นาคาปโลกิตวณฺณนา

๑๘๖. นาคาปโลกิตนฺติ ยถา หิ มหาชนสฺส อฏฺฐีนิ โกฏิยา โกฏึ อาหจฺจ ฐิตานิ ปจฺเจกพุทฺธานํ, องฺกุสกลคฺคานิ วิย, น เอวํ พุทฺธานํ. พุทฺธานํ ปน สงฺขลิกานิ วิย เอกาพทฺธานิ หุตฺวา ฐิตานิ, ตสฺมา ปจฺฉโต อปโลกนกาเล น สกฺกา โหติ คีวํ ปริวตฺเตตุํ. ยถา ปน หตฺถินาโค ปจฺฉาภาคํ อปโลเกตุกาโม สกลสรีเรเนว ปริวตฺตติ, เอวํ ปริวตฺติตพฺพํ โหติ. ภควโต ปน นครทฺวาเร ฐตฺวา – ‘‘เวสาลึ อปโลเกสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺนมตฺเต – ‘‘ภควา อเนกานิ กปฺปโกฏิสหสฺสานิ ปารมิโย ปูเรนฺเตหิ ตุเมฺหหิ น คีวํ ปริวตฺเตตฺวา อปโลกนกมฺมํ กต’’นฺติ อยํ ปถวี กุลาลจกฺกํ วิย ปริวตฺเตตฺวา ภควนฺตํ เวสาลินคราภิมุขํ อกาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

นนุ จ น เกวลํ เวสาลิยาว, สาวตฺถิราชคหนาฬนฺทปาฏลิคามโกฏิคามนาติกคามเกสุปิ ตโต ตโต นิกฺขนฺตกาเล ตํ ตํ สพฺพํ ปจฺฉิมทสฺสนเมว, ตตฺถ ตตฺถ กสฺมา นาคาปโลกิตํ นาปโลเกสีติ? อนจฺฉริยตฺตา. ตตฺถ ตตฺถ หิ นิวตฺเตตฺวา อปโลเกนฺตสฺเสตํ น อจฺฉริยํ โหติ, ตสฺมา นาปโลเกสิ. อปิ จ เวสาลิราชาโน อาสนฺนวินาสา, ติณฺณํ วสฺสานํ อุปริ วินสฺสิสฺสนฺติ. เต ตํ นครทฺวาเร นาคาปโลกิตํ นาม เจติยํ กตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชสฺสนฺติ, ตํ เนสํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตีติ เตสํ อนุกมฺปาย อปโลเกสิ.

ทุกฺขสฺสนฺตกโรติ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตกโร. จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต.