ปญฺหเวยฺยากรณวณฺณนา

๓๕๗. กึ สํโยชนาติ กึ พนฺธนา, เกน พนฺธเนน พทฺธา หุตฺวา. ปุถุกายาติ พหุชนา. อเวราติ อปฺปฏิฆา. อทณฺฑาติ อาวุธทณฺฑธนทณฺฑวินิมุตฺตา. อสปตฺตาติ อปจฺจตฺถิกา. อพฺยาปชฺชาติ วิคตโทมนสฺสา. วิหเรมุ อเวริโนติ อโห วต เกนจิ สทฺธึ อเวริโน วิหเรยฺยาม, กตฺถจิ โกปํ น อุปฺปาเทตฺวา อจฺฉราย คหิตกํ ชงฺฆสหสฺเสน สทฺธึ ปริภุญฺเชยฺยามาติ ทานํ ทตฺวา ปูชํ กตฺวา จ ปตฺถยนฺติ. อิติ จ เนสํ โหตีติ เอวญฺจ เนสํ อยํ ปตฺถนา โหติ. อถ จ ปนาติ เอวํ ปตฺถนาย สติปิ.

อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนาติ ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา อิสฺสา, อตฺตสมฺปตฺติยา ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหนลกฺขณํ มจฺฉริยํ, อิสฺสา จ มจฺฉริยญฺจ สํโยชนํ เอเตสนฺติ อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนา. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปน อิสฺสามจฺฉริยานิ อภิธมฺเม วุตฺตาเนว.

อาวาสมจฺฉริเยน ปเนตฺถ ยกฺโข วา เปโต วา หุตฺวา ตสฺเสว อาวาสสฺส สงฺการํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา วิจรติ. กุลมจฺฉริเยน ตสฺมึ กุเล อญฺเญสํ ทานาทีนิ กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘ภินฺนํ วติทํ กุลํ มมา’’ติ จินฺตยโต โลหิตมฺปิ มุขโต อุคฺคจฺฉติ, กุจฺฉิวิเรจนมฺปิ โหติ, อนฺตานิปิ ขณฺฑาขณฺฑานิ หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. ลาภมจฺฉริเยน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา สนฺตเก ลาเภ มจฺฉรายิตฺวา ปุคฺคลิกปริโภเคน ปริภุญฺชิตฺวา ยกฺโข วา เปโต วา มหาอชคโร วา หุตฺวา นิพฺพตฺตติ. สรีรวณฺณคุณวณฺณมจฺฉริเยน ปน ปริยตฺติธมฺมมจฺฉริเยน จ อตฺตโนว วณฺณํ วณฺเณติ, น ปเรสํ วณฺณํ, ‘‘กึ วณฺโณ เอโส’’ติ ตํ ตํ โทสํ วทนฺโต ปริยตฺติญฺจ กสฺสจิ กิญฺจิ อเทนฺโต ทุพฺพณฺโณ เจว เอฬมูโค จ โหติ.

อปิจ อาวาสมจฺฉริเยน โลหเคเห ปจฺจติ. กุลมจฺฉริเยน อปฺปลาโภ โหติ. ลาภมจฺฉริเยน คูถนิรเย นิพฺพตฺตติ. วณฺณมจฺฉริเยน ภเว นิพฺพตฺตสฺส วณฺโณ นาม น โหติ. ธมฺมมจฺฉริเยน กุกฺกุฬนิรเย นิพฺพตฺตติ. อิทํ ปน อิสฺสามจฺฉริยสํโยชนํ โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียติ. ยาว ตํ นปฺปหียติ, ตาว เทวมนุสฺสา อเวรตาทีนิ ปตฺถยนฺตาปิ เวราทีหิ น ปริมุจฺจนฺติเยว.

