปตฺติกา ชาตา, นนฺทา โปกฺขรณึ ขณาเปสิ, จิตฺตา มาลาวจฺเฉ โรปาเปสิ. ตว ปน ปุญฺญกมฺมํ นาม นตฺถิ, เอกํ ปุญฺญํ กโรหิ, ภทฺเท’’ติ สา ‘‘ตฺวํ กสฺส การณา กโรสิ, นนุ ตยา กตํ มยฺหเมวา’’ติ วตฺวา อตฺตภาวมณฺฑนเมว อนุยุญฺชติ.

มโฆ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จวิตฺวา ตาวตึสภวเน สกฺโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เตปิ เตตฺตึส คามิกมนุสฺสา กาลงฺกตฺวา เตตฺตึส เทวปุตฺตา หุตฺวา ตสฺเสว สนฺติเก นิพฺพตฺตา. สกฺกสฺส เวชยนฺโต นาม ปาสาโท สตฺต โยชนสตานิ อุคฺคจฺฉิ, ธโช ตีณิ โยชนสตานิ อุคฺคจฺฉิ, โกวิฬารรุกฺขสฺส นิสฺสนฺเทน สมนฺตา ติโยชนสตปริมณฺฑโล ปญฺจทสโยชนปริณาหกฺขนฺโธ ปาริจฺฉตฺตโก นิพฺพตฺติ, ปาสาณผลกสฺส นิสฺสนฺเทน ปาริจฺฉตฺตกมูเล สฏฺฐิโยชนิกา ปณฺฑุกมฺพลสิลา นิพฺพตฺติ. สุธมฺมาย กณฺณิกรุกฺขสฺส นิสฺสนฺเทน ติโยชนสติกา สุธมฺมา เทวสภา นิพฺพตฺติ. นนฺทาย โปกฺขรณิยา นิสฺสนฺเทน ปญฺญาสโยชนา นนฺทา นาม โปกฺขรณี นิพฺพตฺติ. จิตฺตาย มาลาวจฺฉวตฺถุนิสฺสนฺเทน สฏฺฐิโยชนิกํ จิตฺตลตาวนํ นาม อุยฺยานํ นิพฺพตฺติ.

สกฺโก เทวราชา สุธมฺมาย เทวสภาย โยชนิเก สุวณฺณปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติโยชนิเก เสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน เตหิ เทวปุตฺเตหิ ตาหิ เทวกญฺญาหิ อฑฺฒติยาหิ นาฏกโกฏีหิ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ จ ปริวาริโต มหาสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺโต ตา ติสฺโส อิตฺถิโย ทิสฺวา ‘‘อิมา ตาว ปญฺญายนฺติ, สุชาตา กุหิ’’นฺติ โอโลเกนฺโต ‘‘อยํ มม วจนํ อกตฺวา คิริกนฺทราย พกสกุณิกา หุตฺวา นิพฺพตฺตา’’ติ ทิสฺวา เทวโลกโต โอตริตฺวา ตสฺสา สนฺติกํ คโต. สา ทิสฺวาว สญฺชานิตฺวา อโธมุขา ชาตา. ‘‘พาเล, อิทานิ กึ สีสํ น อุกฺขิปสิ? ตฺวํ มม วจนํ อกตฺวา อตฺตภาวเมว มณฺฑยมานา วีตินาเมสิ. สุธมฺมาย จ นนฺทาย จ จิตฺตาย จ มหาสมฺปตฺติ นิพฺพตฺตา, เอหิ อมฺหากํ สมฺปตฺตึ ปสฺสา’’ติ เทวโลกํ เนตฺวา นนฺทาย โปกฺขรณิยา ปกฺขิปิตฺวา ปลฺลงฺเก นิสีทิ.

นาฏกิตฺถิโย ‘‘กุหึ คตตฺถ, มหาราชา’’ติ ปุจฺฉึสุ. โส อนาโรเจตุกาโมปิ ตาหิ นิปฺปีฬิยมาโน ‘‘สุชาตาย สนฺติก’’นฺติ อาห. กุหึ นิพฺพตฺตา, มหาราชาติ? กนฺทรปาเทติ. อิทานิ กุหินฺติ? นนฺทาโปกฺขรณิยํ เม วิสฺสฏฺฐาติ. เอถ, โภ, อมฺหากํ อยฺยํ ปสฺสามาติ สพฺพา ตตฺถ อคมํสุ. สา ปุพฺเพ สพฺพเชฏฺฐิกา หุตฺวา ตา อวมญฺญิตฺถ. อิทานิ ตาปิ ตํ ทิสฺวา – ‘‘ปสฺสถ, โภ อมฺหากํ อยฺยาย มุขํ กกฺกฏกวิชฺฌนสูลสทิส’’นฺติอาทีนิ วทนฺติโย เกฬึ อกํสุ. สา อติวิย อฏฺฏิยมานา สกฺกํ เทวราชานํ อาห – ‘‘มหาราช, อิมานิ สุวณฺณรชตมณิวิมานานิ วา นนฺทาโปกฺขรณี วา มยฺหํ กึ กริสฺสติ, ชาติภูมิเยว มหาราช สตฺตานํ สุขา, มํ ตตฺเถว กนฺทรปาเท วิสฺสชฺเชหี’’ติ. สกฺโก ตํ ตตฺถ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘มม วจนํ กริสฺสสี’’ติ อาห. กริสฺสามิ, มหาราชาติ. ปญฺจ สีลานิ คเหตฺวา อขณฺฑานิ กตฺวา รกฺข, กติปาเหน ตํ เอตาสํ เชฏฺฐิกํ กริสฺสามีติ. สา ตถา อกาสิ.

สกฺโก กติปาหสฺส อจฺจเยน ‘‘สกฺกา นุ โข สีลํ รกฺขิตุ’’นฺติ คนฺตฺวา มจฺฉรูเปน อุตฺตานโก หุตฺวา ตสฺสา ปุรโต อุทกปิฏฺเฐ โอสรติ, สา ‘‘มตมจฺฉโก ภวิสฺสตี’’ติ คนฺตฺวา สีเส อคฺคเหสิ. มจฺโฉ นงฺคุฏฺฐํ จาเลสิ. สา ‘‘ชีวติ มญฺเญ’’ติ อุทเก วิสฺสชฺเชสิ. สกฺโก อากาเส ฐตฺวา ‘‘สาธุ, สาธุ, รกฺขสิ สิกฺขาปทํ, เอวํ ตํ รกฺขมานํ กติปาเหเนว นาฏกานํ เชฏฺฐิกํ กริสฺสามี’’ติ อาห. ตสฺสาปิ ปญฺจ วสฺสสตานิ อายุ อโหสิ. เอกทิวสมฺปิ อุทรปูรํ นาลตฺถํ, สุกฺขิตฺวา ปริสุกฺขิตฺวา มิลายมานาปิ สีลํ อขณฺเฑตฺวา กาลงฺกตฺวา พาราณสิยํ กุมฺภการเคเห นิพฺพตฺติ.

สกฺโก ‘‘กุหึ นิพฺพตฺตา’’ติ โอโลเกนฺโต ทิสฺวา ‘‘ตโต อิธ อาเนตุํ น สกฺกา, ชีวิตวุตฺติมสฺสา ทสฺสามี’’ติ สุวณฺณเอฬาลุกานํ ยานกํ ปูเรตฺวา มชฺเฌ คามสฺส มหลฺลกเวเสน นิสีทิตฺวา ‘‘เอฬาลุกานิ คณฺหถา’’ติ อุกฺกุฏฺฐิมกาสิ. สมนฺตา คามวาสิกา อาคนฺตฺวา ‘‘เทหิ, ตาตา’’ติ อาหํสุ. อหํ สีลรกฺขกานํ เทมิ, ตุเมฺห สีลํ รกฺขถาติ. ตาต มยํ สีลํ นาม กีทิสนฺติปิ น ชานาม, มูเลน เทหีติ. ‘‘สีลรกฺขกานํเยว ทมฺมี’’ติ อาห. ‘‘เอถ, เร โกสิ อยํ เอฬาลุกมหลฺลโก’’ติ สพฺเพ นิวตฺตึสุ.

สา ทาริกา ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, ตุเมฺห เอฬาลุกตฺถาย คตา ตุจฺฉหตฺถาว อาคตา’’ติ. โกสิ, อมฺม, เอฬาลุกมหลฺลโก ‘‘อหํ สีลรกฺขกานํ ทมฺมี’’ติ วทติ, นูนิมสฺส ทาริกา สีลํ ขาทิตฺวา วตฺตนฺติ, มยํ สีลเมว น ชานามาติ. สา ‘‘มยฺหํ อานีตํ ภวิสฺสตี’’ติ คนฺตฺวา ‘‘เอฬาลุกํ, ตาต, เทหี’’ติ อาห. ‘‘ตฺวํ สีลานิ รกฺขสิ อมฺมา’’ติ? ‘‘อาม, ตาต รกฺขามี’’ติ. อิทํ มยา ตุยฺหเมว อาภตนฺติ เคหทฺวาเร ยาเนน สทฺธึ ฐเปตฺวา ปกฺกามิ. สาปิ ยาวชีวํ สีลํ รกฺขิตฺวา จวิตฺวา เวปจิตฺติอสุรสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สีลนิสฺสนฺเทน ปาสาทิกา อโหสิ. โส ‘‘ธีตุวิวาหมงฺคลํ กริสฺสามี’’ติ อสุเร สนฺนิปาเตสิ.

