ปญฺจสิขคีตคาถาวณฺณนา
๓๔๘. อสฺสาเวสีติ สาเวสิ. พุทฺธูปสญฺหิตาติ พุทฺธํ อารพฺภ พุทฺธํ นิสฺสยํ กตฺวา ปวตฺตาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
วนฺเท เต ปิตรํ ภทฺเท, ติมฺพรุํ สูริยวจฺฉเสติ เอตฺถ สูริยวจฺฉสาติ สูริยสมานสรีรา. ตสฺสา กิร เทวธีตาย ปาทนฺตโต รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา เกสนฺตํ อาโรหติ, ตสฺมา พาลสูริยมณฺฑลสทิสา ขายติ, อิติ นํ ‘‘สูริยวจฺฉสา’’ติ สญฺชานนฺติ. ตํ สนฺธายาห – ‘‘ภทฺเท, สูริยวจฺฉเส, ตว ปิตรํ ติมฺพรุํ คนฺธพฺพเทวราชานํ วนฺทามี’’ติ. เยน ชาตาสิ กลฺยาณีติ เยน การณภูเตน ยํ ติมฺพรุํ เทวราชานํ นิสฺสาย ตฺวํ ชาตา, กลฺยาณี สพฺพงฺคโสภนา. อานนฺทชนนี มมาติ มยฺหํ ปีติโสมนสฺสวฑฺฒนี.
วาโตว เสทตํ กนฺโตติ ยถา สญฺชาตเสทานํ เสทหรณตฺถํ วาโต อิฏฺโฐ โหติ กนฺโต มนาโป, เอวนฺติ อตฺโถ. ปานียํว ปิปาสโตติ ปาตุมิจฺฉนฺตสฺส ปิปาสโต ปิปาสาภิภูตสฺส. องฺคีรสีติ องฺเค รสฺมิโย อสฺสาติ องฺคีรสี, ตเมว อารพฺภ อาลปนฺโต วทติ. ธมฺโม อรหตามิวาติ อรหนฺตานํ นวโลกุตฺตรธมฺโม วิย.
ชิฆจฺฉโตติ ภุญฺชิตุกามสฺส ขุทาภิภูตสฺส. ชลนฺตมิว วารินาติ ยถา โกจิ ชลนฺตํ ชาตเวทํ อุทกกุมฺเภน นิพฺพาเปยฺย, เอวํ ตว การณา อุปฺปนฺนํ มม กามราคปริฬาหํ นิพฺพาเปหีติ วทติ.
ยุตฺตํ กิญฺชกฺขเรณุนาติ ปทุมเกสรเรณุนา ยุตฺตํ. นาโค ฆมฺมาภิตตฺโต วาติ ฆมฺมาภิตตฺตหตฺถี วิย. โอคาเห เต ถนูทรนฺติ ยถา โส นาโค โปกฺขรณึ โอคาหิตฺวา ปิวิตฺวา อคฺคโสณฺฑมตฺตํ ปญฺญายมานํ กตฺวา นิมุคฺโค สุขํ สาตํ วินฺทติ, เอวํ กทา นุ โข เต ถนูทรํ ถนเวมชฺฌํ อุทรญฺจ โอตริตฺวา อหํ สุขํ สาตํ ปฏิลภิสฺสามีติ วทติ.
‘‘อจฺจงฺกุโสว นาโคว, ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ;
การณํ นปฺปชานามิ, สมฺมตฺโต ลกฺขณูรุยา’’ติ. –
เอตฺถ ตุตฺตํ วุจฺจติ กณฺณมูเล วิชฺฌนอยทณฺฑโก. โตมรนฺติ ปาทาทีสุ วิชฺฌนทณฺฑโตมรํ. องฺกุโสติ มตฺถเก วิชฺฌนกุฏิลกณฺฏโก. โย จ นาโค ปภินฺนมตฺโต อจฺจงฺกุโส โหติ, องฺกุสํ อตีโต; องฺกุเสน วิชฺฌิยมาโนปิ วสํ น คจฺฉติ, โส ‘‘ชิตํ มยา ตุตฺตโตมรํ, โย อหํ องฺกุสสฺสปิ วสํ น คจฺฉามี’’ติ มททปฺเปน กิญฺจิ การณํ น พุชฺฌติ. ยถา โส อจฺจงฺกุโส นาโค ‘‘ชิตํ เม ตุตฺตโตมร’’นฺติ กิญฺจิ การณํ นปฺปชานาติ, เอวํ อหมฺปิ ลกฺขณสมฺปนฺนอูรุตาย ลกฺขณูรุยา สมฺมตฺโต มตฺโต ปมตฺโต อุมฺมตฺโต วิย กิญฺจิ การณํ นปฺปชานามีติ วทติ. อถ วา อจฺจงฺกุโสว นาโค อหมฺปิ สมฺมตฺโต ลกฺขณูรุยา กิญฺจิ ตโต วิราคการณํ นปฺปชานามิ. กสฺมา? ยสฺมา เตน นาเคน วิย ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ, น กสฺสจิ วทโต วจนํ อาทิยามิ.
