(๑.) เอกกนิทฺเทสวณฺณนา
๗๖๑. อิทานิ ยถานิกฺขิตฺตาย มาติกาย ‘‘ปญฺจวิญฺญาณา น เหตุเมวา’’ติอาทินา นเยน อารทฺเธ นิทฺเทสวาเร น เหตุเมวาติ สาธารณเหตุปฏิกฺเขปนิทฺเทโส. ตตฺถ ‘‘เหตุเหตุ, ปจฺจยเหตุ, อุตฺตมเหตุ, สาธารณเหตูติ จตุพฺพิโธ เหตู’’ติอาทินา นเยน ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ รูปกณฺเฑ ‘‘สพฺพํ รูปํ น เหตุเมวา’’ติอาทีนํ อตฺถวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๙๔) วุตฺตเมว. อเหตุกเมวาติอาทีสุ พฺยญฺชนสนฺธิวเสน มกาโร เวทิตพฺโพ; อเหตุกา เอวาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อปิจ ‘‘เหตู ธมฺมา นเหตู ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑) ธมฺมโกฏฺฐาเสสุ ปญฺจวิญฺญาณานิ เหตู ธมฺมาติ วา สเหตุกา ธมฺมาติ วา น โหนฺติ. เอกนฺเตน ปน น เหตูเยว, อเหตุกา เยวาติ อิมานิปิ นเยเนตฺถ สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อพฺยากตเมวาติ ปทํ วิปากาพฺยากตวเสน วุตฺตํ. สารมฺมณเมวาติ โอลุพฺภารมฺมณวเสน. ปจฺจยารมฺมณํ โอลุพฺภารมฺมณนฺติ หิ ทุวิธํ อารมฺมณํ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โอลุพฺภารมฺมณเมว ธุรํ, ปจฺจยารมฺมณมฺปิ ลพฺภติเยว. อเจตสิกเมวาติ ปทํ จิตฺตํ, รูปํ, นิพฺพานนฺติ ตีสุ อเจตสิเกสุ จิตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตํ. โน อปริยาปนฺนเมวาติ คติปริยาปนฺนจุติปริยาปนฺนสํสารวฏฺฏภวปริยาปนฺนภาวโต ปริยาปนฺนา เอว, โน อปริยาปนฺนา. โลกโต วฏฺฏโต น นิยฺยนฺตีติ อนิยฺยานิกา. อุปฺปนฺนํ มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยเมวาติ รูปกณฺเฑ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปจฺจุปฺปนฺนาเนว รูปาทีนิ อารพฺภ ปวตฺติโต อตีตาทิวิสยํ มโนวิญฺญาณมฺปิ ปญฺจวิญฺญาณโสตปติตเมว กตฺวา ‘‘อุปปนฺนํ ฉหิ วิญฺญาเณหิ วิญฺเญยฺย’’นฺติ (ธ. ส. ๕๘๔) วุตฺตํ. ปญฺจวิญฺญาณา ปน ยสฺมา ปจฺจุปฺปนฺนาปิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อารมฺมณา น โหนฺติ, มโนวิญฺญาณสฺเสว โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยเมวา’’ติ วุตฺตํ. อนิจฺจเมวาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจาเยว. ชราภิภูตเมวาติ ชราย อภิภูตตฺตา ชราภิภูตา เอว.
๗๖๒. อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณาติ อนาคตปฏิกฺเขโป. น หิ เต อนาคเตสุ วตฺถารมฺมเณสุ อุปฺปชฺชนฺติ.
ปุเรชาตวตฺถุกา ปุเรชาตารมฺมณาติ สหุปฺปตฺติปฏิกฺเขโป. น หิ เต สหุปฺปนฺนํ วตฺถุํ วา อารมฺมณํ วา ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนฺติ, สยํ ปน ปจฺฉาชาตา หุตฺวา ปุเรชาเตสุ วตฺถารมฺมเณสุ อุปฺปชฺชนฺติ.
