ทิฏฺฐิคติกาธิฏฺฐานวฏฺฏกถาวณฺณนา
๑๔๔. อิทานิ ตตฺร ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา สสฺสตวาทา สสฺสตํ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปนฺติ จตูหิ วตฺถูหิ, เยปิ เต สมณพฺราหฺมณา เอกจฺจสสฺสติกาติอาทินา นเยน สพฺพทิฏฺฐิเวทยิตานิ สมฺปิณฺเฑติ. กสฺมา? อุปริ ผสฺเส ปกฺขิปนตฺถาย. กถํ? สพฺเพ เต ฉหิ ผสฺสายตเนหิ ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตีติ. ตตฺถ ฉ ผสฺสายตนานิ นาม – จกฺขุผสฺสายตนํ, โสตผสฺสายตนํ, ฆานผสฺสายตนํ, ชิวฺหาผสฺสายตนํ, กายผสฺสายตนํ, มโนผสฺสายตนนฺติ อิมานิ ฉ. สญฺชาติ-สโมสรณ-การณ-ปณฺณตฺติมตฺตตฺเถสุ หิ อยํ อายตนสทฺโท ปวตฺตติ. ตตฺถ – ‘‘กมฺโพโช อสฺสานํ อายตนํ, คุนฺนํ ทกฺขิณาปโถ’’ติ สญฺชาติยํ ปวตฺตติ, สญฺชาติฏฺฐาเนติ อตฺโถ. ‘‘มโนรเม อายตเน, เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา’’ติ (อ. นิ. ๕.๓๘) สโมสรเณ. ‘‘สติ สติอายตเน’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๐๒) การเณ. ‘‘อรญฺญายตเน ปณฺณกุฏีสุ สมฺมนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๕๕) ปณฺณตฺติมตฺเต. สฺวายมิธ สญฺชาติอาทิอตฺถตฺตเยปิ ยุชฺชติ. จกฺขาทีสุ หิ ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา สญฺชายนฺติ สโมสรนฺติ, ตานิ จ เตสํ การณนฺติ อายตนานิ. อิธ ปน ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติ (สํ. นิ. ๒.๔๓) อิมินา นเยน ผสฺสสีเสเนว เทสนํ อาโรเปตฺวา ผสฺสํ อาทึ กตฺวา ปจฺจยปรมฺปรํ ทสฺเสตุํ ผสฺสายตนาทีนิ วุตฺตานิ.
ผุสฺส ผุสฺส ปฏิสํเวเทนฺตีติ ผุสิตฺวา ผุสิตฺวา ปฏิสํเวเทนฺติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อายตนานํ ผุสนกิจฺจํ วิย วุตฺตํ, ตถาปิ น เตสํ ผุสนกิจฺจตา เวทิตพฺพา. น หิ อายตนานิ ผุสนฺติ, ผสฺโสว ตํ ตํ อารมฺมณํ ผุสติ, อายตนานิ ปน ผสฺเส อุปนิกฺขิปิตฺวา ทสฺสิตานิ; ตสฺมา สพฺเพ เต ฉ ผสฺสายตนสมฺภเวน ผสฺเสน รูปาทีนิ อารมฺมณานิ ผุสิตฺวา ตํ ทิฏฺฐิเวทนํ ปฏิสํเวทยนฺตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เตสํ เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติอาทีสุ เวทนาติ ฉ ผสฺสายตนสมฺภวา เวทนา. สา รูปตณฺหาทิเภทาย ตณฺหาย อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตสํ เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ติ. สา ปน จตุพฺพิธสฺส อุปาทานสฺส อุปนิสฺสยโกฏิยา เจว สหชาตโกฏิยา จ ปจฺจโย โหติ. ตถา อุปาทานํ ภวสฺส. ภโว ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ.
ชาตีติ ปเนตฺถ สวิการา ปญฺจกฺขนฺธา ทฏฺฐพฺพา, ชาติ ชรามรณสฺส เจว โสกาทีนญฺจ อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา. อิธ ปนสฺส ปโยชนมตฺตเมว เวทิตพฺพํ. ภควา หิ วฏฺฏกถํ กเถนฺโต – ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชาย, ‘อิโต ปุพฺเพ อวิชฺชา นาโหสิ, อถ ปจฺฉา สมภวี’ติ เอวญฺเจตํ, ภิกฺขเว, วุจฺจติ, อถ จ ปน ปญฺญายติ ‘‘อิทปฺปจฺจยา อวิชฺชา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๑) เอวํ อวิชฺชาสีเสน วา, ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหาย…เป… ‘‘อิทปฺปจฺจยา ภวตณฺหา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๒) เอวํ ตณฺหาสีเสน วา, ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวทิฏฺฐิยา…เป… ‘‘อิทปฺปจฺจยา ภวทิฏฺฐี’’ติ เอวํ ทิฏฺฐิสีเสน วา กเถสิ’’. อิธ ปน ทิฏฺฐิสีเสน กเถนฺโต เวทนาราเคน อุปฺปชฺชมานา ทิฏฺฐิโย กเถตฺวา เวทนามูลกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ กเถสิ. เตน อิทํ ทสฺเสติ – ‘‘เอวเมเต ทิฏฺฐิคติกา, อิทํ ทสฺสนํ คเหตฺวา ตีสุ ภเวสุ จตูสุ โยนีสุ ปญฺจสุ คตีสุ สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ นวสุ สตฺตาวาเสสุ อิโต เอตฺถ เอตฺโต อิธาติ สนฺธาวนฺตา สํสรนฺตา ยนฺเต ยุตฺตโคโณ วิย, ถมฺเภ อุปนิพทฺธกุกฺกุโร วิย, วาเตน วิปฺปนฺนฏฺฐนาวา วิย จ วฏฺฏทุกฺขเมว อนุปริวตฺตนฺติ, วฏฺฏทุกฺขโต สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ.