๑. รูปกฺขนฺธนิทฺเทโส
๒. อิทานิ เต รูปกฺขนฺธาทโย วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ตตฺถ กตโม รูปกฺขนฺโธติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ. กตโมติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. รูปกฺขนฺโธติ ปุจฺฉิตธมฺมนิทสฺสนํ. อิทานิ ตํ วิภชนฺโต ยํ กิญฺจิ รูปนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ กิญฺจีติ อนวเสสปริยาทานํ. รูปนฺติ อติปฺปสงฺคนิยมนํ. เอวํ ปททฺวเยนาปิ รูปสฺส อนวเสสปริคฺคโห กโต โหติ.
ตตฺถ เกนฏฺเฐน รูปนฺติ? รุปฺปนฏฺเฐน รูปํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถ? รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจติ. เกน รุปฺปติ? สีเตนปิ รุปฺปติ, อุเณฺหนปิ รุปฺปติ, ชิฆจฺฉายปิ รุปฺปติ, ปิปาสายปิ รุปฺปติ, ฑํสมกสวาตาตปสริสปสมฺผสฺเสนปิ รุปฺปติ. รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙).
ตตฺถ กินฺติ การณปุจฺฉา; เกน การเณน รูปํ วเทถ, เกน การเณน ตํ รูปํ นามาติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ เอตฺถ อิตีติ การณุทฺเทโส. ยสฺมา รุปฺปติ ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตีติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ กุปฺปติ ฆฏฺฏียติ ปีฬิยติ ภิชฺชตีติ อตฺโถ. เอวํ อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนน รุปฺปนฏฺเฐน รูปํ วุตฺตํ. รุปฺปนลกฺขเณน รูปนฺติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. รุปฺปนลกฺขณเญฺหตํ.
สีเตนปิ รุปฺปตีติอาทีสุ ปน สีเตน ตาว รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. ติณฺณํ ติณฺณญฺหิ จกฺกวาฬานํ อนฺตเร เอเกโก โลกนฺตริกนิรโย นาม โหติ อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาโณ, ยสฺส เนว เหฏฺฐา ปถวี อตฺถิ, น อุปริ จนฺทิมสูริยทีปมณิอาโลโก, นิจฺจนฺธกาโร. ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ ติคาวุโต อตฺตภาโว โหติ. เต วคฺคุลิโย วิย ปพฺพตปาเท ทีฆปุถุเลหิ นเขหิ ลคฺคิตฺวา อวํสิรา โอลมฺพนฺติ. ยทา สํสปฺปนฺตา อญฺญมญฺญสฺส หตฺถปาสคตา โหนฺติ อถ ‘ภกฺโข โน ลทฺโธ’ติ มญฺญมานา ตตฺถ พฺยาวฏา วิปริวตฺติตฺวา โลกสนฺธารเก อุทเก ปตนฺติ, สีตวาเต ปหรนฺเตปิ ปกฺกมธุกผลานิ วิย ฉิชฺชิตฺวา อุทเก ปตนฺติ. ปติตมตฺตาว อจฺจนฺตขาเรน สีโตทเกน ฉินฺนจมฺมนฺหารุมํสอฏฺฐีหิ ภิชฺชมาเนหิ ตตฺตเตเล ปติตปิฏฺฐปิณฺฑิ วิย ปฏปฏายมานา วิลียนฺติ. เอวํ สีเตน รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. มหึสกรฏฺฐาทีสุปิ หิมปาตสีตเลสุ ปเทเสสุ เอตํ ปากฏเมว. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนจฺฉินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาปุณนฺติ.
อุเณฺหน รุปฺปนํ อวีจิมหานิรเย ปากฏํ. ตตฺถ หิ ตตฺตาย โลหปถวิยา นิปชฺชาเปตฺวา ปญฺจวิธพนฺธนาทิกรณกาเล สตฺตา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺติ.
ชิฆจฺฉาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย เจว ทุพฺภิกฺขกาเล จ ปากฏํ. เปตฺติวิสยสฺมิญฺหิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ กิญฺจิเทว อามิสํ หตฺเถน คเหตฺวา มุเข ปกฺขิปนฺตา นาม น โหนฺติ. อนฺโตอุทรํ อาทิตฺตสุสิรรุกฺโข วิย โหติ. ทุพฺภิกฺเข กญฺชิกมตฺตมฺปิ อลภิตฺวา มรณปฺปตฺตานํ ปมาณํ นาม นตฺถิ.
