จตุมหาปเทสวณฺณนา
๑๘๗. มหาปเทเสติ มหาโอกาเส, มหาอปเทเส วา, พุทฺธาทโย มหนฺเต มหนฺเต อปทิสิตฺวา วุตฺตานิ มหาการณานีติ อตฺโถ.
๑๘๘. เนว อภินนฺทิตพฺพนฺติ หฏฺฐตุฏฺเฐหิ สาธุการํ ทตฺวา ปุพฺเพว น โสตพฺพํ, เอวํ กเต หิ ปจฺฉา ‘‘อิทํ น สเมตี’’ติ วุจฺจมาโน – ‘‘กึ ปุพฺเพว อยํ ธมฺโม, อิทานิ น ธมฺโม’’ติ วตฺวา ลทฺธึ น วิสฺสชฺเชติ. นปฺปฏิกฺโกสิตพฺพนฺติ – ‘‘กึ เอส พาโล วทตี’’ติ เอวํ ปุพฺเพว น วตฺตพฺพํ, เอวํ วุตฺเต หิ วตฺตุํ ยุตฺตมฺปิ น วกฺขติ. เตนาห – ‘‘อนภินนฺทิตฺวา อปฺปฏิกฺโกสิตฺวา’’ติ. ปทพฺยญฺชนานีติ ปทสงฺขาตานิ พฺยญฺชนานิ. สาธุกํ อุคฺคเหตฺวาติ อิมสฺมึ ฐาเน ปาฬิ วุตฺตา, อิมสฺมึ ฐาเน อตฺโถ วุตฺโต, อิมสฺมึ ฐาเน อนุสนฺธิ กถิโต, อิมสฺมึ ฐาเน ปุพฺพาปรํ กถิตนฺติ สุฏฺฐุ คเหตฺวา. สุตฺเต โอสาเรตพฺพานีติ สุตฺเต โอตาเรตพฺพานิ. วินเย สนฺทสฺเสตพฺพานีติ วินเย สํสนฺเทตพฺพานิ.
เอตฺถ จ สุตฺตนฺติ วินโย. ยถาห – ‘‘กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตํ? สาวตฺถิยํ สุตฺตวิภงฺเค’’ติ (จุฬว. ๔๕๗). วินโยติ ขนฺธโก. ยถาห – ‘‘วินยาติสาเร’’ติ. เอวํ วินยปิฏกมฺปิ น ปริยาทิยติ. อุภโตวิภงฺคา ปน สุตฺตํ, ขนฺธกปริวารา วินโยติ เอวํ วินยปิฏกํ ปริยาทิยติ. อถวา สุตฺตนฺตปิฏกํ สุตฺตํ, วินยปิฏกํ วินโยติ เอวํ เทฺวเยว ปิฏกานิ ปริยาทิยนฺติ. สุตฺตนฺตาภิธมฺมปิฏกานิ วา สุตฺตํ, วินยปิฏกํ วินโยติ เอวมฺปิ ตีณิ ปิฏกานิ น ตาว ปริยาทิยนฺติ. อสุตฺตนามกญฺหิ พุทฺธวจนํ นาม อตฺถิ. เสยฺยถิทํ – ชาตกํ, ปฏิสมฺภิทา, นิทฺเทโส, สุตฺตนิปาโต, ธมฺมปทํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, วิมานวตฺถุ, เปตวตฺถุ, เถรคาถา, เถรีคาถา, อปทานนฺติ.