สกฺโก ‘‘กุหึ นิพฺพตฺตา’’ติ โอโลเกนฺโต ‘‘อสุรภวเน นิพฺพตฺตา, อชฺชสฺสา วิวาหมงฺคลํ กริสฺสนฺตี’’ติ ทิสฺวา ‘‘อิทานิ ยํกิญฺจิ กตฺวา อาเนตพฺพา มยา’’ติ อสุรวณฺณํ นิมฺมินิตฺวา คนฺตฺวา อสุรานํ อนฺตเร อฏฺฐาสิ. ‘‘ตว สามิกํ วเทหี’’ติ ตสฺสา หตฺเถ ปิตา ปุปฺผทามํ อทาสิ ‘‘ยํ อิจฺฉสิ, ตสฺสูปริ ขิปาหี’’ติ. สา โอโลเกนฺตี สกฺกํ ทิสฺวา ปุพฺพสนฺนิวาเสน สญฺชาตสิเนหา ‘‘อยํ เม สามิโก’’ติ ตสฺสูปริ ทามํ ขิปิ. โส ตํ พาหาย คเหตฺวา อากาเส อุปฺปติ, ตสฺมึ ขเณ อสุรา สญฺชานึสุ. เต ‘‘คณฺหถ, คณฺหถ, ชรสกฺกํ, เวริโก อมฺหากํ, น มยํ เอตสฺส ทาริกํ ทสฺสามา’’ติ อนุพนฺธึสุ. เวปจิตฺติ ปุจฺฉิ ‘‘เกนาหฏา’’ติ? ‘‘ชรสกฺเกน มหาราชา’’ติ. ‘‘อวเสเสสุ อยเมว เสฏฺโฐ, อเปถา’’ติ อาห. สกฺโก นํ เนตฺวา อฑฺฒติยโกฏินาฏกานํ เชฏฺฐิกฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา สกฺกํ วรํ ยาจิ – ‘‘มหาราช, มยฺหํ อิมสฺมึ เทวโลเก มาตา วา ปิตา วา ภาตา วา ภคินี วา นตฺถิ, ยตฺถ ยตฺถ คจฺฉสิ, ตตฺถ ตตฺถ มํ คเหตฺวาว คจฺฉ มหาราชา’’ติ. สกฺโก ‘‘สาธู’’ติ ปฏิญฺญํ อทาสิ.

เอวํ มจลคามเก มฆมาณวกาลโต ปฏฺฐาย วิสุทฺธภาวมสฺส สมฺปสฺสนฺโต ภควา ‘‘ทีฆรตฺตํ วิสุทฺโธ โข อยํ ยกฺโข’’ติ อาห. อตฺถสญฺหิตนฺติ อตฺถนิสฺสิตํ การณนิสฺสิตํ.

ปญฺหเวยฺยากรณวณฺณนา

๓๕๗. กึ สํโยชนาติ กึ พนฺธนา, เกน พนฺธเนน พทฺธา หุตฺวา. ปุถุกายาติ พหุชนา. อเวราติ อปฺปฏิฆา. อทณฺฑาติ อาวุธทณฺฑธนทณฺฑวินิมุตฺตา. อสปตฺตาติ อปจฺจตฺถิกา. อพฺยาปชฺชาติ วิคตโทมนสฺสา. วิหเรมุ อเวริโนติ อโห วต เกนจิ สทฺธึ อเวริโน วิหเรยฺยาม, กตฺถจิ โกปํ น อุปฺปาเทตฺวา อจฺฉราย คหิตกํ ชงฺฆสหสฺเสน สทฺธึ ปริภุญฺเชยฺยามาติ ทานํ ทตฺวา ปูชํ กตฺวา จ ปตฺถยนฺติ. อิติ จ เนสํ โหตีติ เอวญฺจ เนสํ อยํ ปตฺถนา โหติ. อถ จ ปนาติ เอวํ ปตฺถนาย สติปิ.

อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนาติ ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา อิสฺสา, อตฺตสมฺปตฺติยา ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหนลกฺขณํ มจฺฉริยํ, อิสฺสา จ มจฺฉริยญฺจ สํโยชนํ เอเตสนฺติ อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนา. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปน อิสฺสามจฺฉริยานิ อภิธมฺเม วุตฺตาเนว.

อาวาสมจฺฉริเยน ปเนตฺถ ยกฺโข วา เปโต วา หุตฺวา ตสฺเสว อาวาสสฺส สงฺการํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา วิจรติ. กุลมจฺฉริเยน ตสฺมึ กุเล อญฺเญสํ ทานาทีนิ กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘ภินฺนํ วติทํ กุลํ มมา’’ติ จินฺตยโต โลหิตมฺปิ มุขโต อุคฺคจฺฉติ, กุจฺฉิวิเรจนมฺปิ โหติ, อนฺตานิปิ ขณฺฑาขณฺฑานิ หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. ลาภมจฺฉริเยน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา สนฺตเก ลาเภ มจฺฉรายิตฺวา ปุคฺคลิกปริโภเคน ปริภุญฺชิตฺวา ยกฺโข วา เปโต วา มหาอชคโร วา หุตฺวา นิพฺพตฺตติ. สรีรวณฺณคุณวณฺณมจฺฉริเยน ปน ปริยตฺติธมฺมมจฺฉริเยน จ อตฺตโนว วณฺณํ วณฺเณติ, น ปเรสํ วณฺณํ, ‘‘กึ วณฺโณ เอโส’’ติ ตํ ตํ โทสํ วทนฺโต ปริยตฺติญฺจ กสฺสจิ กิญฺจิ อเทนฺโต ทุพฺพณฺโณ เจว เอฬมูโค จ โหติ.

อปิจ อาวาสมจฺฉริเยน โลหเคเห ปจฺจติ. กุลมจฺฉริเยน อปฺปลาโภ โหติ. ลาภมจฺฉริเยน คูถนิรเย นิพฺพตฺตติ. วณฺณมจฺฉริเยน ภเว นิพฺพตฺตสฺส วณฺโณ นาม น โหติ. ธมฺมมจฺฉริเยน กุกฺกุฬนิรเย นิพฺพตฺตติ. อิทํ ปน อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนํ โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียติ. ยาว ตํ นปฺปหียติ, ตาว เทวมนุสฺสา อเวรตาทีนิ ปตฺถยนฺตาปิ เวราทีหิ น ปริมุจฺจนฺติเยว.

ติณฺณา เมตฺถ กงฺขาติ เอตสฺมึ ปเญฺห มยา ตุมฺหากํ วจนํ สุตฺวา กงฺขา ติณฺณาติ วทติ, น มคฺควเสน ติณฺณกงฺขตํ ทีเปติ. วิคตา กถํกถาติ อิทํ กถํ, อิทํ กถนฺติ อยมฺปิ กถํกถา วิคตา.

๓๕๘. นิทานาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. ปิยาปฺปิยนิทานนฺติ ปิยสตฺตสงฺขารนิทานํ มจฺฉริยํ, อปฺปิยสตฺตสงฺขารนิทานา อิสฺสา. อุภยํ วา อุภยนิทานํ. ปพฺพชิตสฺส หิ สทฺธิวิหาริกาทโย, คหฏฺฐสฺส ปุตฺตาทโย หตฺถิอสฺสาทโย วา สตฺตา ปิยา โหนฺติ เกฬายิตา มมายิตา, มุหุตฺตมฺปิ เต อปสฺสนฺโต อธิวาเสตุํ น สกฺโกติ. โส อญฺญํ ตาทิสํ ปิยสตฺตํ ลภนฺตํ ทิสฺวา อิสฺสํ กโรติ. ‘‘อิมินา อมฺหากํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, มุหุตฺตํ ตาว นํ เทถา’’ติ ตเมว อญฺเญหิ ยาจิโต ‘‘น สกฺกา ทาตุํ, กิลมิสฺสติ วา อุกฺกณฺฐิสฺสติ วา’’ติอาทีนิ วตฺวา มจฺฉริยํ กโรติ. เอวํ ตาว อุภยมฺปิ ปิยสตฺตนิทานํ โหติ. ภิกฺขุสฺส ปน ปตฺตจีวรปริกฺขารชาตํ, คหฏฺฐสฺส วา อลงฺการาทิอุปกรณํ ปิยํ โหติ มนาปํ, โส อญฺญสฺส ตาทิสํ อุปฺปชฺชมานํ ทิสฺวา ‘‘อโห วตสฺส เอวรูปํ น ภเวยฺยา’’ติ อิสฺสํ กโรติ, ยาจิโต วาปิ ‘‘มยมฺเปตํ มมายนฺตา น ปริภุญฺชาม, น สกฺกา ทาตุ’’นฺติ มจฺฉริยํ กโรติ. เอวํ อุภยมฺปิ ปิยสงฺขารนิทานํ โหติ. อปฺปิเย ปน เต วุตฺตปฺปกาเร สตฺเต จ สงฺขาเร จ ลภิตฺวา สเจปิสฺส เต อมนาปา โหนฺติ, ตถาปิ กิเลสานํ วิปรีตวุตฺติตาย ‘‘ฐเปตฺวา มํ โก อญฺโญ เอวรูปสฺส ลาภี’’ติ อิสฺสํ วา กโรติ, ยาจิโต ตาวกาลิกมฺปิ อททมาโน มจฺฉริยํ วา กโรติ. เอวํ อุภยมฺปิ อปฺปิยสตฺตสงฺขารนิทานํ โหติ.

ฉนฺทนิทานนฺติ เอตฺถ ปริเยสนฉนฺโท, ปฏิลาภฉนฺโท, ปริโภคฉนฺโท, สนฺนิธิฉนฺโท, วิสฺสชฺชนฉนฺโทติ ปญฺจวิโธ ฉนฺโท.

กตโม ปริเยสนฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต รูปํ ปริเยสติ, สทฺทํ. คนฺธํ. รสํ. โผฏฺฐพฺพํ ปริเยสติ, ธนํ ปริเยสติ. อยํ ปริเยสนฉนฺโท.

กตโม ปฏิลาภฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต รูปํ ปฏิลภติ, สทฺทํ. คนฺธํ. รสํ. โผฏฺฐพฺพํ ปฏิลภติ, ธนํ ปฏิลภติ. อยํ ปฏิลาภฉนฺโท.

กตโม ปริโภคฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต รูปํ ปริภุญฺชติ, สทฺทํ. คนฺธํ. รสํ. โผฏฺฐพฺพํ ปริภุญฺชติ, ธนํ ปริภุญฺชติ. อยํ ปริโภคฉนฺโท.

กตโม สนฺนิธิฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต ธนสนฺนิจยํ กโรติ ‘‘อาปทาสุ ภวิสฺสตี’’ติ. อยํ สนฺนิธิฉนฺโท.

กตโม วิสฺสชฺชนฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต ธนํ วิสฺสชฺเชติ, หตฺถาโรหานํ, อสฺสาโรหานํ, รถิกานํ, ธนุคฺคหานํ – ‘‘อิเม มํ รกฺขิสฺสนฺติ โคปิสฺสนฺติ มมายิสฺสนฺติ สมฺปริวารยิสฺสนฺตี’’ติ. อยํ วิสฺสชฺชนฉนฺโท. อิเม ปญฺจ ฉนฺทา. อิธ ตณฺหามตฺตเมว, ตํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ.

วิตกฺกนิทาโนติ เอตฺถ ‘‘ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๑๐) เอวํ วุตฺโต วินิจฺฉยวิตกฺโก วิตกฺโก นาม. วินิจฺฉโยติ เทฺว วินิจฺฉยา ตณฺหาวินิจฺฉโย จ, ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย จ. อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตํ ตณฺหาวินิจฺฉโย นาม. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย นามาติ เอวํ วุตฺตตณฺหาวินิจฺฉยวเสน หิ อิฏฺฐานิฏฺฐปิยาปฺปิยววตฺถานํ น โหติ. ตเทว หิ เอกจฺจสฺส อิฏฺฐํ โหติ, เอกจฺจสฺส อนิฏฺฐํ ปจฺจนฺตราชมชฺฌิมเทสราชูนํ คณฺฑุปฺปาทมิคมํสาทีสุ วิย. ตสฺมึ ปน ตณฺหาวินิจฺฉยวินิจฺฉิเต ปฏิลทฺธวตฺถุสฺมึ ‘‘เอตฺตกํ รูปสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ สทฺทสฺส, เอตฺตกํ คนฺธสฺส, เอตฺตกํ รสสฺส, เอตฺตกํ โผฏฺฐพฺพสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ มยฺหํ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ปรสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ นิทหิสฺสามิ, เอตฺตกํ ปรสฺส ทสฺสามี’’ติ ววตฺถานํ วิตกฺกวินิจฺฉเยน โหติ. เตนาห ‘‘ฉนฺโท โข, เทวานมินฺท, วิตกฺกนิทาโน’’ติ.

ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิทาโนติ ตโย ปปญฺจา ตณฺหาปปญฺโจ, มานปปญฺโจ, ทิฏฺฐิปปญฺโจติ. ตตฺถ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตํ ตณฺหาปปญฺโจ นาม. นววิโธ มาโน มานปปญฺโจ นาม. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิปปญฺโจ นาม. เตสุ อิธ ตณฺหาปปญฺโจ อธิปฺเปโต. เกนฏฺเฐน ปปญฺโจ? มตฺตปมตฺตาการปาปนฏฺเฐน ปปญฺโจ. ตํสมฺปยุตฺตา สญฺญา ปปญฺจสญฺญา. สงฺขา วุจฺจติ โกฏฺฐาโส ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ วิย. อิติ ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิทาโนติ ปปญฺจสญฺญาโกฏฺฐาสนิทาโน วิตกฺโกติ อตฺโถ.

ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิโรธสารุปฺปคามินินฺติ เอติสฺสา ปปญฺจสญฺญาสงฺขาย ขยา นิโรโธ วูปสโม, ตสฺส สารุปฺปญฺเจว ตตฺถ คามินึ จาติ สห วิปสฺสนาย มคฺคํ ปุจฺฉติ.

เวทนากมฺมฏฺฐานวณฺณนา

๓๕๙. อถสฺส ภควา โสมนสฺสํปาหนฺติ ติสฺโส เวทนา อารภิ. กึ ปน ภควตา ปุจฺฉิตํ กถิตํ, อปุจฺฉิตํ, สานุสนฺธิกํ, อนนุสนฺธิกนฺติ? ปุจฺฉิตเมว กถิตํ, โน อปุจฺฉิตํ, สานุสนฺธิกเมว, โน อนนุสนฺธิกํ. เทวตานญฺหิ รูปโต อรูปํ ปากฏตรํ, อรูเปปิ เวทนา ปากฏตรา. กสฺมา? เทวตานญฺหิ กรชกายํ สุขุมํ, กมฺมชํ พลวํ, กรชกายสฺส สุขุมตฺตา, กมฺมชสฺส พลวตฺตา เอกาหารมฺปิ อติกฺกมิตฺวา น ติฏฺฐนฺติ, อุณฺหปาสาเณ ฐปิตสปฺปิปิณฺฑิ วิย วิลียนฺตีติ สพฺพํ พฺรหฺมชาเล วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตสฺมา ภควา สกฺกสฺส ติสฺโส เวทนา อารภิ. ทุวิธญฺหิ กมฺมฏฺฐานํ – รูปกมฺมฏฺฐานํ, อรูปกมฺมฏฺฐานญฺจ. รูปปริคฺคโห, อรูปปริคฺคโหติปิ เอตเทว วุจฺจติ. ตตฺถ ภควา ยสฺส รูปํ ปากฏํ, ตสฺส สงฺเขปมนสิการวเสน วา วิตฺถารมนสิการวเสน วา จตุธาตุววตฺถานํ วิตฺถาเรนฺโต รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถติ. ยสฺส อรูปํ ปากฏํ, ตสฺส อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถติ. กเถนฺโต จ ตสฺส วตฺถุภูตํ รูปกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวาว กเถติ, เทวานํ ปน อรูปกมฺมฏฺฐานํ ปากฏนฺติ อรูปกมฺมฏฺฐานวเสน เวทนา อารภิ.

ติวิโธ หิ อรูปกมฺมฏฺฐาเน อภินิเวโส – ผสฺสวเสน, เวทนาวเสน, จิตฺตวเสนาติ. กถํ? เอกจฺจสฺส หิ สงฺขิตฺเตน วา วิตฺถาเรน วา ปริคฺคหิเต รูปกมฺมฏฺฐาเน ตสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตเจตสิกานํ ปฐมาภินิปาโต ตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโต อุปฺปชฺชมาโน ผสฺโส ปากโฏ โหติ. เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ อนุภวนฺตี อุปฺปชฺชมานา เวทนา ปากฏา โหติ. เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ ปริคฺคเหตฺวา ตํ วิชานนฺตํ อุปฺปชฺชมานํ วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ.

ตตฺถ ยสฺส ผสฺโส ปากโฏ โหติ, โสปิ น เกวลํ ผสฺโสว อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ ตเทว อารมฺมณํ อนุภวมานา เวทนาปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานมานํ วิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตีติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ. ยสฺส เวทนา ปากฏา โหติ, โสปิ น เกวลํ เวทนาว อุปฺปชฺชติ, ตาย สทฺธึ ตเทว อารมฺมณํ ผุสมาโน ผสฺโสปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานมานํ วิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตีติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ. ยสฺส วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ, โสปิ น เกวลํ วิญฺญาณเมว อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ ตเทวารมฺมณํ ผุสมาโน ผสฺโสปิ อุปฺปชฺชติ, อนุภวมานา เวทนาปิ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ อุปฺปชฺชตีติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ.

โส ‘‘อิเม ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา กึ นิสฺสิตา’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘วตฺถุนิสฺสิตา’’ติ ปชานาติ. วตฺถุ นาม กรชกาโย, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อิทญฺจ ปน เม วิญฺญาณํ เอตฺถ สิตํ เอตฺถ ปฏิพทฺธ’’นฺติ. โส อตฺถโต ภูตานิ เจว อุปาทารูปานิ จ. เอวเมตฺถ วตฺถุ รูปํ, ผสฺสปญฺจมกา นามนฺติ นามรูปมตฺตเมว ปสฺสติ. รูปญฺเจตฺถ รูปกฺขนฺโธ, นามํ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ ปญฺจกฺขนฺธมตฺตํ โหติ. นามรูปวินิมุตฺตา หิ ปญฺจกฺขนฺธา, ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ วา นามรูปํ นตฺถิ. โส ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา กึ เหตุกา’’ติ อุปปริกฺขนฺโต ‘‘อวิชฺชาทิเหตุกา’’ติ ปสฺสติ. ตโต ‘‘ปจฺจโย เจว ปจฺจยุปฺปนฺนญฺจ อิทํ, อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถิ, สุทฺธสงฺขารปุญฺชมตฺตเมวา’’ติ สปฺปจฺจยนามรูปวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ สมฺมสนฺโต วิจรติ, โส อชฺช อชฺชาติ ปฏิเวธํ อากงฺขมาโน ตถารูเป ทิวเส อุตุสปฺปายํ, ปุคฺคลสปฺปายํ, โภชนสปฺปายํ, ธมฺมสวนสปฺปายํ วา ลภิตฺวา เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโนว วิปสฺสนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอวมิเมสมฺปิ ติณฺณํ ชนานํ ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ โหติ.