ตยิ เคธิตจิตฺโตสฺมีติ ภทฺเท ลกฺขณูรุ ตยิ พทฺธจิตฺโตสฺมิ. เคธิตจิตฺโตติ วา เคธํ อชฺฌุเปตจิตฺโต. จิตฺตํ วิปริณามิตนฺติ ปกตึ ชหิตฺวา ฐิตํ. ปฏิคนฺตุํ น สกฺโกมีติ นิวตฺติตุํ น สกฺโกมิ. วงฺกฆสฺโตว อมฺพุโชติ พฬิสํ คิลิตฺวา ฐิตมจฺโฉ วิย. ‘‘ฆโส’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.
วามูรูติ วามากาเรน สณฺฐิตอูรุ, กทลิกฺขนฺธสทิสอูรูติ วา อตฺโถ. สชาติ อาลิงฺค. มนฺทโลจเนติ อิตฺถิโย น ติขิณํ นิชฺฌายนฺติ มนฺทํ อาโลเจนฺติ โอโลเกนฺติ, ตสฺมา ‘‘มนฺทโลจนา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปลิสฺสชาติ สพฺพโตภาเคน อาลิงฺค. เอตํ เม อภิปตฺถิตนฺติ เอตํ มยา อภิณฺหํ ปตฺถิตํ.
อปฺปโก วต เม สนฺโตติ ปกติยาว มนฺโท สมาโน. เวลฺลิตเกสิยาติ เกสา มุญฺจิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิสฺสฏฺฐกาเล สปฺโป วิย เวลฺลนฺตา คจฺฉนฺตา อสฺสาติ เวลฺลิตเกสี, ตสฺสา เวลฺลิตเกสิยา. อเนกภาโว สมุปฺปาทีติ อเนกวิโธ ชาโต. อเนกภาโคติ วา ปาโฐ. อรหนฺเตว ทกฺขิณาติ อรหนฺตมฺหิ ทินฺนทานํ วิย นานปฺปการโต ปภินฺโน.
ยํ เม อตฺถิ กตํ ปุญฺญนฺติ ยํ มยา กตํ ปุญฺญมตฺถิ. อรหนฺเตสุ ตาทิสูติ ตาทิลกฺขณปฺปตฺเตสุ อรหนฺเตสุ. ตยา สทฺธึ วิปจฺจตนฺติ สพฺพํ ตยา สทฺธิเมว วิปากํ เทตุ.
เอโกทีติ เอกีภาวํ คโต. นิปโก สโตติ เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย สมนฺนาคโตติ นิปโก. สติยา สมนฺนาคตตฺตา สโต. อมตํ มุนิ ชิคีสาโนติ ยถา โส พุทฺธมุนิ อมตํ นิพฺพานํ ชิคีสติ ปริเยสติ, เอวํ ตํ อหํ สูริยวจฺฉเส ชิคีสามิ ปริเยสามิ. ยถา วา โส อมตํ ชิคีสาโน เอสนฺโต คเวสนฺโต วิจรติ, เอวาหํ ตํ เอสนฺโต คเวสนฺโต วิจรามีติปิ อตฺโถ.
