อุปวาณตฺเถรวณฺณนา
๒๐๐. อปสาเรสีติ อปเนสิ. อเปหีติ อปคจฺฉ. เถโร เอกวจเนเนว ตาลวณฺฏํ นิกฺขิปิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อุปฏฺฐาโกติอาทิ ปฐมโพธิยํ อนิพทฺธุปฏฺฐากภาวํ สนฺธายาห. อยํ, ภนฺเต, อายสฺมา อุปวาโณติ เอวํ เถเรน วุตฺเต อานนฺโท อุปวาณสฺส สโทสภาวํ สลฺลกฺเขติ, ‘หนฺทสฺส นิทฺโทสภาวํ กเถสฺสามี’ติ ภควา เยภุยฺเยน อานนฺทาติอาทิมาห. ตตฺถ เยภุยฺเยนาติ อิทํ อสญฺญสตฺตานญฺเจว อรูปเทวตานญฺจ โอหีนภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อปฺผุโฏติ อสมฺผุฏฺโฐ อภริโต วา. ภควโต กิร อาสนฺนปเทเส วาลคฺคมตฺเต โอกาเส สุขุมตฺตภาวํ มาเปตฺวา ทส ทส มเหสกฺขา เทวตา อฏฺฐํสุ. ตาสํ ปรโต วีสติ วีสติ. ตาสํ ปรโต ตึสติ ตึสติ. ตาสํ ปรโต จตฺตาลีสํ จตฺตาลีสํ. ตาสํ ปรโต ปญฺญาสํ ปญฺญาสํ. ตาสํ ปรโต สฏฺฐิ สฏฺฐิ เทวตา อฏฺฐํสุ. ตา อญฺญมญฺญํ หตฺเถน วา ปาเทน วา วตฺเถน วา น พฺยาพาเธนฺติ. ‘‘อเปหิ มํ, มา ฆฏฺเฏหี’’ติ วตฺตพฺพาการํ นาม นตฺถิ. ‘‘ตา โข ปน เทวตาโย ทสปิ หุตฺวา วีสติปิ หุตฺวา ตึสมฺปิ หุตฺวา จตฺตาลีสมฺปิ หุตฺวา ปญฺญาสมฺปิ หุตฺวา อารคฺคโกฏินิตุทนมตฺเตปิ ติฏฺฐนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๗) วุตฺตสทิสาว อเหสุํ. โอวาเรนฺโตติ อาวาเรนฺโต. เถโร กิร ปกติยาปิ มหาสรีโร หตฺถิโปตกสทิโส. โส ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา อติมหา วิย อโหสิ.
ตถาคตํ ทสฺสนายาติ ภควโต มุขํ ทฏฺฐุํ อลภมานา เอวํ อุชฺฌายึสุ. กึ ปน ตา เถรํ วินิวิชฺฌ ปสฺสิตุํ น สกฺโกนฺตีติ? อาม, น สกฺโกนฺติ. เทวตา หิ ปุถุชฺชเน วินิวิชฺฌ ปสฺสิตุํ สกฺโกนฺติ, น ขีณาสเว. เถรสฺส จ มเหสกฺขตาย เตชุสฺสทตาย อุปคนฺตุมฺปิ น สกฺโกนฺติ. กสฺมา ปน เถโรว เตชุสฺสโท, น อญฺเญ อรหนฺโตติ? ยสฺมา กสฺสปพุทฺธสฺส เจติเย อารกฺขเทวตา อโหสิ.
วิปสฺสิมฺหิ กิร สมฺมาสมฺพุทฺเธ ปรินิพฺพุเต เอกคฺฆนสุวณฺณกฺขนฺธสทิสสฺส ธาตุสรีรสฺส เอกเมว เจติยํ อกํสุ, ทีฆายุกพุทฺธานญฺหิ เอกเมว เจติยํ โหติ. ตํ มนุสฺสา รตนายามาหิ วิทตฺถิวิตฺถตาหิ ทฺวงฺคุลพหลาหิ สุวณฺณิฏฺฐกาหิ หริตาเลน จ มโนสิลาย จ มตฺติกากิจฺจํ ติลเตเลเนว อุทกกิจฺจํ สาเธตฺวา โยชนปฺปมาณํ อุฏฺฐเปสุํ. ตโต ภุมฺมา เทวตา โยชนปฺปมาณํ, ตโต อากาสฏฺฐกเทวตา, ตโต อุณฺหวลาหกเทวตา, ตโต อพฺภวลาหกเทวตา, ตโต จาตุมหาราชิกา เทวตา, ตโต ตาวตึสา เทวตา โยชนปฺปมาณํ อุฏฺฐเปสุนฺติ เอวํ สตฺตโยชนิกํ เจติยํ อโหสิ. มนุสฺเสสุ มาลาคนฺธวตฺถาทีนิ คเหตฺวา อาคเตสุ อารกฺขเทวตา คเหตฺวา เตสํ ปสฺสนฺตานํเยว เจติยํ ปูเชสิ.
