ยมกสาลาวณฺณนา
๑๙๘. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ อิธ ภิกฺขูนํ คณนปริจฺเฉโท นตฺถิ. เวฬุวคาเม เวทนาวิกฺขมฺภนโต ปฏฺฐาย หิ – ‘‘น จิเรน ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ตโต ตโต อาคเตสุ ภิกฺขูสุ เอกภิกฺขุปิ ปกฺกนฺโต นาม นตฺถิ. ตสฺมา คณนวีติวตฺโต สงฺโฆ อโหสิ. อุปวตฺตนํ มลฺลานํ สาลวนนฺติ ยเถว หิ กลมฺพนทีตีรโต ราชมาตุวิหารทฺวาเรน ถูปารามํ คนฺตพฺพํ โหติ, เอวํ หิรญฺญวติยา ปาริมตีรโต สาลวนุยฺยานํ, ยถา อนุราธปุรสฺส ถูปาราโม, เอวํ ตํ กุสินารายํ โหติ. ยถา ถูปารามโต ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสนมคฺโค ปาจีนมุโข คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺโต, เอวํ อุยฺยานโต สาลวนํ ปาจีนมุขํ คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตํ. ตสฺมา ตํ – ‘‘อุปวตฺตน’’นฺติ วุจฺจติ. อนฺตเรน ยมกสาลานํ อุตฺตรสีสกนฺติ ตสฺส กิร มญฺจกสฺส เอกา สาลปนฺติ สีสภาเค โหติ, เอกา ปาทภาเค. ตตฺราปิ เอโก ตรุณสาโล สีสภาคสฺส อาสนฺโน โหติ, เอโก ปาทภาคสฺส. อปิ จ ยมกสาลา นาม มูลขนฺธวิฏปปตฺเตหิ อญฺญมญฺญํ สํสิพฺพิตฺวา ฐิตสาลาติ วุตฺตํ. มญฺจกํ ปญฺญเปหีติ ตสฺมึ กิร อุยฺยาเน ราชกุลสฺส สยนมญฺโจ อตฺถิ, ตํ สนฺธาย ปญฺญเปหีติ อาห. เถโรปิ ตํเยว ปญฺญเปตฺวา อทาสิ.
กิลนฺโตสฺมิ, อานนฺท, นิปชฺชิสฺสามีติ ตถาคตสฺส หิ –
‘‘โคจริ กฬาโป คงฺเคยฺโย, ปิงฺคโล ปพฺพเตยฺยโก;
เหมวโต จ ตมฺโพ จ, มนฺทากินิ อุโปสโถ;
ฉทฺทนฺโตเยว ทสโม, เอเต นาคานมุตฺตมา’’ติ. –
เอตฺถ ยํ ทสนฺนํ โคจริสงฺขาตานํ ปกติหตฺถีนํ พลํ, ตํ เอกสฺส กฬาปสฺสาติ. เอวํ ทสคุณวฑฺฒิตาย คณนาย ปกติหตฺถีนํ โกฏิสหสฺสพลปฺปมาณํ พลํ, ตํ สพฺพมฺปิ จุนฺทสฺส ปิณฺฑปาตํ ปริภุตฺตกาลโต ปฏฺฐาย จงฺควาเร ปกฺขิตฺตอุทกํ วิย ปริกฺขยํ คตํ. ปาวานครโต ตีณิ คาวุตานิ กุสินารานครํ, เอตสฺมึ อนฺตเร ปญฺจวีสติยา ฐาเนสุ นิสีทิตฺวา มหตา อุสฺสาเหน อาคจฺฉนฺโตปิ สูริยสฺส อตฺถงฺคมิตเวลายํ สญฺฌาสมเย ภควา สาลวนํ ปวิฏฺโฐ. เอวํ โรโค สพฺพํ อาโรคฺยํ มทฺทนฺโต อาคจฺฉติ. เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต วิย สพฺพโลกสฺส สํเวคกรํ วาจํ ภาสนฺโต – ‘‘กิลนฺโตสฺมิ, อานนฺท, นิปชฺชิสฺสามี’’ติ อาห.