ปิปาสาย รุปฺปนํ กาลกญฺชิกาทีสุ ปากฏํ. ตตฺถ หิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ หทยเตมนมตฺตํ วา ชิวฺหาเตมนมตฺตํ วา อุทกพินฺทุํ ลทฺธุํ น สกฺโกนฺติ. ‘ปานียํ ปิวิสฺสามา’ติ นทึ คตานมฺปิ นที วาลิกาตลํ สมฺปชฺชติ. มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺตานมฺปิ มหาสมุทฺโท ปิฏฺฐิปาสาโณ โหติ. เต สุสฺสนฺตา พลวทุกฺขปีฬิตา วิจรนฺติ.
เอโก กิร กาลกญฺชิกอสุโร ปิปาสํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต โยชนคมฺภีรวิตฺถารํ มหาคงฺคํ โอตริ. ตสฺส คตคตฏฺฐาเน อุทกํ ฉิชฺชติ, ธูโม อุคฺคจฺฉติ, ตตฺเต ปิฏฺฐิปาสาเณ จงฺกมนกาโล วิย โหติ. ตสฺส อุทกสทฺทํ สุตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺตสฺเสว รตฺติ วิภายิ. อถ นํ ปาโตว ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา ตึสมตฺตา ปิณฺฑจาริกภิกฺขู ทิสฺวา – ‘‘โก นาม ตฺวํ, สปฺปุริสา’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘เปโตหมสฺมิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปริเยสสี’’ติ? ‘‘ปานียํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อยํ คงฺคา ปริปุณฺณา, กึ ตฺวํ น ปสฺสสี’’ติ? ‘‘น อุปกปฺปติ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ คงฺคาปิฏฺเฐ นิปชฺช, มุเข เต ปานียํ อาสิญฺจิสฺสามา’’ติ. โส วาลิกาปุฬิเน อุตฺตาโน นิปชฺชิ. ภิกฺขู ตึสมตฺเต ปตฺเต นีหริตฺวา อุทกํ อาหริตฺวา อาหริตฺวา ตสฺส มุเข อาสิญฺจึสุ. เตสํ ตถา กโรนฺตานํเยว เวลา อุปกฏฺฐา ชาตา. ตโต ‘‘ภิกฺขาจารกาโล อมฺหากํ, สปฺปุริส; กจฺจิ เต อสฺสาทมตฺตา ลทฺธา’’ติ อาหํสุ. เปโต ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ตึสมตฺตานํ อยฺยานํ ตึสมตฺเตหิ ปตฺเตหิ อาสิตฺตอุทกโต อฑฺฒปสตมตฺตมฺปิ ปรคลคตํ, เปตตฺตภาวโต โมกฺโข มา โหตู’’ติ อาห. เอวํ ปิปาสาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย ปากฏํ.
ฑํสาทีหิ รุปฺปนํ ฑํสมกฺขิกาทิสมฺพพหุเลสุ ปเทเสสุ ปากฏํ. เอตฺถ จ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา, มกสาติ มกสาว วาตาติ กุจฺฉิวาตปิฏฺฐิวาตาทิวเสน เวทิตพฺพา. สรีรสฺมิญฺหิ วาตโรโค อุปฺปชฺชิตฺวา หตฺถปาทปิฏฺฐิอาทีนิ ภินฺทติ, กาณํ กโรติ, ขุชฺชํ กโรติ, ปีฐสปฺปึ กโรติ. อาตโปติ สูริยาตโป. เตน รุปฺปนํ มรุกนฺตาราทีสุ ปากฏํ. เอกา กิร อิตฺถี มรุกนฺตาเร รตฺตึ สตฺถโต โอหีนา ทิวา สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต วาลิกาย ตปฺปมานาย ปาเท ฐเปตุํ อสกฺโกนฺตี สีสโต ปจฺฉึ โอตาเรตฺวา อกฺกมิ. กเมน ปจฺฉิยา อุณฺหาภิตตฺตาย ฐาตุํ อสกฺโกนฺตี ตสฺสา อุปริ สาฏกํ ฐเปตฺวา อกฺกมิ. ตสฺมิมฺปิ สนฺตตฺเต องฺเกน คหิตํ ปุตฺตกํ อโธมุขํ นิปชฺชาเปตฺวา กนฺทนฺตํ กนฺทนฺตํ อกฺกมิตฺวา สทฺธึ เตน ตสฺมึเยว ฐาเน อุณฺหาภิตตฺตา กาลมกาสิ.
สรีสปาติ เย เกจิ ทีฆชาติกา สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ สมฺผสฺเสน รุปฺปนํ อาสีวิสทฏฺฐาทีนํ วเสน เวทิตพฺพํ.
อิทานิ ‘ยํ กิญฺจิ รูป’นฺติ ปเทน สํคหิตํ ปญฺจวีสติโกฏฺฐาสฉนฺนวุติโกฏฺฐาสปฺปเภทํ สพฺพมฺปิ รูปํ อตีตาทิโกฏฺฐาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสตุํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนนฺติ อาห. ตโต ปรํ ตเทว อชฺฌตฺตทุกาทีสุ จตูสุ ทุเกสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสตุํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วาติอาทิ วุตฺตํ. ตโต ปรํ สพฺพมฺเปตํ เอกาทสสุ ปเทเสสุ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ รูปํ เอกโต ปิณฺฑํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ตเทกชฺฌนฺติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ตเทกชฺฌนฺติ ตํ เอกชฺฌํ; อภิสญฺญูหิตฺวาติ อภิสํหริตฺวา; อภิสงฺขิปิตฺวาติ สงฺเขปํ กตฺวา; อิทํ วุตฺตํ โหติ – สพฺพมฺเปตํ วุตฺตปฺปการํ รูปํ รุปฺปนลกฺขณสงฺขาเต เอกวิธภาเว ปญฺญาย ราสึ กตฺวา รูปกฺขนฺโธ นามาติ วุจฺจตีติ. เอเตน สพฺพมฺปิ รูปํ รุปฺปนลกฺขเณ ราสิภาวูปคมเนน รูปกฺขนฺโธติ ทสฺสิตํ โหติ. น หิ รูปโต อญฺโญ รูปกฺขนฺโธ นาม อตฺถิ. ยถา จ รูปํ, เอวํ เวทนาทโยปิ เวทยิตลกฺขณาทีสุ ราสิภาวูปคมเนน. น หิ เวทนาทีหิ อญฺเญ เวทนากฺขนฺธาทโย นาม อตฺถิ.
๓. อิทานิ เอเกกสฺมึ โอกาเส ปกฺขิตฺตํ รูปํ วิสุํ วิสุํ ภาเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ตตฺถ กตมํ รูปํ อตีตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เอกาทสสุ โอกาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา ฐปิตมาติกาย ภุมฺมํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนนฺติอาทินา นเยน ฐปิตาย มาติกาย ยํ อตีตํ รูปนฺติ วุตฺตํ, ตํ กตมนฺติ? อิมินา อุปาเยน สพฺพปุจฺฉาสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตีตํ นิรุทฺธนฺติอาทีนิ ปทานิ นิกฺเขปกณฺฑสฺส อตีตตฺติกภาชนียวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๔๔) วุตฺตาเนว. จตฺตาโร จ มหาภูตาติ อิทํ อตีตนฺติ วุตฺตรูปสฺส สภาวทสฺสนํ. ยถา เจตฺถ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมินา อิทํ ทสฺเสติ – อตีตรูปมฺปิ ภูตานิ เจว ภูตานิ อุปาทาย นิพฺพตฺตรูปญฺจ, อนาคตมฺปิ…เป… ทูรสนฺติกมฺปิ. น หิ ภูเตหิ เจว ภูตานิ อุปาทาย ปวตฺตรูปโต จ อญฺญํ รูปํ นาม อตฺถีติ.
อปโร นโย – อตีตํเสน สงฺคหิตนฺติ อตีตโกฏฺฐาเสเนว สงฺคหิตํ, เอตฺเถว คณนํ คตํ. กินฺติ? จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปนฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนาคตปจฺจุปฺปนฺนนิทฺเทสปทานิปิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถาเนว.
อิทํ ปน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ นาม สุตฺตนฺตปริยายโต อภิธมฺมนิทฺเทสโตติ ทุวิธํ. ตํ สุตฺตนฺตปริยาเย ภเวน ปริจฺฉินฺนํ. ปฏิสนฺธิโต หิ ปฏฺฐาย อตีตภเวสุ นิพฺพตฺตํ รูปํ, อนนฺตรภเว วา นิพฺพตฺตํ โหตุ กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อตีตเมว นาม. จุติโต ปฏฺฐาย อนาคตภเวสุ นิพฺพตฺตนกรูปํ, อนนฺตรภเว วา นิพฺพตฺตํ โหตุ กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อนาคตเมว นาม. จุติปฏิสนฺธิอนนฺตเร ปวตฺตรูปํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. อภิธมฺมนิทฺเทเส ปน ขเณน ปริจฺฉินฺนํ. ตโย หิ รูปสฺส ขณา – อุปฺปาโท, ฐิติ, ภงฺโคติ. อิเม ตโย ขเณ ปตฺวา นิรุทฺธํ รูปํ, สมนนฺตรนิรุทฺธํ วา โหตุ อตีเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อตีตเมว นาม. ตโย ขเณ อสมฺปตฺตํ รูปํ, เอกจิตฺตกฺขณมตฺเตน วา อสมฺปตฺตํ โหตุ อนาคเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อนาคตเมว นาม. อิเม ตโย ขเณ สมฺปตฺตํ รูปํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. ตตฺถ กิญฺจาปิ อิทํ สุตฺตนฺตภาชนียํ, เอวํ สนฺเตปิ อภิธมฺมนิทฺเทเสเนว อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนรูปํ นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ.
อปโร นโย – อิทญฺหิ รูปํ อทฺธาสนฺตติสมยขณวเสน จตุธา อตีตํ นาม โหติ. ตถา อนาคตปจฺจุปฺปนฺนํ. อทฺธาวเสน ตาว เอกสฺส เอกสฺมึ ภเว ปฏิสนฺธิโต ปุพฺเพ อตีตํ, จุติโต อุทฺธํ อนาคตํ, อุภินฺนมนฺตเร ปจฺจุปฺปนฺนํ. สนฺตติวเสน สภาคเอกอุตุสมุฏฺฐานํ เอกาหารสมุฏฺฐานญฺจ ปุพฺพาปริยวเสน ปวตฺตมานมฺปิ ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตโต ปุพฺเพ วิสภาคอุตุอาหารสมุฏฺฐานํ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. จิตฺตชํ เอกวีถิเอกชวนเอกสมาปตฺติสมุฏฺฐานํ ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. กมฺมสมุฏฺฐานสฺส ปาฏิเยกฺกํ สนฺตติวเสน อตีตาทิเภโท นตฺถิ. เตสญฺเญว ปน อุตุอาหารจิตฺตสมุฏฺฐานานํ อุปตฺถมฺภกวเสน ตสฺส อตีตาทิเภโท เวทิตพฺโพ. สมยวเสน เอกมุหุตฺตปุพฺพณฺหสายนฺหรตฺติทิวาทีสุ สมเยสุ สนฺตานวเสน ปวตฺตมานํ ตํ ตํ สมยํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. ขณวเสน อุปฺปาทาทิกฺขณตฺตยปริยาปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ.
อปิจ อติกฺกเหตุปจฺจยกิจฺจํ อตีตํ. นิฏฺฐิตเหตุกิจฺจํ อนิฏฺฐิตปจฺจยกิจฺจํ ปจฺจุปฺปนฺนํ. อุภยกิจฺจมสมฺปตฺตํ อนาคตํ. สกิจฺจกฺขเณ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. เอตฺถ จ ขณาทิกถาว นิปฺปริยายา, เสสา สปริยายา. ตาสุ นิปฺปริยายกถา อิธ อธิปฺเปตา. อชฺฌตฺตทุกสฺสาปิ นิทฺเทสปทานิ เหฏฺฐา อชฺฌตฺตตฺติกนิทฺเทเส (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๕๐) วุตฺตตฺถาเนว. โอฬาริกาทีนิ รูปกณฺฑวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๗๔) วุตฺตตฺถาเนว.