อิธ ปน ภควา อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เวทนาสีเสน กเถสิ. ผสฺสวเสน หิ วิญฺญาณวเสน วา กถิยมานํ เอตสฺส น ปากฏํ โหติ, อนฺธการํ วิย ขายติ. เวทนาวเสน ปน ปากฏํ โหติ. กสฺมา? เวทนานํ อุปฺปตฺติยา ปากฏตาย. สุขทุกฺขเวทนานญฺหิ อุปฺปตฺติ ปากฏา. ยทา สุขํ อุปฺปชฺชติ, ตทา สกลํ สรีรํ โขเภนฺตํ มทฺทนฺตํ ผรมานํ อภิสนฺทยมานํ สตโธตสปฺปึ ขาทาปยนฺตํ วิย, สตปากเตลํ มกฺขยมานํ วิย, ฆฏสหสฺเสน ปริฬาหํ นิพฺพาปยมานํ วิย, ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติ วาจํ นิจฺฉารยมานเมว อุปฺปชฺชติ. ยทา ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตทา สกลสรีรํ โขเภนฺตํ มทฺทนฺตํ ผรมานํ อภิสนฺทยมานํ ตตฺตผาลํ ปเวเสนฺตํ วิย, วิลีนตมฺพโลเหน อาสิญฺจนฺตํ วิย, สุกฺขติณวนปฺปติมฺหิ อรญฺเญ ทารุอุกฺกากลาปํ ขิปมานํ วิย ‘‘อโห ทุกฺขํ, อโห ทุกฺข’’นฺติ วิปฺปลาปยมานเมว อุปฺปชฺชติ. อิติ สุขทุกฺขเวทนานํ อุปฺปตฺติ ปากฏา โหติ.

อทุกฺขมสุขา ปน ทุทฺทีปนา อนฺธกาเรน วิย อภิภูตา. สา สุขทุกฺขานํ อปคเม สาตาสาตปฏิกฺเขปวเสน มชฺฌตฺตาการภูตา อทุกฺขมสุขา เวทนาติ นยโต คณฺหนฺตสฺส ปากฏา โหติ. ยถา กึ? ยถา อนฺตรา ปิฏฺฐิปาสาณํ อารุหิตฺวา ปลาตสฺส มิคสฺส อนุปทํ คจฺฉนฺโต มิคลุทฺทโก ปิฏฺฐิปาสาณสฺส โอรภาเคปิ ปรภาเคปิ ปทํ ทิสฺวา มชฺเฌ อปสฺสนฺโตปิ ‘‘อิโต อารุโฬฺห, อิโต โอรุโฬฺห, มชฺเฌ ปิฏฺฐิปาสาเณ อิมินา ปเทเสน คโต ภวิสฺสตี’’ติ นยโต ชานาติ. เอวํ อารุฬฺหฏฺฐาเน ปทํ วิย หิ สุขเวทนาย อุปฺปตฺติ ปากฏา โหติ, โอรุฬฺหฏฺฐาเน ปทํ วิย ทุกฺขเวทนาย อุปฺปตฺติ ปากฏา โหติ, อิโต อารุยฺห, อิโต โอรุยฺห, มชฺเฌ เอวํ คโตติ นยโต คหณํ วิย สุขทุกฺขานํ อปคเม สาตาสาตปฏิกฺเขปวเสน มชฺฌตฺตาการภูตา อทุกฺขมสุขา เวทนาติ นยโต คณฺหนฺตสฺส ปากฏา โหติ. เอวํ ภควา ปฐมํ รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ปจฺฉา อรูปกมฺมฏฺฐานํ เวทนาวเสน นิวตฺเตตฺวา ทสฺเสสิ.

น เกวลญฺจ อิเธว เอวํ ทสฺเสสิ, มหาสติปฏฺฐาเน, มชฺฌิมนิกายมฺหิ สติปฏฺฐาเน, จูฬตณฺหาสงฺขเย, มหาตณฺหาสงฺขเย, จูฬเวทลฺลสุตฺเต, มหาเวทลฺลสุตฺเต, รฏฺฐปาลสุตฺเต, มาคณฺฑิยสุตฺเต, ธาตุวิภงฺเค, อาเนญฺชสปฺปาเย, สกเล เวทนาสํยุตฺเตติ เอวํ อเนเกสุ สุตฺตนฺเตสุ ปฐมํ รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ปจฺฉา อรูปกมฺมฏฺฐานํ เวทนาวเสน นิวตฺเตตฺวา ทสฺเสสิ. ยถา จ เตสุ เตสุ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ สกฺกปเญฺห ปฐมํ รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ปจฺฉา อรูปกมฺมฏฺฐานํ เวทนาวเสน นิวตฺเตตฺวา ทสฺเสสิ. รูปกมฺมฏฺฐานํ ปเนตฺถ เวทนาย อารมฺมณมตฺตกํเยว สงฺขิตฺตํ, ตสฺมา ปาฬิยํ นารุฬฺหํ ภวิสฺสติ.

๓๖๐. อรูปกมฺมฏฺฐาเน ยํ ตสฺส ปากฏํ เวทนาวเสน อภินิเวสมุขํ, ตเมว ทสฺเสตุํ โสมนสฺสํปาหํ, เทวานมินฺทาติอาทิมาห. ตตฺถ ทุวิเธนาติ ทฺวิวิเธน, ทฺวีหิ โกฏฺฐาเสหีติ อตฺโถ. เอวรูปํ โสมนสฺสํ น เสวิตพฺพนฺติ เอวรูปํ เคหสิตโสมนสฺสํ น เสวิตพฺพํ. เคหสิตโสมนสฺสํ นาม ‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ เคหสิตานิ โสมนสฺสานิ? จกฺขุวิญฺเญยฺยานํ รูปานํ อิฏฺฐานํ กนฺตานํ มนาปานํ มโนรมานํ โลกามิสปฏิสํยุตฺตานํ ปฏิลาภํ วา ปฏิลาภโต สมนุปสฺสโต, ปุพฺเพ วา ปฏิลทฺธปุพฺพํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ สมนุสฺสรโต อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสํ, ยํ เอวรูปํ โสมนสฺสํ, อิทํ วุจฺจติ เคหสิตํ โสมนสฺส’’นฺติ เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ วุตฺตกามคุณนิสฺสิตํ โสมนสฺสํ (ม. นิ. ๓.๓๐๖).

เอวรูปํ โสมนสฺสํ เสวิตพฺพนฺติ เอวรูปํ เนกฺขมฺมสิตํ โสมนสฺสํ เสวิตพฺพํ. เนกฺขมฺมสิตํ โสมนสฺสํ นาม – ‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานิ โสมนสฺสานิ? รูปานํ เตฺวว อนิจฺจตํ วิทิตฺวา วิปริณามวิราคนิโรธํ ปุพฺเพ เจว รูปา เอตรหิ จ สพฺเพ เต รูปา อนิจฺจา, ทุกฺขา, วิปริณามธมฺมาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสํ, ยํ เอวรูปํ โสมนสฺสํ, อิทํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมสิตํ โสมนสฺส’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๐๘) เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตุํ สกฺโกนฺตสฺส ‘‘อุสฺสุกฺกิตา เม วิปสฺสนา’’ติ โสมนสฺสชาตสฺส อุปฺปนฺนํ โสมนสฺสํ. เสวิตพฺพนฺติ อิทํ เนกฺขมฺมวเสน, วิปสฺสนาวเสน, อนุสฺสติวเสน, ปฐมชฺฌานาทิวเสน จ อุปฺปชฺชนกโสมนสฺสํ เสวิตพฺพํ นาม.

ตตฺถ ยํ เจ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ตสฺมิมฺปิ เนกฺขมฺมสิเต โสมนสฺเส ยํ เนกฺขมฺมวเสน, วิปสฺสนาวเสน, อนุสฺสติวเสน, ปฐมชฺฌานวเสน จ อุปฺปนฺนํ สวิตกฺกํ สวิจารํ โสมนสฺสนฺติ ชาเนยฺย. ยํ เจ อวิตกฺกํ อวิจารนฺติ ยํ ปน ทุติยตติยชฺฌานวเสน อุปฺปนฺนํ อวิตกฺกํ อวิจารํ โสมนสฺสนฺติ ชาเนยฺย. เย อวิตกฺเก อวิจาเร, เต ปณีตตเรติ เอเตสุปิ ทฺวีสุ ยํ อวิตกฺกํ อวิจารํ, ตํ ปณีตตรนฺติ อตฺโถ.