กสฺมา ปน ภควา เอวํ มหนฺเตน อุสฺสาเหน อิธาคโต, กึ อญฺญตฺถ น สกฺกา ปรินิพฺพายิตุนฺติ? ปรินิพฺพายิตุํ นาม น กตฺถจิ น สกฺกา, ตีหิ ปน การเณหิ อิธาคโต, อิทญฺหิ ภควา เอวํ ปสฺสติ – ‘‘มยิ อญฺญตฺถ ปรินิพฺพายนฺเต มหาสุทสฺสนสุตฺตสฺส อตฺถุปฺปตฺติ น ภวิสฺสติ, กุสินารายํ ปน ปรินิพฺพายนฺเต ยมหํ เทวโลเก อนุภวิตพฺพํ สมฺปตฺตึ มนุสฺสโลเกเยว อนุภวึ, ตํ ทฺวีหิ ภาณวาเรหิ มณฺเฑตฺวา เทเสสฺสามิ, ตํ เม สุตฺวา พหู ชนา กุสลํ กาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ.
อปรมฺปิ ปสฺสติ – ‘‘มํ อญฺญตฺถ ปรินิพฺพายนฺตํ สุภทฺโท น ปสฺสิสฺสติ, โส จ พุทฺธเวเนยฺโย, น สาวกเวเนยฺโย; น ตํ สาวกา วิเนตุํ สกฺโกนฺติ. กุสินารายํ ปรินิพฺพายนฺตํ ปน มํ โส อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, ปญฺหาวิสฺสชฺชนปริโยสาเน จ สรเณสุ ปติฏฺฐาย มม สนฺติเก ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา มยิ ธรมาเนเยว อรหตฺตํ ปตฺวา ปจฺฉิมสาวโก ภวิสฺสตี’’ติ.
อปรมฺปิ ปสฺสติ – ‘‘มยิ อญฺญตฺถ ปรินิพฺพายนฺเต ธาตุภาชนีเย มหากลโห ภวิสฺสติ, โลหิตํ นที วิย สนฺทิสฺสติ. กุสินารายํ ปรินิพฺพุเต โทณพฺราหฺมโณ ตํ วิวาทํ วูปสเมตฺวา ธาตุโย วิภชิสฺสตี’’ติ. อิเมหิ ตีหิ การเณหิ ภควา เอวํ มหนฺเตน อุสฺสาเหน อิธาคโตติ เวทิตพฺโพ.
สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคีเสยฺยา, เปตเสยฺยา, สีหเสยฺยา, ตถาคตเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา.
ตตฺถ – ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี สตฺตา วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ อยํ กามโภคีเสยฺยา. เตสุ หิ เยภุยฺเยน ทกฺขิเณน ปสฺเสน สยนฺตา นาม นตฺถิ.
‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ อยํ เปตเสยฺยา. อปฺปมํสโลหิตตฺตา หิ เปตา อฏฺฐิสงฺฆาฏชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ.
‘‘สีโห, ภิกฺขเว, มิคราชา ทกฺขิเณน ปสฺเสน เสยฺยํ กปฺเปติ…เป… อตฺตมโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน, ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ. ทิวสํ สยิตฺวาปิ ปพุชฺฌมาโน น อุตฺรสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขติ. สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ – ‘‘น ยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา สูรภาวสฺส จ อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน – ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภิตํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ.
‘‘จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา ปน ตถาคตสฺส เสยฺยาติ วุจฺจติ’’ (อ. นิ. ๔.๒๔๖). ตาสุ อิธ สีหเสยฺยา อาคตา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม.
ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, อีสกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก, ชาณุนา วา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ, เสยฺยา อผาสุกา โหติ. ยถา ปน น สงฺฆฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, เสยฺยา ผาสุ โหติ. ตสฺมา เอวํ นิปชฺชิ. อนุฏฺฐานเสยฺยํ อุปคตตฺตา ปเนตฺถ – ‘‘อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิ กริตฺวา’’ติ น วุตฺตํ. กายวเสน เจตฺถ อนุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ, นิทฺทาวเสน ปน ตํ รตฺตึ ภควโต ภวงฺคสฺส โอกาโสเยว นาโหสิ. ปฐมยามสฺมิญฺหิ มลฺลานํ ธมฺมเทสนา อโหสิ, มชฺฌิมยาเม สุภทฺทสฺส ปจฺฉิมยาเม ภิกฺขุสงฺฆํ โอวทิ, พลวปจฺจูเส ปรินิพฺพายิ.
