๑. ขนฺธวิภงฺโค

๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา

จตุสจฺจทโส นาโถ, จตุธา ธมฺมสงฺคณึ;

ปกาสยิตฺวา สมฺพุทฺโธ, ตสฺเสว สมนนฺตรํ.

อุเปโต พุทฺธธมฺเมหิ, อฏฺฐารสหิ นายโก;

อฏฺฐารสนฺนํ ขนฺธาทิ-วิภงฺคานํ วเสน ยํ.

วิภงฺคํ เทสยี สตฺถา, ตสฺส สํวณฺณนากฺกโม;

อิทานิ ยสฺมา สมฺปตฺโต, ตสฺมา ตสฺสตฺถวณฺณนํ.

กริสฺสามิ วิคาเหตฺวา, โปราณฏฺฐกถานยํ;

สทฺธมฺเม คารวํ กตฺวา, ตํ สุณาถ สมาหิตาติ.

๑. ปญฺจกฺขนฺธา – รูปกฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธติ อิทํ วิภงฺคปฺปกรณสฺส อาทิภูเต ขนฺธวิภงฺเค สุตฺตนฺตภาชนียํ นาม. ตตฺถ ปญฺจาติ คณนปริจฺเฉโท. เตน น ตโต เหฏฺฐา น อุทฺธนฺติ ทสฺเสติ. ขนฺธาติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ตตฺรายํ ขนฺธ-สทฺโท สมฺพหุเลสุ ฐาเนสุ ทิสฺสติ – ราสิมฺหิ, คุเณ, ปณฺณตฺติยํ, รุฬฺหิยนฺติ. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺเท น สุกรํ อุทกสฺส ปมาณํ คเหตุํ – เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกานีติ วา เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกสตานีติ วา เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกสหสฺสานีติ วา เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกสตสหสฺสานีติ วา, อถ โข อสงฺเขฺยยฺโย อปฺปเมยฺโย มหาอุทกกฺขนฺโธเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๕๑; ๖.๓๗) หิ ราสิโต ขนฺโธ นาม. นหิ ปริตฺตกํ อุทกํ อุทกกฺขนฺโธติ วุจฺจติ, พหุกเมว วุจฺจติ. ตถา น ปริตฺตโก รโช รชกฺขนฺโธ, น อปฺปมตฺตกา คาโว ควกฺขนฺโธ, น อปฺปมตฺตกํ พลํ พลกฺขนฺโธ, น อปฺปมตฺตกํ ปุญฺญํ ปุญฺญกฺขนฺโธติ วุจฺจติ. พหุกเมว หิ รโช รชกฺขนฺโธ, พหุกาว ควาทโย ควกฺขนฺโธ, พลกฺขนฺโธ, ปุญฺญกฺขนฺโธติ วุจฺจนฺติ. ‘‘สีลกฺขนฺโธ สมาธิกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๕๕) ปน คุณโต ขนฺโธ นาม. ‘‘อทฺทสา โข ภควา มหนฺตํ ทารุกฺขนฺธํ คงฺคาย นทิยา โสเตน วุยฺหมาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๔๑). เอตฺถ ปณฺณตฺติโต ขนฺโธ นาม. ‘‘ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ…เป… วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๖๓, ๖๕) รุฬฺหิโต ขนฺโธ นาม. สฺวายมิธ ราสิโต อธิปฺเปโต. อยญฺหิ ขนฺธฏฺโฐ นาม ปิณฺฑฏฺโฐ ปูคฏฺโฐ ฆฏฏฺโฐ ราสฏฺโฐ. ตสฺมา ‘ราสิลกฺขณา ขนฺธา’ติ เวทิตพฺพา. โกฏฺฐาสฏฺโฐติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ; โลกสฺมิญฺหิ อิณํ คเหตฺวา โจทิยมานา ‘ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสฺสาม, ตีหิ ขนฺเธหิ ทสฺสามา’ติ วทนฺติ. อิติ ‘โกฏฺฐาสลกฺขณา ขนฺธา’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอวเมตฺถ รูปกฺขนฺโธติ รูปราสิ รูปโกฏฺฐาโส, เวทนากฺขนฺโธติ เวทนาราสิ เวทนาโกฏฺฐาโสติ อิมินา นเยน สญฺญากฺขนฺธาทีนํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เอตฺตาวตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ ยฺวายํ ‘‘จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูป’’นฺติ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนาทีสุ เอกาทสสุ โอกาเสสุ วิภตฺโต ‘ปญฺจวีสติ รูปโกฏฺฐาสา’ติ จ ‘ฉนฺนวุติ รูปโกฏฺฐาสา’ติ จ เอวํปเภโท รูปราสิ, ตํ สพฺพํ ปริปิณฺเฑตฺวา รูปกฺขนฺโธ นามาติ ทสฺเสสิ. โย ปนายํ ‘‘สุขา เวทนา, ทุกฺขา เวทนา, อทุกฺขมสุขา เวทนา’’ติ เตสุเยว เอกาทสสุ โอกาเสสุ วิภตฺโต จตุภูมิกเวทนาราสิ, ตํ สพฺพํ ปริปิณฺเฑตฺวา เวทนากฺขนฺโธ นามาติ ทสฺเสสิ. โย ปนายํ ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา สญฺญา…เป… มโนสมฺผสฺสชา สญฺญา’’ติ เตสุเยว เอกาทสสุ โอกาเสสุ วิภตฺโต จตุภูมิกสญฺญาราสิ, ตํ สพฺพํ ปริปิณฺเฑตฺวา สญฺญากฺขนฺโธ นามาติ ทสฺเสสิ. โย ปนายํ ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา…เป… มโนสมฺผสฺสชา เจตนา’’ติ เตสุเยว เอกาทสสุ โอกาเสสุ วิภตฺโต จตุภูมิกเจตนาราสิ, ตํ สพฺพํ ปริปิณฺเฑตฺวา สงฺขารกฺขนฺโธ นามาติ ทสฺเสสิ. โย ปนายํ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ, โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณํ, มโนธาตุ, มโนวิญฺญาณธาตู’’ติ เตสุเยว เอกาทสสุ โอกาเสสุ วิภตฺโต จตุภูมิกจิตฺตราสิ, ตํ สพฺพํ ปริปิณฺเฑตฺวา วิญฺญาณกฺขนฺโธ นามาติ ทสฺเสสิ.

อปิเจตฺถ สพฺพมฺปิ จตุสมุฏฺฐานิกํ รูปํ รูปกฺขนฺโธ, กามาวจรอฏฺฐกุสลจิตฺตาทีหิ เอกูนนวุติจิตฺเตหิ สหชาตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, ผสฺสาทโย ธมฺมา สงฺขารกฺขนฺโธ, เอกูนนวุติ จิตฺตานิ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ. เอวมฺปิ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ธมฺมปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ.

๑. รูปกฺขนฺธนิทฺเทโส

๒. อิทานิ เต รูปกฺขนฺธาทโย วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ตตฺถ กตโม รูปกฺขนฺโธติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ. กตโมติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. รูปกฺขนฺโธติ ปุจฺฉิตธมฺมนิทสฺสนํ. อิทานิ ตํ วิภชนฺโต ยํ กิญฺจิ รูปนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ กิญฺจีติ อนวเสสปริยาทานํ. รูปนฺติ อติปฺปสงฺคนิยมนํ. เอวํ ปททฺวเยนาปิ รูปสฺส อนวเสสปริคฺคโห กโต โหติ.

ตตฺถ เกนฏฺเฐน รูปนฺติ? รุปฺปนฏฺเฐน รูปํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถ? รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจติ. เกน รุปฺปติ? สีเตนปิ รุปฺปติ, อุเณฺหนปิ รุปฺปติ, ชิฆจฺฉายปิ รุปฺปติ, ปิปาสายปิ รุปฺปติ, ฑํสมกสวาตาตปสริสปสมฺผสฺเสนปิ รุปฺปติ. รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙).

ตตฺถ กินฺติ การณปุจฺฉา; เกน การเณน รูปํ วเทถ, เกน การเณน ตํ รูปํ นามาติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ เอตฺถ อิตีติ การณุทฺเทโส. ยสฺมา รุปฺปติ ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตีติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ กุปฺปติ ฆฏฺฏียติ ปีฬิยติ ภิชฺชตีติ อตฺโถ. เอวํ อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนน รุปฺปนฏฺเฐน รูปํ วุตฺตํ. รุปฺปนลกฺขเณน รูปนฺติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. รุปฺปนลกฺขณเญฺหตํ.

สีเตนปิ รุปฺปตีติอาทีสุ ปน สีเตน ตาว รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. ติณฺณํ ติณฺณญฺหิ จกฺกวาฬานํ อนฺตเร เอเกโก โลกนฺตริกนิรโย นาม โหติ อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาโณ, ยสฺส เนว เหฏฺฐา ปถวี อตฺถิ, น อุปริ จนฺทิมสูริยทีปมณิอาโลโก, นิจฺจนฺธกาโร. ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ ติคาวุโต อตฺตภาโว โหติ. เต วคฺคุลิโย วิย ปพฺพตปาเท ทีฆปุถุเลหิ นเขหิ ลคฺคิตฺวา อวํสิรา โอลมฺพนฺติ. ยทา สํสปฺปนฺตา อญฺญมญฺญสฺส หตฺถปาสคตา โหนฺติ อถ ‘ภกฺโข โน ลทฺโธ’ติ มญฺญมานา ตตฺถ พฺยาวฏา วิปริวตฺติตฺวา โลกสนฺธารเก อุทเก ปตนฺติ, สีตวาเต ปหรนฺเตปิ ปกฺกมธุกผลานิ วิย ฉิชฺชิตฺวา อุทเก ปตนฺติ. ปติตมตฺตาว อจฺจนฺตขาเรน สีโตทเกน ฉินฺนจมฺมนฺหารุมํสอฏฺฐีหิ ภิชฺชมาเนหิ ตตฺตเตเล ปติตปิฏฺฐปิณฺฑิ วิย ปฏปฏายมานา วิลียนฺติ. เอวํ สีเตน รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. มหึสกรฏฺฐาทีสุปิ หิมปาตสีตเลสุ ปเทเสสุ เอตํ ปากฏเมว. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนจฺฉินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาปุณนฺติ.

อุเณฺหน รุปฺปนํ อวีจิมหานิรเย ปากฏํ. ตตฺถ หิ ตตฺตาย โลหปถวิยา นิปชฺชาเปตฺวา ปญฺจวิธพนฺธนาทิกรณกาเล สตฺตา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺติ.

ชิฆจฺฉาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย เจว ทุพฺภิกฺขกาเล จ ปากฏํ. เปตฺติวิสยสฺมิญฺหิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ กิญฺจิเทว อามิสํ หตฺเถน คเหตฺวา มุเข ปกฺขิปนฺตา นาม น โหนฺติ. อนฺโตอุทรํ อาทิตฺตสุสิรรุกฺโข วิย โหติ. ทุพฺภิกฺเข กญฺชิกมตฺตมฺปิ อลภิตฺวา มรณปฺปตฺตานํ ปมาณํ นาม นตฺถิ.

ปิปาสาย รุปฺปนํ กาลกญฺชิกาทีสุ ปากฏํ. ตตฺถ หิ สตฺตา เทฺว ตีณิ พุทฺธนฺตรานิ หทยเตมนมตฺตํ วา ชิวฺหาเตมนมตฺตํ วา อุทกพินฺทุํ ลทฺธุํ น สกฺโกนฺติ. ‘ปานียํ ปิวิสฺสามา’ติ นทึ คตานมฺปิ นที วาลิกาตลํ สมฺปชฺชติ. มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺตานมฺปิ มหาสมุทฺโท ปิฏฺฐิปาสาโณ โหติ. เต สุสฺสนฺตา พลวทุกฺขปีฬิตา วิจรนฺติ.

เอโก กิร กาลกญฺชิกอสุโร ปิปาสํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต โยชนคมฺภีรวิตฺถารํ มหาคงฺคํ โอตริ. ตสฺส คตคตฏฺฐาเน อุทกํ ฉิชฺชติ, ธูโม อุคฺคจฺฉติ, ตตฺเต ปิฏฺฐิปาสาเณ จงฺกมนกาโล วิย โหติ. ตสฺส อุทกสทฺทํ สุตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺตสฺเสว รตฺติ วิภายิ. อถ นํ ปาโตว ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา ตึสมตฺตา ปิณฺฑจาริกภิกฺขู ทิสฺวา – ‘‘โก นาม ตฺวํ, สปฺปุริสา’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘เปโตหมสฺมิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปริเยสสี’’ติ? ‘‘ปานียํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อยํ คงฺคา ปริปุณฺณา, กึ ตฺวํ น ปสฺสสี’’ติ? ‘‘น อุปกปฺปติ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ คงฺคาปิฏฺเฐ นิปชฺช, มุเข เต ปานียํ อาสิญฺจิสฺสามา’’ติ. โส วาลิกาปุฬิเน อุตฺตาโน นิปชฺชิ. ภิกฺขู ตึสมตฺเต ปตฺเต นีหริตฺวา อุทกํ อาหริตฺวา อาหริตฺวา ตสฺส มุเข อาสิญฺจึสุ. เตสํ ตถา กโรนฺตานํเยว เวลา อุปกฏฺฐา ชาตา. ตโต ‘‘ภิกฺขาจารกาโล อมฺหากํ, สปฺปุริส; กจฺจิ เต อสฺสาทมตฺตา ลทฺธา’’ติ อาหํสุ. เปโต ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ตึสมตฺตานํ อยฺยานํ ตึสมตฺเตหิ ปตฺเตหิ อาสิตฺตอุทกโต อฑฺฒปสตมตฺตมฺปิ ปรคลคตํ, เปตตฺตภาวโต โมกฺโข มา โหตู’’ติ อาห. เอวํ ปิปาสาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย ปากฏํ.