๖. หีนทุกนิทฺเทเส เตสํ เตสํ สตฺตานนฺติ พหูสุ สตฺเตสุ สามิวจนํ. อปรสฺสาปิ อปรสฺสาปีติ หิ วุจฺจมาเน ทิวสมฺปิ กปฺปสตสหสฺสมฺปิ วทนฺโต เอตฺตกเมว วเทยฺย. อิติ สตฺถา ทฺวีเหว ปเทหิ อนวเสเส สตฺเต ปริยาทิยนฺโต ‘เตสํ เตสํ สตฺตาน’นฺติ อาห. เอตฺตเกน หิ สพฺพมฺปิ อปรทีปนํ สิทฺธํ โหติ. อุญฺญาตนฺติ อวมตํ. อวญฺญาตนฺติ วมฺเภตฺวา ญาตํ. รูปนฺติปิ น วิทิตํ. หีฬิตนฺติ อคเหตพฺพฏฺเฐน ขิตฺตํ ฉฑฺฑิตํ, ชิคุจฺฉิตนฺติปิ วทนฺติ. ปริภูตนฺติ กิเมเตนาติ วาจาย ปริภวิตํ. อจิตฺตีกตนฺติ น ครุกตํ. หีนนฺติ ลามกํ. หีนมตนฺติ หีนนฺติ มตํ, ลามกํ กตฺวา ญาตํ. หีนสมฺมตนฺติ หีนนฺติ โลเก สมฺมตํ, หีเนหิ วา สมฺมตํ, คูถภกฺเขหิ คูโถ วิย. อนิฏฺฐนฺติ อปฺปิยํ, ปฏิลาภตฺถาย วา อปริเยสิตํ. สเจปิ นํ โกจิ ปริเยเสยฺย, ปริเยสตุ. เอตสฺส ปน อารมฺมณสฺส เอตเทว นามํ. อกนฺตนฺติ อกามิตํ, นิสฺสิริกํ วา. อมนาปนฺติ มนสฺมึ น อปฺปิตํ. ตาทิสญฺหิ อารมฺมณํ มนสฺมึ น อปฺปียติ. อถ วา มนํ อปฺปายติ วฑฺเฒตีติ มนาปํ, น มนาปํ อมนาปํ.
อปโร นโย – อนิฏฺฐํ สมฺปตฺติวิรหโต. ตํ เอกนฺเตน กมฺมสมุฏฺฐาเนสุ อกุสลกมฺมสมุฏฺฐานํ. อกนฺตํ สุขสฺส อเหตุภาวโต. อมนาปํ ทุกฺขสฺส เหตุภาวโต. รูปา สทฺทาติ อิทมสฺส สภาวทีปนํ. อิมสฺมิญฺหิ ปเท อกุสลกมฺมชวเสน อนิฏฺฐา ปญฺจ กามคุณา วิภตฺตา. กุสลกมฺมชํ ปน อนิฏฺฐํ นาม นตฺถิ, สพฺพํ อิฏฺฐเมว.
ปณีตปทนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน ปเท กุสลกมฺมชวเสน อิฏฺฐา ปญฺจ กามคุณา วิภตฺตา. กุสลกมฺมชญฺหิ อนิฏฺฐํ นาม นตฺถิ, สพฺพํ อิฏฺฐเมว. ยถา จ กมฺมเชสุ เอวํ อุตุสมุฏฺฐานาทีสุปิ อิฏฺฐานิฏฺฐตา อตฺถิ เอวาติ อิมสฺมึ ทุเก อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปฏิวิภตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อยํ ตาว อาจริยานํ สมานตฺถกถา. วิตณฺฑวาที ปนาห – อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นตฺถิ, เตสํ เตสํ รุจิวเสน กถิตํ.
ยถาห –
‘‘มนาปปริยนฺตํ ขฺวาหํ, มหาราช, ปญฺจสุ กามคุเณสุ อคฺคนฺติ วทามิ. เตว, มหาราช, รูปา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เตว, มหาราช, สทฺทา, คนฺธา, รสา, โผฏฺฐพฺพา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒๓).