ติณฺณา เมตฺถ กงฺขาติ เอตสฺมึ ปเญฺห มยา ตุมฺหากํ วจนํ สุตฺวา กงฺขา ติณฺณาติ วทติ, น มคฺควเสน ติณฺณกงฺขตํ ทีเปติ. วิคตา กถํกถาติ อิทํ กถํ, อิทํ กถนฺติ อยมฺปิ กถํกถา วิคตา.

๓๕๘. นิทานาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. ปิยาปฺปิยนิทานนฺติ ปิยสตฺตสงฺขารนิทานํ มจฺฉริยํ, อปฺปิยสตฺตสงฺขารนิทานา อิสฺสา. อุภยํ วา อุภยนิทานํ. ปพฺพชิตสฺส หิ สทฺธิวิหาริกาทโย, คหฏฺฐสฺส ปุตฺตาทโย หตฺถิอสฺสาทโย วา สตฺตา ปิยา โหนฺติ เกฬายิตา มมายิตา, มุหุตฺตมฺปิ เต อปสฺสนฺโต อธิวาเสตุํ น สกฺโกติ. โส อญฺญํ ตาทิสํ ปิยสตฺตํ ลภนฺตํ ทิสฺวา อิสฺสํ กโรติ. ‘‘อิมินา อมฺหากํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, มุหุตฺตํ ตาว นํ เทถา’’ติ ตเมว อญฺเญหิ ยาจิโต ‘‘น สกฺกา ทาตุํ, กิลมิสฺสติ วา อุกฺกณฺฐิสฺสติ วา’’ติอาทีนิ วตฺวา มจฺฉริยํ กโรติ. เอวํ ตาว อุภยมฺปิ ปิยสตฺตนิทานํ โหติ. ภิกฺขุสฺส ปน ปตฺตจีวรปริกฺขารชาตํ, คหฏฺฐสฺส วา อลงฺการาทิอุปกรณํ ปิยํ โหติ มนาปํ, โส อญฺญสฺส ตาทิสํ อุปฺปชฺชมานํ ทิสฺวา ‘‘อโห วตสฺส เอวรูปํ น ภเวยฺยา’’ติ อิสฺสํ กโรติ, ยาจิโต วาปิ ‘‘มยมฺเปตํ มมายนฺตา น ปริภุญฺชาม, น สกฺกา ทาตุ’’นฺติ มจฺฉริยํ กโรติ. เอวํ อุภยมฺปิ ปิยสงฺขารนิทานํ โหติ. อปฺปิเย ปน เต วุตฺตปฺปกาเร สตฺเต จ สงฺขาเร จ ลภิตฺวา สเจปิสฺส เต อมนาปา โหนฺติ, ตถาปิ กิเลสานํ วิปรีตวุตฺติตาย ‘‘ฐเปตฺวา มํ โก อญฺโญ เอวรูปสฺส ลาภี’’ติ อิสฺสํ วา กโรติ, ยาจิโต ตาวกาลิกมฺปิ อททมาโน มจฺฉริยํ วา กโรติ. เอวํ อุภยมฺปิ อปฺปิยสตฺตสงฺขารนิทานํ โหติ.

ฉนฺทนิทานนฺติ เอตฺถ ปริเยสนฉนฺโท, ปฏิลาภฉนฺโท, ปริโภคฉนฺโท, สนฺนิธิฉนฺโท, วิสฺสชฺชนฉนฺโทติ ปญฺจวิโธ ฉนฺโท.

กตโม ปริเยสนฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต รูปํ ปริเยสติ, สทฺทํ. คนฺธํ. รสํ. โผฏฺฐพฺพํ ปริเยสติ, ธนํ ปริเยสติ. อยํ ปริเยสนฉนฺโท.

กตโม ปฏิลาภฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต รูปํ ปฏิลภติ, สทฺทํ. คนฺธํ. รสํ. โผฏฺฐพฺพํ ปฏิลภติ, ธนํ ปฏิลภติ. อยํ ปฏิลาภฉนฺโท.