ฑํสาทีหิ รุปฺปนํ ฑํสมกฺขิกาทิสมฺพพหุเลสุ ปเทเสสุ ปากฏํ. เอตฺถ จ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา, มกสาติ มกสาว วาตาติ กุจฺฉิวาตปิฏฺฐิวาตาทิวเสน เวทิตพฺพา. สรีรสฺมิญฺหิ วาตโรโค อุปฺปชฺชิตฺวา หตฺถปาทปิฏฺฐิอาทีนิ ภินฺทติ, กาณํ กโรติ, ขุชฺชํ กโรติ, ปีฐสปฺปึ กโรติ. อาตโปติ สูริยาตโป. เตน รุปฺปนํ มรุกนฺตาราทีสุ ปากฏํ. เอกา กิร อิตฺถี มรุกนฺตาเร รตฺตึ สตฺถโต โอหีนา ทิวา สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต วาลิกาย ตปฺปมานาย ปาเท ฐเปตุํ อสกฺโกนฺตี สีสโต ปจฺฉึ โอตาเรตฺวา อกฺกมิ. กเมน ปจฺฉิยา อุณฺหาภิตตฺตาย ฐาตุํ อสกฺโกนฺตี ตสฺสา อุปริ สาฏกํ ฐเปตฺวา อกฺกมิ. ตสฺมิมฺปิ สนฺตตฺเต องฺเกน คหิตํ ปุตฺตกํ อโธมุขํ นิปชฺชาเปตฺวา กนฺทนฺตํ กนฺทนฺตํ อกฺกมิตฺวา สทฺธึ เตน ตสฺมึเยว ฐาเน อุณฺหาภิตตฺตา กาลมกาสิ.

สรีสปาติ เย เกจิ ทีฆชาติกา สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ สมฺผสฺเสน รุปฺปนํ อาสีวิสทฏฺฐาทีนํ วเสน เวทิตพฺพํ.

อิทานิ ‘ยํ กิญฺจิ รูป’นฺติ ปเทน สํคหิตํ ปญฺจวีสติโกฏฺฐาสฉนฺนวุติโกฏฺฐาสปฺปเภทํ สพฺพมฺปิ รูปํ อตีตาทิโกฏฺฐาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสตุํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนนฺติ อาห. ตโต ปรํ ตเทว อชฺฌตฺตทุกาทีสุ จตูสุ ทุเกสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสตุํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วาติอาทิ วุตฺตํ. ตโต ปรํ สพฺพมฺเปตํ เอกาทสสุ ปเทเสสุ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ รูปํ เอกโต ปิณฺฑํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ตเทกชฺฌนฺติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ ตเทกชฺฌนฺติ ตํ เอกชฺฌํ; อภิสญฺญูหิตฺวาติ อภิสํหริตฺวา; อภิสงฺขิปิตฺวาติ สงฺเขปํ กตฺวา; อิทํ วุตฺตํ โหติ – สพฺพมฺเปตํ วุตฺตปฺปการํ รูปํ รุปฺปนลกฺขณสงฺขาเต เอกวิธภาเว ปญฺญาย ราสึ กตฺวา รูปกฺขนฺโธ นามาติ วุจฺจตีติ. เอเตน สพฺพมฺปิ รูปํ รุปฺปนลกฺขเณ ราสิภาวูปคมเนน รูปกฺขนฺโธติ ทสฺสิตํ โหติ. น หิ รูปโต อญฺโญ รูปกฺขนฺโธ นาม อตฺถิ. ยถา จ รูปํ, เอวํ เวทนาทโยปิ เวทยิตลกฺขณาทีสุ ราสิภาวูปคมเนน. น หิ เวทนาทีหิ อญฺเญ เวทนากฺขนฺธาทโย นาม อตฺถิ.

๓. อิทานิ เอเกกสฺมึ โอกาเส ปกฺขิตฺตํ รูปํ วิสุํ วิสุํ ภาเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ตตฺถ กตมํ รูปํ อตีตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เอกาทสสุ โอกาเสสุ ปกฺขิปิตฺวา ฐปิตมาติกาย ภุมฺมํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนนฺติอาทินา นเยน ฐปิตาย มาติกาย ยํ อตีตํ รูปนฺติ วุตฺตํ, ตํ กตมนฺติ? อิมินา อุปาเยน สพฺพปุจฺฉาสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตีตํ นิรุทฺธนฺติอาทีนิ ปทานิ นิกฺเขปกณฺฑสฺส อตีตตฺติกภาชนียวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๔๔) วุตฺตาเนว. จตฺตาโร จ มหาภูตาติ อิทํ อตีตนฺติ วุตฺตรูปสฺส สภาวทสฺสนํ. ยถา เจตฺถ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมินา อิทํ ทสฺเสติ – อตีตรูปมฺปิ ภูตานิ เจว ภูตานิ อุปาทาย นิพฺพตฺตรูปญฺจ, อนาคตมฺปิ…เป… ทูรสนฺติกมฺปิ. น หิ ภูเตหิ เจว ภูตานิ อุปาทาย ปวตฺตรูปโต จ อญฺญํ รูปํ นาม อตฺถีติ.

อปโร นโย – อตีตํเสน สงฺคหิตนฺติ อตีตโกฏฺฐาเสเนว สงฺคหิตํ, เอตฺเถว คณนํ คตํ. กินฺติ? จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปนฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนาคตปจฺจุปฺปนฺนนิทฺเทสปทานิปิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถาเนว.

อิทํ ปน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ นาม สุตฺตนฺตปริยายโต อภิธมฺมนิทฺเทสโตติ ทุวิธํ. ตํ สุตฺตนฺตปริยาเย ภเวน ปริจฺฉินฺนํ. ปฏิสนฺธิโต หิ ปฏฺฐาย อตีตภเวสุ นิพฺพตฺตํ รูปํ, อนนฺตรภเว วา นิพฺพตฺตํ โหตุ กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อตีตเมว นาม. จุติโต ปฏฺฐาย อนาคตภเวสุ นิพฺพตฺตนกรูปํ, อนนฺตรภเว วา นิพฺพตฺตํ โหตุ กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อนาคตเมว นาม. จุติปฏิสนฺธิอนนฺตเร ปวตฺตรูปํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. อภิธมฺมนิทฺเทเส ปน ขเณน ปริจฺฉินฺนํ. ตโย หิ รูปสฺส ขณา – อุปฺปาโท, ฐิติ, ภงฺโคติ. อิเม ตโย ขเณ ปตฺวา นิรุทฺธํ รูปํ, สมนนฺตรนิรุทฺธํ วา โหตุ อตีเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อตีตเมว นาม. ตโย ขเณ อสมฺปตฺตํ รูปํ, เอกจิตฺตกฺขณมตฺเตน วา อสมฺปตฺตํ โหตุ อนาคเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเก วา, สพฺพํ อนาคตเมว นาม. อิเม ตโย ขเณ สมฺปตฺตํ รูปํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. ตตฺถ กิญฺจาปิ อิทํ สุตฺตนฺตภาชนียํ, เอวํ สนฺเตปิ อภิธมฺมนิทฺเทเสเนว อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนรูปํ นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ.

อปโร นโย – อิทญฺหิ รูปํ อทฺธาสนฺตติสมยขณวเสน จตุธา อตีตํ นาม โหติ. ตถา อนาคตปจฺจุปฺปนฺนํ. อทฺธาวเสน ตาว เอกสฺส เอกสฺมึ ภเว ปฏิสนฺธิโต ปุพฺเพ อตีตํ, จุติโต อุทฺธํ อนาคตํ, อุภินฺนมนฺตเร ปจฺจุปฺปนฺนํ. สนฺตติวเสน สภาคเอกอุตุสมุฏฺฐานํ เอกาหารสมุฏฺฐานญฺจ ปุพฺพาปริยวเสน ปวตฺตมานมฺปิ ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตโต ปุพฺเพ วิสภาคอุตุอาหารสมุฏฺฐานํ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. จิตฺตชํ เอกวีถิเอกชวนเอกสมาปตฺติสมุฏฺฐานํ ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. กมฺมสมุฏฺฐานสฺส ปาฏิเยกฺกํ สนฺตติวเสน อตีตาทิเภโท นตฺถิ. เตสญฺเญว ปน อุตุอาหารจิตฺตสมุฏฺฐานานํ อุปตฺถมฺภกวเสน ตสฺส อตีตาทิเภโท เวทิตพฺโพ. สมยวเสน เอกมุหุตฺตปุพฺพณฺหสายนฺหรตฺติทิวาทีสุ สมเยสุ สนฺตานวเสน ปวตฺตมานํ ตํ ตํ สมยํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. ขณวเสน อุปฺปาทาทิกฺขณตฺตยปริยาปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นาม. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ.

อปิจ อติกฺกเหตุปจฺจยกิจฺจํ อตีตํ. นิฏฺฐิตเหตุกิจฺจํ อนิฏฺฐิตปจฺจยกิจฺจํ ปจฺจุปฺปนฺนํ. อุภยกิจฺจมสมฺปตฺตํ อนาคตํ. สกิจฺจกฺขเณ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ. ตโต ปุพฺเพ อตีตํ, ปจฺฉา อนาคตํ. เอตฺถ จ ขณาทิกถาว นิปฺปริยายา, เสสา สปริยายา. ตาสุ นิปฺปริยายกถา อิธ อธิปฺเปตา. อชฺฌตฺตทุกสฺสาปิ นิทฺเทสปทานิ เหฏฺฐา อชฺฌตฺตตฺติกนิทฺเทเส (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๕๐) วุตฺตตฺถาเนว. โอฬาริกาทีนิ รูปกณฺฑวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๗๔) วุตฺตตฺถาเนว.

๖. หีนทุกนิทฺเทเส เตสํ เตสํ สตฺตานนฺติ พหูสุ สตฺเตสุ สามิวจนํ. อปรสฺสาปิ อปรสฺสาปีติ หิ วุจฺจมาเน ทิวสมฺปิ กปฺปสตสหสฺสมฺปิ วทนฺโต เอตฺตกเมว วเทยฺย. อิติ สตฺถา ทฺวีเหว ปเทหิ อนวเสเส สตฺเต ปริยาทิยนฺโต ‘เตสํ เตสํ สตฺตาน’นฺติ อาห. เอตฺตเกน หิ สพฺพมฺปิ อปรทีปนํ สิทฺธํ โหติ. อุญฺญาตนฺติ อวมตํ. อวญฺญาตนฺติ วมฺเภตฺวา ญาตํ. รูปนฺติปิ น วิทิตํ. หีฬิตนฺติ อคเหตพฺพฏฺเฐน ขิตฺตํ ฉฑฺฑิตํ, ชิคุจฺฉิตนฺติปิ วทนฺติ. ปริภูตนฺติ กิเมเตนาติ วาจาย ปริภวิตํ. อจิตฺตีกตนฺติ น ครุกตํ. หีนนฺติ ลามกํ. หีนมตนฺติ หีนนฺติ มตํ, ลามกํ กตฺวา ญาตํ. หีนสมฺมตนฺติ หีนนฺติ โลเก สมฺมตํ, หีเนหิ วา สมฺมตํ, คูถภกฺเขหิ คูโถ วิย. อนิฏฺฐนฺติ อปฺปิยํ, ปฏิลาภตฺถาย วา อปริเยสิตํ. สเจปิ นํ โกจิ ปริเยเสยฺย, ปริเยสตุ. เอตสฺส ปน อารมฺมณสฺส เอตเทว นามํ. อกนฺตนฺติ อกามิตํ, นิสฺสิริกํ วา. อมนาปนฺติ มนสฺมึ น อปฺปิตํ. ตาทิสญฺหิ อารมฺมณํ มนสฺมึ น อปฺปียติ. อถ วา มนํ อปฺปายติ วฑฺเฒตีติ มนาปํ, น มนาปํ อมนาปํ.

อปโร นโย – อนิฏฺฐํ สมฺปตฺติวิรหโต. ตํ เอกนฺเตน กมฺมสมุฏฺฐาเนสุ อกุสลกมฺมสมุฏฺฐานํ. อกนฺตํ สุขสฺส อเหตุภาวโต. อมนาปํ ทุกฺขสฺส เหตุภาวโต. รูปา สทฺทาติ อิทมสฺส สภาวทีปนํ. อิมสฺมิญฺหิ ปเท อกุสลกมฺมชวเสน อนิฏฺฐา ปญฺจ กามคุณา วิภตฺตา. กุสลกมฺมชํ ปน อนิฏฺฐํ นาม นตฺถิ, สพฺพํ อิฏฺฐเมว.

ปณีตปทนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน ปเท กุสลกมฺมชวเสน อิฏฺฐา ปญฺจ กามคุณา วิภตฺตา. กุสลกมฺมชญฺหิ อนิฏฺฐํ นาม นตฺถิ, สพฺพํ อิฏฺฐเมว. ยถา จ กมฺมเชสุ เอวํ อุตุสมุฏฺฐานาทีสุปิ อิฏฺฐานิฏฺฐตา อตฺถิ เอวาติ อิมสฺมึ ทุเก อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปฏิวิภตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อยํ ตาว อาจริยานํ สมานตฺถกถา. วิตณฺฑวาที ปนาห – อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นตฺถิ, เตสํ เตสํ รุจิวเสน กถิตํ.

ยถาห –

‘‘มนาปปริยนฺตํ ขฺวาหํ, มหาราช, ปญฺจสุ กามคุเณสุ อคฺคนฺติ วทามิ. เตว, มหาราช, รูปา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เตว, มหาราช, สทฺทา, คนฺธา, รสา, โผฏฺฐพฺพา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒๓).

