ตถาคตปจฺฉิมวาจาวณฺณนา
๒๑๖. อิทานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส โอวาทํ อารภิ, ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เทสิโต ปญฺญตฺโตติ ธมฺโมปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จ, วินโยปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จ. ปญฺญตฺโต จ นาม ฐปิโต ปฏฺฐปิโตติ อตฺโถ. โส โว มมจฺจเยนาติ โส ธมฺมวินโย ตุมฺหากํ มมจฺจเยน สตฺถา. มยา หิ โว ฐิเตเนว – ‘‘อิทํ ลหุกํ, อิทํ ครุกํ, อิทํ สเตกิจฺฉํ, อิทํ อเตกิจฺฉํ, อิทํ โลกวชฺชํ, อิทํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, อยํ อาปตฺติ ปุคฺคลสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาติ, อยํ อาปตฺติ คณสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาติ, อยํ สงฺฆสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาตี’’ติ สตฺตาปตฺติกฺขนฺธวเสน โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ สขนฺธกปริวาโร อุภโตวิภงฺโค วินโย นาม เทสิโต, ตํ สกลมฺปิ วินยปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ.
ฐิเตเนว จ มยา – ‘‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจ อินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ เตน เตนากาเรน อิเม ธมฺเม วิภชิตฺวา วิภชิตฺวา สุตฺตนฺตปิฏกํ เทสิตํ, ตํ สกลมฺปิ สุตฺตนฺตปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ. ฐิเตเนว จ มยา – ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา, ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย, จตฺตาริ สจฺจานิ, พาวีสตินฺทฺริยานิ, นว เหตู, จตฺตาโร อาหารา, สตฺต ผสฺสา, สตฺต เวทนา, สตฺต สญฺญา, สตฺต สญฺเจตนา, สตฺต จิตฺตานิ. ตตฺราปิ ‘เอตฺตกา ธมฺมา กามาวจรา, เอตฺตกา รูปาวจรา, เอตฺตกา อรูปาวจรา, เอตฺตกา ปริยาปนฺนา, เอตฺตกา อปริยาปนฺนา, เอตฺตกา โลกิยา, เอตฺตกา โลกุตฺตรา’ติ’’ อิเม ธมฺเม วิภชิตฺวา วิภชิตฺวา จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานอนนฺตนยมหาปฏฺฐานปฏิมณฺฑิตํ อภิธมฺมปิฏกํ เทสิตํ, ตํ สกลมฺปิ อภิธมฺมปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ.
อิติ สพฺพมฺเปตํ อภิสมฺโพธิโต ยาว ปรินิพฺพานา ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสานิ ภาสิตํ ลปิตํ – ‘‘ตีณิ ปิฏกานิ, ปญฺจ นิกายา, นวงฺคานิ, จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานี’’ติ เอวํ มหาปเภทํ โหติ. อิติ อิมานิ จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ติฏฺฐนฺติ, อหํ เอโกว ปรินิพฺพายามิ. อหญฺจ โข ปน ทานิ เอกโกว โอวทามิ อนุสาสามิ, มยิ ปรินิพฺพุเต อิมานิ จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ตุเมฺห โอวทิสฺสนฺติ อนุสาสิสฺสนฺตีติ เอวํ ภควา พหูนิ การณานิ ทสฺเสนฺโต – ‘‘โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ โอวทิตฺวา ปุน อนาคเต จาริตฺตํ ทสฺเสนฺโต ยถา โข ปนาติอาทิมาห.
ตตฺถ สมุทาจรนฺตีติ กเถนฺติ โวหรนฺติ. นาเมน วา โคตฺเตน วาติ นวกาติ อวตฺวา ‘‘ติสฺส, นาคา’’ติ เอวํ นาเมน วา, ‘‘กสฺสป, โคตมา’’ติ เอวํ โคตฺเตน วา, ‘‘อาวุโส ติสฺส, อาวุโส กสฺสปา’’ติ เอวํ อาวุโสวาเทน วา สมุทาจริตพฺโพ. ภนฺเตติ วา อายสฺมาติ วาติ ภนฺเต ติสฺส, อายสฺมา ติสฺสาติ เอวํ สมุทาจริตพฺโพ. สมูหนตูติ อากงฺขมาโน สมูหนตุ, ยทิ อิจฺฉติ สมูหเนยฺยาติ อตฺโถ. กสฺมา ปน สมูหนถาติ เอกํเสเนว อวตฺวา วิกปฺปวจเนเนว ฐเปสีติ? มหากสฺสปสฺส พลํ ทิฏฺฐตฺตา. ปสฺสติ หิ ภควา – ‘‘สมูหนถาติ วุตฺเตปิ สงฺคีติกาเล กสฺสโป น สมูหนิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา วิกปฺเปเนว ฐเปสิ.
