กมฺมารปุตฺตจุนฺทวตฺถุวณฺณนา
๑๘๙. กมฺมารปุตฺตสฺสาติ สุวณฺณการปุตฺตสฺส. โส กิร อฑฺโฒ มหากุฏุมฺพิโก ภควโต ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปนฺโน หุตฺวา อตฺตโน อมฺพวเน วิหารํ การาเปตฺวา นิยฺยาเตสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อมฺพวเน’’ติ.
สูกรมทฺทวนฺติ นาติตรุณสฺส นาติชิณฺณสฺส เอกเชฏฺฐกสูกรสฺส ปวตฺตมํสํ. ตํ กิร มุทุ เจว สินิทฺธญฺจ โหติ, ตํ ปฏิยาทาเปตฺวา สาธุกํ ปจาเปตฺวาติ อตฺโถ. เอเก ภณนฺติ – ‘‘สูกรมทฺทวนฺติ ปน มุทุโอทนสฺส ปญฺจโครสยูสปาจนวิธานสฺส นาเมตํ, ยถา ควปานํ นาม ปากนาม’’นฺติ. เกจิ ภณนฺติ – ‘‘สูกรมทฺทวํ นาม รสายนวิธิ, ตํ ปน รสายนสตฺเถ อาคจฺฉติ, ตํ จุนฺเทน – ‘ภควโต ปรินิพฺพานํ น ภเวยฺยา’ติ รสายนํ ปฏิยตฺต’’นฺติ. ตตฺถ ปน ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ เทวตา โอชํ ปกฺขิปึสุ.
นาหํ ตนฺติ อิมํ สีหนาทํ กิมตฺถํ นทติ? ปรูปวาทโมจนตฺถํ. อตฺตนา ปริภุตฺตาวเสสํ เนว ภิกฺขูนํ, น มนุสฺสานํ ทาตุํ อทาสิ, อาวาเฏ นิขณาเปตฺวา วินาเสสีติ หิ วตฺตุกามานํ อิทํ สุตฺวา วจโนกาโส น ภวิสฺสตีติ ปเรสํ อุปวาทโมจนตฺถํ สีหนาทํ นทตีติ.
๑๙๐. ภุตฺตสฺส จ สูกรมทฺทเวนาติ ภุตฺตสฺส อุทปาทิ, น ปน ภุตฺตปจฺจยา. ยทิ หิ อภุตฺตสฺส อุปฺปชฺชิสฺสถ, อติขโร ภวิสฺสติ. สินิทฺธโภชนํ ภุตฺตตฺตา ปนสฺส ตนุเวทนา อโหสิ. เตเนว ปทสา คนฺตุํ อสกฺขิ. วิเรจมาโนติ อภิณฺหํ ปวตฺตโลหิตวิเรจโนว สมาโน. อโวจาติ อตฺตนา ปตฺถิตฏฺฐาเน ปรินิพฺพานตฺถาย เอวมาห. อิมา ปน ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ฐปิตคาถาโยติ เวทิตพฺพา.