นิมิตฺโตภาสกถาวณฺณนา

๑๖๖. เวสาลึ ปิณฺฑาย ปาวิสีติ กทา ปาวิสิ? อุกฺกเจลโต นิกฺขมิตฺวา เวสาลึ คตกาเล. ภควา กิร วุฏฺฐวสฺโส เวฬุวคามกา นิกฺขมิตฺวา สาวตฺถึ คมิสฺสามีติ อาคตมคฺเคเนว ปฏินิวตฺตนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปาวิสิ. ธมฺมเสนาปติ ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ทิวาฏฺฐานํ คโต. โส ตตฺถ อนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺกนฺเตสุ ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา จมฺมกฺขณฺฑํ ปญฺญเปตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ผลสมาปตฺตึ ปาวิสิ. อถสฺส ยถาปริจฺเฉเทน ตโต วุฏฺฐิตสฺส อยํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘พุทฺธา นุ โข ปฐมํ ปรินิพฺพายนฺติ, อคสาวกา นุ โข’’ติ? ตโต – ‘‘อคฺคสาวกา ปฐม’’นฺติ ญตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขารํ โอโลเกสิ. โส – ‘‘สตฺตาหเมว เม อายุสงฺขาโร ปวตฺตตี’’ติ ญตฺวา – ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. ตโต – ‘‘ราหุโล ตาวตึเสสุ ปรินิพฺพุโต, อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร ฉทฺทนฺตทเห, อหํ กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ ปุน จินฺเตนฺโต มาตรํ อารพฺภ สตึ อุปฺปาเทสิ – ‘‘มยฺหํ มาตา สตฺตนฺนํ อรหนฺตานํ มาตา หุตฺวาปิ พุทฺธธมฺมสงฺเฆสุ อปฺปสนฺนา, อตฺถิ นุ โข ตสฺสา อุปนิสฺสโย, นตฺถิ นุ โข’’ติ อาวชฺเชตฺวา โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา – ‘‘กสฺส เทสนาย อภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ โอโลเกนฺโต – ‘‘มเมว ธมฺมเทสนาย ภวิสฺสติ, น อญฺญสฺส. สเจ โข ปนาหํ อปฺโปสฺสุกฺโก ภเวยฺยํ, ภวิสฺสนฺติ เม วตฺตาโร – ‘สาริปุตฺตตฺเถโร อวเสสชนานมฺปิ อวสฺสโย โหติ. ตถา หิสฺส สมจิตฺตสุตฺตเทสนาทิวเส (อ. นิ. ๑.๓๗) โกฏิสตสหสฺสเทวตา อรหตฺตํ ปตฺตา. ตโย มคฺเค ปฏิวิทฺธเทวตานํ คณนา นตฺถิ. อญฺเญสุ จ ฐาเนสุ อเนกา อภิสมยา ทิสฺสนฺติ. เถเรว จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาเนว อสีติกุลสหสฺสานิ. โส ทานิ สกมาตุมิจฺฉาทสฺสนมตฺตมฺปิ หริตุํ นาสกฺขี’ติ. ตสฺมา มาตรํ มิจฺฉาทสฺสนา โมเจตฺวา ชาโตวรเกเยว ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา – ‘‘อชฺเชว ภควนฺตํ อนุชานาเปตฺวา นิกฺขมิสฺสามี’’ติ จุนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ. ‘‘อาวุโส, จุนฺท, อมฺหากํ ปญฺจสตาย ภิกฺขุปริสาย สญฺญํ เทหิ – ‘คณฺหถาวุโส ปตฺตจีวรานิ, ธมฺมเสนาปติ นาฬกคามํ คนฺตุกาโม’ติ’’. เถโร ตถา อกาสิ. ภิกฺขู เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เถรสฺส สนฺติกํ อาคมํสุ. เถโร เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ทิวาฏฺฐานทฺวาเร ฐตฺวา ทิวาฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต – ‘‘อิทํ ทานิ ปจฺฉิมทสฺสนํ, ปุน อาคมนํ นตฺถี’’ติ ปญฺจสตภิกฺขุปริวุโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอตทโวจ –

‘‘ฉินฺโน ทานิ ภวิสฺสามิ, โลกนาถ มหามุนิ;

คมนาคมนํ นตฺถิ, ปจฺฉิมา วนฺทนา อยํ.

ชีวิตํ อปฺปกํ มยฺหํ, อิโต สตฺตาหมจฺจเย;

นิกฺขิเปยฺยามหํ เทหํ, ภารโวโรปนํ ยถา.

อนุชานาตุ เม ภนฺเต, ภควา, อนุชานาตุ สุคโต;

ปรินิพฺพานกาโล เม, โอสฺสฏฺโฐ อายุสงฺขาโร’’ติ.

พุทฺธา ปน ยสฺมา ‘‘ปรินิพฺพาหี’’ติ วุตฺเต มรณสํวณฺณนํ สํวณฺเณนฺติ นาม, ‘‘มา ปรินิพฺพาหี’’ติ วุตฺเต วฏฺฏสฺส คุณํ กเถนฺตีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โทสํ อาโรเปสฺสนฺติ, ตสฺมา ตทุภยมฺปิ น วทนฺติ. เตน นํ ภควา อาห – ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสสิ สาริปุตฺตา’’ติ? ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต, มคเธสุ นาฬกคาเม ชาโตวรโก, ตตฺถาหํ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘ยสฺส ทานิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, กาลํ มญฺญสิ, อิทานิ ปน เต เชฏฺฐกนิฏฺฐภาติกานํ ตาทิสสฺส ภิกฺขุโน ทสฺสนํ ทุลฺลภํ ภวิสฺสตีติ เทเสหิ เตสํ ธมฺม’’นฺติ อาห.

เถโร – ‘‘สตฺถา มยฺหํ อิทฺธิวิกุพฺพนปุพฺพงฺคมํ ธมฺมเทสนํ ปจฺจาสีสตี’’ติ ญตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ตาลปฺปมาณํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปุน โอรุยฺห ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา สตฺตตาลปฺปมาเณ อนฺตลิกฺเข ฐิโต อิทฺธิวิกุพฺพนํ ทสฺเสตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. สกลนครํ สนฺนิปติ. เถโร โอรุยฺห ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ‘‘คมนกาโล เม, ภนฺเต’’ติ อาห. ภควา ‘‘ธมฺมเสนาปตึ ปฏิปาเทสฺสามี’’ติ ธมฺมาสนา อุฏฺฐาย คนฺธกุฏิอภิมุโข คนฺตฺวา มณิผลเก อฏฺฐาสิ. เถโร ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา – ‘‘ภควา อิโต กปฺปสตสหสฺสาธิกสฺส อสงฺเขฺยยฺยสฺส อุปริ อโนมทสฺสิสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาทมูเล นิปติตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺสนํ ปตฺเถสึ. สา เม ปตฺถนา สมิทฺธา, ทิฏฺฐา ตุเมฺห, ตํ ปฐมทสฺสนํ, อิทํ ปจฺฉิมทสฺสนํ. ปุน ตุมฺหากํ ทสฺสนํ นตฺถี’’ติ – วตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ยาว ทสฺสนวิสโย, ตาว อภิมุโขว ปฏิกฺกมิตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย จุติปฏิสนฺธิวเสน กิสฺมิญฺจิ ฐาเน คมนาคมนํ นาม นตฺถี’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาภูมิจาโล อโหสิ. ภควา ปริวาเรตฺวา ฐิเต ภิกฺขู อาห – ‘‘อนุคจฺฉถ, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติก’’นฺติ. ภิกฺขู ยาว ทฺวารโกฏฺฐกา อคมํสุ. เถโร – ‘‘ติฏฺฐถ, ตุเมฺห อาวุโส, อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ นิวตฺตาเปตฺวา อตฺตโน ปริสาเยว สทฺธึ ปกฺกามิ. มนุสฺสา – ‘‘ปุพฺเพ อยฺโย ปจฺจาคมนจาริกํ จรติ, อิทํ ทานิ คมนํ น ปุน ปจฺจาคมนายา’’ติ ปริเทวนฺตา อนุพนฺธึสุ. เตปิ ‘‘อปฺปมตฺตา โหถ อาวุโส, เอวํภาวิโน นาม สงฺขารา’’ติ นิวตฺตาเปสิ.

อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อนฺตรามคฺเค สตฺตาหํ มนุสฺสานํ อนุคฺคหํ กโรนฺโต สายํ นาฬกคามํ ปตฺวา คามทฺวาเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. อถ อุปเรวโต นาม เถรสฺส ภาคิเนยฺโย พหิคามํ คจฺฉนฺโต เถรํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. เถโร ตํ อาห – ‘‘อตฺถิ เคเห เต อยฺยิกา’’ติ? อาม, ภนฺเตติ. คจฺฉ อมฺหากํ อิธาคตภาวํ อาโรเจหิ. ‘‘กสฺมา อาคโต’’ติ จ วุตฺเต ‘‘อชฺช กิร เอกทิวสํ อนฺโตคาเม ภวิสฺสติ, ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคถ, ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ นิวาสนฏฺฐานํ ชานาถา’’ติ. โส คนฺตฺวา ‘‘อยฺยิเก, มยฺหํ มาตุโล อาคโต’’ติ อาห. อิทานิ กุหินฺติ? คามทฺวาเรติ. เอกโกว, อญฺโญปิ โกจิ อตฺถีติ? อตฺถิ ปญฺจสตา ภิกฺขูติ. กึ การณา อาคโตติ? โส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. พฺราหฺมณี – ‘‘กึ นุ โข เอตฺตกานํ วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคาเปติ, ทหรกาเล ปพฺพชิตฺวา มหลฺลกกาเล คิหี โหตุกาโม’’ติ จินฺเตนฺตี ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา ปญฺจสตานํ ภิกฺขูนํ วสนฏฺฐานํ กาเรตฺวา ทณฺฑทีปิกาโย ชาเลตฺวา เถรสฺส ปาเหสิ.

เถโร ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปาสาทํ อภิรุหิ. อภิรุหิตฺวา จ ชาโตวรกํ ปวิสิตฺวา นิสีทิ. นิสชฺเชว – ‘‘ตุมฺหากํ วสนฏฺฐานํ คจฺฉถา’’ติ ภิกฺขู อุยฺโยเชสิ. เตสุ คตมตฺเตสุเยว เถรสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ, โลหิตปกฺขนฺทิกา มารณนฺติกา เวทนา วตฺตนฺติ, เอกํ ภาชนํ ปวิสติ, เอกํ นิกฺขมติ. พฺราหฺมณี – ‘‘มม ปุตฺตสฺส ปวตฺติ มยฺหํ น รุจฺจตี’’ติ อตฺตโน วสนคพฺภทฺวารํ นิสฺสาย อฏฺฐาสิ. จตฺตาโร มหาราชาโน ‘‘ธมฺมเสนาปติ กุหึ วิหรตี’’ติ โอโลเกนฺตา ‘‘นาฬกคาเม ชาโตวรเก ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโน, ปจฺฉิมทสฺสนํ คมิสฺสามา’’ติ อาคมฺม วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. เถโร – เก ตุเมฺหติ? มหาราชาโน, ภนฺเตติ. กสฺมา อาคตตฺถาติ? คิลานุปฏฺฐากา ภวิสฺสามาติ. โหตุ, อตฺถิ คิลานุปฏฺฐาโก, คจฺฉถ ตุเมฺหติ อุยฺโยเชสิ. เตสํ คตาวสาเน เตเนว นเยน สกฺโก เทวานมินฺโท, ตสฺมึ คเต สุยามาทโย มหาพฺรหฺมา จ อาคมึสุ. เตปิ ตเถว เถโร อุยฺโยเชสิ.

พฺราหฺมณี เทวตานํ อาคมนญฺจ คมนญฺจ ทิสฺวา – ‘‘เก นุ โข เอเต มม ปุตฺตํ วนฺทิตฺวา คจฺฉนฺตี’’ติ เถรสฺส คพฺภทฺวารํ คนฺตฺวา – ‘‘ตาต, จุนฺท, กา ปวตฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา – ‘‘มหาอุปาสิกา, ภนฺเต อาคตา’’ติ อาห. เถโร กสฺมา อเวลาย อาคตตฺถาติ ปุจฺฉิ. สา ตุยฺหํ ตาต ทสฺสนตฺถายาติ วตฺวา ‘‘ตาต เก ปฐมํ อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. จตฺตาโร มหาราชาโน, อุปาสิเกติ. ตาต, ตฺวํ จตูหิ มหาราเชหิ มหนฺตตโรติ? อารามิกสทิสา เอเต อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ขคฺคหตฺถา หุตฺวา อารกฺขํ อกํสูติ. เตสํ ตาต, คตาวสาเน โก อาคโตติ? สกฺโก เทวานมินฺโทติ. เทวราชโตปิ ตฺวํ ตาต, มหนฺตตโรติ? ภณฺฑคาหกสามเณรสทิโส เอส อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุ ตาวตึสโต โอตรณกาเล ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา โอติณฺโณติ. ตสฺส ตาต คตาวสาเน โชตมาโน วิย โก อาคโตติ? อุปาสิเก ตุยฺหํ ภควา จ สตฺถา จ มหาพฺรหฺมา นาม เอโสติ. มยฺหํ ภควโต มหาพฺรหฺมโตปิ ตฺวํ ตาต มหนฺตตโรติ? อาม อุปาสิเก, เอเต นาม กิร อมฺหากํ สตฺถุ ชาตทิวเส จตฺตาโร มหาพฺรหฺมาโน มหาปุริสํ สุวณฺณชาเลน ปฏิคฺคณฺหึสูติ.