เอวํ ยสฺมา เตเยว รูปาทโย เอโก อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตตฺถ โลภํ อุปฺปาเทติ. เอโก กุชฺฌติ ปฏิหญฺญติ, ตตฺถ โทสํ อุปฺปาเทติ. เอกสฺส อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, เอกสฺส อนิฏฺฐา อกนฺตา อมนาปา. เอโก เจเต ‘อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา’ติ ทกฺขิณโต คณฺหาติ, เอโก ‘อนิฏฺฐา อกนฺตา อมนาปา’ติ วามโต. ตสฺมา อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นาม นตฺถิ. ปจฺจนฺตวาสีนญฺหิ คณฺฑุปฺปาทาปิ อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, มชฺฌิมเทสวาสีนํ อติเชคุจฺฉา. เตสญฺจ โมรมํสาทีนิ อิฏฺฐานิ โหนฺติ, อิตเรสํ ตานิ อติเชคุจฺฉานีติ.

โส วตฺตพฺโพ – ‘‘กึ ปน ตฺวํ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปาฏิเยกฺกํ ปฏิวิภตฺตํ นาม นตฺถีติ วเทสี’’ติ? ‘‘อาม นตฺถี’’ติ วทามิ. ปุน ตเถว ยาวตติยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘‘นิพฺพานํ นาม อิฏฺฐํ อุทาหุ อนิฏฺฐ’’นฺติ? ชานมาโน ‘‘อิฏฺฐ’’นฺติ วกฺขติ. สเจปิ น วเทยฺย, มา วทตุ. นิพฺพานํ ปน เอกนฺตอิฏฺฐเมว. ‘‘นนุ เอโก นิพฺพานสฺส วณฺเณ กถิยมาเน กุชฺฌิตฺวา – ‘ตฺวํ นิพฺพานสฺส วณฺณํ กเถสิ, กึ ตตฺถ อนฺนปานมาลาคนฺธวิเลปนสยนจฺฉาทนสมิทฺธา ปญฺจ กามคุณา อตฺถี’ติ วตฺวา ‘นตฺถี’ติ วุตฺเต ‘อลํ ตว นิพฺพาเนนา’ติ นิพฺพานสฺส วณฺเณ กถิยมาเน กุชฺฌิตฺวา อุโภ กณฺเณ ถเกตีติ อิฏฺเฐตํ. เอตสฺส ปน วเสน ตว วาเท นิพฺพานํ อนิฏฺฐํ นาม โหติ. น ปเนตํ เอวํ คเหตพฺพํ. เอโส หิ วิปรีตสญฺญาย กเถติ. สญฺญาวิปลฺลาเสน จ ตเทว อารมฺมณํ เอกสฺส อิฏฺฐํ โหติ, เอกสฺส อนิฏฺฐํ’’.

อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ ปน ปาฏิเยกฺกํ วิภตฺตํ อตฺถีติ. กสฺส วเสน วิภตฺตนฺติ? มชฺฌิมกสตฺตสฺส. อิทญฺหิ น อติอิสฺสรานํ มหาสมฺมตมหาสุทสฺสนธมฺมาโสกาทีนํ วเสน วิภตฺตํ. เตสญฺหิ ทิพฺพกปฺปมฺปิ อารมฺมณํ อมนาปํ อุปฏฺฐาติ. น อติทุคฺคตานํ ทุลฺลภนฺนปานานํ วเสน วิภตฺตํ. เตสญฺหิ กณาชกภตฺตสิตฺถานิปิ ปูติมํสรโสปิ อติมธุโร อมตสทิโส จ โหติ. มชฺฌิมกานํ ปน คณกมหามตฺตเสฏฺฐิกุฏุมฺพิกวาณิชาทีนํ กาเลน อิฏฺฐํ กาเลน อนิฏฺฐํ ลภมานานํ วเสน วิภตฺตํ. เอวรูปา หิ อิฏฺฐานิฏฺฐํ ปริจฺฉินฺทิตุํ สกฺโกนฺตีติ.

ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ปนาห – ‘‘อิฏฺฐานิฏฺฐํ นาม วิปากวเสเนว ปริจฺฉินฺนํ, น ชวนวเสน. ชวนํ ปน สญฺญาวิปลฺลาสวเสน อิฏฺฐสฺมึเยว รชฺชติ, อิฏฺฐสฺมึเยว ทุสฺสติ; อนิฏฺฐสฺมึเยว รชฺชติ, อนิฏฺฐสฺมึเยว ทุสฺสตี’’ติ. วิปากวเสเนว ปเนตํ เอกนฺตโต ปริจฺฉิชฺชติ. น หิ สกฺกา วิปากจิตฺตํ วญฺเจตุํ. สเจ อารมฺมณํ อิฏฺฐํ โหติ, กุสลวิปากํ อุปฺปชฺชติ. สเจ อนิฏฺฐํ, อกุสลวิปากํ อุปฺปชฺชติ. กิญฺจาปิ หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา พุทฺธํ วา สงฺฆํ วา มหาเจติยาทีนิ วา อุฬารานิ อารมฺมณานิ ทิสฺวา อกฺขีนิ ปิทหนฺติ, โทมนสฺสํ อาปชฺชนฺติ, ธมฺมสทฺทํ สุตฺวา กณฺเณ ถเกนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณโสตวิญฺญาณานิ ปน เนสํ กุสลวิปากาเนว โหนฺติ.

กิญฺจาปิ คูถสูกราทโย คูถคนฺธํ ฆายิตฺวา ‘ขาทิตุํ ลภิสฺสามา’ติ โสมนสฺสชาตา โหนฺติ, คูถทสฺสเน ปน เตสํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตสฺส คนฺธฆายเน ฆานวิญฺญาณํ, รสสายเน ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ อกุสลวิปากเมว โหติ. พนฺธิตฺวา วรสยเน สยาปิตสูกโร จ กิญฺจาปิ วิรวติ, สญฺญาวิปลฺลาเสน ปนสฺส ชวนสฺมึเยว โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, กายวิญฺญาณํ กุสลวิปากเมว. กสฺมา? อารมฺมณสฺส อิฏฺฐตาย.

อปิจ ทฺวารวเสนาปิ อิฏฺฐานิฏฺฐตา เวทิตพฺพา. สุขสมฺผสฺสญฺหิ คูถกลลํ จกฺขุทฺวารฆานทฺวาเรสุ อนิฏฺฐํ, กายทฺวาเร อิฏฺฐํ โหติ. จกฺกวตฺติโน มณิรตเนน โปถิยมานสฺส, สุวณฺณสูเล อุตฺตาสิตสฺส จ มณิรตนสุวณฺณสูลานิ จกฺขุทฺวาเร อิฏฺฐานิ โหนฺติ, กายทฺวาเร อนิฏฺฐานิ. กสฺมา? มหาทุกฺขสฺส อุปฺปาทนโต. เอวํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ เอกนฺตโต วิปาเกเนว ปริจฺฉิชฺชตีติ เวทิตพฺพํ.

ตํ ตํ วา ปนาติ เอตฺถ น เหฏฺฐิมนโย โอโลเกตพฺโพ. น หิ ภควา สมฺมุติมนาปํ ภินฺทติ, ปุคฺคลมนาปํ ปน ภินฺทติ. ตสฺมา ตํตํวาปนวเสเนว อุปาทายุปาทาย หีนปฺปณีตตา เวทิตพฺพา. เนรยิกานญฺหิ รูปํ โกฏิปฺปตฺตํ หีนํ นาม; ตํ อุปาทาย ติรจฺฉาเนสุ นาคสุปณฺณานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสํ รูปํ หีนํ; ตํ อุปาทาย เปตานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ชานปทานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย คามโภชกานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ชนปทสามิกานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ปเทสราชูนํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย จกฺกวตฺติรญฺโญ รูปํ ปณีตํ นาม. ตสฺสาปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ภุมฺมเทวานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย จาตุมหาราชิกานํ เทวานํ รูปํ ปณีตํ นาม. เตสมฺปิ หีนํ; ตํ อุปาทาย ตาวตึสานํ เทวานํ รูปํ ปณีตํ นาม…เป… อกนิฏฺฐเทวานํ ปน รูปํ มตฺถกปฺปตฺตํ ปณีตํ นาม.

๗. ทูรทุกนิทฺเทเส อิตฺถินฺทฺริยาทีนิ เหฏฺฐา วิภตฺตาเนว. อิมสฺมึ ปน ทุเก ทุปฺปริคฺคหฏฺเฐน ลกฺขณทุปฺปฏิวิชฺฌตาย สุขุมรูปํ ทูเรติ กถิตํ. สุขปริคฺคหฏฺเฐน ลกฺขณสุปฺปฏิวิชฺฌตาย โอฬาริกรูปํ สนฺติเกติ. กพฬีการาหารปริโยสาเน จ นิยฺยาตนฏฺฐาเนปิ ‘อิทํ วุจฺจติ รูปํ ทูเร’ติ น นียฺยาติตํ. กสฺมา? ทุวิธญฺหิ ทูเร นาม – ลกฺขณโต จ โอกาสโต จาติ. ตตฺถ ลกฺขณโต ทูเรติ น กถิตํ, ตํ โอกาสโต กเถตพฺพํ. ตสฺมา ทูเรติ อกถิตํ. โอฬาริกรูปํ โอกาสโต ทูเรติ ทสฺเสตุํ อนิยฺยาเตตฺวาว ยํ วา ปนญฺญมฺปีติอาทิมาห. สนฺติกปทนิทฺเทเสปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อนาสนฺเนติ น อาสนฺเน, อนุปกฏฺเฐติ นิสฺสเฏ, ทูเรติ ทูรมฺหิ, อสนฺติเกติ น สนฺติเก. อิทํ วุจฺจติ รูปํ ทูเรติ อิทํ ปณฺณรสวิธํ สุขุมรูปํ ลกฺขณโต ทูเร, ทสวิธํ ปน โอฬาริกรูปํ เยวาปนกวเสน โอกาสโต ทูเรติ วุจฺจติ. สนฺติกปทนิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยว.

อิทํ วุจฺจติ รูปํ สนฺติเกติ อิทํ ทสวิธํ โอฬาริกรูปํ ลกฺขณโต สนฺติเก, ปญฺจทสวิธํ ปน สุขุมรูปํ เยวาปนกวเสน โอกาสโต สนฺติเกติ วุจฺจติ. กิตฺตกโต ปฏฺฐาย ปน รูปํ โอกาสวเสน สนฺติเก นาม? กิตฺตกโต ปฏฺฐาย ทูเร นามาติ? ปกติกถาย กเถนฺตานํ ทฺวาทสหตฺโถ สวนูปจาโร นาม โหติ. ตสฺส โอรโต รูปํ สนฺติเก, ปรโต ทูเร. ตตฺถ สุขุมรูปํ ทูเร โหนฺตํ ลกฺขณโตปิ โอกาสโตปิ ทูเร โหติ; สนฺติเก โหนฺตํ ปน โอกาสโตว สนฺติเก โหติ, น ลกฺขณโต. โอฬาริกรูปํ สนฺติเก โหนฺตํ ลกฺขณโตปิ โอกาสโตปิ สนฺติเก โหติ; ทูเร โหนฺตํ โอกาสโตว ทูเร โหติ, น ลกฺขณโต.

ตํ ตํ วา ปนาติ เอตฺถ น เหฏฺฐิมนโย โอโลเกตพฺโพ. เหฏฺฐา หิ ภินฺทมาโน คโต. อิธ ปน น ลกฺขณโต ทูรํ ภินฺทติ, โอกาสโต ทูรเมว ภินฺทติ. อุปาทายุปาทาย ทูรสนฺติกญฺหิ เอตฺถ ทสฺสิตํ. อตฺตโน หิ รูปํ สนฺติเก นาม; อนฺโตกุจฺฉิคตสฺสาปิ ปรสฺส ทูเร. อนฺโตกุจฺฉิคตสฺส สนฺติเก; พหิฐิตสฺส ทูเร. เอกมญฺเจ สยิตสฺส สนฺติเก; พหิปมุเข ฐิตสฺส ทูเร. อนฺโตปริเวเณ รูปํ สนฺติเก; พหิปริเวเณ ทูเร. อนฺโตสงฺฆาราเม รูปํ สนฺติเก; พหิสงฺฆาราเม ทูเร. อนฺโตสีมาย รูปํ สนฺติเก; พหิสีมาย ทูเร. อนฺโตคามเขตฺเต รูปํ สนฺติเก; พหิคามกฺเขตฺเต ทูเร. อนฺโตชนปเท รูปํ สนฺติเก; พหิชนปเท ทูเร. อนฺโตรชฺชสีมาย รูปํ สนฺติเก; พหิรชฺชสีมาย ทูเร. อนฺโตสมุทฺเท รูปํ สนฺติเก; พหิสมุทฺเทรูปํ ทูเร. อนฺโตจกฺกวาเฬ รูปํ สนฺติเก; พหิจกฺกวาเฬ ทูเรติ.

อยํ รูปกฺขนฺธนิทฺเทโส.

๒. เวทนากฺขนฺธนิทฺเทโส

๘. เวทนากฺขนฺธนิทฺเทสาทีสุ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสํ ปหาย อปุพฺพเมว วณฺณยิสฺสาม. ยา กาจิ เวทนาติ จตุภูมิกเวทนํ ปริยาทิยติ. สุขา เวทนาติอาทีนิ อตีตาทิวเสน นิทฺทิฏฺฐเวทนํ สภาวโต ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ. ตตฺถ สุขา เวทนา อตฺถิ กายิกา, อตฺถิ เจตสิกา. ตถา ทุกฺขา เวทนา. อทุกฺขมสุขา ปน จกฺขาทโย ปสาทกาเย สนฺธาย ปริยาเยน ‘อตฺถิ กายิกา, อตฺถิ เจตสิกา’. ตตฺถ สพฺพาปิ กายิกา กามาวจรา. ตถา เจตสิกา ทุกฺขา เวทนา. เจตสิกา สุขา ปน เตภูมิกา. อทุกฺขมสุขา จตุภูมิกา. ตสฺสา สพฺพปฺปการายปิ สนฺตติวเสน, ขณาทิวเสน จ อตีตาทิภาโว เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ สนฺตติวเสน เอกวีถิเอกชวนเอกสมาปตฺติปริยาปนฺนา, เอกวิธวิสยสมาโยคปฺปวตฺตา จ ปจฺจุปฺปนฺนา. ตโต ปุพฺเพ อตีตา, ปจฺฉา อนาคตา. ขณาทิวเสน ขณตฺตยปริยาปนฺนา ปุพฺพนฺตาปรนฺตมชฺฌคตา สกิจฺจญฺจ กุรุมานา เวทนา ปจฺจุปฺปนฺนา. ตโต ปุพฺเพ อตีตา, ปจฺฉา อนาคตา. ตตฺถ ขณาทิวเสน อตีตาทิภาวํ สนฺธาย อยํ นิทฺเทโส กโตติ เวทิตพฺโพ.

๑๑. โอฬาริกสุขุมนิทฺเทเส อกุสลา เวทนาติอาทีนิ ชาติโต โอฬาริกสุขุมภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ. ทุกฺขา เวทนา โอฬาริกาติอาทีนิ สภาวโต. อสมาปนฺนสฺส เวทนาติอาทีนิ ปุคฺคลโต. สาสวาติอาทีนิ โลกิยโลกุตฺตรโต โอฬาริกสุขุมภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ. ตตฺถ อกุสลา ตาว สทรถฏฺเฐน ทุกฺขวิปากฏฺเฐน จ โอฬาริกา. กุสลา นิทฺทรถฏฺเฐน สุขวิปากฏฺเฐน จ สุขุมา. อพฺยากตา นิรุสฺสาหฏฺเฐน อวิปากฏฺเฐน จ สุขุมา. กุสลากุสลา สอุสฺสาหฏฺเฐน สวิปากฏฺเฐน จ โอฬาริกา. อพฺยากตา วุตฺตนเยเนว สุขุมา.

ทุกฺขา อสาตฏฺเฐน ทุกฺขฏฺเฐน จ โอฬาริกา. สุขา สาตฏฺเฐน สุขฏฺเฐน จ สุขุมา. อทุกฺขมสุขา สนฺตฏฺเฐน ปณีตฏฺเฐน จ สุขุมา. สุขทุกฺขา โขภนฏฺเฐน ผรณฏฺเฐน จ โอฬาริกา. สุขเวทนาปิ หิ โขเภติ ผรติ. ตถา ทุกฺขเวทนาปิ. สุขญฺหิ อุปฺปชฺชมานํ สกลสรีรํ โขเภนฺตํ อาลุเฬนฺตํ อภิสนฺทยมานํ มทฺทยมานํ ฉาทยมานํ สีโตทกฆเฏน อาสิญฺจยมานํ วิย อุปฺปชฺชติ. ทุกฺขํ อุปฺปชฺชมานํ ตตฺตผาลํ อนฺโต ปเวสนฺตํ วิย ติณุกฺกาย พหิ ฌาปยมานํ วิย อุปฺปชฺชติ. อทุกฺขมสุขา ปน วุตฺตนเยเนว สุขุมา. อสมาปนฺนสฺส เวทนา นานารมฺมเณ วิกฺขิตฺตภาวโต โอฬาริกา. สมาปนฺนสฺส เวทนา เอกตฺตนิมิตฺเตเยว จรตีติ สุขุมา. สาสวา อาสวุปฺปตฺติเหตุโต โอฬาริกา. อาสวจาโร นาม เอกนฺตโอฬาริโก. อนาสวา วุตฺตวิปริยาเยน สุขุมา.

ตตฺถ เอโก เนว กุสลตฺติเก โกวิโท โหติ, น เวทนาตฺติเก. โส ‘กุสลตฺติกํ รกฺขามี’ติ เวทนาตฺติกํ ภินฺทติ; ‘เวทนาตฺติกํ รกฺขามี’ติ กุสลตฺติกํ ภินฺทติ. เอโก ‘ติกํ รกฺขามี’ติ ภูมนฺตรํ ภินฺทติ. เอโก น ภินฺทติ. กถํ? ‘‘สุขทุกฺขา เวทนา โอฬาริกา, อทุกฺขมสุขา เวทนา สุขุมา’’ติ หิ เวทนาตฺติเก วุตฺตํ. ตํ เอโก ปฏิกฺขิปติ – น สพฺพา อทุกฺขมสุขา สุขุมา. สา หิ กุสลาปิ อตฺถิ อกุสลาปิ อพฺยากตาปิ. ตตฺถ กุสลากุสลา โอฬาริกา, อพฺยากตา สุขุมา. กสฺมา? กุสลตฺติเก ปาฬิยํ อาคตตฺตาติ. เอวํ กุสลตฺติโก รกฺขิโต โหติ, เวทนาตฺติโก ปน ภินฺโน.

กุสลากุสลา เวทนา โอฬาริกา, อพฺยากตา เวทนา สุขุมา’’ติ ยํ ปน กุสลตฺติเก วุตฺตํ, ตํ เอโก ปฏิกฺขิปติ – น สพฺพา อพฺยากตา สุขุมา. สา หิ สุขาปิ อตฺถิ ทุกฺขาปิ อทุกฺขมสุขาปิ. ตตฺถ สุขทุกฺขา โอฬาริกา, อทุกฺขมสุขา สุขุมา. กสฺมา? เวทนาตฺติเก ปาฬิยํ อาคตตฺตาติ. เอวํ เวทนาตฺติโก รกฺขิโต โหติ, กุสลตฺติโก ปน ภินฺโน. กุสลตฺติกสฺส ปน อาคตฏฺฐาเน เวทนาตฺติกํ อโนโลเกตฺวา เวทนาตฺติกสฺส อาคตฏฺฐาเน กุสลตฺติกํ อโนโลเกตฺวา กุสลาทีนํ กุสลตฺติกลกฺขเณน, สุขาทีนํ เวทนาตฺติกลกฺขเณน โอฬาริกสุขุมตํ กเถนฺโต น ภินฺทติ นาม.

ยมฺปิ ‘‘กุสลากุสลา เวทนา โอฬาริกา, อพฺยากตา เวทนา สุขุมา’’ติ กุสลตฺติเก วุตฺตํ, ตตฺเถโก ‘กุสลา โลกุตฺตรเวทนาปิ สมานา โอฬาริกา นาม, วิปากา อนฺตมโส ทฺวิปญฺจวิญฺญาณสหชาตาปิ สมานา สุขุมา นาม โหตี’ติ วทติ. โส เอวรูปํ สนฺตํ ปณีตํ โลกุตฺตรเวทนํ โอฬาริกํ นาม กโรนฺโต, ทฺวิปญฺจวิญฺญาณสมฺปยุตฺตํ อเหตุกํ หีนํ ชฬํ เวทนํ สุขุมํ นาม กโรนฺโต ‘ติกํ รกฺขิสฺสามี’ติ ภูมนฺตรํ ภินฺทติ นาม. ตตฺถ ตตฺถ ภูมิยํ กุสลํ ปน ตํตํภูมิวิปาเกเนว สทฺธึ โยเชตฺวา กเถนฺโต น ภินฺทติ นาม. ตตฺรายํ นโย – กามาวจรกุสลา หิ โอฬาริกา; กามาวจรวิปากา สุขุมา. รูปาวจรารูปาวจรโลกุตฺตรกุสลา โอฬาริกา; รูปาวจรารูปาวจรโลกุตฺตรวิปากา สุขุมาติ. อิมินา นีหาเรน กเถนฺโต น ภินฺทติ นาม.

ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ปนาห – ‘‘อกุสเล โอฬาริกสุขุมตา นาม น อุทฺธริตพฺพา. ตญฺหิ เอกนฺตโอฬาริกเมว. โลกุตฺตเรปิ โอฬาริกสุขุมตา น อุทฺธริตพฺพา. ตญฺหิ เอกนฺตสุขุม’’นฺติ. อิมํ กถํ อาหริตฺวา ติปิฏกจูฬาภยตฺเถรสฺส กถยึสุ – เอวํ เถเรน กถิตนฺติ. ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร อาห – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน อภิธมฺมํ ปตฺวา เอกปทสฺสาปิ ทฺวินฺนมฺปิ ปทานํ อาคตฏฺฐาเน นยํ ทาตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน นโย อทินฺโน นาม นตฺถิ, นยํ กาตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน นโย อกโต นาม นตฺถิ. อิธ ปเนกจฺโจ ‘อาจริโย อสฺมี’ติ วิจรนฺโต อกุสเล โอฬาริกสุขุมตํ อุทฺธรมาโน กุกฺกุจฺจายติ. สมฺมาสมฺพุทฺเธน ปน โลกุตฺตเรปิ โอฬาริกสุขุมตา อุทฺธริตา’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา อิทํ สุตฺตํ อาหริ – ‘‘ตตฺร, ภนฺเต, ยายํ ปฏิปทา ทุกฺขา ทนฺธาภิญฺญา, อยํ, ภนฺเต, ปฏิปทา อุภเยเนว หีนา อกฺขายติ – ทุกฺขตฺตา ทนฺธตฺตา จา’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๕๒). เอตฺถ หิ จตสฺโส ปฏิปทา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตา.

ตํ ตํ วา ปนาติ เอตฺถ น เหฏฺฐิมนโย โอโลเกตพฺโพ. ตํตํวาปนวเสเนว กเถตพฺพํ. ทุวิธา หิ อกุสลา – โลภสหคตา โทสสหคตา จ. ตตฺถ โทสสหคตา โอฬาริกา, โลภสหคตา สุขุมา. โทสสหคตาปิ ทุวิธา – นิยตา อนิยตา จ. ตตฺถ นิยตา โอฬาริกา, อนิยตา สุขุมา. นิยตาปิ กปฺปฏฺฐิติกา โอฬาริกา, โนกปฺปฏฺฐิติกา สุขุมา. กปฺปฏฺฐิติกาปิ อสงฺขาริกา โอฬาริกา, สสงฺขาริกา สุขุมา. โลภสหคตาปิ ทฺวิธา – ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตา ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตา จ. ตตฺถ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตา โอฬาริกา, ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตา สุขุมา. ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตาปิ นิยตา โอฬาริกา, อนิยตา สุขุมา. สาปิ อสงฺขาริกา โอฬาริกา, สสงฺขาริกา สุขุมา.

สงฺเขปโต อกุสลํ ปตฺวา ยา วิปากํ พหุํ เทติ สา โอฬาริกา, ยา อปฺปํ สา สุขุมา. กุสลํ ปตฺวา ปน อปฺปวิปากา โอฬาริกา, พหุวิปากา สุขุมา. จตุพฺพิเธ กุสเล กามาวจรกุสลา โอฬาริกา, รูปาวจรกุสลา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, อรูปาวจรกุสลา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, โลกุตฺตรกุสลา สุขุมา. อยํ ตาว ภูมีสุ อเภทโต นโย.

เภทโต ปน กามาวจรา ทานสีลภาวนามยวเสน ติวิธา. ตตฺถ ทานมยา โอฬาริกา, สีลมยา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, ภาวนามยา สุขุมา. สาปิ ทุเหตุกา ติเหตุกาติ ทุวิธา. ตตฺถ ทุเหตุกา โอฬาริกา, ติเหตุกา สุขุมา. ติเหตุกาปิ สสงฺขาริกอสงฺขาริกเภทโต ทุวิธา. ตตฺถ สสงฺขาริกา โอฬาริกา, อสงฺขาริกา สุขุมา. รูปาวจเร ปฐมชฺฌานกุสลเวทนา โอฬาริกา, ทุติยชฺฌานกุสลเวทนา สุขุมา…เป… จตุตฺถชฺฌานกุสลเวทนา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, อากาสานญฺจายตนกุสลเวทนา สุขุมา อากาสานญฺจายตนกุสลเวทนา โอฬาริกา…เป…. เนวสญฺญานาสญฺญายตนกุสลเวทนา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, วิปสฺสนาสหชาตา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, โสตาปตฺติมคฺคสหชาตา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา…เป… อรหตฺตมคฺคสหชาตา สุขุมา.

จตุพฺพิเธ วิปาเก กามาวจรวิปากเวทนา โอฬาริกา, รูปาวจรวิปากเวทนา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา…เป… โลกุตฺตรวิปากเวทนา สุขุมา. เอวํ ตาว อเภทโต.

เภทโต ปน กามาวจรวิปากา อตฺถิ อเหตุกา, อตฺถิ สเหตุกา. สเหตุกาปิ อตฺถิ ทุเหตุกา, อตฺถิ ติเหตุกา. ตตฺถ อเหตุกา โอฬาริกา, สเหตุกา สุขุมา. สาปิ ทุเหตุกา โอฬาริกา, ติเหตุกา สุขุมา. ตตฺถาปิ สสงฺขาริกา โอฬาริกา, อสงฺขาริกา สุขุมา. ปฐมชฺฌานวิปากา โอฬาริกา, ทุติยชฺฌานวิปากา สุขุมา…เป… จตุตฺถชฺฌานวิปากา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, อากาสานญฺจายตนวิปากา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนวิปากา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, โสตาปตฺติผลเวทนา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, สกทาคามิ…เป… อรหตฺตผลเวทนา สุขุมา.

ตีสุ กิริยาสุ กามาวจรกิริยเวทนา โอฬาริกา, รูปาวจรกิริยเวทนา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, อรูปาวจรกิริยเวทนา สุขุมา. เอวํ ตาว อเภทโต. เภทโต ปน อเหตุกาทิวเสน ภินฺนาย กามาวจรกิริยาย อเหตุกกิริยเวทนา โอฬาริกา, สเหตุกา สุขุมา. สาปิ ทุเหตุกา โอฬาริกา, ติเหตุกา สุขุมา. ตตฺถาปิ สสงฺขาริกา โอฬาริกา, อสงฺขาริกา สุขุมา. ปฐมชฺฌาเน กิริยเวทนา โอฬาริกา, ทุติยชฺฌาเน สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, ตติเย…เป… จตุตฺเถ สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, อากาสานญฺจายตนกิริยเวทนา สุขุมา. สาปิ โอฬาริกา, วิญฺญาณญฺจา…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนกิริยเวทนา สุขุมา. ยา โอฬาริกา สา หีนา. ยา สุขุมา สา ปณีตา.

๑๓. ทูรทุกนิทฺเทเส อกุสลเวทนา วิสภาคฏฺเฐน วิสํสฏฺเฐน จ กุสลาพฺยากตาหิ ทูเร. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ ทูรตา เวทิตพฺพา. สเจปิ หิ อกุสลาทิเวทนาสมงฺคิโน ทุกฺขาทิเวทนาสมงฺคิโน จ ตโย ตโย ชนา เอกมญฺเจ นิสินฺนา โหนฺติ, เตสมฺปิ ตา เวทนา วิสภาคฏฺเฐน วิสํสฏฺเฐน จ ทูเรเยว นาม. สมาปนฺนเวทนาทิสมงฺคีสุปิ เอเสว นโย. อกุสลา ปน อกุสลาย สภาคฏฺเฐน สริกฺขฏฺเฐน จ สนฺติเก นาม. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ สนฺติกตา เวทิตพฺพา. สเจปิ หิ อกุสลาทิเวทนาสมงฺคีสุ ตีสุ ชเนสุ เอโก กามภเว, เอโก รูปภเว, เอโก อรูปภเว, เตสมฺปิ ตา เวทนา สภาคฏฺเฐน สริกฺขฏฺเฐน จ สนฺติเกเยว นาม. กุสลาทิเวทนาสมงฺคีสุปิ เอเสว นโย.

ตํ ตํ วา ปนาติ เอตฺถ เหฏฺฐิมนยํ อโนโลเกตฺวา ตํ ตํ วาปนวเสเนว กเถตพฺพํ. กเถนฺเตน จ น ทูรโต สนฺติกํ อุทฺธริตพฺพํ, สนฺติกโต ปน ทูรํ อุทฺธริตพฺพํ. ทุวิธา หิ อกุสลา – โลภสหคตา โทสสหคตา จ. ตตฺถ โลภสหคตา โลภสหคตาย สนฺติเก นาม, โทสสหคตาย ทูเร นาม. โทสสหคตา โทสสหคตาย สนฺติเก นาม, โลภสหคตาย ทูเร นาม. โทสสหคตาปิ นิยตา นิยตาย สนฺติเก นามาติ. เอวํ อนิยตา. กปฺปฏฺฐิติกอสงฺขาริกสสงฺขาริกเภทํ โลภสหคตาทีสุ จ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตาทิเภทํ สพฺพํ โอฬาริกทุกนิทฺเทเส วิตฺถาริตวเสน อนุคนฺตฺวา เอเกกโกฏฺฐาสเวทนา ตํตํโกฏฺฐาสเวทนาย เอว สนฺติเก, อิตรา อิตราย ทูเรติ เวทิตพฺพาติ.

อยํ เวทนากฺขนฺธนิทฺเทโส.

๓. สญฺญากฺขนฺธนิทฺเทโส

๑๔. สญฺญากฺขนฺธนิทฺเทเส ยา กาจิ สญฺญาติ จตุภูมิกสญฺญํ ปริยาทิยติ. จกฺขุสมฺผสฺสชา สญฺญาติอาทีนิ อตีตาทิวเสน นิทฺทิฏฺฐสญฺญํ สภาวโต ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ. ตตฺถ จกฺขุสมฺผสฺสโต จกฺขุสมฺผสฺสสฺมึ วา ชาตา จกฺขุสมฺผสฺสชา นาม. เสสาสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ปุริมา ปญฺจ จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกาว. มโนสมฺผสฺสชา หทยวตฺถุกาปิ อวตฺถุกาปิ. สพฺพา จตุภูมิกสญฺญา.

๑๗. โอฬาริกทุกนิทฺเทเส ปฏิฆสมฺผสฺสชาติ สปฺปฏิเฆ จกฺขุปสาทาทโย วตฺถุํ กตฺวา สปฺปฏิเฆ รูปาทโย อารพฺภ อุปฺปนฺโน ผสฺโส ปฏิฆสมฺผสฺโส นาม. ตโต ตสฺมึ วา ชาตา ปฏิฆสมฺผสฺสชา นาม. จกฺขุสมฺผสฺสชา สญฺญา…เป… กายสมฺผสฺสชา สญฺญาติปิ ตสฺสาเยว วตฺถุโต นามํ. รูปสญฺญา…เป… โผฏฺฐพฺพสญฺญาติปิ ตสฺสาเยว อารมฺมณโต นามํ. อิทํ ปน วตฺถารมฺมณโต นามํ. สปฺปฏิฆานิ หิ วตฺถูนิ นิสฺสาย, สปฺปฏิฆานิ จ อารมฺมณานิ อารพฺภ อุปฺปตฺติโต เอสา ปฏิฆสมฺผสฺสชา สญฺญาติ วุตฺตา. มโนสมฺผสฺสชาติปิ ปริยาเยน เอติสฺสา นามํ โหติเยว. จกฺขุวิญฺญาณญฺหิ มโน นาม. เตน สหชาโต ผสฺโส มโนสมฺผสฺโส นาม. ตสฺมึ มโนสมฺผสฺเส, ตสฺมา วา มโนสมฺผสฺสา ชาตาติ มโนสมฺผสฺสชา. ตถา โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณํ มโน นาม. เตน สหชาโต ผสฺโส มโนสมฺผสฺโส นาม. ตสฺมึ มโนสมฺผสฺเส, ตสฺมา วา มโนสมฺผสฺสา ชาตาติ มโนสมฺผสฺสชา.

อธิวจนสมฺผสฺสชา สญฺญาติปิ ปริยาเยน เอติสฺสา นามํ โหติเยว. ตโย หิ อรูปิโน ขนฺธา สยํ ปิฏฺฐิวฏฺฏกา หุตฺวา อตฺตนา สหชาตาย สญฺญาย อธิวจนสมฺผสฺสชา สญฺญาติปิ นามํ กโรนฺติ. นิปฺปริยาเยน ปน ปฏิฆสมฺผสฺสชา สญฺญา นาม ปญฺจทฺวาริกสญฺญา, อธิวจนสมฺผสฺสชา สญฺญา นาม มโนทฺวาริกสญฺญา. ตตฺถ ปญฺจทฺวาริกสญฺญา โอโลเกตฺวาปิ ชานิตุํ สกฺกาติ โอฬาริกา. รชฺชิตฺวา อุปนิชฺฌายนฺตญฺหิ ‘รชฺชิตฺวา อุปนิชฺฌายตี’ติ, กุชฺฌิตฺวา อุปนิชฺฌายนฺตํ ‘กุชฺฌิตฺวา อุปนิชฺฌายตี’ติ โอโลเกตฺวาว ชานนฺติ.

ตตฺริทํ วตฺถุ – เทฺว กิร อิตฺถิโย นิสีทิตฺวา สุตฺตํ กนฺตนฺติ. ทฺวีสุ ทหเรสุ คาเม จรนฺเตสุ เอโก ปุรโต คจฺฉนฺโต เอกํ อิตฺถึ โอโลเกสิ. อิตรา ตํ ปุจฺฉิ ‘กสฺมา นุ โข ตํ เอโส โอโลเกสี’ติ? ‘น เอโส ภิกฺขุ มํ วิสภาคจิตฺเตน โอโลเกสิ, กนิฏฺฐภคินีสญฺญาย ปน โอโลเกสี’ติ. เตสุปิ คาเม จริตฺวา อาสนสาลาย นิสินฺเนสุ อิตโร ภิกฺขุ ตํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉิ – ‘ตยา สา อิตฺถี โอโลกิตา’ติ? ‘อาม โอโลกิตา’. ‘กิมตฺถายา’ติ? ‘มยฺหํ ภคินีสริกฺขตฺตา ตํ โอโลเกสิ’นฺติ อาห. เอวํ ปญฺจทฺวาริกสญฺญา โอโลเกตฺวาปิ ชานิตุํ สกฺกาติ เวทิตพฺพา. สา ปเนสา ปสาทวตฺถุกา เอว. เกจิ ปน ชวนปฺปวตฺตาติ ทีเปนฺติ. มโนทฺวาริกสญฺญา ปน เอกมญฺเจ วา เอกปีเฐ วา นิสีทิตฺวาปิ อญฺญํ จินฺเตนฺตํ วิตกฺเกนฺตญฺจ ‘กึ จินฺเตสิ, กึ วิตกฺเกสี’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺส วจนวเสเนว ชานิตพฺพโต สุขุมา. เสสํ เวทนากฺขนฺธสทิสเมวาติ.

อยํ สญฺญากฺขนฺธนิทฺเทโส.

๔. สงฺขารกฺขนฺธนิทฺเทโส

๒๐. สงฺขารกฺขนฺธนิทฺเทเส เย เกจิ สงฺขาราติ จตุภูมิกสงฺขาเร ปริยาทิยติ. จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนาติอาทีนิ อตีตาทิวเสน นิทฺทิฏฺฐสงฺขาเร สภาวโต ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ. จกฺขุสมฺผสฺสชาติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. เจตนาติ เหฏฺฐิมโกฏิยา ปธานสงฺขารวเสน วุตฺตํ. เหฏฺฐิมโกฏิยา หิ อนฺตมโส จกฺขุวิญฺญาเณน สทฺธึ ปาฬิยํ อาคตา จตฺตาโร สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ. เตสุ เจตนา ปธานา อายูหนฏฺเฐน ปากฏตฺตา. ตสฺมา อยเมว คหิตา. ตํสมฺปยุตฺตสงฺขารา ปน ตาย คหิตาย คหิตาว โหนฺติ. อิธาปิ ปุริมา ปญฺจ จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกาว. มโนสมฺผสฺสชา หทยวตฺถุกาปิ อวตฺถุกาปิ. สพฺพา จตุภูมิกเจตนา. เสสํ เวทนากฺขนฺธสทิสเมวาติ.

อยํ สงฺขารกฺขนฺธนิทฺเทโส.

๕. วิญฺญาณกฺขนฺธนิทฺเทโส

๒๖. วิญฺญาณกฺขนฺธนิทฺเทเส ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณนฺติ จตุภูมกวิญฺญาณํ ปริยาทิยติ. จกฺขุวิญฺญาณนฺติอาทีนิ อตีตาทิวเสน นิทฺทิฏฺฐวิญฺญาณํ สภาวโต ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ. ตตฺถ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ ปญฺจ จกฺขุปสาทาทิวตฺถุกาเนว, มโนวิญฺญาณํ หทยวตฺถุกมฺปิ อวตฺถุกมฺปิ. สพฺพํ จตุภูมกวิญฺญาณํ. เสสํ เวทนากฺขนฺธสทิสเมวาติ.

อยํ วิญฺญาณกฺขนฺธนิทฺเทโส.

ปกิณฺณกกถา

อิทานิ ปญฺจสุปิ ขนฺเธสุ สมุคฺคมโต, ปุพฺพาปรโต, อทฺธานปริจฺเฉทโต, เอกุปฺปาทนานานิโรธโต, นานุปฺปาทเอกนิโรธโต, เอกุปฺปาทเอกนิโรธโต, นานุปฺปาทนานานิโรธโต, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนโต, อชฺฌตฺติกพาหิรโต, โอฬาริกสุขุมโต, หีนปณีตโต, ทูรสนฺติกโต, ปจฺจยโต, สมุฏฺฐานโต, ปรินิปฺผนฺนโต, สงฺขตโตติ โสฬสหากาเรหิ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ ทุวิโธ สมุคฺคโม – คพฺภเสยฺยกสมุคฺคโม, โอปปาติกสมุคฺคโมติ. ตตฺถ คพฺภเสยฺยกสมุคฺคโม เอวํ เวทิตพฺโพ – คพฺภเสยฺยกสตฺตานญฺหิ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปญฺจกฺขนฺธา อปจฺฉาอปุเร เอกโต ปาตุภวนฺติ. ตสฺมึ ขเณ ปาตุภูตา กลลสงฺขาตา รูปสนฺตติ ปริตฺตา โหติ. ขุทฺทกมกฺขิกาย เอกวายาเมน ปาตพฺพมตฺตาติ วตฺวา ปุน ‘อติพหุํ เอตํ, สณฺหสูจิยา เตเล ปกฺขิปิตฺวา อุกฺขิตฺตาย ปคฺฆริตฺวา อคฺเค ฐิตพินฺทุมตฺต’นฺติ วุตฺตํ. ตมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘เอกเกเส เตลโต อุทฺธริตฺวา คหิเต ตสฺส ปคฺฆริตฺวา อคฺเค ฐิตพินฺทุมตฺต’นฺติ วุตฺตํ. ตมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘อิมสฺมึ ชนปเท มนุสฺสานํ เกเส อฏฺฐธา ผาลิเต ตโต เอกโกฏฺฐาสปฺปมาโณ อุตฺตรกุรุกานํ เกโส; ตสฺส ปสนฺนติลเตลโต อุทฺธฏสฺส อคฺเค ฐิตพินฺทุมตฺต’นฺติ วุตฺตํ. ตมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘เอตํ พหุ, ชาติอุณฺณา นาม สุขุมา; ตสฺสา เอกอํสุโน ปสนฺนติลเตเล ปกฺขิปิตฺวา อุทฺธฏสฺส ปคฺฆริตฺวา อคฺเค ฐิตพินฺทุมตฺต’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปเนตํ อจฺฉํ โหติ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ ปริสุทฺธํ ปสนฺนติลเตลพินฺทุสมานวณฺณํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

ติลเตลสฺส ยถา พินฺทุ, สปฺปิมณฺโฑ อนาวิโล;

เอวํ วณฺณปฏิภาคํ, กลลนฺติ ปวุจฺจตีติ.

เอวํ ปริตฺตาย รูปสนฺตติยา ตีณิ สนฺตติสีสานิ โหนฺติ – วตฺถุทสกํ, กายทสกํ, อิตฺถิยา อิตฺถินฺทฺริยวเสน ปุริสสฺส ปุริสินฺทฺริยวเสน ภาวทสกนฺติ. ตตฺถ วตฺถุรูปํ, ตสฺส นิสฺสยานิ จตฺตาริ มหาภูตานิ, ตํนิสฺสิตา วณฺณคนฺธรโสชา, ชีวิตนฺติ – อิทํ วตฺถุทสกํ นาม. กายปสาโท, ตสฺส นิสฺสยานิ จตฺตาริ มหาภูตานิ, ตนฺนิสฺสิตา วณฺณคนฺธรโสชา, ชีวิตนฺติ – อิทํ กายทสกํ นาม. อิตฺถิยา อิตฺถิภาโว, ปุริสสฺส ปุริสภาโว, ตสฺส นิสฺสยานิ จตฺตาริ มหาภูตานิ, ตนฺนิสฺสิตา วณฺณคนฺธรโสชา, ชีวิตนฺติ – อิทํ ภาวทสกํ นาม.

เอวํ คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิยํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน สมตึส กมฺมชรูปานิ รูปกฺขนฺโธ นาม โหติ. ปฏิสนฺธิจิตฺเตน ปน สหชาตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ, ปฏิสนฺธิจิตฺตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ. เอวํ คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปญฺจกฺขนฺธา ปริปุณฺณา โหนฺติ. สเจ ปน นปุํสกปฏิสนฺธิ โหติ, ภาวทสกํ หายติ. ทฺวินฺนํ ทสกานํ วเสน สมวีสติ กมฺมชรูปานิ รูปกฺขนฺโธ นาม โหติ. เวทนากฺขนฺธาทโย วุตฺตปฺปการา เอวาติ. เอวมฺปิ คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปญฺจกฺขนฺธา ปริปุณฺณา โหนฺติ.

อิมสฺมึ ฐาเน ติสมุฏฺฐานิกปฺปเวณี กเถตพฺพา ภเวยฺย. ตํ ปน อกเถตฺวา ‘โอปปาติกสมุคฺคโม’ นาม ทสฺสิโต. โอปปาติกานญฺหิ ปริปุณฺณายตนานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เหฏฺฐา วุตฺตานิ ตีณิ, จกฺขุโสตฆานชิวฺหาทสกานิ จาติ สตฺต รูปสนฺตติสีสานิ ปาตุภวนฺติ. ตตฺถ จกฺขุทสกาทีนิ กายทสกสทิสาเนว. นปุํสกสฺส ปน ภาวทสกํ นตฺถิ. เอวํ ปริปุณฺณายตนานํ โอปปาติกานํ สมสตฺตติ เจว สมสฏฺฐิ จ กมฺมชรูปานิ รูปกฺขนฺโธ นาม. เวทนากฺขนฺธาทโย วุตฺตปฺปการา เอวาติ. เอวํ โอปปาติกานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปญฺจกฺขนฺธา ปริปุณฺณา โหนฺติ. อยํ ‘โอปปาติกสมุคฺคโม’ นาม. เอวํ ตาว ปญฺจกฺขนฺธา ‘สมุคฺคมโต’ เวทิตพฺพา.

‘ปุพฺพาปรโต’ติ เอวํ ปน คพฺภเสยฺยกานํ อปจฺฉาอปุเร อุปฺปนฺเนสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ กึ รูปํ ปฐมํ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ อุทาหุ อรูปนฺติ? รูปํ รูปเมว สมุฏฺฐาเปติ, น อรูปํ. กสฺมา? ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส น รูปชนกตฺตา. สพฺพสตฺตานญฺหิ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ, ขีณาสวสฺส จุติจิตฺตํ, ทฺวิปญฺจวิญฺญาณานิ, จตฺตาริ อรูปฺปวิปากานีติ โสฬส จิตฺตานิ รูปํ น สมุฏฺฐาเปนฺติ. ตตฺถ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ ตาว วตฺถุโน ทุพฺพลตาย อปฺปติฏฺฐิตตาย ปจฺจยเวกลฺลตาย อาคนฺตุกตาย จ รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ. ตตฺถ หิ สหชาตํ วตฺถุ อุปฺปาทกฺขเณ ทุพฺพลํ โหตีติ วตฺถุโน ทุพฺพลตาย รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ. ยถา จ ปปาเต ปตนฺโต ปุริโส อญฺญสฺส นิสฺสโย ภวิตุํ น สกฺโกติ, เอวํ เอตมฺปิ กมฺมเวคกฺขิตฺตตฺตา ปปาเต ปตมานํ วิย อปฺปติฏฺฐิตํ. อิติ กมฺมเวคกฺขิตฺตตฺตา, อปฺปติฏฺฐิตตายปิ รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ.

ปฏิสนฺธิจิตฺตญฺจ วตฺถุนา สทฺธึ อปจฺฉาอปุเร อุปฺปนฺนํ. ตสฺส วตฺถุ ปุเรชาตํ หุตฺวา ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺโกติ. สเจ สกฺกุเณยฺย, รูปํ สมุฏฺฐาเปยฺย. ยตฺราปิ วตฺถุ ปุเรชาตํ หุตฺวา ปจฺจโย ภวิตุํ สกฺโกติ, ปเวณี ฆฏิยติ, ตตฺราปิ จิตฺตํ องฺคโต อปริหีนํเยว รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. ยทิ หิ จิตฺตํ ฐานกฺขเณ วา ภงฺคกฺขเณ วา รูปํ สมุฏฺฐาเปยฺย, ปฏิสนฺธิจิตฺตมฺปิ รูปํ สมุฏฺฐาเปยฺย. น ปน จิตฺตํ ตสฺมึ ขณทฺวเย รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. ยถา ปน อหิจฺฉตฺตกมกุลํ ปถวิโต อุฏฺฐหนฺตํ ปํสุจุณฺณํ คเหตฺวาว อุฏฺฐหติ, เอวํ จิตฺตํ ปุเรชาตํ วตฺถุํ นิสฺสาย อุปฺปาทกฺขเณ อฏฺฐ รูปานิ คเหตฺวาว อุฏฺฐหติ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ จ วตฺถุ ปุเรชาตํ หุตฺวา ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺโกตีติ ปจฺจยเวกลฺลตายปิ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ.

ยถา จ อาคนฺตุกปุริโส อคตปุพฺพํ ปเทสํ คโต อญฺเญสํ – ‘เอถ โภ, อนฺโตคาเม โว อนฺนปานคนฺธมาลาทีนิ ทสฺสามี’ติ วตฺตุํ น สกฺโกติ, อตฺตโน อวิสยตาย อปฺปหุตตาย, เอวเมว ปฏิสนฺธิจิตฺตํ อาคนฺตุกนฺติ อตฺตโน อาคนฺตุกตายปิ รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ. อปิจ สมตึส กมฺมชรูปานิ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานํ ฐานํ คเหตฺวา ฐิตานีติปิ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ.

ขีณาสวสฺส ปน จุติจิตฺตํ วฏฺฏมูลสฺส วูปสนฺตตฺตา น สมุฏฺฐาเปติ. ตสฺส หิ สพฺพภเวสุ วฏฺฏมูลํ วูปสนฺตํ อภพฺพุปฺปตฺติกํ ปุนพฺภเว ปเวณี นาม นตฺถิ. โสตาปนฺนสฺส ปน สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อฏฺฐเมว วฏฺฏมูลํ วูปสนฺตํ. ตสฺมา ตสฺส จุติจิตฺตํ สตฺตสุ ภเวสุ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, สกทาคามิโน ทฺวีสุ, อนาคามิโน เอกสฺมึ. ขีณาสวสฺส สพฺพภเวสุ วฏฺฏมูลสฺส วูปสนฺตตฺตา เนว สมุฏฺฐาเปติ.

ทฺวิปญฺจวิญฺญาเณสุ ปน ฌานงฺคํ นตฺถิ, มคฺคงฺคํ นตฺถิ, เหตุ นตฺถีติ จิตฺตงฺคํ ทุพฺพลํ โหตีติ จิตฺตงฺคทุพฺพลตาย ตานิ รูปํ น สมุฏฺฐาเปนฺติ. จตฺตาริ อรูปวิปากานิ ตสฺมึ ภเว รูปสฺส นตฺถิตาย รูปํ น สมุฏฺฐาเปนฺติ. น เกวลญฺจ ตาเนว, ยานิ อญฺญานิปิ ตสฺมึ ภเว อฏฺฐ กามาวจรกุสลานิ, ทส อกุสลานิ, นว กิริยจิตฺตานิ, จตฺตาริ อารุปฺปกุสลานิ, จตสฺโส อารุปฺปกิริยา, ตีณิ มคฺคจิตฺตานิ, จตฺตาริ ผลจิตฺตานีติ เทฺวจตฺตาลีส จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตานิปิ ตตฺถ รูปสฺส นตฺถิตาย เอว รูปํ น สมุฏฺฐาเปนฺติ. เอวํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปติ.

อุตุ ปน ปฐมํ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. โก เอส อุตุ นามาติ? ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปนฺนานํ สมตึสกมฺมชรูปานํ อพฺภนฺตรา เตโชธาตุ. สา ฐานํ ปตฺวา อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ. อุตุ นาม เจส ทนฺธนิโรโธ; จิตฺตํ ขิปฺปนิโรธํ. ตสฺมึ ธรนฺเตเยว โสฬส จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. เตสุ ปฏิสนฺธิอนนฺตรํ ปฐมภวงฺคจิตฺตํ อุปฺปาทกฺขเณเยว อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ. ยทา ปน สทฺทสฺส อุปฺปตฺติกาโล ภวิสฺสติ, ตทา อุตุจิตฺตานิ สทฺทนวกํ นาม สมุฏฺฐาเปสฺสนฺติ. กพฬีการาหาโรปิ ฐานํ ปตฺวา อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ. กุโต ปนสฺส กพฬีการาหาโรติ? มาติโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยญฺจสฺส ภุญฺชตี มาตา, อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ;

เตน โส ตตฺถ ยาเปติ, มาตุกุจฺฉิคโต นโร’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓๕);

เอวํ กุจฺฉิคโต ทารโก มาตรา อชฺโฌหฏอนฺนปานโอชาย ยาเปติ. สาว ฐานปฺปตฺตา อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ. นนุ จ สา โอชา ขรา? วตฺถุ สุขุมํ? กถํ ตตฺถ ปติฏฺฐาตีติ? ปฐมํ ตาว น ปติฏฺฐาติ; เอกสฺส วา ทฺวินฺนํ วา สตฺตาหานํ คตกาเล ปติฏฺฐาติ. ตโต ปน ปุเร วา ปติฏฺฐาตุ ปจฺฉา วา; ยทา มาตรา อชฺโฌหฏอนฺนปานโอชา ทารกสฺส สรีเร ปติฏฺฐาติ, ตทา อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ.

โอปปาติกสฺสาปิ ปกติปฏิยตฺตานํ ขาทนียโภชนียานํ อตฺถิฏฺฐาเน นิพฺพตฺตสฺส ตานิ คเหตฺวา อชฺโฌหรโต ฐานปฺปตฺตา โอชา รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. เอโก อนฺนปานรหิเต อรญฺเญ นิพฺพตฺตติ, มหาฉาตโก โหติ, อตฺตโนว ชิวฺหาย เขฬํ ปริวตฺเตตฺวา คิลติ. ตตฺราปิสฺส ฐานปฺปตฺตา โอชา รูปํ สมุฏฺฐาเปติ.

เอวํ ปญฺจวีสติยา โกฏฺฐาเสสุ เทฺวว รูปานิ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ – เตโชธาตุ จ กพฬีการาหาโร จ. อรูเปปิ เทฺวเยว ธมฺมา รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ – จิตฺตญฺเจว กมฺมเจตนา จ. ตตฺถ รูปํ อุปฺปาทกฺขเณ จ ภงฺคกฺขเณ จ ทุพฺพลํ, ฐานกฺขเณ พลวนฺติ ฐานกฺขเณ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. จิตฺตํ ฐานกฺขเณ จ ภงฺคกฺขเณ จ ทุพฺพลํ, อุปฺปาทกฺขเณเยว พลวนฺติ อุปฺปาทกฺขเณเยว รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. กมฺมเจตนา นิรุทฺธาว ปจฺจโย โหติ. อตีเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสมตฺถเกปิ หิ อายูหิตํ กมฺมํ เอตรหิ ปจฺจโย โหติ. เอตรหิ อายูหิตํ อนาคเต กปฺปโกฏิสตสหสฺสปริโยสาเนปิ ปจฺจโย โหตีติ. เอวํ ‘ปุพฺพาปรโต’ เวทิตพฺพา.

‘อทฺธานปริจฺเฉทโต’ติ รูปํ กิตฺตกํ อทฺธานํ ติฏฺฐติ? อรูปํ กิตฺตกนฺติ? รูปํ ครุปริณามํ ทนฺธนิโรธํ. อรูปํ ลหุปริณามํ ขิปฺปนิโรธํ. รูเป ธรนฺเตเยว โสฬส จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. ตํ ปน สตฺตรสเมน จิตฺเตน สทฺธึ นิรุชฺฌติ. ยถา หิ ปุริโส ‘ผลํ ปาเตสฺสามี’ติ มุคฺคเรน รุกฺขสาขํ ปหเรยฺย, ผลานิ จ ปตฺตานิ จ เอกกฺขเณเยว วณฺฏโต มุจฺเจยฺยุํ. ตตฺถ ผลานิ อตฺตโน ภาริกตาย ปฐมตรํ ปถวิยํ ปตนฺติ, ปตฺตานิ ลหุกตาย ปจฺฉา. เอวเมว มุคฺครปฺปหาเรน ปตฺตานญฺจ ผลานญฺจ เอกกฺขเณ วณฺฏโต มุตฺตกาโล วิย ปฏิสนฺธิกฺขเณ รูปารูปธมฺมานํ เอกกฺขเณ ปาตุภาโว; ผลานํ ภาริกตาย ปฐมตรํ ปถวิยํ ปตนํ วิย รูเป ธรนฺเตเยว โสฬสนฺนํ จิตฺตานํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนํ; ปตฺตานํ ลหุกตาย ปจฺฉา ปถวิยํ ปตนํ วิย รูปสฺส สตฺตรสเมน จิตฺเตน สห นิรุชฺฌนํ.