เอวํ ยสฺมา เตเยว รูปาทโย เอโก อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตตฺถ โลภํ อุปฺปาเทติ. เอโก กุชฺฌติ ปฏิหญฺญติ, ตตฺถ โทสํ อุปฺปาเทติ. เอกสฺส อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, เอกสฺส อนิฏฺฐา อกนฺตา อมนาปา. เอโก เจเต ‘อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา’ติ ทกฺขิณโต คณฺหาติ, เอโก ‘อนิฏฺฐา อกนฺตา อมนาปา’ติ วามโต. ตสฺมา อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นาม นตฺถิ. ปจฺจนฺตวาสีนญฺหิ คณฺฑุปฺปาทาปิ อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, มชฺฌิมเทสวาสีนํ อติเชคุจฺฉา. เตสญฺจ โมรมํสาทีนิ อิฏฺฐานิ โหนฺติ, อิตเรสํ ตานิ อติเชคุจฺฉานีติ.
โส วตฺตพฺโพ – ‘‘กึ ปน ตฺวํ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นาม นตฺถีติ วเทสี’’ติ? ‘‘อาม นตฺถี’’ติ วทามิ. ปุน ตเถว ยาวตติยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘‘นิพฺพานํ นาม อิฏฺฐํ อุทาหุ อนิฏฺฐ’’นฺติ? ชานมาโน ‘‘อิฏฺฐ’’นฺติ วกฺขติ. สเจปิ น วเทยฺย, มา วทตุ. นิพฺพานํ ปน เอกนฺตอิฏฺฐเมว. ‘‘นนุ เอโก นิพฺพานสฺส วณฺเณ กถิยมาเน กุชฺฌิตฺวา – ‘ตฺวํ นิพฺพานสฺส วณฺณํ กเถสิ, กึ ตตฺถ อนฺนปานมาลาคนฺธวิเลปนสยนจฺฉาทนสมิทฺธา ปญฺจ กามคุณา อตฺถี’ติ วตฺวา ‘นตฺถี’ติ วุตฺเต ‘อลํ ตว นิพฺพาเนนา’ติ นิพฺพานสฺส วณฺเณ กถิยมาเน กุชฺฌิตฺวา อุโภ กณฺเณ ถเกตีติ อิฏฺเฐตํ. เอตสฺส ปน วเสน ตว วาเท นิพฺพานํ อนิฏฺฐํ นาม โหติ. น ปเนตํ เอวํ คเหตพฺพํ. เอโส หิ วิปรีตสญฺญาย กเถติ. สญฺญาวิปลฺลาเสน จ ตเทว อารมฺมณํ เอกสฺส อิฏฺฐํ โหติ, เอกสฺส อนิฏฺฐํ’’.
อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปน ปาฏิเยกฺกํ วิภตฺตํ อตฺถีติ. กสฺส วเสน วิภตฺตนฺติ? มชฺฌิมกสตฺตสฺส. อิทญฺหิ น อติอิสฺสรานํ มหาสมฺมตมหาสุทสฺสนธมฺมาโสกาทีนํ วเสน วิภตฺตํ. เตสญฺหิ ทิพฺพกปฺปมฺปิ อารมฺมณํ อมนาปํ อุปฏฺฐาติ. น อติทุคฺคตานํ ทุลฺลภนฺนปานานํ วเสน วิภตฺตํ. เตสญฺหิ กณาชกภตฺตสิตฺถานิปิ ปูติมํสรโสปิ อติมธุโร อมตสทิโส จ โหติ. มชฺฌิมกานํ ปน คณกมหามตฺตเสฏฺฐิกุฏุมฺพิกวาณิชาทีนํ กาเลน อิฏฺฐํ กาเลน อนิฏฺฐํ ลภมานานํ วเสน วิภตฺตํ. เอวรูปา หิ อิฏฺฐานิฏฺฐํ ปริจฺฉินฺทิตุํ สกฺโกนฺตีติ.
ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ปนาห – ‘‘อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม วิปากวเสเนว ปริจฺฉินฺนํ, น ชวนวเสน. ชวนํ ปน สญฺญาวิปลฺลาสวเสน อิฏฺฐสฺมึเยว รชฺชติ, อิฏฺฐสฺมึเยว ทุสฺสติ; อนิฏฺฐสฺมึเยว รชฺชติ, อนิฏฺฐสฺมึเยว ทุสฺสตี’’ติ. วิปากวเสเนว ปเนตํ เอกนฺตโต ปริจฺฉิชฺชติ. น หิ สกฺกา วิปากจิตฺตํ วญฺเจตุํ. สเจ อารมฺมณํ อิฏฺฐํ โหติ, กุสลวิปากํ อุปฺปชฺชติ. สเจ อนิฏฺฐํ, อกุสลวิปากํ อุปฺปชฺชติ. กิญฺจาปิ หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา พุทฺธํ วา สงฺฆํ วา มหาเจติยาทีนิ วา อุฬารานิ อารมฺมณานิ ทิสฺวา อกฺขีนิ ปิทหนฺติ, โทมนสฺสํ อาปชฺชนฺติ, ธมฺมสทฺทํ สุตฺวา กณฺเณ ถเกนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณโสตวิญฺญาณานิ ปน เนสํ กุสลวิปากาเนว โหนฺติ.
กิญฺจาปิ คูถสูกราทโย คูถคนฺธํ ฆายิตฺวา ‘ขาทิตุํ ลภิสฺสามา’ติ โสมนสฺสชาตา โหนฺติ, คูถทสฺสเน ปน เตสํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตสฺส คนฺธฆายเน ฆานวิญฺญาณํ, รสสายเน ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ อกุสลวิปากเมว โหติ. พนฺธิตฺวา วรสยเน สยาปิตสูกโร จ กิญฺจาปิ วิรวติ, สญฺญาวิปลฺลาเสน ปนสฺส ชวนสฺมึเยว โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, กายวิญฺญาณํ กุสลวิปากเมว. กสฺมา? อารมฺมณสฺส อิฏฺฐตาย.
อปิจ ทฺวารวเสนาปิ อิฏฺฐานิฏฺฐตา เวทิตพฺพา. สุขสมฺผสฺสญฺหิ คูถกลลํ จกฺขุทฺวารฆานทฺวาเรสุ อนิฏฺฐํ, กายทฺวาเร อิฏฺฐํ โหติ. จกฺกวตฺติโน มณิรตเนน โปถิยมานสฺส, สุวณฺณสูเล อุตฺตาสิตสฺส จ มณิรตนสุวณฺณสูลานิ จกฺขุทฺวาเร อิฏฺฐานิ โหนฺติ, กายทฺวาเร อนิฏฺฐานิ. กสฺมา? มหาทุกฺขสฺส อุปฺปาทนโต. เอวํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ เอกนฺตโต วิปาเกเนว ปริจฺฉิชฺชตีติ เวทิตพฺพํ.
ตํ ตํ วา ปนาติ เอตฺถ น เหฏฺฐิมนโย โอโลเกตพฺโพ. น หิ ภควา สมฺมุติมนาปํ ภินฺทติ, ปุคฺคลมนาปํ ปน ภินฺทติ. ตสฺมา ตํตํวาปนวเสเนว อุปาทายุปาทาย หีนปฺปณีตตา เวทิตพฺพา. เนรยิกานญฺหิ รูปํ โกฏิปฺปตฺตํ หีนํ นาม; ตํ อุปาทาย ติรจฺฉาเนสุ นาคสุปณฺณานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสํ รูปํ หีนํ; ตํ อุปาทาย เปตานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ชานปทานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย คามโภชกานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ชนปทสามิกานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ปเทสราชูนํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย จกฺกวตฺติรญฺโญ รูปํ ปณีตํ นาม. ตสฺสาปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ภุมฺมเทวานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ตาวตึสานํ เทวานํ รูปํ ปณีตํ นาม…เป… อกนิฏฺฐเทวานํ ปน รูปํ มตฺถกปฺปตฺตํ ปณีตํ นาม.