ตทา อยํ เถโร พฺราหฺมณมหาสาโล หุตฺวา เอกํ ปีตกํ วตฺถํ อาทาย คโต. เทวตา ตสฺส หตฺถโต วตฺถํ คเหตฺวา เจติยํ ปูเชสิ. พฺราหฺมโณ ตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต ‘‘อหมฺปิ อนาคเต เอวรูปสฺส พุทฺธสฺส เจติเย อารกฺขเทวตา โหมี’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ตสฺส เทวโลเก จ มนุสฺสโลเก จ สํสรนฺตสฺเสว กสฺสโป ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิ. ตสฺสาปิ เอกเมว ธาตุสรีรํ อโหสิ. ตํ คเหตฺวา โยชนิกํ เจติยํ กาเรสุํ. โส ตตฺถ อารกฺขเทวตา หุตฺวา สาสเน อนฺตรหิเต สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล ตโต จุโต มหากุเล ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต. อิติ เจติเย อารกฺขเทวตา หุตฺวา อาคตตฺตา เถโร เตชุสฺสโทติ เวทิตพฺโพ.
เทวตา, อานนฺท, อุชฺฌายนฺตีติ อิติ อานนฺท, เทวตา อุชฺฌายนฺติ, น มยฺหํ ปุตฺตสฺส อญฺโญ โกจิ โทโส อตฺถีติ ทสฺเสติ.
๒๐๑. กถํภูตา ปน, ภนฺเตติ กสฺมา อาห? ภควา ตุเมฺห – ‘‘เทวตา อุชฺฌายนฺตี’’ติ วทถ, กถํ ภูตา ปน ตา ตุเมฺห มนสิ กโรถ, กึ ตุมฺหากํ ปรินิพฺพานํ อธิวาเสนฺตีติ ปุจฺฉติ. อถ ภควา – ‘‘นาหํ อธิวาสนการณํ วทามี’’ติ ตาสํ อนธิวาสนภาวํ ทสฺเสนฺโต สนฺตานนฺทาติอาทิมาห.
ตตฺถ อากาเส ปถวีสญฺญินิโยติ อากาเส ปถวึ มาเปตฺวา ตตฺถ ปถวีสญฺญินิโย. กนฺทนฺตีติ โรทนฺติ. ฉินฺนปาตํ ปปตนฺตีติ มชฺเฌ ฉินฺนา วิย หุตฺวา ยโต วา ตโต วา ปปตนฺติ. อาวฏฺฏนฺตีติ อาวฏฺฏนฺติโย ปติตฏฺฐานเมว อาคจฺฉนฺติ. วิวฏฺฏนฺตีติ ปติตฏฺฐานโต ปรภาคํ วฏฺฏมานา คจฺฉนฺติ. อปิจ เทฺว ปาเท ปสาเรตฺวา สกึ ปุรโต สกึ ปจฺฉโต สกึ วามโต สกึ ทกฺขิณโต สํปริวตฺตมานาปิ – ‘‘อาวฏฺฏนฺติ วิวฏฺฏนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ. สนฺตานนฺท, เทวตา ปถวิยํ ปถวีสญฺญินิโยติ ปกติปถวี กิร เทวตา ธาเรตุํ น สกฺโกติ. ตตฺถ หตฺถโก พฺรหฺมา วิย เทวตา โอสีทนฺติ. เตนาห ภควา – ‘‘โอฬาริกํ หตฺถก, อตฺตภาวํ อภินิมฺมินาหี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๒๘). ตสฺมา ยา เทวตา ปถวิยํ ปถวึ มาเปสุํ, ตา สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘ปถวิยํ ปถวีสญฺญินิโย’’ติ.
วีตราคาติ ปหีนโทมนสฺสา สิลาถมฺภสทิสา อนาคามิขีณาสวเทวตา.