อชฺฌตฺติกวตฺถุกาติ อชฺฌตฺตชฺฌตฺตวเสน วุตฺตํ. ตานิ หิ อชฺฌตฺติเก ปญฺจ ปสาเท วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ. พาหิรารมฺมณาติ พาหิรรูปาทิอารมฺมณา. ตตฺถ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ – ปญฺจวิญฺญาณา หิ ปสาทวตฺถุกตฺตา อชฺฌตฺติกา อชฺฌตฺติกวตฺถุกา, มโนวิญฺญาณํ หทยรูปํ วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนกาเล อชฺฌตฺติกํ พาหิรวตฺถุกํ, ปญฺจวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา พาหิรา อชฺฌตฺติกวตฺถุกา, มโนวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา หทยรูปํ วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนกาเล พาหิรา พาหิรวตฺถุกา.
อสมฺภินฺนวตฺถุกาติ อนิรุทฺธวตฺถุกา. น หิ เต นิรุทฺธํ อตีตํ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนฺติ. อสมฺภินฺนารมฺมณตายปิ เอเสว นโย.
อญฺญํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จ อารมฺมณญฺจาติอาทีสุ จกฺขุวิญฺญาณสฺส หิ อญฺญํ วตฺถุ, อญฺญํ อารมฺมณํ. อญฺญํ โสตวิญฺญาณาทีนํ. จกฺขุวิญฺญาณํ โสตปสาทาทีสุ อญฺญตรํ วตฺถุํ, สทฺทาทีสุ วา อญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา กปฺปโต กปฺปํ คนฺตฺวาปิ น อุปฺปชฺชติ; จกฺขุปสาทเมว ปน วตฺถุํ กตฺวา รูปญฺจ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ. เอวมสฺส วตฺถุปิ ทฺวารมฺปิ อารมฺมณมฺปิ นิพทฺธํ, อญฺญํ วตฺถุํ วา ทฺวารํ วา อารมฺมณํ วา น สงฺกมติ, นิพทฺธวตฺถุ นิพทฺธทฺวารํ นิพทฺธารมฺมณเมว หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. โสตวิญฺญาณาทีสุปิ เอเสว นโย.
๗๖๓. น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺตีติ เอตฺถ อญฺญมญฺญสฺส จกฺขุ โสตสฺส, โสตํ วา จกฺขุสฺสาติ เอวํ เอกํ เอกสฺส โคจรวิสยํ น ปจฺจนุโภตีติ อตฺโถ. สเจ หิ นีลาทิเภทํ รูปารมฺมณํ สโมธาเนตฺวา โสตินฺทฺริยสฺส อุปเนยฺย ‘อิงฺฆ ตาว นํ ววตฺถาเปหิ วิภาเวหิ – กึ นาเมตํ อารมฺมณ’นฺติ, จกฺขุวิญฺญาณํ วินาปิ มุเขน อตฺตโน ธมฺมตาย เอวํ วเทยฺย – ‘อเร อนฺธพาล, วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ ปริธาวมาโน อญฺญตฺร มยา กุหึ เอตสฺส ชานนกํ ลภิสฺสสิ; อาหร นํ จกฺขุปสาเท อุปเนหิ; อหเมตํ อารมฺมณํ ชานิสฺสามิ – ยทิ วา นีลํ ยทิ วา ปีตกํ. น หิ เอโส อญฺญสฺส วิสโย; มยฺหเมเวโส วิสโย’ติ. เสสวิญฺญาเณสุปิ เอเสว นโย. เอวเมเต อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ น ปจฺจนุโภนฺติ นาม.
๗๖๔. สมนฺนาหรนฺตสฺสาติ อาวชฺชเนเนว สมนฺนาหรนฺตสฺส.
มนสิกโรนฺตสฺสาติ อาวชฺชเนเนว มนสิกโรนฺตสฺส. เอตานิ หิ จิตฺตานิ อาวชฺชเนน สมนฺนาหฏกาเล มนสิกตกาเลเยว จ อุปฺปชฺชนฺติ.
น อพฺโพกิณฺณาติ อญฺเญน วิญฺญาเณน อพฺโพกิณฺณา นิรนฺตราว นุปฺปชฺชนฺติ. เอเตน เตสํ อนนฺตรตา ปฏิกฺขิตฺตา.