สพฺพผาลิผุลฺลาติ สพฺเพ สมนฺตโต ปุปฺผิตา มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา เอกจฺฉนฺนา อเหสุํ, น เกวลญฺจ ยมกสาลาเยว, สพฺเพปิ รุกฺขา สพฺพปาลิผุลฺลาว อเหสุํ. น เกวลญฺหิ ตสฺมึเยว อุยฺยาเน, สกลญฺหิปิ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ ปุปฺผูปคา ปุปฺผํ คณฺหึสุ, ผลูปคา ผลํ คณฺหึสุ, สพฺพรุกฺขานํ ขนฺเธสุ ขนฺธปทุมานิ, สาขาสุ สาขาปทุมานิ, วลฺลีสุ วลฺลิปทุมานิ, อากาเสสุ อากาสปทุมานิ ปถวีตลํ ภินฺทิตฺวา ทณฺฑปทุมานิ ปุปฺผึสุ. สพฺโพ มหาสมุทฺโท ปญฺจวณฺณปทุมสญฺฉนฺโน อโหสิ. ติโยชนสหสฺสวิตฺถโต หิมวา ฆนพทฺธโมรปิญฺฉกลาโป วิย, นิรนฺตรํ มาลาทามควจฺฉิโก วิย, สุฏฺฐุ ปีเฬตฺวา อาพทฺธปุปฺผวฏํสโก วิย, สุปูริตํ ปุปฺผจงฺโกฏกํ วิย จ อติรมณีโย อโหสิ.
เต ตถาคตสฺส สรีรํ โอกิรนฺตีติ เต ยมกสาลา ภุมฺมเทวตาหิ สญฺจลิตขนฺธสาขวิฏปา ตถาคตสฺส สรีรํ อวกิรนฺติ, สรีรสฺส อุปริ ปุปฺผานิ วิกิรนฺตีติ อตฺโถ. อชฺโฌกิรนฺตีติ อชฺโฌตฺถรนฺตา วิย กิรนฺติ. อภิปฺปกิรนฺตีติ อภิณฺหํ ปุนปฺปุนํ ปกิรนฺติเยว. ทิพฺพานีติ เทวโลเก นนฺทโปกฺขรณีสมฺภวานิ, ตานิ โหนฺติ สุวณฺณวณฺณานิ ปณฺณจฺฉตฺตปฺปมาณปตฺตานิ, มหาตุมฺพมตฺตํ เรณุํ คณฺหนฺติ. น เกวลญฺจ มนฺทารวปุปฺผาเนว, อญฺญานิปิ ปน ทิพฺพานิ ปาริจฺฉตฺตกโกวิฬารปุปฺผาทีนิ สุวณฺณจงฺโกฏกานิ ปูเรตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยมฺปิ ติทสปุเรปิ พฺรหฺมโลเกปิ ฐิตาหิ เทวตาหิ ปวิฏฺฐานิ, อนฺตลิกฺขา ปตนฺติ. ตถาคตสฺส สรีรนฺติ อนฺตรา อวิกิณฺณาเนว อาคนฺตฺวา ปตฺตกิญฺชกฺขเรณุจุณฺเณหิ ตถาคตสฺส สรีรเมว โอกิรนฺติ.
ทิพฺพานิปิ จนฺทนจุณฺณานีติ เทวตานํ อุปกปฺปนจนฺทนจุณฺณานิ. น เกวลญฺจ เทวตานํเยว, นาคสุปณฺณมนุสฺสานมฺปิ อุปกปฺปนจนฺทนจุณฺณานิ. น เกวลญฺจ จนฺทนจุณฺณาเนว, กาฬานุสาริกโลหิตจนฺทนาทิสพฺพทิพฺพคนฺธชาลจุณฺณานิ, หริตาลอญฺชนสุวณฺณรชตจุณฺณานิ สพฺพทิพฺพคนฺธวาสวิกติโย สุวณฺณรชตาทิสมุคฺเค ปูเรตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิอาทีสุ ฐิตาหิ เทวตาหิ ปวิฏฺฐานิ อนฺตรา อวิปฺปกิริตฺวา ตถาคตสฺเสว สรีรํ โอกิรนฺติ.
ทิพฺพานิปิ ตูริยานีติ เทวตานํ อุปกปฺปนตูริยานิ. น เกวลญฺจ ตานิเยว, สพฺพานิปิ ตนฺติพทฺธจมฺมปริโยนทฺธฆนสุสิรเภทานิ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ เทวนาคสุปณฺณมนุสฺสานํ ตูริยานิ เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปติตฺวา อนฺตลิกฺเข วชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.