ยถาปิ มุนิ นนฺเทยฺย, ปตฺวา สมฺโพธิมุตฺตมนฺติ ยถา พุทฺธมุนิ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปตฺวา นนฺเทยฺย โตเสยฺย. เอวํ นนฺเทยฺยนฺติ เอวเมว อหมฺปิ ตยา มิสฺสีภาวํ คโต นนฺเทยฺยํ, ปีติโสมนสฺสชาโต ภเวยฺยนฺติ วทติ.
ตาหํ ภทฺเท วเรยฺยาเหติ อเหติ อามนฺตนํ, อเห ภทฺเท สูริยวจฺฉเส, สกฺเกน เทวานมินฺเทน ‘‘กึ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวรชฺชํ คณฺหสิ, สุริยวจฺฉส’’นฺติ, เอวํ วเร ทินฺเน เทวรชฺชํ ปหาย ‘‘สูริยวจฺฉสํ คณฺหามี’’ติ เอวํ ตํ อหํ วเรยฺยํ อิจฺเฉยฺยํ คเณฺหยฺยนฺติ อตฺโถ.
สาลํว น จิรํ ผุลฺลนฺติ ตว ปิตุ นครทฺวาเร นจิรํ ปุปฺผิโต สาโล อตฺถิ. โส อติวิย มโนหโร. ตํ นจิรํ ผุลฺลสาลํ วิย. ปิตรํ เต สุเมธเสติ อติสสฺสิรีกํ ตว ปิตรํ วนฺทมาโน นมสฺสามิ นโม กโรมิ. ยสฺสาเสตาทิสี ปชาติ ยสฺส อาสิ เอตาทิสี ธีตา.
๓๔๙. สํสนฺทตีติ กสฺมา คีตสทฺทสฺส เจว วีณาสทฺทสฺส จ วณฺณํ กเถสิ? กึ ตตฺถ ภควโต สาราโค อตฺถีติ? นตฺถิ. ฉฬงฺคุเปกฺขาย อุเปกฺขโก ภควา เอตาทิเสสุ ฐาเนสุ, เกวลํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ ชานาติ, น ตตฺถ รชฺชติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สํวิชฺชติ โข, อาวุโส, ภควโต จกฺขุ, ปสฺสติ ภควา จกฺขุนา รูปํ, ฉนฺทราโค ภควโต นตฺถิ, สุวิมุตฺตจิตฺโต ภควา. สํวิชฺชติ โข, อาวุโส, ภควโต โสต’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๒๓๒). สเจ ปน วณฺณํ น กเถยฺย, ปญฺจสิโข ‘‘โอกาโส เม กโต’’ติ น ชาเนยฺย. อถ สกฺโก ‘‘ภควตา ปญฺจสิขสฺส โอกาโส น กโต’’ติ เทวตา คเหตฺวา ตโตว ปฏินิวตฺเตยฺย, ตโต มหาชานิโย ภเวยฺย. วณฺเณ ปน กถิเต ‘‘กโต ภควตา ปญฺจสิขสฺส โอกาโส’’ติ เทวตาหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนาวสาเน อสีติยา เทวตาสหสฺเสหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสตีติ ญตฺวา วณฺณํ กเถสิ.
ตตฺถ กทา สํยูฬฺหาติ กทา คนฺถิตา ปิณฺฑิตา. เตน โข ปนาหํ, ภนฺเต, สมเยนาติ เตน สมเยน ตสฺมึ ตุมฺหากํ สมฺโพธิปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย อฏฺฐเม สตฺตาเห. ภทฺทา นาม สูริยวจฺฉสาติ นามโต ภทฺทา สรีรสมฺปตฺติยา สูริยวจฺฉสา. ภคินีติ โวหารวจนเมตํ, เทวธีตาติ อตฺโถ. ปรกามินีติ ปรํ กาเมติ อภิกงฺขติ.
อุปนจฺจนฺติยาติ นจฺจมานาย. สา กิร เอกสฺมึ สมเย จาตุมหาราชิกเทเวหิ สทฺธึ สกฺกสฺส เทวราชสฺส นจฺจํ ทสฺสนตฺถาย คตา, ตสฺมิญฺจ ขเณ สกฺโก ตถาคตสฺส อฏฺฐ ยถาภุจฺเจ คุเณ ปยิรุทาหาสิ. เอวํ ตสฺมึ ทิวเส คนฺตฺวา นจฺจนฺตี อสฺโสสิ.