(๓.) ติกนิทฺเทสวณฺณนา
๗๖๘. ติวิเธน ญาณวตฺถุนิทฺเทเส โยควิหิเตสูติ โยโค วุจฺจติ ปญฺญา; ปญฺญาวิหิเตสุ ปญฺญาปริณามิเตสูติ อตฺโถ. กมฺมายตเนสูติ เอตฺถ กมฺมเมว กมฺมายตนํ; อถ วา กมฺมญฺจ ตํ อายตนญฺจ อาชีวาทีนนฺติปิ กมฺมายตนํ. สิปฺปายตเนสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ทุวิธํ กมฺมํ – หีนญฺจ อุกฺกฏฺฐญฺจ. ตตฺถ หีนํ นาม วฑฺฒกีกมฺมํ, ปุปฺผฉฑฺฑกกมฺมนฺติ เอวมาทิ. อุกฺกฏฺฐํ นาม กสิ, วณิชฺชา, โครกฺขนฺติ เอวมาทิ. สิปฺปมฺปิ ทุวิธํ หีนญฺจ อุกฺกฏฺฐญฺจ. ตตฺถ หีนํ สิปฺปํ นาม นฬการสิปฺปํ, เปสการสิปฺปํ, กุมฺภการสิปฺปํ, จมฺมการสิปฺปํ, นฺหาปิตสิปฺปนฺติ เอวมาทิ. อุกฺกฏฺฐํ นาม สิปฺปํ มุทฺทา, คณนา, เลขญฺจาติ เอวมาทิ วิชฺชาว วิชฺชาฏฺฐานํ. ตํ ธมฺมิกเมว คหิตํ. นาคมณฺฑลปริตฺตสทิสํ, ผุธมนกมนฺตสทิสํ, สาลากิยํ, สลฺลกตฺติยนฺติอาทีนิ ปน เวชฺชสตฺถานิ ‘‘อิจฺฉามหํ, อาจริย, สิปฺปํ สิกฺขิตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๒๙) สิปฺปายตเน ปวิฏฺฐตฺตา น คหิตานิ.
ตตฺถ เอโก ปณฺฑิโต มนุสฺสานํ ผาสุวิหารตฺถาย อตฺตโน จ ธมฺมตาย เคหปาสาทยานนาวาทีนิ อุปฺปาเทติ. โส หิ ‘อิเม มนุสฺสา วสนฏฺฐาเนน วินา ทุกฺขิตา’ติ หิตกิริยาย ฐตฺวา ทีฆจตุรสฺสาทิเภทํ เคหํ อุปฺปาเทติ, สีตุณฺหปฏิฆาตตฺถาย เอกภูมิกทฺวิภูมิกาทิเภเท ปาสาเท กโรติ, ‘ยาเน อสติ อนุสญฺจรณํ นาม ทุกฺข’นฺติ ชงฺฆากิลมถปฏิวิโนทนตฺถาย วยฺหสกฏสนฺทมานิกาทีนิ อุปฺปาเทติ, ‘นาวาย อสติ สมุทฺทาทีสุ สญฺจาโร นาม นตฺถี’ติ นานปฺปการํ นาวํ อุปฺปาเทติ. โส สพฺพมฺเปตํ เนว อญฺเญหิ กยิรมานํ ปสฺสติ, น กตํ อุคฺคณฺหาติ, น กเถนฺตานํ สุณาติ, อตฺตโน ปน ธมฺมตาย จินฺตาย กโรติ. ปญฺญวตา หิ อตฺตโน ธมฺมตาย กตมฺปิ อญฺเญหิ อุคฺคณฺหิตฺวา กโรนฺเตหิ กตสทิสเมว โหติ. อยํ ตาว หีนกมฺเม นโย.
อุกฺกฏฺฐกมฺเมปิ ‘กสิกมฺเม อสติ มนุสฺสานํ ชีวิตํ น ปวตฺตตี’ติ เอโก ปณฺฑิโต มนุสฺสานํ ผาสุวิหารตฺถาย ยุคนงฺคลาทีนิ กสิภณฺฑานิ อุปฺปาเทติ; ตถา นานปฺปการํ วาณิชกมฺมํ โครกฺขญฺจ อุปฺปาเทติ. โส สพฺพมฺเปตํ เนว อญฺเญหิ กริยมานํ ปสฺสติ…เป… กตสทิสเมว โหติ. อยํ อุกฺกฏฺฐกมฺเม นโย.