๗๖๕. น อปุพฺพํ อจริมนฺติ เอเตน สพฺเพสมฺปิ สหุปฺปตฺติ ปฏิกฺขิตฺตา. น อญฺญมญฺญสฺส สมนนฺตราติ เอเตน สมนนฺตรตา ปฏิกฺขิตฺตา.
๗๖๖. อาวฏฺฏนา วาติอาทีนิ จตฺตาริปิ อาวชฺชนสฺเสว นามานิ. ตญฺหิ ภวงฺคสฺส อาวฏฺฏนโต อาวฏฺฏนา, ตสฺเสว อาภุชนโต อาโภโค, รูปาทีนํ สมนฺนาหรณโต สมนฺนาหาโร, เตสํเยว มนสิกรณโต มนสิกาโรติ วุจฺจติ. เอวเมตฺถ สงฺเขปโต ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ อาวชฺชนฏฺฐาเน ฐตฺวา อาวชฺชนาทิกิจฺจํ กาตุํ สมตฺถภาโว ปฏิกฺขิตฺโต.
น กญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตีติ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ (ธ. ป. ๑-๒) เอวํ วุตฺตํ เอกมฺปิ กุสลํ วา อกุสลํ วา น ปฏิวิชานาติ.
อญฺญตฺร อภินิปาตมตฺตาติ ฐเปตฺวา รูปาทีนํ อภินิปาตมตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สุปณฺฑิโตปิ ปุริโส, ฐเปตฺวา อาปาถคตานิ รูปาทีนิ, อญฺญํ กุสลากุสเลสุ เอกธมฺมมฺปิ ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น ปฏิวิชานาติ. จกฺขุวิญฺญาณํ ปเนตฺถ ทสฺสนมตฺตเมว โหติ. โสตวิญฺญาณาทีนิ สวนฆายนสายนผุสนมตฺตาเนว. ทสฺสนาทิมตฺตโต ปน มุตฺตา อญฺญา เอเตสํ กุสลาทิปฏิวิญฺญตฺติ นาม นตฺถิ.
มโนธาตุยาปีติ สมฺปฏิจฺฉนมโนธาตุยาปิ. สมฺปิณฺฑนตฺโถ เจตฺถ ปิกาโร. ตสฺมา มโนธาตุยาปิ ตโต ปราหิ มโนวิญฺญาณธาตูหิปีติ สพฺเพหิปิ ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาเณหิ น กญฺจิ กุสลากุสลํ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
น กญฺจิ อิริยาปถํ กปฺเปตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. น หิ ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาเณหิ คมนาทีสุ กญฺจิ อิริยาปถํ กปฺเปติ, น กายกมฺมํ น วจีกมฺมํ ปฏฺฐเปติ, น กุสลากุสลํ ธมฺมํ สมาทิยติ, น สมาธึ สมาปชฺชติ โลกิยํ วา โลกุตฺตรํ วา, น สมาธิโต วุฏฺฐาติ โลกิยา วา โลกุตฺตรา วา, น ภวโต จวติ, น ภวนฺตเร อุปปชฺชติ. สพฺพมฺปิ เหตํ กุสลากุสลธมฺมปฏิวิชานนาทิวจนปริโยสานํ กิจฺจํ มโนทฺวาริกจิตฺเตเนว โหติ, น ปญฺจทฺวาริเกนาติ สพฺพสฺสาเปตสฺส กิจฺจสฺส กรเณ สหชวนกานิ วีถิจิตฺตานิ ปฏิกฺขิตฺตานิ. ยถา เจเตสํ เอตานิ กิจฺจานิ นตฺถิ, เอวํ นิยาโมกฺกมนาทีนิปิ. น หิ ปญฺจทฺวาริกชวเนน มิจฺฉตฺตนิยามํ โอกฺกมติ, น สมฺมตฺตนิยามํ; น เจตํ ชวนํ นามโคตฺตมารพฺภ ชวติ, น กสิณาทิปณฺณตฺตึ; น ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาวเสน ปวตฺตติ, น วุฏฺฐานคามินีพลววิปสฺสนาวเสน; น รูปารูปธมฺเม อารพฺภ ชวติ, น นิพฺพานํ; น เจเตน สทฺธึ ปฏิสมฺภิทาญาณํ อุปฺปชฺชติ, น อภิญฺญาญาณํ, น สาวกปารมีญาณํ, น ปจฺเจกโพธิญาณํ, น สพฺพญฺญุตญาณํ. สพฺโพปิ ปเนส ปเภโท มโนทฺวาริกชวเนเยว ลพฺภติ.
น สุปติ น ปฏิพุชฺฌติ น สุปินํ ปสฺสตีติ สพฺเพนาปิ จ ปญฺจทฺวาริกจิตฺเตน เนว นิทฺทํ โอกฺกมติ, น นิทฺทายติ, น ปฏิพุชฺฌติ, น กิญฺจ สุปินํ ปสฺสตีติ อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ สห ชวเนน วีถิจิตฺตํ ปฏิกฺขิตฺตํ.
นิทฺทายนฺตสฺส หิ มหาวฏฺฏึ ชาเลตฺวา ทีเป จกฺขุสมีเป อุปนีเต ปฐมํ จกฺขุทฺวาริกํ อาวชฺชนํ ภวงฺคํ น อาวฏฺเฏติ, มโนทฺวาริกเมว อาวฏฺเฏติ. อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร จกฺขุทฺวาริกํ อาวชฺชนํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ. ตโต จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ ชวนปริโยสานานิ ปวตฺตนฺติ. ตทนนฺตรํ ภวงฺคํ ปวตฺตติ. ตติยวาเร มโนทฺวาริกอาวชฺชเนน ภวงฺเค อาวฏฺฏิเต มโนทฺวาริกชวนํ ชวติ. เตน จิตฺเตน ญตฺวา ‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน อาโลโก’ติ ชานาติ.
ตถา นิทฺทายนฺตสฺส กณฺณสมีเป ตูริเยสุ ปคฺคหิเตสุ, ฆานสมีเป สุคนฺเธสุ วา ทุคฺคนฺเธสุ วา ปุปฺเผสุ อุปนีเตสุ, มุเข สปฺปิมฺหิ วา ผาณิเต วา ปกฺขิตฺเต, ปิฏฺฐิยํ ปาณินา ปหาเร ทินฺเน ปฐมํ โสตทฺวาริกาทีนิ อาวชฺชนานิ ภวงฺคํ น อาวฏฺเฏนฺติ, มโนทฺวาริกเมว อาวฏฺเฏติ. อถ ชวนํ ชวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. ทุติยวาเร โสตทฺวาริกาทีนิ อาวชฺชนานิ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏนฺติ. ตโต โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณาทีนิ ชวนปริโยสานานิ ปวตฺตนฺติ. ตทนนฺตรํ ภวงฺคํ ปวตฺตติ. ตติยวาเร มโนทฺวาริกอาวชฺชเนน ภวงฺเค อาวฏฺฏิเต มโนทฺวาริกชวนํ ชวติ. เตน จิตฺเตน ญตฺวา ‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน สทฺโท – สงฺขสทฺโท, เภริสทฺโท’ติ วา ‘กึ อยํ อิมสฺมึ ฐาเน คนฺโธ – มูลคนฺโธ, สารคนฺโธ’ติ วา ‘กึ อิทํ มยฺหํ มุเข ปกฺขิตฺตรสํ – สปฺปีติ วา ผาณิต’นฺติ วา ‘เกนมฺหิ ปิฏฺฐิยํ ปหโต, อติถทฺโธ เม ปหาโร’ติ วา วตฺตาโร โหนฺติ. เอวํ มโนทฺวาริกชวเนเนว ปฏิพุชฺฌติ, น ปญฺจทฺวาริเกน. สุปินมฺปิ เตเนว ปสฺสติ, น ปญฺจทฺวาริเกน.