ตตฺถ – ‘‘เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสุ – จตฺตาริ ปาราชิกานิ ฐเปตฺวา อวเสสานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานี’’ติอาทินา นเยน ปญฺจสติกสงฺคีติยํ ขุทฺทานุขุทฺทกกถา อาคตาว วินิจฺฉโย เปตฺถ สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต. เกจิ ปนาหุ – ‘‘ภนฺเต, นาคเสน, กตมํ ขุทฺทกํ, กตมํ อนุขุทฺทก’’นฺติ มิลินฺเทน รญฺญา ปุจฺฉิโต. ‘‘ทุกฺกฏํ, มหาราช, ขุทฺทกํ, ทุพฺภาสิตํ อนุขุทฺทก’’นฺติ วุตฺตตฺตา นาคเสนตฺเถโร ขุทฺทานุขุทฺทกํ ชานาติ. มหากสฺสโป ปน ตํ อชานนฺโต –
‘‘สุณาตุ เม, อาวุโส, สงฺโฆ สนฺตมฺหากํ สิกฺขาปทานิ คิหิคตานิ, คิหิโนปิ ชานนฺติ – ‘‘อิทํ โว สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กปฺปติ, อิทํ โว น กปฺปตี’’ติ. สเจ มยํ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนิสฺสาม, ภวิสฺสนฺติ วตฺตาโร – ‘‘ธูมกาลิกํ สมเณน โคตเมน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ยาว เนสํ สตฺถา อฏฺฐาสิ, ตาวิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขึสุ, ยโต อิเมสํ สตฺถา ปรินิพฺพุโต, น ทานิเม สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตี’’ติ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อปญฺญตฺตํ น ปญฺญเปยฺย, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺเทยฺย, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺเตยฺย. เอสา ญตฺตีติ –
กมฺมวาจํ สาเวสีติ. น ตํ เอวํ คเหตพฺพํ. นาคเสนตฺเถโร หิ – ‘‘ปรวาทิโน โอกาโส มา อโหสี’’ติ เอวมาห. มหากสฺสปตฺเถโร ‘‘ขุทฺทานุขุทฺทกาปตฺตึ น สมูหนิสฺสามี’’ติ กมฺมวาจํ สาเวสิ.
พฺรหฺมทณฺฑกถาปิ สงฺคีติยํ อาคตตฺตาสมนฺตปาสาทิกายํ วินิจฺฉิตา.
กงฺขาติ เทฺวฬฺหกํ. วิมตีติ วินิจฺฉิตุํ อสมตฺถตา, พุทฺโธ นุ โข, น พุทฺโธ นุ โข, ธมฺโม นุ โข, น ธมฺโม นุ โข, สงฺโฆ นุ โข, น สงฺโฆ นุ โข, มคฺโค นุ โข, น มคฺโค นุ โข, ปฏิปทา นุ โข, น ปฏิปทา นุ โขติ ยสฺส สํสโย อุปฺปชฺเชยฺย, ตํ โว วทามิ ‘‘ปุจฺฉถ ภิกฺขเว’’ติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ. สตฺถุคารเวนาปิ น ปุจฺเฉยฺยาถาติ มยํ สตฺถุสนฺติเก ปพฺพชิมฺห, จตฺตาโร ปจฺจยาปิ โน สตฺถุ สนฺตกาว, เต มยํ เอตฺตกํ กาลํ กงฺขํ อกตฺวา น อรหาม อชฺช ปจฺฉิมกาเล กงฺขํ กาตุนฺติ สเจ เอวํ สตฺถริ คารเวน น ปุจฺฉถ. สหายโกปิ ภิกฺขเว สหายกสฺส อาโรเจตูติ ตุมฺหากํ โย ยสฺส ภิกฺขุโน สนฺทิฏฺโฐ สมฺภตฺโต, โส ตสฺส อาโรเจตุ, อหํ เอตสฺส ภิกฺขุสฺส กเถสฺสามิ, ตสฺส กถํ สุตฺวา สพฺเพ นิกฺกงฺขา ภวิสฺสถาติ ทสฺเสติ.
เอวํ ปสนฺโนติ เอวํ สทฺทหามิ อหนฺติ อตฺโถ. ญาณเมวาติ นิกฺกงฺขภาวปจฺจกฺขกรณญาณํเยว, เอตฺถ ตถาคตสฺส น สทฺธามตฺตนฺติ อตฺโถ. อิเมสญฺหิ, อานนฺทาติ อิเมสํ อนฺโตสาณิยํ นิสินฺนานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ. โย ปจฺฉิมโกติ โย คุณวเสน ปจฺฉิมโก. อานนฺทตฺเถรํเยว สนฺธายาห.
๒๑๘. อปฺปมาเทน สมฺปาเทถาติ สติอวิปฺปวาเสน สพฺพกิจฺจานิ สมฺปาเทยฺยาถ. อิติ ภควา ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโน ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานิ ทินฺนํ โอวาทํ สพฺพํ เอกสฺมึ อปฺปมาทปเทเยว ปกฺขิปิตฺวา อทาสิ. อยํ ตถาคตสฺส ปจฺฉิมา วาจาติ อิทํ ปน สงฺคีติการกานํ วจนํ.