อิมินา กึ กถิตํ โหติ? ทฺวินฺนํ อรหตฺตํ กถิตํ. กถํ? เอโก กิร ภิกฺขุ สวิตกฺกสวิจาเร โสมนสฺเส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ‘‘อิทํ โสมนสฺสํ กึ นิสฺสิต’’นฺติ อุปธาเรนฺโต ‘‘วตฺถุนิสฺสิต’’นฺติ ปชานาตีติ ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนเยเนว อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอโก อวิตกฺกอวิจาเร โสมนสฺเส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. ตตฺถ อภินิวิฏฺฐโสมนสฺเสสุปิ สวิตกฺกสวิจารโต อวิตกฺกอวิจารํ ปณีตตรํ. สวิตกฺกสวิจารโสมนสฺสวิปสฺสนาโตปิ อวิตกฺกอวิจารวิปสฺสนา ปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารโสมนสฺสผลสมาปตฺติโตปิ อวิตกฺกอวิจารโสมนสฺสผลสมาปตฺติเยว ปณีตตรา. เตนาห ภควา ‘‘เย อวิตกฺเก อวิจาเร, เต ปณีตตเร’’ติ.

๓๖๑. เอวรูปํ โทมนสฺสํ น เสวิตพฺพนฺติ เอวรูปํ เคหสิตโทมนสฺสํ น เสวิตพฺพํ. เคหสิตโทมนสฺสํ นาม – ‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ เคหสิตานิ โทมนสฺสานิ? จกฺขุวิญฺเญยฺยานํ รูปานํ อิฏฺฐานํ กนฺตานํ มนาปานํ มโนรมานํ โลกามิสปฏิสํยุตฺตานํ อปฺปฏิลาภํ วา อปฺปฏิลาภโต สมนุปสฺสโต ปุพฺเพ วา อปฏิลทฺธปุพฺพํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิปริณตํ สมนุสฺสรโต อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ, ยํ เอวรูปํ โทมนสฺสํ, อิทํ วุจฺจติ เคหสิตโทมนสฺส’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๐๗). เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมณํ นานุภวึ, นานุภวิสฺสามิ, นานุภวามีติ วิตกฺกยโต อุปฺปนฺนํ กามคุณนิสฺสิตํ โทมนสฺสํ.

เอวรูปํ โทมนสฺสํ เสวิตพฺพนฺติ เอวรูปํ เนกฺขมฺมสิตโทมนสฺสํ เสวิตพฺพํ. เนกฺขมฺมสิตโทมนสฺสํ นาม – ‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานิ โทมนสฺสานิ? รูปานํ เตฺวว อนิจฺจตํ วิทิตฺวา วิปริณามวิราคนิโรธํ ปุพฺเพ เจว รูปา เอตรหิ จ สพฺเพ เต รูปา อนิจฺจา, ทุกฺขา, วิปริณามธมฺมาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺปปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐาเปติ ‘กุทาสฺสุ นามาหํ ตทายตนํ, อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามิ, ยทริยา เอตรหิ อายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’ติ. อิติ อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐาปยโต อุปฺปชฺชติ ปิหปจฺจยา โทมนสฺสํ, ยํ เอวรูปํ โทมนสฺสํ, อิทํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมสิตโทมนสฺส’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๐๗) เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนุตฺตรวิโมกฺขสงฺขาตอริยผลธมฺเมสุ ปิหํ อุปฏฺฐเปตฺวา ตทธิคมาย อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตุมสกฺโกนฺตสฺส อิมมฺปิ ปกฺขํ, อิมมฺปิ มาสํ, อิมมฺปิ สํวจฺฉรํ วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยภูมึ ปาปุณิตุํ นาสกฺขินฺติ อนุโสจโต อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสํ. เสวิตพฺพนฺติ อิทํ เนกฺขมฺมวเสน, วิปสฺสนาวเสน, อนุสฺสติวเสน, ปฐมชฺฌานาทิวเสน จ อุปฺปชฺชนกโทมนสฺสํ เสวิตพฺพํ นาม.

ตตฺถ ยํ เจ สวิตกฺกสวิจารนฺติ ตสฺมิมฺปิ ทุวิเธ โทมนสฺเส เคหสิตโทมนสฺสเมว สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสํ นาม. เนกฺขมฺมวเสน, วิปสฺสนาวเสน, อนุสฺสติวเสน, ปฐมทุติยชฺฌานวเสน จ อุปฺปนฺนโทมนสฺสํ ปน อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺสนฺติ เวทิตพฺพํ. นิปฺปริยาเยน ปน อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺสํ นาม นตฺถิ. โทมนสฺสินฺทฺริยญฺหิ เอกํเสน อกุสลญฺเจว สวิตกฺกสวิจารญฺจ, เอตสฺส ปน ภิกฺขุโน มญฺญนวเสน สวิตกฺกสวิจารนฺติ จ อวิตกฺกอวิจารนฺติ จ วุตฺตํ.

ตตฺรายํ นโย – อิธ ภิกฺขุ โทมนสฺสปจฺจยภูเต สวิตกฺกสวิจารธมฺเม อวิตกฺกอวิจารธมฺเม จ โทมนสฺสปจฺจยา เอว อุปฺปนฺเน มคฺคผลธมฺเม จ อญฺเญสํ ปฏิปตฺติทสฺสนวเสน โทมนสฺสนฺติ คเหตฺวา ‘‘กทา นุ โข เม สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเส วิปสฺสนา ปฏฺฐปิตา ภวิสฺสติ, กทา อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺเส’’ติ จ ‘‘กทา นุ โข เม สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสผลสมาปตฺติ นิพฺพตฺติตา ภวิสฺสติ, กทา อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺสผลสมาปตฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา เตมาสิกํ, ฉมาสิกํ, นวมาสิกํ วา ปฏิปทํ คณฺหาติ. เตมาสิกํ คเหตฺวา ปฐมมาเส เอกํ ยามํ ชคฺคติ, เทฺว ยาเม นิทฺทาย โอกาสํ กโรติ, มชฺฌิเม มาเส เทฺว ยาเม ชคฺคติ, เอกํ ยามํ นิทฺทาย โอกาสํ กโรติ, ปจฺฉิมมาเส จงฺกมนิสชฺชาเยว ยาเปติ. เอวํ เจ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ปาปุณาติ, วิเสเสตฺวา ฉมาสิกํ คณฺหาติ. ตตฺราปิ เทฺว เทฺว มาเส วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺโต วิเสเสตฺวา นวมาสิกํ คณฺหาติ. ตตฺราปิ ตโย ตโย มาเส ตเถว ปฏิปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ‘‘น ลทฺวํ วต เม สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรตุ’’นฺติ อาวชฺชโต โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ คามนฺตปพฺภารวาสีมหาสีวตฺเถรสฺส วิย.

มหาสีวตฺเถรวตฺถุ

เถโร กิร อฏฺฐารส มหาคเณ วาเจสิ. ตสฺโสวาเท ฐตฺวา ตึสสหสฺสา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อเถโก ภิกฺขุ ‘‘มยฺหํ ตาว อพฺภนฺตเร คุณา อปฺปมาณา, กีทิสา นุ โข เม อาจริยสฺส คุณา’’ติ อาวชฺชนฺโต ปุถุชฺชนภาวํ ปสฺสิตฺวา ‘‘อมฺหากํ อาจริโย อญฺเญสํ อวสฺสโย โหติ, อตฺตโน ภวิตุํ น สกฺโกติ, โอวาทมสฺส ทสฺสามี’’ติ อากาเสน คนฺตฺวา วิหารสมีเป โอตริตฺวา ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺนํ อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตํ ทสฺเสตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

เถโร – ‘‘กึ การณา อาคโตสิ ปิณฺฑปาติกา’’ติ อาห. เอกํ อนุโมทนํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโตสฺมิ, ภนฺเตติ. โอกาโส น ภวิสฺสติ, อาวุโสติ? วิตกฺกมาฬเก ฐิตกาเล ปุจฺฉิสฺสามิ, ภนฺเตติ. ตสฺมึ ฐาเน อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ภิกฺขาจารมคฺเค, ภนฺเตติ. ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ทุปฏฺฏนิวาสนฏฺฐาเน, สงฺฆาฏิปารุปนฏฺฐาเน, ปตฺตนีหรณฏฺฐาเน, คาเม จริตฺวา อาสนสาลายํ ยาคุปีตกาเล, ภนฺเตติ. ตตฺถ อฏฺฐกถาเถรา อตฺตโน กงฺขํ วิโนเทนฺติ, อาวุโสติ. อนฺโตคามโต นิกฺขนฺตกาเล ปุจฺฉิสฺสามิ, ภนฺเตติ. ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺติ, อาวุโสติ. อนฺตรามคฺเค, ภนฺเต, โภชนสาลายํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน, ภนฺเต, ทิวาฏฺฐาเน, ปาทโธวนกาเล, มุขโธวนกาเล, ภนฺเตติ? ตทา อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ตโต ปฏฺฐาย ยาว อรุณา อปเร ปุจฺฉนฺติ, อาวุโสติ. ทนฺตกฏฺฐํ คเหตฺวา มุขโธวนตฺถํ คมนกาเล, ภนฺเตติ? ตทา อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. มุขํ โธวิตฺวา อาคมนกาเล, ภนฺเตติ? ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. เสนาสนํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนกาเล, ภนฺเตติ? ตตฺราปิ อญฺเญ ปุจฺฉนฺตีติ. ภนฺเต, นนุ มุขํ โธวิตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา ตโย จตฺตาโร ปลฺลงฺเก อุสุมํ คาหาเปตฺวา โยนิโสมนสิกาเร กมฺมํ กโรนฺตานํ โอกาสกาเลน ภวิตพฺพํ สิยา, มรณขณมฺปิ น ลภิสฺสถ, ภนฺเต, ผลกสทิสตฺถ ภนฺเต ปรสฺส อวสฺสโย โหถ, อตฺตโน ภวิตุํ น สกฺโกถ, น เม ตุมฺหากํ อนุโมทนาย อตฺโถติ อากาเส อุปฺปติตฺวา อคมาสิ.