ทุวิเธปิ ปน สิปฺปายตเน เอโก ปณฺฑิโต มนุสฺสานํ ผาสุวิหารตฺถาย นฬการสิปฺปาทีนิ หีนสิปฺปานิ, หตฺถมุทฺทาย คณนสงฺขาตํ มุทฺทํ, อจฺฉินฺนกสงฺขาตํ คณนํ, มาติกาปฺปเภทกาทิเภทญฺจ เลขํ อุปฺปาเทติ. โส สพฺพมฺเปตํ เนว อญฺเญหิ กริยมานํ ปสฺสติ…เป… กตสทิสเมว โหติ. อยํ สิปฺปายตเน นโย.
เอกจฺโจ ปน ปณฺฑิโต อมนุสฺสสรีสปาทีหิ อุปทฺทุตานํ มนุสฺสานํ ติกิจฺฉนตฺถาย ธมฺมิกานิ นาคมณฺฑลมนฺตาทีนิ วิชฺชาฏฺฐานานิ อุปฺปาเทติ, ตานิ เนว อญฺเญหิ กริยมานานิ ปสฺสติ, น กตานิ อุคฺคณฺหาติ, น กเถนฺตานํ สุณาติ, อตฺตโน ปน ธมฺมตาย จินฺตาย กโรติ. ปญฺญวตา หิ อตฺตโน ธมฺมตาย กตมฺปิ อญฺเญหิ อุคฺคณฺหิตฺวา กโรนฺเตหิ กตสทิสเมว โหติ.
กมฺมสฺสกตํ วาติ ‘‘อิทํ กมฺมํ สตฺตานํ สกํ, อิทํ โน สก’’นฺติ เอวํ ชานนญาณํ. สจฺจานุโลมิกํ วาติ วิปสฺสนาญาณํ. ตญฺหิ จตุนฺนํ สจฺจานํ อนุโลมนโต สจฺจานุโลมิกนฺติ วุจฺจติ. อิทานิสฺส ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ รูปํ อนิจฺจนฺติ วาติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อนิจฺจลกฺขณเมว อาคตํ, น ทุกฺขลกฺขณอนตฺตลกฺขณานิ, อตฺถวเสน ปน อาคตาเนวาติ ทฏฺฐพฺพานิ – ยญฺหิ อนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตาติ.
ยํ เอวรูปินฺติ ยํ เอวํ เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสภาวํ อนุโลมิกํ. ขนฺตินฺติอาทีนิ สพฺพานิ ปญฺญาเววจนาเนว. สา หิ เหฏฺฐา วุตฺตานํ กมฺมายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ การณานํ อปจฺจนีกทสฺสเนน อนุโลเมตีติ อนุโลมิกา. ตถา สตฺตานํ หิตจริยาย อนุโลเมติ, มคฺคสจฺจสฺส อนุโลเมติ, ปรมตฺถสจฺจสฺส นิพฺพานสฺส อนุโลมนโต อนุโลเมตีติปิ อนุโลมิกา. สพฺพานิปิ เอตานิ การณานิ ขมติ สหติ ทฏฺฐุํ สกฺโกตีติ ขนฺติ, ปสฺสตีติ ทิฏฺฐิ, โรเจตีติ รุจิ, มุทตีติ มุทิ, เปกฺขตีติ เปกฺขา. สพฺเพปิสฺสา เต กมฺมายตนาทโย ธมฺมา นิชฺฌานํ ขมนฺติ, วิเสสโต จ ปญฺจกฺขนฺธสงฺขาตา ธมฺมา ปุนปฺปุนํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตวเสน นิชฺฌายมานา ตํ นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ ธมฺมนิชฺฌานขนฺตี.
ปรโต อสฺสุตฺวา ปฏิลภตีติ อญฺญสฺส อุปเทสวจนํ อสฺสุตฺวา สยเมว จินฺเตนฺโต ปฏิลภติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ จินฺตามยา ปญฺญา นาม วุจฺจติ. สา ปเนสา น เยสํ เกสญฺจิ อุปฺปชฺชติ, อภิญฺญาตานํ ปน มหาสตฺตานเมว อุปฺปชฺชติ. ตตฺถาปิ สจฺจานุโลมิกญาณํ ทฺวินฺนํเยว โพธิสตฺตานํ อุปฺปชฺชติ. เสสปญฺญา สพฺเพสมฺปิ ปูริตปารมีนํ มหาปญฺญานํ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพา.
