มารยาจนกถาวณฺณนา
๑๖๘. มาโร ปาปิมาติ เอตฺถ มาโรติ สตฺเต อนตฺเถ นิโยเชนฺโต มาเรตีติ มาโร. ปาปิมาติ ตสฺเสว เววจนํ. โส หิ ปาปธมฺมสมนฺนาคตตฺตา ‘‘ปาปิมา’’ติ วุจฺจติ. กโณฺห, อนฺตโก, นมุจิ, ปมตฺตพนฺธูติปิ ตสฺเสว นามานิ. ภาสิตา โข ปเนสาติ อยญฺหิ ภควโต สมฺโพธิปตฺติยา อฏฺฐเม สตฺตาเห โพธิมณฺเฑเยว อาคนฺตฺวา – ‘‘ภควา ยทตฺถํ ตุเมฺหหิ ปารมิโย ปูริตา, โส โว อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, ปฏิวิทฺธํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, กึ เต โลกวิจารเณนา’’ติ วตฺวา, ยถา อชฺช, เอวเมว ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ, ภนฺเต, ภควา’’ติ ยาจิ. ภควา จสฺส – ‘‘น ตาวาห’’นฺติอาทีนิ วตฺวา ปฏิกฺขิปิ. ตํ สนฺธาย ‘‘ภาสิตา โข ปเนสา ภนฺเต’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ วิยตฺตาติ มคฺควเสน วิยตฺตา. ตเถว วินีตา ตถา วิสารทา. พหุสฺสุตาติ เตปิฏกวเสน พหุ สุตเมเตสนฺติ พหุสฺสุตา. ตเมว ธมฺมํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมธรา. อถวา ปริยตฺติพหุสฺสุตา เจว ปฏิเวธพหุสฺสุตา จ. ปริยตฺติปฏิเวธธมฺมานํเยว ธารณโต ธมฺมธราติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนาติ อริยธมฺมสฺส อนุธมฺมภูตํ วิปสฺสนาธมฺมํ ปฏิปนฺนา. สามีจิปฺปฏิปนฺนาติ อนุจฺฉวิกปฏิปทํ ปฏิปนฺนา. อนุธมฺมจาริโนติ อนุธมฺมจรณสีลา. สกํ อาจริยกนฺติ อตฺตโน อาจริยวาทํ. อาจิกฺขิสฺสนฺตีติอาทีนิ สพฺพานิ อญฺญมญฺญสฺส เววจนานิ. สหธมฺเมนาติ สเหตุเกน สการเณน วจเนน. สปฺปาฏิหาริยนฺติ ยาว น นิยฺยานิกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสนฺติ.
พฺรหฺมจริยนฺติ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ สกลํ สาสนพฺรหฺมจริยํ. อิทฺธนฺติ สมิทฺธํ ฌานสฺสาทวเสน. ผีตนฺติ วุทฺธิปฺปตฺตํ สพฺพผาลิผุลฺลํ วิย อภิญฺญาย สมฺปตฺติวเสน. วิตฺถาริกนฺติ วิตฺถตํ ตสฺมึ ตสฺมึ ทิสาภาเค ปติฏฺฐิตวเสน. พาหุชญฺญนฺติ พหุชเนหิ ญาตํ ปฏิวิทฺธํ มหาชนาภิสมยวเสน. ปุถุภูตนฺติ สพฺพาการวเสน ปุถุลภาวปฺปตฺตํ. กถํ? ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตนฺติ ยตฺตกา วิญฺญุชาติกา เทวา เจว มนุสฺสา จ อตฺถิ สพฺเพหิ สุฏฺฐุ ปกาสิตนฺติ อตฺโถ.
อปฺโปสฺสุกฺโกติ นิราลโย. ตฺวญฺหิ ปาปิม, อฏฺฐมสตฺตาหโต ปฏฺฐาย – ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ, ภนฺเต, ภควา ปรินิพฺพาตุ, สุคโต’’ติ วิรวนฺโต อาหิณฺฑิตฺถ. อชฺช ทานิ ปฏฺฐาย วิคตุสฺสาโห โหหิ; มา มยฺหํ ปรินิพฺพานตฺถํ วายามํ กโรหีติ วทติ.