เถโร – ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน ปริยตฺติยา กมฺมํ นตฺถิ, มยฺหํ ปน องฺกุสโก ภวิสฺสามีติ อาคโต’’ติ ญตฺวา ‘‘อิทานิ โอกาโส น ภวิสฺสติ, ปจฺจูสกาเล คมิสฺสามี’’ติ ปตฺตจีวรํ สมีเป กตฺวา สพฺพํ ทิวสภาคํ ปฐมยามมชฺฌิมยามญฺจ ธมฺมํ วาเจตฺวา ปจฺฉิมยาเม เอกสฺมึ เถเร อุทฺเทสํ คเหตฺวา นิกฺขนฺเต ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา เตเนว สทฺธึ นิกฺขนฺโต. นิสินฺนอนฺเตวาสิกา อาจริโย เกนจิ ปปญฺเจน นิกฺขนฺโตติ มญฺญึสุ. นิกฺขนฺโต เถโร โกจิ เทว สมานาจริยภิกฺขูติ สญฺญํ อกาสิ.

เถโร กิร ‘‘มาทิสสฺส อรหตฺตํ นาม กึ, ทฺวีหตีเหเนว ปาปุณิตฺวา ปจฺจาคมิสฺสามี’’ติ อนฺเตวาสิกานํ อนาโรเจตฺวาว อาสาฬฺหีมาสสฺส ชุณฺหปกฺขเตรสิยา นิกฺขนฺโต คามนฺตปพฺภารํ คนฺตฺวา จงฺกมํ อารุยฺห กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต ตํ ทิวสํ อรหตฺตํ คเหตุํ นาสกฺขิ. อุโปสถทิวเส สมฺปตฺเต ‘‘ทฺวีหตีเหน อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโต, คเหตุํ ปน นาสกฺขึ. ตโย มาเส ปน ตีณิ ทิวสานิ วิย ยาว มหาปวารณา ตาว ชานิสฺสามี’’ติ วสฺสํ อุปคนฺตฺวาปิ คเหตุํ นาสกฺขิ. ปวารณาทิวเส จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ทฺวีหตีเหน อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโต, เตมาเสนาปิ นาสกฺขึ, สพฺรหฺมจาริโน ปน วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรนฺตี’’ติ. ตสฺเสวํ จินฺตยโต อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. ตโต ‘‘น มญฺเจ มยฺหํ จตูหิ อิริยาปเถหิ มคฺคผลํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, อรหตฺตํ อปฺปตฺวา เนว มญฺเจ ปิฏฺฐึ ปสาเรสฺสามิ, น ปาเท โธวิสฺสามี’’ติ มญฺจํ อุสฺสาเปตฺวา ฐเปสิ. ปุน อนฺโตวสฺสํ ปตฺตํ, อรหตฺตํ คเหตุํ นาสกฺขิเยว. เอกูนตึสปวารณาสุ อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. คามทารกา เถรสฺส ปาเทสุ ผาลิตฏฺฐานานิ กณฺฏเกหิ สิพฺพนฺติ, ทวํ กโรนฺตาปิ ‘‘อยฺยสฺส มหาสีวตฺเถรสฺส วิย ปาทา โหนฺตู’’ติ ทวํ กโรนฺติ.

เถโร ตึสสํวจฺฉเร มหาปวารณาทิวเส อาลมฺพณผลกํ นิสฺสาย ฐิโต ‘‘อิทานิ เม ตึส วสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺส, นาสกฺขึ อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ, อทฺธา เม อิมสฺมึ อตฺตภาเว มคฺโค วา ผลํ วา นตฺถิ, น เม ลทฺธํ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรตุ’’นฺติ จินฺเตสิ. ตสฺเสวํ จินฺตยโตว โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ, อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. อถ อวิทูรฏฺฐาเน เอกา เทวธีตา โรทมานา อฏฺฐาสิ. ‘‘โก เอตฺถ โรทสี’’ติ? ‘‘อหํ, ภนฺเต, เทวธีตา’’ติ. ‘‘กสฺมา โรทสี’’ติ? ‘‘โรทมาเนน มคฺคผลํ นิพฺพตฺติตํ, เตน อหมฺปิ เอกํ เทฺว มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ โรทามิ, ภนฺเต’’ติ.

ตโต เถโร – ‘‘โภ มหาสีวตฺเถร, เทวตาปิ ตยา สทฺธึ เกฬึ กโรนฺติ, อนุจฺฉวิกํ นุ โข เต เอต’’นฺติ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ อคฺคเหสิ. โส ‘‘อิทานิ นิปชฺชิสฺสามี’’ติ เสนาสนํ ปฏิชคฺคิตฺวา มญฺจกํ ปญฺญเปตฺวา อุทกฏฺฐาเน อุทกํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘ปาเท โธวิสฺสามี’’ติ โสปานผลเก นิสีทิ.

อนฺเตวาสิกาปิสฺส ‘‘อมฺหากํ อาจริยสฺส สมณธมฺมํ กาตุํ คจฺฉนฺตสฺส ตึส วสฺสานิ, สกฺขิ นุ โข วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ, นาสกฺขี’’ติ อาวชฺชยมานา ‘‘อรหตฺตํ ปตฺวา ปาทโธวนตฺถํ นิสินฺโน’’ติ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ อาจริโย อมฺหาทิเสสุ อนฺเตวาสิเกสุ ติฏฺฐนฺเตสุ ‘อตฺตนาว ปาเท โธวิสฺสตี’ติ อฏฺฐานเมตํ, อหํ โธวิสฺสามิ อหํ โธวิสฺสามี’’ติ ตึสสหสฺสานิปิ อากาเสน คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ปาเท โธวิสฺสาม, ภนฺเต’’ติ อาหํสุ. อาวุโส, อิทานิ ตึส วสฺสานิ โหนฺติ มม ปาทานํ อโธตานํ, ติฏฺฐถ, ตุเมฺห, อหเมว โธวิสฺสามีติ.

สกฺโกปิ อาวชฺชนฺโต – ‘‘มยฺหํ อยฺโย มหาสีวตฺเถโร อรหตฺตํ ปตฺโต ตึสสหสฺสานํ อนฺเตวาสิกานํ ‘ปาเท โธวิสฺสามา’ติ อาคตานํ ปาเท โธวิตุํ น เทติ. มาทิเส ปน อุปฏฺฐาเก ติฏฺฐนฺเต ‘มยฺหํ อยฺโย สยํ ปาเท โธวิสฺสตี’ติ อฏฺฐานเมตํ, อหํ โธวิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา สุชาตาย เทวิยา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺฆสฺส สนฺติเก ปาตุรโหสิ. โส สุชํ อสุรกญฺญํ ปุรโต กตฺวา ‘‘อเปถ, ภนฺเต, มาตุคาโม’’ติ โอกาสํ กาเรตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปุรโต อุกฺกุฏิโก นิสีทิตฺวา ‘‘ปาเท โธวิสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. โกสิย, อิทานิ เม ตึส วสฺสานิ ปาทานํ อโธตานํ, เทวตานญฺจ ปกติยาปิ มนุสฺสสรีรคนฺโธ นาม เชคุจฺโฉ, โยชนสเต ฐิตานมฺปิ กณฺเฐ อาสตฺตกุณปํ วิย โหติ, อหเมว โธวิสฺสามีติ. ภนฺเต, อยํ คนฺโธ นาม น ปญฺญายติ, ตุมฺหากํ ปน สีลคนฺโธ ฉ เทวโลเก อติกฺกมิตฺวา อุปริ ภวคฺคํ ปตฺวา ฐิโต. สีลคนฺธโต อญฺโญ อุตฺตริตโร คนฺโธ นาม นตฺถิ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ สีลคนฺเธนมฺหิ อาคโตติ วามหตฺเถน โคปฺผกสนฺธิยํ คเหตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน ปาทตลํ ปริมชฺชิ. ทหรกุมารสฺเสว ปาทา อเหสุํ. สกฺโก ปาเท โธวิตฺวา วนฺทิตฺวา เทวโลกเมว คโต.

เอวํ ‘‘น ลภามิ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรตุ’’นฺติ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสํ นิสฺสาย ภิกฺขุโน มญฺญนวเสน วิปสฺสนาย อารมฺมณมฺปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสนฺติ จ อวิตกฺกาวิจารโทมนสฺสนฺติ จ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ เอโก ภิกฺขุ สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อิทํ โทมนสฺสํ กึ นิสฺสิตนฺติ อุปธาเรนฺโต วตฺถุนิสฺสิตนฺติ ปชานาตีติ ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนเยเนว อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอโก อวิตกฺกาวิจาเร โทมนสฺเส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. ตตฺถ อภินิวิฏฺฐโทมนสฺเสสุปิ สวิตกฺกสวิจารโต อวิตกฺกอวิจารํ ปณีตตรํ. สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสวิปสฺสนาโตปิ อวิตกฺกาวิจารโทมนสฺสวิปสฺสนา ปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสผลสมาปตฺติโตปิ อวิตกฺกาวิจารโทมนสฺสผลสมาปตฺติเยว ปณีตตรา. เตนาห ภควา – ‘‘เย อวิตกฺกอวิจาเร เต ปณีตตเร’’ติ.