๗. ทูรทุกนิทฺเทเส อิตฺถินฺทฺริยาทีนิ เหฏฺฐา วิภตฺตาเนว. อิมสฺมึ ปน ทุเก ทุปฺปริคฺคหฏฺเฐน ลกฺขณทุปฺปฏิวิชฺฌตาย สุขุมรูปํ ทูเรติ กถิตํ. สุขปริคฺคหฏฺเฐน ลกฺขณสุปฺปฏิวิชฺฌตาย โอฬาริกรูปํ สนฺติเกติ. กพฬีการาหารปริโยสาเน จ นิยฺยาตนฏฺฐาเนปิ ‘อิทํ วุจฺจติ รูปํ ทูเร’ติ น นียฺยาติตํ. กสฺมา? ทุวิธญฺหิ ทูเร นาม – ลกฺขณโต จ โอกาสโต จาติ. ตตฺถ ลกฺขณโต ทูเรติ น กถิตํ, ตํ โอกาสโต กเถตพฺพํ. ตสฺมา ทูเรติ อกถิตํ. โอฬาริกรูปํ โอกาสโต ทูเรติ ทสฺเสตุํ อนิยฺยาเตตฺวาว ยํ วา ปนญฺญมฺปีติอาทิมาห. สนฺติกปทนิทฺเทเสปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อนาสนฺเนติ น อาสนฺเน, อนุปกฏฺเฐติ นิสฺสเฏ, ทูเรติ ทูรมฺหิ, อสนฺติเกติ น สนฺติเก. อิทํ วุจฺจติ รูปํ ทูเรติ อิทํ ปณฺณรสวิธํ สุขุมรูปํ ลกฺขณโต ทูเร, ทสวิธํ ปน โอฬาริกรูปํ เยวาปนกวเสน โอกาสโต ทูเรติ วุจฺจติ. สนฺติกปทนิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยว.
อิทํ วุจฺจติ รูปํ สนฺติเกติ อิทํ ทสวิธํ โอฬาริกรูปํ ลกฺขณโต สนฺติเก, ปญฺจทสวิธํ ปน สุขุมรูปํ เยวาปนกวเสน โอกาสโต สนฺติเกติ วุจฺจติ. กิตฺตกโต ปฏฺฐาย ปน รูปํ โอกาสวเสน สนฺติเก นาม? กิตฺตกโต ปฏฺฐาย ทูเร นามาติ? ปกติกถาย กเถนฺตานํ ทฺวาทสหตฺโถ สวนูปจาโร นาม โหติ. ตสฺส โอรโต รูปํ สนฺติเก, ปรโต ทูเร. ตตฺถ สุขุมรูปํ ทูเร โหนฺตํ ลกฺขณโตปิ โอกาสโตปิ ทูเร โหติ; สนฺติเก โหนฺตํ ปน โอกาสโตว สนฺติเก โหติ, น ลกฺขณโต. โอฬาริกรูปํ สนฺติเก โหนฺตํ ลกฺขณโตปิ โอกาสโตปิ สนฺติเก โหติ; ทูเร โหนฺตํ โอกาสโตว ทูเร โหติ, น ลกฺขณโต.
ตํ ตํ วา ปนาติ เอตฺถ น เหฏฺฐิมนโย โอโลเกตพฺโพ. เหฏฺฐา หิ ภินฺทมาโน คโต. อิธ ปน น ลกฺขณโต ทูรํ ภินฺทติ, โอกาสโต ทูรเมว ภินฺทติ. อุปาทายุปาทาย ทูรสนฺติกญฺหิ เอตฺถ ทสฺสิตํ. อตฺตโน หิ รูปํ สนฺติเก นาม; อนฺโตกุจฺฉิคตสฺสาปิ ปรสฺส ทูเร. อนฺโตกุจฺฉิคตสฺส สนฺติเก; พหิฐิตสฺส ทูเร. เอกมญฺเจ สยิตสฺส สนฺติเก; พหิปมุเข ฐิตสฺส ทูเร. อนฺโตปริเวเณ รูปํ สนฺติเก; พหิปริเวเณ ทูเร. อนฺโตสงฺฆาราเม รูปํ สนฺติเก; พหิสงฺฆาราเม ทูเร. อนฺโตสีมาย รูปํ สนฺติเก; พหิสีมาย ทูเร. อนฺโตคามเขตฺเต รูปํ สนฺติเก; พหิคามกฺเขตฺเต ทูเร. อนฺโตชนปเท รูปํ สนฺติเก; พหิชนปเท ทูเร. อนฺโตรชฺชสีมาย รูปํ สนฺติเก; พหิรชฺชสีมาย ทูเร. อนฺโตสมุทฺเท รูปํ สนฺติเก; พหิสมุทฺเทรูปํ ทูเร. อนฺโตจกฺกวาเฬ รูปํ สนฺติเก; พหิจกฺกวาเฬ ทูเรติ.
อยํ รูปกฺขนฺธนิทฺเทโส.