สุทินฺนตฺเถโร ปน – ‘‘อสุตฺตนามกํ พุทฺธวจนํ น อตฺถี’’ติ ตํ สพฺพํ ปฏิปกฺขิปิตฺวา – ‘‘ตีณิ ปิฏกานิ สุตฺตํ, วินโย ปน การณ’’นฺติ อาห. ตโต ตํ การณํ ทสฺเสนฺโต อิทํ สุตฺตมาหริ –
‘‘เย โข ตฺวํ, โคตมิ, ธมฺเม ชาเนยฺยาสิ, อิเม ธมฺมา สราคาย สํวตฺตนฺติ โน วิราคาย, สญฺโญคาย สํวตฺตนฺติ โน วิสญฺโญคาย, อาจยาย สํวตฺตนฺติ โน อปจยาย, มหิจฺฉตาย สํวตฺตนฺติ โน อปฺปิจฺฉตาย, อสนฺตุฏฺฐิยา สํวตฺตนฺติ โน สนฺตุฏฺฐิยา, สงฺคณิกาย สํวตฺตนฺติ โน ปวิเวกาย, โกสชฺชาย สํวตฺตนฺติ โน วีริยารมฺภาย, ทุพฺภรตาย สํวตฺตนฺติ โน สุภรตาย. เอกํเสน, โคตมิ, ธาเรยฺยาสิ – ‘เนโส ธมฺโม, เนโส วินโย, เนตํ สตฺถุสาสน’นฺติ. เย จ โข ตฺวํ, โคตมิ, ธมฺเม ชาเนยฺยาสิ, อิเม ธมฺมา วิราคาย สํวตฺตนฺติ โน สราคาย, วิสญฺโญคาย สํวตฺตนฺติ โน สญฺโญคาย, อปจยาย สํวตฺตนฺติ โน อาจยาย, อปฺปิจฺฉตาย สํวตฺตนฺติ โน มหิจฺฉตาย, สนฺตุฏฺฐิยา สํวตฺตนฺติ โน อสนฺตุฏฺฐิยา, ปวิเวกาย สํวตฺตนฺติ โน สงฺคณิกาย, วีริยารมฺภาย สํวตฺตนฺติ โน โกสชฺชาย, สุภรตาย สํวตฺตนฺติ โน ทุพฺภรตาย. เอกํเสน, โคตมิ, ธาเรยฺยาสิ – ‘เอโส ธมฺโม, เอโส วินโย, เอตํ สตฺถุสาสน’นฺติ’’ (อ. นิ. ๘.๕๓).
ตสฺมา สุตฺเตติ เตปิฏเก พุทฺธวจเน โอตาเรตพฺพานิ. วินเยติ เอตสฺมึ ราคาทิวินยการเณ สํสนฺเทตพฺพานีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. น เจว สุตฺเต โอสรนฺตีติ สุตฺตปฏิปาฏิยา กตฺถจิ อนาคนฺตฺวา ฉลฺลึ อุฏฺฐเปตฺวา คุฬฺหเวสฺสนฺตร-คุฬฺหอุมฺมคฺค-คุฬฺหวินย-เวทลฺลปิฏกานํ อญฺญตรโต อาคตานิ ปญฺญายนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ อาคตานิ หิ ราคาทิวินเย จ น ปญฺญายมานานิ ฉฑฺเฑตพฺพานิ โหนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อิติ เหตํ, ภิกฺขเว, ฉฑฺเฑยฺยาถา’’ติ. เอเตนุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อิทํ, ภิกฺขเว, จตุตฺถํ มหาปเทสํ ธาเรยฺยาถาติ อิทํ จตุตฺถํ ธมฺมสฺส ปติฏฺฐาโนกาสํ ธาเรยฺยาถ.
อิมสฺมึ ปน ฐาเน อิมํ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ. สุตฺเต จตฺตาโร มหาปเทสา, ขนฺธเก จตฺตาโร มหาปเทสา, จตฺตาริ ปญฺหพฺยากรณานิ, สุตฺตํ, สุตฺตานุโลมํ, อาจริยวาโท, อตฺตโนมติ, ติสฺโส สงฺคีติโยติ.
ตตฺถ – ‘‘อยํ ธมฺโม, อยํ วินโย’’ติ ธมฺมวินิจฺฉเย ปตฺเต อิเม จตฺตาโร มหาปเทสา ปมาณํ. ยํ เอตฺถ สเมติ ตเทว คเหตพฺพํ, อิตรํ วิรวนฺตสฺสปิ น คเหตพฺพํ.