๓๖๒. เอวรูปา อุเปกฺขา น เสวิตพฺพาติ เอวรูปา เคหสิตอุเปกฺขา น เสวิตพฺพา. เคหสิตอุเปกฺขา นาม ‘‘ตตฺถ กตมา ฉ เคหสิตอุเปกฺขา. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา พาลสฺส มูฬฺหสฺส ปุถุชฺชนสฺส อโนธิชินสฺส อวิปากชินสฺส อนาทีนวทสฺสาวิโน อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส, ยา เอวรูปา อุเปกฺขา, รูปํ สา นาติวตฺตติ, ตสฺมา สา อุเปกฺขา เคหสิตาติ วุจฺจตี’’ติ เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต คุฬปิณฺฑิเก นิลีนมกฺขิกา วิย รูปาทีนิ อนติวตฺตมานา ตตฺเถว ลคฺคา ลคฺคิตา หุตฺวา อุปฺปนฺนา กามคุณนิสฺสิตา อุเปกฺขา น เสวิตพฺพา.

เอวรูปา อุเปกฺขา เสวิตพฺพาติ เอวรูปา เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา เสวิตพฺพา. เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา นาม – ‘‘ตตฺถ กตมา ฉ เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา? รูปานํ เตฺวว อนิจฺจตํ วิทิตฺวา วิปริณามวิราคนิโรธํ ‘ปุพฺเพ เจว รูปา เอตรหิ จ, สพฺเพ เต รูปา อนิจฺจา, ทุกฺขา, วิปริณามธมฺมา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา, ยา เอวรูปา อุเปกฺขา, รูปํ สา อติวตฺตติ, ตสฺมา สา อุเปกฺขา เนกฺขมฺมสิตาติ วุจฺจตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๐๘). เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐานิฏฺฐอารมฺมเณ อาปาถคเต อิฏฺเฐ อรชฺชนฺตสฺส, อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺตสฺส, อสมเปกฺขเนน อสมฺมุยฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิปสฺสนา ญาณสมฺปยุตฺตา อุเปกฺขา. อปิจ เวทนาสภาคา ตตฺร มชฺฌตฺตุเปกฺขาปิ เอตฺถ อุเปกฺขาว. ตสฺมา เสวิตพฺพาติ อยํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติฏฺฐานวเสน ปฐมทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานวเสน จ อุปฺปชฺชนกอุเปกฺขา เสวิตพฺพา นาม.

เอตฺถ ยํ เจ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ตายปิ เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขาย ยํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติฏฺฐานวเสน ปฐมชฺฌานวเสน จ อุปฺปนฺนํ สวิตกฺกสวิจารํ อุเปกฺขนฺติ ชาเนยฺย. ยํ เจ อวิตกฺกํ อวิจารนฺติ ยํ ปน ทุติยชฺฌานาทิวเสน อุปฺปนฺนํ อวิตกฺกาวิจารํ อุเปกฺขนฺติ ชาเนยฺย. เย อวิตกฺเก อวิจาเร เต ปณีตตเรติ เอตาสุ ทฺวีสุ ยา อวิตกฺกอวิจารา, สา ปณีตตราติ อตฺโถ. อิมินา กึ กถิตํ โหติ? ทฺวินฺนํ อรหตฺตํ กถิตํ. เอโก หิ ภิกฺขุ สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อยํ อุเปกฺขา กึ นิสฺสิตาติ อุปธาเรนฺโต วตฺถุนิสฺสิตาติ ปชานาตีติ ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนเยเนว อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอโก อวิตกฺกาวิจาราย อุเปกฺขาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. ตตฺถ อภินิวิฏฺฐอุเปกฺขาสุปิ สวิตกฺกสวิจารโต อวิตกฺกาวิจารา ปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาวิปสฺสนาโตปิ อวิตกฺกาวิจารอุเปกฺขาวิปสฺสนาปณีตตรา. สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาผลสมาปตฺติโตปิ อวิตกฺกาวิจารุเปกฺขาผลสมาปตฺติเยว ปณีตตรา. เตนาห ภควา ‘‘เย อวิตกฺเก อวิจาเร เต ปณีตตเร’’ติ.

๓๖๓. เอวํ ปฏิปนฺโน โข, เทวานมินฺท, ภิกฺขุ ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิโรธสารุปฺปคามินึ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหตีติ ภควา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. สกฺโก ปน โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต. พุทฺธานญฺหิ อชฺฌาสโย หีโน น โหติ, อุกฺกฏฺโฐว โหติ. เอกสฺสปิ พหูนมฺปิ ธมฺมํ เทเสนฺตา อรหตฺเตเนว กูฏํ คณฺหนฺติ. สตฺตา ปน อตฺตโน อนุรูเป อุปนิสฺสเย ฐิตา เกจิ โสตาปนฺนา โหนฺติ, เกจิ สกทาคามี, เกจิ อนาคามี, เกจิ อรหนฺโต. ราชา วิย หิ ภควา, ราชกุมารา วิย เวเนยฺยา. ยถา หิ ราชา โภชนกาเล อตฺตโน ปมาเณน ปิณฺฑํ อุทฺธริตฺวา ราชกุมารานํ อุปเนติ, เต ตโต อตฺตโน มุขปฺปมาเณเนว กพฬํ กโรนฺติ, เอวํ ภควา อตฺตชฺฌาสยานุรูปาย เทสนาย อรหตฺเตเนว กูฏํ คณฺหาติ. เวเนยฺยา อตฺตโน อุปนิสฺสยปฺปมาเณน ตโต โสตาปตฺติผลมตฺตํ วา สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตผลเมว วา คณฺหนฺติ. สกฺโก ปน โสตาปนฺโน ชาโต. โสตาปนฺโน จ หุตฺวา ภควโต ปุรโตเยว จวิตฺวา ตรุณสกฺโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เทวตานญฺหิ จวมานานํ อตฺตภาวสฺส คตาคตฏฺฐานํ นาม น ปญฺญายติ, ทีปสิขาคมนํ วิย โหติ. ตสฺมา เสสเทวตา น ชานึสุ. สกฺโก ปน สยํ จุตตฺตา ภควา จ อปฺปฏิหตญาณตฺตา เทฺวว ชนา ชานึสุ. อถ สกฺโก จินฺเตสิ ‘‘มยฺหญฺหิ ภควตา ตีสุ ฐาเนสุ นิพฺพตฺติตผลเมว กถิตํ, อยญฺจ ปน มคฺโค วา ผลํ วา สกุณิกาย วิย อุปฺปติตฺวา คเหตุํ น สกฺกา, อาคมนียปุพฺพภาคปฏิปทาย อสฺส ภวิตพฺพํ. หนฺทาหํ อุปริ ขีณาสวสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปุจฺฉามี’’ติ.

ปาติโมกฺขสํวรวณฺณนา

๓๖๔. ตโต ตํ ปุจฺฉนฺโต กถํ ปฏิปนฺโน ปน, มาริสาติอาทิมาห. ตตฺถ ปาติโมกฺขสํวรายาติ อุตฺตมเชฏฺฐกสีลสํวราย. กายสมาจารมฺปีติอาทิ เสวิตพฺพกายสมาจาราทิวเสน ปาติโมกฺขสํวรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สีลกถา จ นาเมสา กมฺมปถวเสน วา ปณฺณตฺติวเสน วา กเถตพฺพา โหติ.

ตตฺถ กมฺมปถวเสน กเถนฺเตน อเสวิตพฺพกายสมาจาโร ตาว ปาณาติปาตอทินฺนาทานมิจฺฉาจาเรหิ กเถตพฺโพ. ปณฺณตฺติวเสน กเถนฺเตน กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทวีติกฺกมวเสน กเถตพฺโพ. เสวิตพฺพกายสมาจาโร ปาณาติปาตาทิเวรมณีหิ เจว กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทอวีติกฺกเมน จ กเถตพฺโพ. อเสวิตพฺพวจีสมาจาโร มุสาวาทาทิวจีทุจฺจริเตน เจว วจีทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทวีติกฺกเมน จ กเถตพฺโพ. เสวิตพฺพวจีสมาจาโร มุสาวาทาทิเวรมณีหิ เจว วจีทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทอวีติกฺกเมน จ กเถตพฺโพ.