กตโม ปริโภคฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต รูปํ ปริภุญฺชติ, สทฺทํ. คนฺธํ. รสํ. โผฏฺฐพฺพํ ปริภุญฺชติ, ธนํ ปริภุญฺชติ. อยํ ปริโภคฉนฺโท.

กตโม สนฺนิธิฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต ธนสนฺนิจยํ กโรติ ‘‘อาปทาสุ ภวิสฺสตี’’ติ. อยํ สนฺนิธิฉนฺโท.

กตโม วิสฺสชฺชนฉนฺโท? อิเธกจฺโจ อติตฺโต ฉนฺทชาโต ธนํ วิสฺสชฺเชติ, หตฺถาโรหานํ, อสฺสาโรหานํ, รถิกานํ, ธนุคฺคหานํ – ‘‘อิเม มํ รกฺขิสฺสนฺติ โคปิสฺสนฺติ มมายิสฺสนฺติ สมฺปริวารยิสฺสนฺตี’’ติ. อยํ วิสฺสชฺชนฉนฺโท. อิเม ปญฺจ ฉนฺทา. อิธ ตณฺหามตฺตเมว, ตํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ.

วิตกฺกนิทาโนติ เอตฺถ ‘‘ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๑๐) เอวํ วุตฺโต วินิจฺฉยวิตกฺโก วิตกฺโก นาม. วินิจฺฉโยติ เทฺว วินิจฺฉยา ตณฺหาวินิจฺฉโย จ, ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย จ. อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตํ ตณฺหาวินิจฺฉโย นาม. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย นามาติ เอวํ วุตฺตตณฺหาวินิจฺฉยวเสน หิ อิฏฺฐานิฏฺฐปิยาปฺปิยววตฺถานํ น โหติ. ตเทว หิ เอกจฺจสฺส อิฏฺฐํ โหติ, เอกจฺจสฺส อนิฏฺฐํ ปจฺจนฺตราชมชฺฌิมเทสราชูนํ คณฺฑุปฺปาทมิคมํสาทีสุ วิย. ตสฺมึ ปน ตณฺหาวินิจฺฉยวินิจฺฉิเต ปฏิลทฺธวตฺถุสฺมึ ‘‘เอตฺตกํ รูปสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ สทฺทสฺส, เอตฺตกํ คนฺธสฺส, เอตฺตกํ รสสฺส, เอตฺตกํ โผฏฺฐพฺพสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ มยฺหํ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ปรสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ นิทหิสฺสามิ, เอตฺตกํ ปรสฺส ทสฺสามี’’ติ ววตฺถานํ วิตกฺกวินิจฺฉเยน โหติ. เตนาห ‘‘ฉนฺโท โข, เทวานมินฺท, วิตกฺกนิทาโน’’ติ.

ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิทาโนติ ตโย ปปญฺจา ตณฺหาปปญฺโจ, มานปปญฺโจ, ทิฏฺฐิปปญฺโจติ. ตตฺถ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตํ ตณฺหาปปญฺโจ นาม. นววิโธ มาโน มานปปญฺโจ นาม. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิปปญฺโจ นาม. เตสุ อิธ ตณฺหาปปญฺโจ อธิปฺเปโต. เกนฏฺเฐน ปปญฺโจ? มตฺตปมตฺตาการปาปนฏฺเฐน ปปญฺโจ. ตํสมฺปยุตฺตา สญฺญา ปปญฺจสญฺญา. สงฺขา วุจฺจติ โกฏฺฐาโส ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ วิย. อิติ ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิทาโนติ ปปญฺจสญฺญาโกฏฺฐาสนิทาโน วิตกฺโกติ อตฺโถ.

ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิโรธสารุปฺปคามินินฺติ เอติสฺสา ปปญฺจสญฺญาสงฺขาย ขยา นิโรโธ วูปสโม, ตสฺส สารุปฺปญฺเจว ตตฺถ คามินึ จาติ สห วิปสฺสนาย มคฺคํ ปุจฺฉติ.