ตญฺจ ปเนตํ สุปินํ ปสฺสนฺโต จตูหิ การเณหิ ปสฺสติ – ธาตุกฺโขภโต วา อนุภูตปุพฺพโต วา เทวโตปสํหารโต วา ปุพฺพนิมิตฺตโต วาติ. ตตฺถ ปิตฺตาทีนํ โขภกรณปจฺจยโยเคน ขุภิตธาตุโก ‘ธาตุกฺโขภโต’ สุปินํ ปสฺสติ. ปสฺสนฺโต จ นานาวิธํ สุปินํ ปสฺสติ – ปพฺพตา ปตนฺโต วิย, อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย, วาฬมิคหตฺถิโจราทีหิ อนุพทฺโธ วิย จ โหติ. ‘อนุภูตปุพฺพโต’ ปสฺสนฺโต ปุพฺเพ อนุภูตปุพฺพํ อารมฺมณํ ปสฺสติ. ‘เทวโตปสํหารโต’ ปสฺสนฺตสฺส เทวตา อตฺถกามตาย วา อนตฺถกามตาย วา อตฺถาย วา อนตฺถาย วา นานาวิธานิ อารมฺมณานิ อุปสํหรนฺติ. โส ตาสํ เทวตานํ อานุภาเวน ตานิ อารมฺมณานิ ปสฺสติ. ปุพฺพนิมิตฺตโต ปสฺสนฺโต ปุญฺญาปุญฺญวเสน อุปฺปชฺชิตุกามสฺส อตฺถสฺส วา อนตฺถสฺส วา ปุพฺพนิมิตฺตภูตํ สุปินํ ปสฺสติ โพธิสตฺตมาตา วิย ปุตฺตปฏิลาภนิมิตฺตํ, โพธิสตฺโต วิย ปญฺจ มหาสุปิเน (อ. นิ. ๕.๑๙๖), โกสลราชา วิย จ โสฬส สุปิเนติ (ชา. ๑.๑.๔๑).
ตตฺถ ยํ ธาตุกฺโขภโต อนุภูตปุพฺพโต จ สุปินํ ปสฺสติ, น ตํ สจฺจํ โหติ. ยํ เทวโตปสํหารโต ปสฺสติ, ตํ สจฺจํ วา โหติ อลิกํ วา. กุทฺธา หิ เทวตา อุปาเยน วินาเสตุกามา วิปรีตมฺปิ กตฺวา ทสฺเสนฺติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – โรหเณ กิร นาคมหาวิหาเร มหาเถโร ภิกฺขุสงฺฆํ อนปโลเกตฺวาว เอกํ นาครุกฺขํ ฉินฺทาเปสิ. รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา เถรสฺส กุทฺธา ปฐมเมว นํ ปโลเภตฺวา ปจฺฉา ‘อิโต เต สตฺตทิวสมตฺถเก อุปฏฺฐาโก ราชา มริสฺสตี’ติ สุปิเน อาโรเจสิ. เถโร นํ กถํ อาหริตฺวา ราโชโรธานํ อาจิกฺขิ. ตา เอกปฺปหาเรเนว มหาวิรวํ วิรวึสุ. ราชา ‘กึ เอต’นฺติ ปุจฺฉิ. ตา ‘เอวํ เถเรน วุตฺต’นฺติ อาโรจยึสุ. ราชา ทิวเส คณาเปตฺวา สตฺตาเห วีติวตฺเต กุชฺฌิตฺวา เถรสฺส หตฺถปาเท ฉินฺทาเปสิ.
ยํ ปน ปุพฺพนิมิตฺตโต ปสฺสติ ตํ เอกนฺตสจฺจเมว โหติ. เอเตสญฺจ จตุนฺนํ มูลการณานํ สํสคฺคเภทโตปิ สุปินเภโท โหติเยว. ตญฺจ ปเนตํ จตุพฺพิธํ สุปินํ เสกฺขปุถุชฺชนาว ปสฺสนฺติ อปฺปหีนวิปลฺลาสตฺตา; อเสกฺขา น ปสฺสนฺติ ปหีนวิปลฺลาสตฺตา.