อถ พฺราหฺมณิยา – ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ อานุภาโว, กีทิโส วต มยฺหํ ปุตฺตสฺส ภควโต สตฺถุ อานุภาโว ภวิสฺสตี’’ติ จินฺตยนฺติยา สหสา ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีเร ผริ. เถโร – ‘‘อุปฺปนฺนํ เม มาตุ ปีติโสมนสฺสํ, อยํ ทานิ กาโล ธมฺมเทสนายา’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘กึ จินฺเตสิ มหาอุปาสิเก’’ติ อาห. สา – ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ คุโณ, สตฺถุ ปนสฺส กีทิโส คุโณ ภวิสฺสตีติ อิทํ, ตาต, จินฺเตมี’’ติ อาห. มหาอุปาสิเก, มยฺหํ สตฺถุ ชาตกฺขเณ, มหาภินิกฺขมเน, สมฺโพธิยํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน จ ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิตฺถ, สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน สโม นาม นตฺถิ, อิติปิ โส ภควาติ วิตฺถาเรตฺวา พุทฺธคุณปฺปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมเทสนํ กเถสิ.

พฺราหฺมณี ปิยปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ปุตฺตํ อาห – ‘‘ตาต, อุปติสฺส, กสฺมา เอวมกาสิ, เอวรูปํ นาม อมตํ มยฺหํ เอตฺตกํ กาลํ น อทาสี’’ติ. เถโร – ‘‘ทินฺนํ ทานิ เม มาตุ รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา โปสาวนิกมูลํ, เอตฺตเกน วฏฺฏิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉ มหาอุปาสิเก’’ติ พฺราหฺมณึ อุยฺโยเชตฺวา ‘‘จุนฺท กา เวลา’’ติ อาห. พลวปจฺจูสกาโล, ภนฺเตติ. เตน หิ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาเตหีติ. สนฺนิปติโต, ภนฺเต, สงฺโฆติ. มํ อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปหิ จุนฺทาติ อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปสิ. เถโร ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส จตุจตฺตาลีสํ โว วสฺสานิ มยา สทฺธึ วิจรนฺตานํ ยํ เม กายิกํ วา วาจสิกํ วา น โรเจถ, ขมถ ตํ อาวุโสติ. เอตฺตกํ, ภนฺเต, อมฺหากํ ฉายา วิย ตุเมฺห อมุญฺจิตฺวา วิจรนฺตานํ อรุจฺจนกํ นาม นตฺถิ, ตุเมฺห ปน อมฺหากํ ขมถาติ. อถ เถโร อรุณสิขาย ปญฺญายมานาย มหาปถวึ อุนฺนาทยนฺโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ. พหู เทวมนุสฺสา เถรสฺส ปรินิพฺพาเน สกฺการํ กรึสุ.

อายสฺมา จุนฺโท เถรสฺส ปตฺตจีวรญฺจ ธาตุปริสฺสาวนญฺจ คเหตฺวา เชตวนํ คนฺตฺวา อานนฺทตฺเถรํ คเหตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ. ภควา ธาตุปริสฺสาวนํ คเหตฺวา ปญฺจหิ คาถาสเตหิ เถรสฺส คุณํ กเถตฺวา ธาตุเจติยํ การาเปตฺวา ราชคหคมนตฺถาย อานนฺทตฺเถรสฺส สญฺญํ อทาสิ. เถโร ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ. ภควา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ราชคหํ อคมาสิ. ตตฺถ คตกาเล มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร ปรินิพฺพายิ. ภควา ตสฺส ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ การาเปตฺวา ราชคหโต นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน คงฺคาภิมุโข คนฺตฺวา อุกฺกเจลํ อคมาสิ. ตตฺถ คงฺคาตีเร ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต นิสีทิตฺวา ตตฺถ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานานํ ปรินิพฺพานปฺปฏิสํยุตฺตํ สุตฺตํ เทเสตฺวา อุกฺกเจลโต นิกฺขมิตฺวา เวสาลึ อคมาสิ. เอวํ คเต อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เวสาลึ ปิณฺฑาย ปาวิสีติ อยเมตฺถ อนุปุพฺพี กถา.

นิสีทนนฺติ เอตฺถ จมฺมกฺขณฺฑํ อธิปฺเปตํ. อุเทนเจติยนฺติ อุเทนยกฺขสฺส เจติยฏฺฐาเน กตวิหาโร วุจฺจติ. โคตมกาทีสุปิ เอเสว นโย. ภาวิตาติ วฑฺฒิตา. พหุลีกตาติ ปุนปฺปุนํ กตา. ยานีกตาติ ยุตฺตยานํ วิย กตา. วตฺถุกตาติ ปติฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุ วิย กตา. อนุฏฺฐิตาติ อธิฏฺฐิตา. ปริจิตาติ สมนฺตโต จิตา สุวฑฺฒิตา. สุสมารทฺธาติ สุฏฺฐุ สมารทฺธา.

อิติ อนิยเมน กเถตฺวา ปุน นิยเมตฺวา ทสฺเสนฺโต ตถาคตสฺส โขติอาทิมาห. เอตฺถ จ กปฺปนฺติ อายุกปฺปํ. ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ยํ มนุสฺสานํ อายุปฺปมาณํ โหติ, ตํ ปริปุณฺณํ กโรนฺโต ติฏฺเฐยฺย. กปฺปาวเสสํ วาติ – ‘‘อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ (ที. นิ. ๒.๗; อ. นิ. ๖.๗๔) วุตฺตวสฺสสตโต อติเรกํ วา. มหาสีวตฺเถโร ปนาห – ‘‘พุทฺธานํ อฏฺฐาเน คชฺชิตํ นาม นตฺถิ. ยเถว หิ เวฬุวคามเก อุปฺปนฺนํ มารณนฺติกํ เวทนํ ทส มาเส วิกฺขมฺเภติ, เอวํ ปุนปฺปุนํ ตํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ทส ทส มาเส วิกฺขมฺเภนฺโต อิมํ ภทฺทกปฺปเมว ติฏฺเฐยฺย, กสฺมา ปน น ฐิโตติ? อุปาทินฺนกสรีรํ นาม ขณฺฑิจฺจาทีหิ อภิภุยฺยติ, พุทฺธา จ ขณฺฑิจฺจาทิภาวํ อปตฺวา ปญฺจเม อายุโกฏฺฐาเส พหุชนสฺส ปิยมนาปกาเลเยว ปรินิพฺพายนฺติ. พุทฺธานุพุทฺเธสุ จ มหาสาวเกสุ ปรินิพฺพุเตสุ เอกเกเนว ขาณุเกน วิย ฐาตพฺพํ โหติ, ทหรสามเณรปริวาริเตน วา. ตโต – ‘อโห พุทฺธานํ ปริสา’ติ หีเฬตพฺพตํ อาปชฺเชยฺย. ตสฺมา น ฐิโต’’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โส น รุจฺจติ, ‘‘อายุกปฺโป’’ติ อิทเมว อฏฺฐกถายํ นิยมิตํ.

๑๖๗. ยถา ตํ มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยถา มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโต อชฺโฌตฺถฏจิตฺโต อญฺโญปิ โกจิ ปุถุชฺชโน ปฏิวิชฺฌิตุํ น สกฺกุเณยฺย, เอวเมว นาสกฺขิ ปฏิวิชฺฌิตุนฺติ อตฺโถ. กึ การณา? มาโร หิ ยสฺส สพฺเพน สพฺพํ ทฺวาทส วิปลฺลาสา อปฺปหีนา, ตสฺส จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ. เถรสฺส จตฺตาโร วิปลฺลาสา อปฺปหีนา, เตนสฺส มาโร จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ. โส ปน จิตฺตปริยุฏฺฐานํ กโรนฺโต กึ กโรตีติ? เภรวํ รูปารมฺมณํ วา ทสฺเสติ, สทฺทารมฺมณํ วา สาเวติ, ตโต สตฺตา ตํ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา สตึ วิสฺสชฺเชตฺวา วิวฏมุขา โหนฺติ. เตสํ มุเขน หตฺถํ ปเวเสตฺวา หทยํ มทฺทติ. ตโต วิสญฺญาว หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ. เถรสฺส ปเนส มุเขน หตฺถํ ปเวเสตุํ กึ สกฺขิสฺสติ? เภรวารมฺมณํ ปน ทสฺเสติ. ตํ ทิสฺวา เถโร นิมิตฺโตภาสํ น ปฏิวิชฺฌิ. ภควา ชานนฺโตเยว – ‘‘กิมตฺถํ ยาวตติยํ อามนฺเตสี’’ติ? ปรโต ‘‘ติฏฺฐตุ, ภนฺเต, ภควา’’ติ ยาจิเต ‘‘ตุเยฺหเวตํ ทุกฺกฏํ, ตุเยฺหเวตํ อปรทฺธ’’นฺติ โทสาโรปเนน โสกตนุกรณตฺถํ.