สุภทฺทปริพฺพาชกวตฺถุวณฺณนา
๒๑๒. สุภทฺโท นาม ปริพฺพาชโกติ อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลกุลา ปพฺพชิโต ฉนฺนปริพฺพาชโก. กงฺขาธมฺโมติ วิมติธมฺโม. กสฺมา ปนสฺส อชฺช เอวํ อโหสีติ? ตถาวิธอุปนิสฺสยตฺตา. ปุพฺเพ กิร ปุญฺญกรณกาเล เทฺว ภาตโร อเหสุํ. เต เอกโตว สสฺสํ อกํสุ. ตตฺถ เชฏฺฐกสฺส – ‘‘เอกสฺมึ สสฺเส นววาเร อคฺคสสฺสทานํ มยา ทาตพฺพ’’นฺติ อโหสิ. โส วปฺปกาเล พีชคฺคํ นาม ทตฺวา คพฺภกาเล กนิฏฺเฐน สทฺธึ มนฺเตสิ – ‘‘คพฺภกาเล คพฺภํ ผาเลตฺวา ทสฺสามา’’ติ กนิฏฺโฐ – ‘‘ตรุณสสฺสํ นาเสตุกาโมสี’’ติ อาห. เชฏฺโฐ กนิฏฺฐสฺส อนนุวตฺตนภาวํ ญตฺวา เขตฺตํ วิภชิตฺวา อตฺตโน โกฏฺฐาสโต คพฺภํ ผาเลตฺวา ขีรํ นีหริตฺวา สปฺปินวนีเตน สํโยเชตฺวา อทาสิ, ปุถุกกาเล ปุถุกํ กาเรตฺวา อทาสิ, ลายนกาเล ลายนคฺคํ, เวณิกรเณ เวณคฺคํ, กลาปาทีสุ กลาปคฺคํ, ขลคฺคํ, ขลภณฺฑคฺคํ, โกฏฺฐคฺคนฺติ เอวํ เอกสสฺเส นววาเร อคฺคทานํ อทาสิ. กนิฏฺโฐ ปน อุทฺธริตฺวา อทาสิ.
เตสุ เชฏฺฐโก อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร ชาโต. ภควา – ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ โอโลเกนฺโต ‘‘อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ เอกสฺมึ สสฺเส นว อคฺคทานานิ อทาสิ, อิมํ อคฺคธมฺมํ ตสฺส เทเสสฺสามี’’ติ สพฺพปฐมํ ธมฺมํ เทเสสิ. โส อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. กนิฏฺโฐ ปน โอหียิตฺวา ปจฺฉา ทานสฺส ทินฺนตฺตา สตฺถุ ปรินิพฺพานกาเล เอวํ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ ทฏฺฐุกาโม อโหสิ.
มา ตถาคตํ วิเหเฐสีติ เถโร กิร – ‘‘เอเต อญฺญติตฺถิยา นาม อตฺตโน คหณเมว คณฺหนฺติ, ตสฺส วิสฺสชฺชาปนตฺถาย ภควโต พหุํ ภาสมานสฺส กายวาจาวิเหสา ภวิสฺสติ, ปกติยาปิ จ กิลนฺโตเยว ภควา’’ติ มญฺญมาโน เอวมาห. ปริพฺพาชโก – ‘‘น เม อยํ ภิกฺขุ โอกาสํ กโรติ, อตฺถิเกน ปน อนุวตฺติตฺวา กาเรตพฺโพ’’ติ เถรํ อนุวตฺตนฺโต ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ อาห.
๒๑๓. อสฺโสสิ โขติ สาณิทฺวาเร ฐิตสฺส ภาสโต ปกติโสเตเนว อสฺโสสิ, สุตฺวา จ ปน สุภทฺทสฺเสว อตฺถาย มหตา อุสฺสาเหน อาคตตฺตา อลํ อานนฺทาติอาทิมาห. ตตฺถ อลนฺติ ปฏิกฺเขปตฺเถ นิปาโต. อญฺญาเปกฺโขวาติ อญฺญาตุกาโมว หุตฺวา. อพฺภญฺญึสูติ ยถา เตสํ ปฏิญฺญา, ตเถว ชานึสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ เนสํ สา ปฏิญฺญา นิยฺยานิกา, สพฺเพ อพฺภญฺญํสุ, โน เจ, น อพฺภญฺญํสุ. ตสฺมา กึ เตสํ ปฏิญฺญา นิยฺยานิกา, อนิยฺยานิกาติ อยเมว ตสฺส ปญฺหสฺส อตฺโถ. อถ ภควา เตสํ อนิยฺยานิกภาวกถเนน อตฺถาภาวโต เจว โอกาสาภาวโต จ ‘‘อล’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ธมฺมเมว เทเสสิ. ปฐมยามสฺมิญฺหิ มลฺลานํ ธมฺมํ เทเสตฺวา มชฺฌิมยาเม สุภทฺทสฺส, ปจฺฉิมยาเม ภิกฺขุสงฺฆํ โอวทิตฺวา พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิสฺสามิจฺเจว ภควา อาคโต.
๒๑๔. สมโณปิ ตตฺถ น อุปลพฺภตีติ ปฐโม โสตาปนฺนสมโณปิ ตตฺถ นตฺถิ, ทุติโย สกทาคามิสมโณปิ, ตติโย อนาคามิสมโณปิ, จตุตฺโถ อรหตฺตสมโณปิ ตตฺถ นตฺถีติ อตฺโถ. ‘‘อิมสฺมึ โข’’ติ ปุริมเทสนาย อนิยมโต วตฺวา อิทานิ อตฺตโน สาสนํ นิยเมนฺโต อาห. สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภีติ จตุนฺนํ มคฺคานํ อตฺถาย อารทฺธวิปสฺสเกหิ จตูหิ, มคฺคฏฺเฐหิ จตูหิ, ผลฏฺเฐหิ จตูหีติ ทฺวาทสหิ สมเณหิ สุญฺญา ปรปฺปวาทา ตุจฺฉา ริตฺตกา. อิเม จ สุภทฺทาติ อิเม ทฺวาทส ภิกฺขู. สมฺมา วิหเรยฺยุนฺติ เอตฺถ โสตาปนฺโน อตฺตโน อธิคตฏฺฐานํ อญฺญสฺส กเถตฺวา ตํ โสตาปนฺนํ กโรนฺโต สมฺมา วิหรติ นาม. เอส นโย สกทาคามิอาทีสุ. โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐ อญฺญมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐํ กโรนฺโต สมฺมา วิหรติ นาม. เอส นโย เสสมคฺคฏฺเฐสุ. โสตาปตฺติมคฺคตฺถาย อารทฺธวิปสฺสโก อตฺตโน ปคุณํ กมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา อญฺญมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคตฺถาย อารทฺธวิปสฺสกํ กโรนฺโต สมฺมา วิหรติ นาม. เอส นโย เสสมคฺคตฺถาย อารทฺธวิปสฺสเกสุ. อิทํ สนฺธายาห – ‘‘สมฺมา วิหเรยฺยุ’’นฺติ. อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสาติ นฬวนํ สรวนํ วิย นิรนฺตโร อสฺส.
เอกูนตึโส วยสาติ วเยน เอกูนตึสวสฺโส หุตฺวา. ยํ ปพฺพชินฺติ เอตฺถ ยนฺติ นิปาตมตฺตํ. กึ กุสลานุเอสีติ ‘‘กึ กุสล’’นฺติ อนุเอสนฺโต ปริเยสนฺโต. ตตฺถ – ‘‘กึ กุสล’’นฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อธิปฺเปตํ, ตํ คเวสนฺโตติ อตฺโถ. ยโต อหนฺติ ยโต ปฏฺฐาย อหํ ปพฺพชิโต, เอตฺถนฺตเร สมธิกานิ ปญฺญาส วสฺสานิ โหนฺตีติ ทสฺเสติ. ญายสฺส ธมฺมสฺสาติ อริยมคฺคธมฺมสฺส. ปเทสวตฺตีติ ปเทเส วิปสฺสนามคฺเค ปวตฺตนฺโต. อิโต พหิทฺธาติ มม สาสนโต พหิทฺธา. สมโณปิ นตฺถีติ ปเทสวตฺติวิปสฺสโกปิ นตฺถิ, ปฐมสมโณ โสตาปนฺโนปิ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ.
เย เอตฺถาติ เย ตุเมฺห เอตฺถ สาสเน สตฺถารา สมฺมุขา อนฺเตวาสิกาภิเสเกน อภิสิตฺตา, เตสํ โว ลาภา เตสํ โว สุลทฺธนฺติ. พาหิรสมเย กิร ยํ อนฺเตวาสิกํ อาจริโย – ‘‘อิมํ ปพฺพาเชหิ, อิมํ โอวท, อิมํ อนุสาสา’’ติ วทติ, โส เตน อตฺตโน ฐาเน ฐปิโต โหติ, ตสฺมา ตสฺส – ‘‘อิมํ ปพฺพเชหิ, อิมํ โอวท, อิมํ อนุสาสา’’ติ อิเม ลาภา โหนฺติ. เถรมฺปิ สุภทฺโท ตเมว พาหิรสมยํ คเหตฺวา เอวมาห.
อลตฺถ โขติ กถํ อลตฺถ? เถโร กิร นํ เอกมนฺตํ เนตฺวา อุทกตุมฺพโต ปานีเยน สีสํ เตเมตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาทาเปตฺวา สรณานิ ทตฺวา ภควโต สนฺติกํ อาเนสิ. ภควา อุปสมฺปาเทตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส ตํ คเหตฺวา อุยฺยานสฺส เอกมนฺเต จงฺกมํ อธิฏฺฐาย ฆเฏนฺโต วายมนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา อาคมฺม ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา นิสีทิ. ตํ สนฺธาย – ‘‘อจิรูปสมฺปนฺโน โข ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
โส จ ภควโต ปจฺฉิโม สกฺขิสาวโก อโหสีติ สงฺคีติการกานํ วจนํ. ตตฺถ โย ภควติ ธรมาเน ปพฺพชิตฺวา อปรภาเค อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อุปสมฺปทมฺปิ วา ธรมาเนเยว ลภิตฺวา อปรภาเค กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, กมฺมฏฺฐานมฺปิ วา ธรมาเนเยว คเหตฺวา อปรภาเค อรหตฺตเมว ปาปุณาติ, สพฺโพปิ โส ปจฺฉิโม สกฺขิสาวโก. อยํ ปน ธรมาเนเยว ภควติ ปพฺพชิโต จ อุปสมฺปนฺโน จ กมฺมฏฺฐานญฺจ คเหตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโตติ.
ปญฺจมภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.