‘‘อิทํ กปฺปติ, อิทํ น กปฺปตี’’ติ กปฺปิยากปฺปิยวินิจฺฉเย ปตฺเต – ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, มยา อิทํ น กปฺปตีติ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ, ตํ เจ อกปฺปิยํ อนุโลเมติ, กปฺปิยํ ปฏิพาหติ, ตํ โว น กปฺปตี’’ติอาทินา (มหาว. ๓๐๕) นเยน ขนฺธเก วุตฺตา จตฺตาโร มหาปเทสา ปมาณํ. เตสํ วินิจฺฉยกถา สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตา. ตตฺถ วุตฺตนเยน ยํ กปฺปิยํ อนุโลเมติ, ตเทว กปฺปิยํ, อิตรํ อกปฺปิยนฺติ เอวํ สนฺนิฏฺฐานํ กาตพฺพํ.
เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห, วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห, ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห, ฐปนีโย ปโญฺหติ อิมานิ จตฺตาริ ปญฺหพฺยากรณานิ นาม. ตตฺถ ‘‘จกฺขุํ อนิจฺจ’’นฺติ ปุฏฺเฐน – ‘‘อาม อนิจฺจ’’นฺติ เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพํ. เอส นโย โสตาทีสุ. อยํ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘อนิจฺจํ นาม จกฺขุ’’นฺติ ปุฏฺเฐน – ‘‘น จกฺขุเมว, โสตมฺปิ อนิจฺจํ ฆานมฺปิ อนิจฺจ’’นฺติ เอวํ วิภชิตฺวา พฺยากาตพฺพํ. อยํ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘ยถา จกฺขุ ตถา โสตํ, ยถา โสตํ ตถา จกฺขุ’’นฺติ ปุฏฺเฐน ‘‘เกนฏฺเฐน ปุจฺฉสี’’ติ ปฏิปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทสฺสนฏฺเฐน ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺเต ‘‘น หี’’ติ พฺยากาตพฺพํ, ‘‘อนิจฺจฏฺเฐน ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺเต อามาติ พฺยากาตพฺพํ. อยํ ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติอาทีนิ ปุฏฺเฐน ปน ‘‘อพฺยากตเมตํ ภควตา’’ติ ฐเปตพฺโพ, เอส ปโญฺห น พฺยากาตพฺโพ. อยํ ฐปนีโย ปโญฺห. อิติ เตนากาเรน ปเญฺห สมฺปตฺเต อิมานิ จตฺตาริ ปญฺหพฺยากรณานิ ปมาณํ. อิเมสํ วเสน โส ปโญฺห พฺยากาตพฺโพ.
สุตฺตาทีสุ ปน สุตฺตํ นาม ติสฺโส สงฺคีติโย อารูฬฺหานิ ตีณิ ปิฏกานิ. สุตฺตานุโลมํ นาม อนุโลมกปฺปิยํ. อาจริยวาโท นาม อฏฺฐกถา. อตฺตโนมติ นาม นยคฺคาเหน อนุพุทฺธิยา อตฺตโน ปฏิภานํ. ตตฺถ สุตฺตํ อปฺปฏิพาหิยํ, ตํ ปฏิพาหนฺเตน พุทฺโธว ปฏิพาหิโต โหติ. อนุโลมกปฺปิยํ ปน สุตฺเตน สเมนฺตเมว คเหตพฺพํ, น อิตรํ. อาจริยวาโทปิ สุตฺเตน สเมนฺโตเยว คเหตพฺโพ, น อิตโร. อตฺตโนมติ ปน สพฺพทุพฺพลา, สาปิ สุตฺเตน สเมนฺตาเยว คเหตพฺพา, น อิตรา. ปญฺจสติกา, สตฺตสติกา, สหสฺสิกาติ อิมา ปน ติสฺโส สงฺคีติโย. สุตฺตมฺปิ ตาสุ อาคตเมว ปมาณํ, อิตรํ คารยฺหสุตฺตํ น คเหตพฺพํ. ตตฺถ โอตรนฺตานิปิ หิ ปทพฺยญฺชนานิ น เจว สุตฺเต โอตรนฺติ, น จ วินเย สนฺทิสฺสนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.