กึ ปน ตํ ปสฺสนฺโต สุตฺโต ปสฺสติ, ปฏิพุทฺโธ? อุทาหุ เนว สุตฺโต ปสฺสติ น ปฏิพุทฺโธติ? กิญฺเจตฺถ ยทิ ตาว สุตฺโต ปสฺสติ, อภิธมฺมวิโรโธ อาปชฺชติ. ภวงฺคจิตฺเตน หิ สุปติ. ตญฺจ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ ราคาทิสมฺปยุตฺตํ วา น โหติ. สุปินํ ปสฺสนฺตสฺส จ อีทิสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อถ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, วินยวิโรโธ อาปชฺชติ. ยญฺหิ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, ตํ สพฺโพหาริกจิตฺเตน ปสฺสติ. สพฺโพหาริกจิตฺเตน จ กเต วีติกฺกเม อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. สุปินํ ปสฺสนฺเตน ปน กเต วีติกฺกเม เอกนฺตํ อนาปตฺติ เอว. อถ เนว สุตฺโต น ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, น สุปินํ นาม ปสฺสติ. เอวญฺหิ สติ สุปินสฺส อภาโวว อาปชฺชติ? น อภาโว. กสฺมา? ยสฺมา กปิมิทฺธปเรโต ปสฺสติ. วุตฺตํ เหตํ – ‘‘กปิมิทฺธปเรโต โข, มหาราช, สุปินํ ปสฺสตี’’ติ (มิ. ป. ๕.๓.๕). ‘กปิมิทฺธปเรโต’ติ มกฺกฏนิทฺทาย ยุตฺโต. ยถา หิ มกฺกฏสฺส นิทฺทา ลหุปริวตฺตา โหติ, เอวํ ยา นิทฺทา ปุนปฺปุนํ กุสลาทิจิตฺตโวกิณฺณตฺตา ลหุปริวตฺตา; ยสฺสา ปวตฺติยํ ปุนปฺปุนํ ภวงฺคโต อุตฺตรณํ โหติ, ตาย ยุตฺโต สุปินํ ปสฺสติ. เตนายํ สุปิโน กุสโลปิ โหติ อกุสโลปิ อพฺยากโตปิ ๓๘๖. ตตฺถ สุปินนฺเต เจติยวนฺทนธมฺมสฺสวนธมฺมเทสนาทีนิ กโรนฺตสฺส กุสโล, ปาณาติปาตาทีนิ กโรนฺตสฺส อกุสโล, ทฺวีหิ อนฺเตหิ มุตฺโต อาวชฺชนตทารมฺมณกฺขเณ อพฺยากโตติ เวทิตพฺโพ. สุปิเนเนว ‘ทิฏฺฐํ วิย เม, สุตํ วิย เม’ติ กถนกาเลปิ อพฺยากโตเยว.
กึ ปน สุปิเน กตํ กุสลากุสลํ กมฺมํ สวิปากํ อวิปากนฺติ? สวิปากํ; ทุพฺพลตฺตา ปน ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ น สกฺโกติ, ทินฺนาย อญฺญกมฺเมน ปฏิสนฺธิยา ปวตฺเต เวทนียํ โหติ.
เอวํ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญาติ ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ น เหตฺวฏฺโฐ ยาถาวฏฺโฐ. ตํ ยาถาวฏฺฐํ วตฺถุํ วิภาเวตีติ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา. ตถา ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ อเหตุกฏฺโฐ, ชราภิภูตฏฺโฐ, น สุปินํ ปสฺสนฏฺโฐ, ยาถาวฏฺโฐ. ตํ ยาถาวฏฺฐํ วตฺถุํ วิภาเวตีติ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา. อิติ ยา เหฏฺฐา ‘‘ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญา’’ติ มาติกาย นิกฺขิตฺตา, สา เอวํ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺญาติ เวทิตพฺพา. ตสฺสา เอว จ วเสน เอวํ เอกวิเธน ญาณวตฺถูติ เอวํ เอเกกโกฏฺฐาเสน ญาณคณนา เอเกน วา อากาเรน ญาณปริจฺเฉโท โหติ.
เอกกนิทฺเทสวณฺณนา.