ทิพฺพานิปิ สงฺคีตานีติ วรุณวารณเทวตา กิร นาเมตา ทีฆายุกา เทวตา – ‘‘มหาปุริโส มนุสฺสปเถ นิพฺพตฺติตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ‘‘ปฏิสนฺธิคฺคหณทิวเส นํ คเหตฺวา คมิสฺสามา’’ติ มาลํ คนฺเถตุมารภึสุ. ตา คนฺถมานาว – ‘‘มหาปุริโส มาตุกุจฺฉิยํ นิพฺพตฺโต’’ติ สุตฺวา ‘‘ตุเมฺห กสฺส คนฺถถา’’ติ วุตฺตา ‘‘น ตาว นิฏฺฐาติ, กุจฺฉิโต นิกฺขมนทิวเส คณฺหิตฺวา คมิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ปุนปิ ‘‘นิกฺขนฺโต’’ติ สุตฺวา ‘‘มหาภินิกฺขมนทิวเส คมิสฺสามา’’ติ. เอกูนตึสวสฺสานิ ฆเร วสิตฺวา ‘‘อชฺช มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต’’ติปิ สุตฺวา ‘‘อภิสมฺโพธิทิวเส คมิสฺสามา’’ติ. ฉพฺพสฺสานิ ปธานํ กตฺวา ‘‘อชฺช อภิสมฺพุทฺโธ’’ติปิ สุตฺวา ‘‘ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนทิวเส คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘สตฺตสตฺตาหานิ โพธิมณฺเฑ วีตินาเมตฺวา อิสิปตนํ คนฺตฺวา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติต’’นฺติปิ สุตฺวา ‘‘ยมกปาฏิหาริยทิวเส คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘อชฺช ยมกปาฏิหาริยํ กรี’’ติปิ สุตฺวา ‘‘เทโวโรหณทิวเส คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘อชฺช เทโวโรหณํ กรี’’ติปิ สุตฺวา ‘‘อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘อชฺช อายุสงฺขารํ โอสฺสชี’’ติปิ สุตฺวา ‘‘น ตาว นิฏฺฐาติ, ปรินิพฺพานทิวเส คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘อชฺช ภควา ยมกสาลานมนฺตเร ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน สีหเสยฺยํ อุปคโต พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิสฺสติ. ตุเมฺห กสฺส คนฺถถา’’ติ สุตฺวา ปน – ‘‘กินฺนาเมตํ, ‘อชฺเชว มาตุกุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, อชฺเชว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมิ, อชฺเชว มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิ, อชฺเชว พุทฺโธ อโหสิ, อชฺเชว ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ, อชฺเชว ยมกปาฏิหาริยํ อกาสิ, อชฺเชว เทวโลกา โอติณฺโณ, อชฺเชว อายุสงฺขารํ โอสฺสชิ, อชฺเชว กิร ปรินิพฺพายิสฺสตี’ติ. นนุ นาม ทุติยทิวเส ยาคุปานกาลมตฺตมฺปิ ฐาตพฺพํ อสฺส. ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา พุทฺธตฺตํ ปตฺตสฺส นาม อนนุจฺฉวิกเมต’’นฺติ อปรินิฏฺฐิตาว มาลาโย คเหตฺวา อาคมฺม อนฺโต จกฺกวาเฬ โอกาสํ อลภมานา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ ลมฺพิตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยาว อาธาวนฺติโย หตฺเถน หตฺถํ คีวาย คีวํ คเหตฺวา ตีณิ รตนานิ อารพฺภ ทฺวตฺตึส มหาปุริสลกฺขณานิ ฉพฺพณฺณรสฺมิโย ทส ปารมิโย อฑฺฒฉฏฺฐานิ ชาตกสตานิ จุทฺทส พุทฺธญาณานิ อารพฺภ คายิตฺวา ตสฺส ตสฺส อวสาเน ‘‘มหายโส, มหายโส’’ติ วทนฺติ. อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ – ‘‘ทิพฺพานิปิ สงฺคีตานิ อนฺตลิกฺเข วตฺตนฺติ ตถาคตสฺส ปูชายา’’ติ.
๑๙๙. ภควา ปน ยมกสาลานํ อนฺตรา ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโนเยว ปถวีตลโต ยาว จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยา, จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิโต จ ยาว พฺรหฺมโลกา สนฺนิปติตาย ปริสาย มหนฺตํ อุสฺสาหํ ทิสฺวา อายสฺมโต อานนฺทสฺส อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ…เป… ตถาคตสฺส ปูชายา’’ติ. เอวํ มหาสกฺการํ ทสฺเสตฺวา เตนาปิ อตฺตโน อสกฺกตภาวเมว ทสฺสนฺโต น โข, อานนฺท, เอตฺตาวตาติอาทิมาห.
อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อานนฺท, มยา ทีปงฺกรปาทมูเล นิปนฺเนน อฏฺฐ ธมฺเม สโมธาเนตฺวา อภินีหารํ กโรนฺเตน น มาลาคนฺธตูริยสงฺคีตานํ อตฺถาย อภินีหาโร กโต, น เอตทตฺถาย ปารมิโย ปูริตา. ตสฺมา น โข อหํ เอตาย ปูชาย ปูชิโต นาม โหมี’’ติ.
กสฺมา ปน ภควา อญฺญตฺถ เอกํ อุมาปุปฺผมตฺตมฺปิ คเหตฺวา พุทฺธคุเณ อาวชฺเชตฺวา กตาย ปูชาย พุทฺธญาเณนาปิ อปริจฺฉินฺนํ วิปากํ วณฺเณตฺวา อิธ เอวํ มหนฺตํ ปูชํ ปฏิกฺขิปตีติ? ปริสานุคฺคเหน เจว สาสนสฺส จ จิรฏฺฐิติกามตาย. สเจ หิ ภควา เอวํ น ปฏิกฺขิเปยฺย, อนาคเต สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน สีลํ น ปริปูเรสฺสนฺติ, สมาธิสฺส อาคตฏฺฐาเน สมาธึ น ปริปูเรสฺสนฺติ, วิปสฺสนาย อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนาคพฺภํ น คาหาเปสฺสนฺติ. อุปฏฺฐาเก สมาทเปตฺวา ปูชํเยว กาเรนฺตา วิหริสฺสนฺติ. อามิสปูชา จ นาเมสา สาสนํ เอกทิวสมฺปิ เอกยาคุปานกาลมตฺตมฺปิ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ. มหาวิหารสทิสญฺหิ วิหารสหสฺสํ มหาเจติยสทิสญฺจ เจติยสหสฺสมฺปิ สาสนํ ธาเรตุํ น สกฺโกนฺติ. เยน กมฺมํ กตํ, ตสฺเสว โหติ. สมฺมาปฏิปตฺติ ปน ตถาคตสฺส อนุจฺฉวิกา ปูชา. สา หิ เตน ปตฺถิตา เจว, สกฺโกติ สาสนญฺจ สนฺธาเรตุํ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺโต โย โข อานนฺทาติอาทิมาห.
ตตฺถ ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโนติ นววิธสฺส โลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุธมฺมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. สาเยว ปน ปฏิปทา อนุจฺฉวิกตฺตา ‘‘สามีจี’’ติ วุจฺจติ. ตํ สามีจึ ปฏิปนฺโนติ สามีจิปฺปฏิปนฺโน. ตเมว ปุพฺพภาคปฏิปทาสงฺขาตํ อนุธมฺมํ จรติ ปูเรตีติ อนุธมฺมจารี.
ปุพฺพภาคปฏิปทาติ จ สีลํ อาจารปญฺญตฺติ ธุตงฺคสมาทานํ ยาว โคตฺรภุโต สมฺมาปฏิปทา เวทิตพฺพา. ตสฺมา โย ภิกฺขุ ฉสุ อคารเวสุ ปติฏฺฐาย ปญฺญตฺตึ อติกฺกมติ, อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ น ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน. โย ปน สพฺพํ อตฺตโน ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ ชินเวลํ ชินมริยาทํ ชินกาฬสุตฺตํ อณุมตฺตมฺปิ น วีติกฺกมติ, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน นาม. ภิกฺขุนิยาปิ เอเสว นโย. โย อุปาสโก ปญฺจ เวรานิ ทส อกุสลกมฺมปเถ สมาทาย วตฺตติ อปฺเปติ, อยํ น ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน. โย ปน ตีสุ สรเณสุ, ปญฺจสุปิ สีเลสุ, ทสสุ สีเลสุ ปริปูรการี โหติ, มาสสฺส อฏฺฐ อุโปสเถ กโรติ, ทานํ เทติ, คนฺธปูชํ มาลาปูชํ กโรติ, มาตรํ ปิตรํ อุปฏฺฐาติ, ธมฺมิเก สมณพฺราหฺมเณ อุปฏฺฐาติ, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน นาม. อุปาสิกายปิ เอเสว นโย.
ปรมาย ปูชายาติ อุตฺตมาย ปูชาย. อยญฺหิ นิรามิสปูชา นาม สกฺโกติ มม สาสนํ สนฺธาเรตุํ. ยาว หิ อิมา จตสฺโส ปริสา มํ อิมาย ปูเชสฺสนฺติ, ตาว มม สาสนํ มชฺเฌ นภสฺส ปุณฺณจนฺโท วิย วิโรจิสฺสตีติ ทสฺเสติ.