ปริเยสนา ปน กายวาจาหิ ปริเยสนาเยว. สา กายวจีสมาจารคหเณน คหิตาปิ สมานา ยสฺมา อาชีวฏฺฐมกสีลํ นาม เอตสฺมิญฺเญว ทฺวารทฺวเย อุปฺปชฺชติ, น อากาเส, ตสฺมา อาชีวฏฺฐมกสีลทสฺสนตฺถํ วิสุํ วุตฺตา. ตตฺถ นเสวิตพฺพปริเยสนา อนริยปริเยสนาย กเถตพฺพา. เสวิตพฺพปริเยสนา อริยปริเยสนาย. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริเยสนา อนริยา จ ปริเยสนา, อริยา จ ปริเยสนา. กตมา จ, ภิกฺขเว, อนริยา ปริเยสนา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อตฺตนา ชาติธมฺโม สมาโน ชาติธมฺมํเยว ปริเยสติ, อตฺตนา ชราธมฺโม, พฺยาธิธมฺโม, มรณธมฺโม, โสกธมฺโม, สํกิเลสธมฺโม สมาโน สํกิเลสธมฺมํเยว ปริเยสติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, ชาติธมฺมํ วเทถ? ปุตฺตภริยํ, ภิกฺขเว, ชาติธมฺมํ, ทาสิทาสํ ชาติธมฺมํ อเชฬกํ ชาติธมฺมํ, กุกฺกุฏสูกรํ ชาติธมฺมํ, หตฺถิควาสฺสวฬวํ ชาติธมฺมํ, ชาตรูปรชตํ ชาติธมฺมํ. ชาติธมฺมา เหเต, ภิกฺขเว, อุปธโย, เอตฺถายํ คถิโต มุจฺฉิโต อชฺฌาปนฺโน อตฺตนา ชาติธมฺโม สมาโน ชาติธมฺมํเยว ปริเยสติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, ชราธมฺมํ วเทถ? ปุตฺตภริยํ, ภิกฺขเว, ชราธมฺมํ…เป… ชราธมฺมํเยว ปริเยสติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, พฺยาธิธมฺมํ วเทถ? ปุตฺตภริยํ, ภิกฺขเว, พฺยาธิธมฺมํ, ทาสิทาสํ พฺยาธิธมฺมํ, อเชฬกํ, กุกฺกุฏสูกรํ, หตฺถิควาสฺสวฬวํ พฺยาธิธมฺมํ. พฺยาธิธมฺมา เหเต, ภิกฺขเว, อุปธโย, เอตฺถายํ คถิโต มุจฺฉิโต อชฺฌาปนฺโน อตฺตนา พฺยาธิธมฺโม สมาโน พฺยาธิธมฺมํเยว ปริเยสติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, มรณธมฺมํ วเทถ? ปุตฺตภริยํ, ภิกฺขเว, มรณธมฺมํ…เป… มรณธมฺมํเยว ปริเยสติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, โสกธมฺมํ วเทถ? ปุตฺตภริยํ…เป… โสกธมฺมํเยว ปริเยสติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, สํกิเลสธมฺมํ วเทถ…เป… ชาตรูปรชตํ สํกิเลสธมฺมํ. สํกิเลสธมฺมา, เหเต, ภิกฺขเว, อุปธโย, เอตฺถายํ คถิโต มุจฺฉิโต อชฺฌาปนฺโน อตฺตนา สํกิเลสธมฺโม สมาโน สํกิเลสธมฺมํเยว ปริเยสติ. อยํ, ภิกฺขเว, อนริยา ปริเยสนาติ (ม. นิ. ๑.๒๗๔).

อปิจ กุหนาทิวเสน ปญฺจวิธา, อโคจรวเสน ฉพฺพิธา เวชฺชกมฺมาทิวเสน เอกวีสติวิธา, เอวํ ปวตฺตา สพฺพาปิ อเนสนา อนริยปริเยสนาเยวาติ เวทิตพฺพา.

‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อริยา ปริเยสนา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อตฺตนา ชาติธมฺโม สมาโน ชาติธมฺเม อาทีนวํ วิทิตฺวา อชาตํ อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ นิพฺพานํ ปริเยสติ, อตฺตนา ชราธมฺโม, พฺยาธิ, มรณ, โสก, สํกิเลสธมฺโม สมาโน สํกิเลสธมฺเม อาทีนวํ วิทิตฺวา อสํกิลิฏฺฐํ อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ นิพฺพานํ ปริเยสติ. อยํ อริยา ปริเยสนาติ (ม. นิ. ๑.๒๗๕).

อปิจ ปญฺจ กุหนาทีนิ ฉ อโคจเร เอกวีสติวิธญฺจ อเนสนํ วชฺเชตฺวา ภิกฺขาจริยาย ธมฺเมน สเมน ปริเยสนาปิ อริยปริเยสนาเยวาติ เวทิตพฺพา.

เอตฺถ จ โย โย ‘‘น เสวิตพฺโพ’’ติ วุตฺโต, โส โส ปุพฺพภาเค ปาณาติปาตาทีนํ สมฺภารปริเยสนาปโยคกรณคมนกาลโต ปฏฺฐาย น เสวิตพฺโพว. อิตโร อาทิโต ปฏฺฐาย เสวิตพฺโพ, อสกฺโกนฺเตน จิตฺตมฺปิ อุปฺปาเทตพฺพํ. อปิจ สงฺฆเภทาทีนํ อตฺถาย ปรกฺกมนฺตานํ เทวทตฺตาทีนํ วิย กายสมาจาโร น เสวิตพฺโพ, ทิวสสฺส ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ ติณฺณํ รตนานํ อุปฏฺฐานคมนาทิวเสน ปวตฺโต ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานตฺเถราทีนํ วิย กายสมาจาโร เสวิตพฺโพ. ธนุคฺคหเปสนาทิวเสน วาจํ ภินฺทนฺตานํ เทวทตฺตาทีนํ วิย วจีสมาจาโร น เสวิตพฺโพ, ติณฺณํ รตนานํ คุณกิตฺตนาทิวเสน ปวตฺโต ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานตฺเถราทีนํ วิย วจีสมาจาโร เสวิตพฺโพ. อนริยปริเยสนํ ปริเยสนฺตานํ เทวทตฺตาทีนํ วิย ปริเยสนา น เสวิตพฺพา, อริยปริเยสนเมว ปริเยสนฺตานํ ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานตฺเถราทีนํ วิย ปริเยสนา เสวิตพฺพา.

เอวํ ปฏิปนฺโน โขติ เอวํ อเสวิตพฺพํ กายวจีสมาจารํ ปริเยสนญฺจ ปหาย เสวิตพฺพานํ ปาริปูริยา ปฏิปนฺโน, เทวานมินฺท, ภิกฺขุ ปาติโมกฺขสํวราย อุตฺตมเชฏฺฐกสีลสํวรตฺถาย ปฏิปนฺโน นาม โหตีติ ภควา ขีณาสวสฺส อาคมนียปุพฺพภาคปฏิปทํ กเถสิ.

อินฺทฺริยสํวรวณฺณนา

๓๖๕. ทุติยปุจฺฉายํ อินฺทฺริยสํวรายาติ อินฺทฺริยานํ ปิธานาย, คุตฺตทฺวารตาย สํวุตทฺวารตายาติ อตฺโถ. วิสฺสชฺชเน ปนสฺส จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปมฺปีติอาทิ เสวิตพฺพรูปาทิวเสน อินฺทฺริยสํวรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ เอวํ วุตฺเตติ เหฏฺฐา โสมนสฺสาทิปญฺหาวิสฺสชฺชนานํ สุตตฺตา อิมินาปิ เอวรูเปน ภวิตพฺพนฺติ สญฺชาตปฏิภาโน ภควตา เอวํ วุตฺเต สกฺโก เทวานมินฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ, เอตํ อิมสฺส โข อหํ, ภนฺเตติ อาทิกํ วจนํ อโวจ. ภควาปิสฺส โอกาสํ ทตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. กเถตุกาโมปิ หิ โย อตฺถํ สมฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, อตฺถํ สมฺปาเทตุํ สกฺโกนฺโต วา น กเถตุกาโม โหติ, น ตสฺส ภควา โอกาสํ กโรติ. อยํ ปน ยสฺมา กเถตุกาโม เจว, สกฺโกติ จ อตฺถํ สมฺปาเทตุํ เตนสฺส ภควา โอกาสมกาสิ.

ตตฺถ เอวรูปํ น เสวิตพฺพนฺติ อาทีสุ อยํ สงฺเขโป – ยํ รูปํ ปสฺสโต ราคาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ น เสวิตพฺพํ น ทฏฺฐพฺพํ น โอโลเกตพฺพนฺติ อตฺโถ. ยํ ปน ปสฺสโต อสุภสญฺญา วา สณฺฐาติ, ปสาโท วา อุปฺปชฺชติ, อนิจฺจสญฺญาปฏิลาโภ วา โหติ, ตํ เสวิตพฺพํ.

ยํ จิตฺตกฺขรํ จิตฺตพฺยญฺชนมฺปิ สทฺทํ สุณโต ราคาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, เอวรูโป สทฺโท น เสวิตพฺโพ. ยํ ปน อตฺถนิสฺสิตํ ธมฺมนิสฺสิตํ กุมฺภทาสิคีตมฺปิ สุณนฺตสฺส ปสาโท วา อุปฺปชฺชติ, นิพฺพิทา วา สณฺฐาติ, เอวรูโป สทฺโท เสวิตพฺโพ.

ยํ คนฺธํ ฆายโต ราคาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, เอวรูโป คนฺโธ น เสวิตพฺโพ. ยํ ปน คนฺธํ ฆายโต อสุภสญฺญาทิปฏิลาโภ โหติ, เอวรูโป คนฺโธ เสวิตพฺโพ.

ยํ รสํ สายโต ราคาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, เอวรูโป รโส น เสวิตพฺโพ. ยํ ปน รสํ สายโต อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา เจว อุปฺปชฺชติ, สายิตปจฺจยา จ กายพลํ นิสฺสาย อริยภูมึ โอกฺกมิตุํ สกฺโกติ, มหาสีวตฺเถรภาคิเนยฺยสีวสามเณรสฺส วิย ปริภุญฺชนฺตสฺเสว กิเลสกฺขโย วา โหติ, เอวรูโป รโส เสวิตพฺโพ.