ปรโต สุตฺวา ปฏิลภตีติ เอตฺถ กมฺมายตนาทีนิ ปเรน กริยมานานิ วา กตานิ วา ทิสฺวาปิ ยสฺส กสฺสจิ กถยมานสฺส วจนํ สุตฺวาปิ อาจริยสฺส สนฺติเก อุคฺคเหตฺวาปิ ปฏิลทฺธา สพฺพา ปรโต สุตฺวาเยว ปฏิลทฺธา นามาติ เวทิตพฺพา.
สมาปนฺนสฺสาติ สมาปตฺติสมงฺคิสฺส; อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺตา ปญฺญา ภาวนามยา นามาติ อตฺโถ.
๗๖๙. ทานํ อารพฺภาติ ทานํ ปฏิจฺจ; ทานเจตนาปจฺจยาติ อตฺโถ. ทานาธิคจฺฉาติ ทานํ อธิคจฺฉนฺตสฺส; ปาปุณนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ยา อุปฺปชฺชตีติ ยา เอวํ ทานเจตนาสมฺปยุตฺตา ปญฺญา อุปฺปชฺชติ, อยํ ทานมยา ปญฺญา นาม. สา ปเนสา ‘ทานํ ทสฺสามี’ติ จินฺเตนฺตสฺส, ทานํ เทนฺตสฺส, ทานํ ทตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปุพฺพเจตนา, มุญฺจเจตนา, อปรเจตนาติ ติวิเธน อุปฺปชฺชติ.
สีลํ อารพฺภ สีลาธิคจฺฉาติ อิธาปิ สีลเจตนาสมฺปยุตฺตาว สีลมยา ปญฺญาติ อธิปฺเปตา. อยมฺปิ ‘สีลํ ปูเรสฺสามี’ติ จินฺเตนฺตสฺส, สีลํ ปูเรนฺตสฺส, สีลํ ปูเรตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปุพฺพเจตนา, มุญฺจเจตนา, อปรเจตนาติ ติวิเธเนว อุปฺปชฺชติ. ภาวนามยา เหฏฺฐา วุตฺตาเยว.
๗๗๐. อธิสีลปญฺญาทีสุ สีลาทีนิ ทุวิเธน เวทิตพฺพานิ – สีลํ, อธิสีลํ; จิตฺตํ, อธิจิตฺตํ; ปญฺญา, อธิปญฺญาติ. ตตฺถ ‘‘อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตาว สา ธาตุ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐; อ. นิ. ๓.๑๓๗) อิมาย ตนฺติยา สงฺคหิตวเสน ปญฺจปิ สีลานิ ทสปิ สีลานิ สีลํ นาม. ตญฺหิ ตถาคเต อุปฺปนฺเนปิ อนุปฺปนฺเนปิ โหติ. อนุปฺปนฺเน เก ปญฺญาเปนฺตีติ? ตาปสปริพฺพาชกา, สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา, จกฺกวตฺติราชาโน จ ปญฺญาเปนฺติ. อุปฺปนฺเน สมฺมาสมฺพุทฺเธ ภิกฺขุสงฺโฆ, ภิกฺขุนีสงฺโฆ, อุปาสกา, อุปาสิกาโย จ ปญฺญาเปนฺติ. ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ปน สพฺพสีเลหิ อธิกํ อุปฺปนฺเนเยว ตถาคเต อุปฺปชฺชติ, โน อนุปฺปนฺเน. สพฺพญฺญุพุทฺธาเยว จ นํ ปญฺญาเปนฺติ. ‘‘อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ วีติกฺกเม อิทํ นาม โหตี’’ติ ปญฺญาปนญฺหิ อญฺเญสํ อวิสโย, พุทฺธานํเยว เอส วิสโย, พุทฺธานํ พลํ. อิติ ยสฺมา ปาติโมกฺขสํวโร อธิสีลํ, ตสฺมา ตํ อธิสีลปญฺญํ ทสฺเสตุํ ปาติโมกฺขสํวรํ สํวรนฺตสฺสาติอาทิ วุตฺตํ.
เหฏฺฐา วุตฺตาย เอว ปน ตนฺติยา สงฺคหิตวเสน วฏฺฏปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย จิตฺตํ นาม. ตญฺหิ ตถาคเต อุปฺปนฺเนปิ โหติ อนุปฺปนฺเนปิ. อนุปฺปนฺเน เก นิพฺพตฺเตนฺตีติ? ตาปสปริพฺพาชกา เจว สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา จ จกฺกวตฺติราชาโน จ. อุปฺปนฺเน ภควติ วิเสสตฺถิกา ภิกฺขุอาทโยปิ นิพฺพตฺเตนฺติเยว. วิปสฺสนาปาทิกา ปน อฏฺฐ สมาปตฺติโย สพฺพจิตฺเตหิ อธิกา, อุปฺปนฺเนเยว ตถาคเต อุปฺปชฺชนฺติ, โน อนุปฺปนฺเน. สพฺพญฺญุพุทฺธา เอว จ เอตา ปญฺญาเปนฺติ. อิติ ยสฺมา อฏฺฐ สมาปตฺติโย อธิจิตฺตํ, ตสฺมา อธิจิตฺตปญฺญํ ทสฺเสตุํ รูปาวจรารูปาวจรสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตสฺสาติอาทิ วุตฺตํ.
เหฏฺฐา วุตฺตาย เอว ปน ตนฺติยา สงฺคหิตวเสน กมฺมสฺสกตญาณํ ปญฺญา นาม. ตญฺหิ ตถาคเต อุปฺปนฺเนปิ โหติ อนุปฺปนฺเนปิ. อนุปฺปนฺเน เวลามทานเวสฺสนฺตรทานาทิวเสน อุปฺปชฺชติ; อุปฺปนฺเน เตน ญาเณน มหาทานํ ปวตฺเตนฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ. มคฺคผลปญฺญา ปน สพฺพปญฺญาหิ อธิกา, อุปฺปนฺเนเยว ตถาคเต วิตฺถาริกา หุตฺวา ปวตฺตติ, โน อนุปฺปนฺเน. อิติ ยสฺมา มคฺคผลปญฺญา อธิปญฺญา, ตสฺมา อติเรกปญฺญาย ปญฺญํ ทสฺเสตุํ จตูสุ มคฺเคสูติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ สิยา – สีลํ, อธิสีลํ; จิตฺตํ, อธิจิตฺตํ; ปญฺญา, อธิปญฺญาติ อิเมสุ ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ วิปสฺสนา ปญฺญา กตรสนฺนิสฺสิตาติ? อธิปญฺญาสนฺนิสฺสิตา. ตสฺมา ยถา โอมกตรปฺปมาณํ ฉตฺตํ วา ธชํ วา อุปาทาย อติเรกปฺปมาณํ อติฉตฺตํ อติธโชติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ ปญฺจสีลํ ทสสีลํ อุปาทาย ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ‘อธิสีลํ’ นาม; วฏฺฏปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย อุปาทาย วิปสฺสนาปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย ‘อธิจิตฺตํ’ นาม, กมฺมสฺสกตปญฺญํ อุปาทาย วิปสฺสนาปญฺญา จ มคฺคปญฺญา จ ผลปญฺญา จ ‘อธิปญฺญา’ นามาติ เวทิตพฺพา.
๗๗๑. อายโกสลฺลาทินิทฺเทเส ยสฺมา อาโยติ วุฑฺฒิ, สา อนตฺถหานิโต อตฺถุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา; อปาโยติ อวุฑฺฒิ, สาปิ อตฺถหานิโต อนตฺถุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา; ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺเม มนสิกโรโตติอาทิ วุตฺตํ. อิทํ วุจฺจตีติ ยา อิเมสํ อกุสลธมฺมานํ อนุปฺปตฺติปฺปหาเนสุ กุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา – อิทํ อายโกสลฺลํ นาม วุจฺจติ. ยา ปเนสา กุสลธมฺมานํ อนุปฺปชฺชนนิรุชฺฌเนสุ อกุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา – อิทํ อปายโกสลฺลํ นามาติ อตฺโถ. อายโกสลฺลํ ตาว ปญฺญา โหตุ; อปายโกสลฺลํ กถํ ปญฺญา นาม ชาตาติ? ปญฺญวาเยว หิ ‘มยฺหํ เอวํ มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ อุปฺปนฺนา จ นิรุชฺฌนฺติ; อนุปฺปนฺนา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา ปวฑฺฒนฺตี’ติ ปชานาติ. โส เอวํ ญตฺวา อนุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปชฺชิตุํ น เทติ, อุปฺปนฺเน ปชหติ; อนุปฺปนฺเน กุสเล อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺเน ภาวนาปาริปูรึ ปาเปติ. เอวํ อปายโกสลฺลมฺปิ ปญฺญา เอวาติ เวทิตพฺพํ. สพฺพาปิ ตตฺรูปายา ปญฺญา อุปายโกสลฺลนฺติ อิทํ ปน อจฺจายิกกิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนตฺถํ ฐานุปฺปตฺติยการณชานนวเสเนว เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ติกนิทฺเทสวณฺณนา.