ตตฺถ กิญฺจาปิ รูปํ ทนฺธนิโรธํ ครุปริณามํ, จิตฺตํ ขิปฺปนิโรธํ ลหุปริณามํ, รูปํ ปน อรูปํ อรูปํ วา รูปํ โอหาย ปวตฺติตุํ น สกฺโกนฺติ. ทฺวินฺนมฺปิ เอกปฺปมาณาว ปวตฺติ. ตตฺรายํ อุปมา – เอโก ปุริโส ลกุณฺฏกปาโท, เอโก ทีฆปาโท. เตสุ เอกโต มคฺคํ คจฺฉนฺเตสุ ยาว ทีฆปาโท เอกปทวารํ อกฺกมติ, ตาว อิตโร ปเท ปทํ อกฺกมิตฺวา โสฬสปทวาเรน คจฺฉติ. ทีฆปาโท ลกุณฺฏกปาทสฺส โสฬส ปทวาเร อตฺตโน ปาทํ อญฺฉิตฺวา อากฑฺฒิตฺวา เอกเมว ปทวารํ กโรติ. อิติ เอโกปิ เอกํ อติกฺกมิตุํ น สกฺโกติ. ทฺวินฺนมฺปิ คมนํ เอกปฺปมาณเมว โหติ. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. ลกุณฺฏกปาทปุริโส วิย อรูปํ; ทีฆปาทปุริโส วิย รูปํ; ทีฆปาทสฺส เอกํ ปทวารํ อกฺกมณกาเล อิตรสฺส โสฬสปทวารอกฺกมนํ วิย รูเป ธรนฺเตเยว อรูปธมฺเมสุ โสฬสนฺนํ จิตฺตานํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนํ; ทฺวินฺนํ ปุริสานํ ลกุณฺฏกปาทปุริสสฺส โสฬส ปทวาเร อิตรสฺส อตฺตโน ปาทํ อญฺฉิตฺวา อากฑฺฒิตฺวา เอกปทวารกรณํ วิย รูปสฺส สตฺตรสเมน จิตฺเตน สทฺธึ นิรุชฺฌนํ; ทฺวินฺนํ ปุริสานํ อญฺญมญฺญํ อโนหาย เอกปฺปมาเณเนว คมนํ วิย อรูปสฺส รูปํ รูปสฺส อรูปํ อโนหาย เอกปฺปมาเณเนว ปวตฺตนนฺติ. เอวํ ‘อทฺธานปริจฺเฉทโต’ เวทิตพฺพา.

‘เอกุปฺปาทนานานิโรธโต’ติ อิทํ ปจฺฉิมกมฺมชํ ฐเปตฺวา ทีเปตพฺพํ. ปฐมญฺหิ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ, ทุติยํ ภวงฺคํ, ตติยํ ภวงฺคํ…เป… โสฬสมํ ภวงฺคํ. เตสุ เอเกกสฺส อุปฺปาทฏฺฐิติภงฺควเสน ตโย ตโย ขณา. ตตฺถ เอเกกสฺส จิตฺตสฺส ตีสุ ตีสุ ขเณสุ สมตึส สมตึส กมฺมชรูปานิ อุปฺปชฺชนฺติ. เตสุ ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ กมฺมชรูปํ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว นิรุชฺฌติ; ฐิติกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ ฐิติกฺขเณเยว; ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ ภงฺคกฺขเณเยว นิรุชฺฌติ. เอวํ ทุติยภวงฺคจิตฺตํ อาทึ กตฺวา อตฺตโน อตฺตโน สตฺตรสเมน จิตฺเตน สทฺธึ โยเชตฺวา นโย เนตพฺโพ. อิติ โสฬส ติกา อฏฺฐจตฺตาลีส โหนฺติ. อยํ อฏฺฐจตฺตาลีสกมฺมชรูปปเวณี นาม. สา ปเนสา รตฺติญฺจ ทิวา จ ขาทนฺตานมฺปิ ภุญฺชนฺตานมฺปิ สุตฺตานมฺปิ ปมตฺตานมฺปิ นทีโสโต วิย เอกนฺตํ ปวตฺตติ เยวาติ. เอวํ ‘เอกุปฺปาทนานานิโรธโต’ เวทิตพฺพา.

‘นานุปฺปาทเอกนิโรธตา’ ปจฺฉิมกมฺมเชน ทีเปตพฺพา. ตตฺถ อายุสํขารปริโยสาเน โสฬสนฺนํ จิตฺตานํ วาเร สติ เหฏฺฐาโสฬสกํ อุปริโสฬสกนฺติ เทฺว เอกโต โยเชตพฺพานิ. เหฏฺฐาโสฬสกสฺมิญฺหิ ปฐมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ สมตึสกมฺมชรูปํ อุปริโสฬสกสฺมึ ปฐมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว นิรุชฺฌติ; ฐิติกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ ตสฺส ฐิติกฺขเณเยว ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ ตสฺส ภงฺคกฺขเณเยว นิรุชฺฌติ. เหฏฺฐิมโสฬสกสฺมึ ปน ทุติยจิตฺตสฺส…เป… โสฬสมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ สมตึสกมฺมชรูปํ จุติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว นิรุชฺฌติ; ตสฺส ฐิติกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ จุติจิตฺตสฺส ฐิติกฺขเณเยว; ภงฺคกฺขเณ สมุฏฺฐิตํ จุติจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณเยว นิรุชฺฌติ. ตโต ปฏฺฐาย กมฺมชรูปปเวณี น ปวตฺตติ. ยทิ ปวตฺเตยฺย, สตฺตา อกฺขยา อวยา อชรา อมรา นาม ภเวยฺยุํ.

เอตฺถ ปน ยเทตํ ‘สตฺตรสมสฺส ภวงฺคจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว นิรุชฺฌตี’ติอาทินา นเยน ‘เอกสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ รูปํ อญฺญสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิรุชฺฌตี’ติ อฏฺฐกถายํ อาคตตฺตา วุตฺตํ, ตํ ‘‘ยสฺส กายสงฺขาโร นิรุชฺฌติ, ตสฺส จิตฺตสงฺขาโร นิรุชฺฌตี’’ติ? ‘‘อามนฺตา’’ติ (ยม. ๒.สงฺขารยมก.๗๙) อิมาย ปาฬิยา วิรุชฺฌติ. กถํ? กายสงฺขาโร หิ จิตฺตสมุฏฺฐาโน อสฺสาสปสฺสาสวาโต. จิตฺตสมุฏฺฐานรูปญฺจ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปชฺชิตฺวา ยาว อญฺญานิ โสฬส จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ ตาว ติฏฺฐติ. เตสํ โสฬสนฺนํ สพฺพปจฺฉิเมน สทฺธึ นิรุชฺฌติ. อิติ เยน จิตฺเตน สทฺธึ อุปฺปชฺชติ, ตโต ปฏฺฐาย สตฺตรสเมน สทฺธึ นิรุชฺฌติ; น กสฺสจิ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ วา ฐิติกฺขเณ วา นิรุชฺฌติ, นาปิ ฐิติกฺขเณ วา ภงฺคกฺขเณ วา อุปฺปชฺชติ. เอสา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปสฺส ธมฺมตาติ นิยมโต จิตฺตสงฺขาเรน สทฺธึ เอกกฺขเณ นิรุชฺฌนโต ‘‘อามนฺตา’’ติ วุตฺตํ.

โย จายํ จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส ขณนิยโม วุตฺโต กมฺมาทิสมุฏฺฐานสฺสาปิ อยเมว ขณนิยโม. ตสฺมา ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สหุปฺปนฺนํ กมฺมชรูปํ ตโต ปฏฺฐาย สตฺตรสเมน สทฺธึ นิรุชฺฌติ. ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส ฐิติกฺขเณ อุปฺปนฺนํ อฏฺฐารสมสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิรุชฺฌติ. ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุปฺปนฺนํ อฏฺฐารสมสฺส ฐานกฺขเณ นิรุชฺฌตีติ อิมินา นเยเนตฺถ โยชนา กาตพฺพา. ตโต ปรํ ปน อุตุสมุฏฺฐานิกปเวณีเยว ติฏฺฐติ. ‘นีหริตฺวา ฌาเปถา’ติ วตฺตพฺพํ โหติ. เอวํ ‘นานุปฺปาทเอกนิโรธโต’ เวทิตพฺพา.

‘เอกุปฺปาทเอกนิโรธโต’ติ รูปํ ปน รูเปน สห เอกุปฺปาทํ เอกนิโรธํ. อรูปํ อรูเปน สห เอกุปฺปาทํ เอกนิโรธํ. เอวํ ‘เอกุปฺปาทเอกนิโรธโต’ เวทิตพฺพา.

‘นานุปฺปาทนานานิโรธตา’ ปน จตุสนฺตติรูเปน ทีเปตพฺพา. อิมสฺส หิ อุทฺธํ ปาทตลา อโธ เกสมตฺถกา ตจปริยนฺตสฺส สรีรสฺส ตตฺถ ตตฺถ จตุสนฺตติรูปํ ฆนปุญฺชภาเวน วตฺตติ. เอวํ วตฺตมานสฺสาปิสฺส น เอกุปฺปาทาทิตา สลฺลกฺเขตพฺพา. ยถา ปน อุปจิกราชิ วา กิปิลฺลิกราชิ วา โอโลกิยมานา เอกาพทฺธา วิย โหติ, น ปน เอกาพทฺธา. อญฺญิสฺสา หิ สีสสนฺติเก อญฺญิสฺสา สีสมฺปิ อุทรมฺปิ ปาทาปิ, อญฺญิสฺสา อุทรสนฺติเก อญฺญิสฺสา สีสมฺปิ อุทรมฺปิ ปาทาปิ, อญฺญิสฺสา ปาทสนฺติเก อญฺญิสฺสา สีสมฺปิ อุทรมฺปิ ปาทาปิ โหนฺติ. เอวเมว จตุสนฺตติรูปานมฺปิ อญฺญสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อญฺญสฺส อุปฺปาโทปิ โหติ ฐิติปิ ภงฺโคปิ, อญฺญสฺส ฐิติกฺขเณ อญฺญสฺส อุปฺปาโทปิ โหติ ฐิติปิ ภงฺโคปิ, อญฺญสฺส ภงฺคกฺขเณ อญฺญสฺส อุปฺปาโทปิ โหติ ฐิติปิ ภงฺโคปิ. เอวเมตฺถ ‘นานุปฺปาทนานานิโรธตา’ เวทิตพฺพา.

‘อตีตาทีนิ’ ปน ทูรทุกปริโยสานานิ ปาฬิยํ อาคตาเนว. ‘ปจฺจยสมุฏฺฐานานิ’ปิ ‘‘กมฺมชํ, กมฺมปจฺจยํ, กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาน’’นฺติอาทินา (ธ. ส. อฏฺฐ. ๙๗๕) นเยน เหฏฺฐา กถิตานิเยว. ปญฺจปิ ปน ขนฺธา ปรินิปฺผนฺนาว โหนฺติ, โน อปรินิปฺผนฺนา; สงฺขตาว โน อสงฺขตา; อปิจ นิปฺผนฺนาปิ โหนฺติเยว. สภาวธมฺเมสุ หิ นิพฺพานเมเวกํ อปรินิปฺผนฺนํ อนิปฺผนฺนญฺจ. นิโรธสมาปตฺติ ปน นามปญฺญตฺติ จ กถนฺติ? นิโรธสมาปตฺติ โลกิยโลกุตฺตราติ วา สงฺขตาสงฺขตาติ วา ปรินิปฺผนฺนาปรินิปฺผนฺนาติ วา น วตฺตพฺพา. นิปฺผนฺนา ปน โหติ สมาปชฺชนฺเตน สมาปชฺชิตพฺพโต. ตถา นามปญฺญตฺติ. สาปิ หิ โลกิยาทิเภทํ น ลภติ; นิปฺผนฺนา ปน โหติ โน อนิปฺผนฺนา; นามคฺคหณญฺหิ คณฺหนฺโตว คณฺหาตีติ.

กมาทิวินิจฺฉยกถา

เอวํ ปกิณฺณกโต ขนฺเธ วิทิตฺวา ปุน เอเตสุเยว –

ขนฺเธสุ ญาณเภทตฺถํ, กมโตถ วิเสสโต;

อนูนาธิกโต เจว, อุปมาโต ตเถว จ.

ทฏฺฐพฺพโต ทฺวิธา เอวํ, ปสฺสนฺตสฺสตฺถสิทฺธิโต;

วินิจฺฉยนโย สมฺมา, วิญฺญาตพฺโพ วิภาวินา.

ตตฺถ ‘กมโต’ติ อิธ อุปฺปตฺติกฺกโม, ปหานกฺกโม, ปฏิปตฺติกฺกโม, ภูมิกฺกโม, เทสนากฺกโมติ พหุวิโธ กโม.

ตตฺถ ‘‘ปฐมํ กลลํ โหติ, กลลา โหติ อพฺพุท’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๕) เอวมาทิ อุปฺปตฺติกฺกโม. ‘‘ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา, ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๘) เอวมาทิ ปหานกฺกโม. ‘‘สีลวิสุทฺธิ, จิตฺตวิสุทฺธี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๕๙; ปฏิ. ม. ๓.๔๑) เอวมาทิ ปฏิปตฺติกฺกโม. ‘‘กามาวจรา, รูปาวจรา’’ติ เอวมาทิ ภูมิกฺกโม. ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๔๕) วา ‘‘ทานกถํ สีลกถ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๖๙; ที. นิ. ๑.๒๙๘) วา เอวมาทิ เทสนากฺกโม. เตสุ อิธ อุปฺปตฺติกฺกโม ตาว น ยุชฺชติ, กลลาทีนํ วิย ขนฺธานํ ปุพฺพาปริยววตฺถาเนน อนุปฺปตฺติโต; น ปหานกฺกโม กุสลาพฺยากตานํ อปฺปหาตพฺพโต; น ปฏิปตฺติกฺกโม อกุสลานํ อปฺปฏิปชฺชนียโต; น ภูมิกฺกโม เวทนาทีนํ จตุภูมกปริยาปนฺนตฺตา.

เทสนากฺกโม ปน ยุชฺชติ. อเภเทน หิ ยํ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อตฺตคฺคาหปติตํ เวเนยฺยชนํ สมูหฆนวินิพฺโภคทสฺสเนน อตฺตคฺคาหโต โมเจตุกาโม ภควา หิตกาโม ตสฺส ชนสฺส สุขคฺคหณตฺถํ จกฺขุอาทีนมฺปิ วิสยภูตํ โอฬาริกํ ปฐมํ รูปกฺขนฺธํ เทเสสิ. ตโต อิฏฺฐานิฏฺฐรูปสํเวทิตํ เวทนํ, ยํ เวทยติ ตํ สญฺชานาตีติ เอวํ เวทนาวิสยสฺส อาการคฺคาหิกํ สญฺญํ, สญฺญาวเสน อภิสงฺขารเก สงฺขาเร, เตสํ เวทนาทีนํ นิสฺสยํ อธิปติภูตญฺจ วิญฺญาณนฺติ เอวํ ตาว ‘กมโต’ วินิจฺฉยนโย วิญฺญาตพฺโพ.

‘วิเสสโต’ติ ขนฺธานญฺจ อุปาทานกฺขนฺธานญฺจ วิเสสโต. โก ปน เตสํ วิเสโส? ขนฺธา ตาว อวิเสสโต วุตฺตา, อุปาทานกฺขนฺธา สาสวอุปาทานียภาเวน วิเสเสตฺวา. ยถาห –

‘‘ปญฺจ, ภิกฺขเว, ขนฺเธ เทเสสฺสามิ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ จ, ตํ สุณาถ. กตเม จ, ภิกฺขเว, ปญฺจกฺขนฺธา? ยํ กิญฺจิ, ภิกฺขเว, รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… สนฺติเก วา – อยํ วุจฺจติ, รูปกฺขนฺโธ. ยา กาจิ เวทนา…เป… ยา กาจิ สญฺญา…เป… เย เกจิ สงฺขารา…เป… ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ …เป… สนฺติเก วา – อยํ วุจฺจติ, วิญฺญาณกฺขนฺโธ. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, ปญฺจกฺขนฺธา. กตเม จ, ภิกฺขเว, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา? ยํ กิญฺจิ, ภิกฺขเว, รูปํ…เป… สนฺติเก วา สาสวํ อุปาทานิยํ – อยํ วุจฺจติ, รูปูปาทานกฺขนฺโธ. ยา กาจิ เวทนา…เป… ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ…เป… สนฺติเก วา สาสวํ อุปาทานิยํ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วิญฺญาณุปาทานกฺขนฺโธ. อิเม วุจฺจนฺติ, ภิกฺขเว, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๔๘).

เอตฺถ จ ยถา เวทนาทโย อนาสวาปิ สาสวาปิ อตฺถิ, น เอวํ รูปํ. ยสฺมา ปนสฺส ราสฏฺเฐน ขนฺธภาโว ยุชฺชติ ตสฺมา ขนฺเธสุ วุตฺตํ. ยสฺมา ราสฏฺเฐน จ สาสวฏฺเฐน จ อุปาทานกฺขนฺธภาโว ยุชฺชติ ตสฺมา อุปาทานกฺขนฺเธสุ วุตฺตํ. เวทนาทโย ปน อนาสวาว ขนฺเธสุ วุตฺตา, สาสวา อุปาทานกฺขนฺเธสุ. ‘อุปาทานกฺขนฺธา’ติ เอตฺถ จ อุปาทานโคจรา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิธ ปน สพฺเพเปเต เอกชฺฌํ กตฺวา ขนฺธาติ อธิปฺเปตา.

‘อนูนาธิกโต’ติ กสฺมา ปน ภควตา ปญฺเจว ขนฺธา วุตฺตา อนูนา อนธิกาติ? สพฺพสงฺขตสภาเคกสงฺคหโต, อตฺตตฺตนิยคฺคาหวตฺถุสฺส เอตปฺปรมโต, อญฺเญสญฺจ ตทวโรธโต. อเนกปฺปเภเทสุ หิ สงฺขตธมฺเมสุ สภาควเสน สงฺคยฺหมาเนสุ รูปํ รูปสภาคสงฺคหวเสน เอโก ขนฺโธ โหติ, เวทนา เวทนาสภาคสงฺคหวเสน เอโก ขนฺโธ โหติ. เอส นโย สญฺญาทีสุปิ. ตสฺมา สพฺพสงฺขตสภาคสงฺคหโต ปญฺเจว วุตฺตา. เอตปรมญฺเจตํ อตฺตตฺตนิยคฺคาหวตฺถุ ยทิทํ รูปาทโย ปญฺจ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘รูเป โข, ภิกฺขเว, สติ รูปํ อุปาทาย รูปํ อภินิวิสฺส เอวํ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ – ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ (สํ. นิ. ๓.๒๐๗). เวทนาย… สญฺญาย… สงฺขาเรสุ…. วิญฺญาเณ สติ วิญฺญาณํ อุปาทาย วิญฺญาณํ อภินิวิสฺส เอวํ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ – ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’’ติ. ตสฺมา อตฺตตฺตนิยคฺคาหวตฺถุสฺส เอตปรมโตปิ ปญฺเจว วุตฺตา. เยปิ จญฺเญ สีลาทโย ปญฺจ ธมฺมกฺขนฺธา วุตฺตา, เตปิ สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนตฺตา เอตฺเถว อวโรธํ คจฺฉนฺติ. ตสฺมา อญฺเญสํ ตทวโรธโตปิ ปญฺเจว วุตฺตาติ. เอวํ ‘อนูนาธิกโต’ วินิจฺฉยนโย วิญฺญาตพฺโพ.

‘อุปมาโต’ติ เอตฺถ หิ คิลานสาลูปโม รูปุปาทานกฺขนฺโธ คิลานูปมสฺส วิญฺญาณุปาทานกฺขนฺธสฺส วตฺถุทฺวารารมฺมณวเสน นิวาสนฏฺฐานโต, เคลญฺญูปโม เวทนุปาทานกฺขนฺโธ อาพาธกตฺตา, เคลญฺญสมุฏฺฐานูปโม สญฺญุปาทานกฺขนฺโธ กามสญฺญาทิวเสน ราคาทิสมฺปยุตฺตเวทนาสมฺภวา, อสปฺปายเสวนูปโม สงฺขารุปาทานกฺขนฺโธ เวทนาเคลญฺญสฺส นิทานตฺตา. ‘‘เวทนํ เวทนตฺตาย สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙) หิ วุตฺตํ. ตถา ‘‘อกุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา วิปากํ กายวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ โหติ ทุกฺขสหคต’’นฺติ (ธ. ส. ๕๕๖). คิลานูปโม วิญฺญาณุปาทานกฺขนฺโธ เวทนาเคลญฺเญน อปริมุตฺตตฺตา. อปิจ จารกการณอปราธการณการกอปราธิกูปมา เอเต ภาชนโภชนพฺยญฺชนปริเวสกภุญฺชกูปมา จาติ, เอวํ ‘อุปมาโต’ วินิจฺฉยนโย วิญฺญาตพฺโพ.

‘ทฏฺฐพฺพโต ทฺวิธา’ติ สงฺเขปโต วิตฺถารโต จาติ เอวํ ทฺวิธา ทฏฺฐพฺพโต เปตฺถ วินิจฺฉยนโย วิญฺญาตพฺโพ. สงฺเขปโต หิ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา อาสิวิสูปเม (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) วุตฺตนเยน อุกฺขิตฺตาสิกปจฺจตฺถิกโต, ภารสุตฺตวเสน (สํ. นิ. ๓.๒๒) ภารโต, ขชฺชนียปริยายวเสน (สํ. นิ. ๓.๗๙) ขาทกโต, ยมกสุตฺตวเสน (สํ. นิ. ๓.๘๕) อนิจฺจทุกฺขานตฺตสงฺขตวธกโต ทฏฺฐพฺพา.

วิตฺถารโต ปเนตฺถ เผณปิณฺโฑ วิย รูปํ ทฏฺฐพฺพํ, อุทกปุพฺพุโฬ วิย เวทนา, มรีจิกา วิย สญฺญา, กทลิกฺขนฺโธ วิย สงฺขารา, มายา วิย วิญฺญาณํ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เผณปิณฺฑูปมํ รูปํ, เวทนา ปุพฺพุฬูปมา;

มรีจิกูปมา สญฺญา, สงฺขารา กทลูปมา;

มายูปมญฺจ วิญฺญาณํ, เทสิตาทิจฺจพนฺธุนา’’ติ. (สํ. นิ. ๓.๙๕);

ตตฺถ รูปาทีนํ เผณปิณฺฑาทีหิ เอวํ สทิสตา เวทิตพฺพา – ยถา หิ เผณปิณฺโฑ นิสฺสาโรว เอวํ รูปมฺปิ นิจฺจสารธุวสารอตฺตสารวิรเหน นิสฺสารเมว. ยถา จ โส ‘อิมินา ปตฺตํ วา ถาลกํ วา กริสฺสามี’ติ คเหตุํ น สกฺกา, คหิโตปิ ตมตฺถํ น สาเธติ ภิชฺชเตว; เอวํ รูปมฺปิ ‘นิจฺจ’นฺติ วา ‘ธุว’นฺติ วา ‘อห’นฺติ วา ‘มม’นฺติ วา คเหตุํ น สกฺกา, คหิตมฺปิ น ตถา ติฏฺฐติ, อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา อสุภญฺเญว โหตีติ. เอวํ ‘เผณปิณฺฑสทิสเมว’ โหติ.

ยถา วา ปน เผณปิณฺโฑ ฉิทฺทาวฉิทฺโท อเนกสนฺธิฆฏิโต พหูนฺนํ อุทกสปฺปาทีนํ ปาณานํ อาวาโส, เอวํ รูปมฺปิ ฉิทฺทาวฉิทฺทํ อเนกสนฺธิฆฏิตํ. กุลวเสน เจตฺถ อสีติ กิมิกุลานิ วสนฺติ. ตเทว เตสํ สูติฆรมฺปิ วจฺจกุฏิปิ คิลานสาลาปิ สุสานมฺปิ. น เต อญฺญตฺถ คนฺตฺวา คพฺภวุฏฺฐานาทีนิ กโรนฺติ. เอวมฺปิ เผณปิณฺฑสทิสํ. ยถา จ เผณปิณฺโฑ อาทิโตว พทรปกฺกมตฺโต หุตฺวา อนุปุพฺเพน ปพฺพตกูฏมตฺโตปิ โหติ, เอวํ รูปมฺปิ อาทิโต กลลมตฺตํ หุตฺวา อนุปุพฺเพน พฺยามมตฺตมฺปิ โคมหึสหตฺถิอาทีนํ วเสน ปพฺพตกูฏมตฺตมฺปิ โหติ, มจฺฉกจฺฉปาทีนํ วเสน อเนกโยชนสตปฺปมาณมฺปิ. เอวมฺปิ เผณปิณฺฑสทิสํ. ยถา จ เผณปิณฺโฑ อุฏฺฐิตมตฺโตปิ ภิชฺชติ, โถกํ คนฺตฺวาปิ, สมุทฺทํ ปตฺวา ปน อวสฺสเมว ภิชฺชติ; เอวเมว รูปมฺปิ กลลภาเวปิ ภิชฺชติ, อพฺพุทาทิภาเว, อนฺตรา ปน อเภชฺชมานมฺปิ วสฺสสตายุกานํ วสฺสสตํ ปตฺวา อวสฺสเมว ภิชฺชติ, มรณมุเข จุณฺณวิจุณฺณํ โหติ. เอวมฺปิ เผณปิณฺฑสทิสํ.

ยถา ปน ปุพฺพุโฬ อสาโร, เอวํ เวทนาปิ. ยถา จ โส อพโล, อคยฺหุปโค, น สกฺกา ตํ คเหตฺวา ผลกํ วา อาสนํ วา กาตุํ, คหิตคฺคหิโตปิ ภิชฺชเตว; เอวํ เวทนาปิ อพลา, อคยฺหุปคา, น สกฺกา ‘นิจฺจา’ติ วา ‘ธุวา’ติ วา คเหตุํ, คหิตาปิ น ตถา ติฏฺฐติ. เอวํ อคยฺหุปคตายปิ เวทนา ‘ปุพฺพุฬสทิสา’. ยถา ปน ตสฺมึ ตสฺมึ อุทกพินฺทุมฺหิ ปุพฺพุโฬ อุปฺปชฺชติ เจว นิรุชฺฌติ จ, น จิรฏฺฐิติโก โหติ; เอวํ เวทนาปิ อุปฺปชฺชติ เจว นิรุชฺฌติ จ, น จิรฏฺฐิติกา โหติ, เอกจฺฉรกฺขเณ โกฏิสตสหสฺสสงฺขฺยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ. ยถา จ ปุพฺพุโฬ อุทกตลํ, อุทกพินฺทุํ, อุทกชลฺลกํ สงฺกฑฺฒิตฺวา ปุฏํ กตฺวา คหณวาตญฺจาติ จตฺตาริ การณานิ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ; เอวํ เวทนาปิ วตฺถุํ, อารมฺมณํ, กิเลสชาลํ, ผสฺสสงฺฆฏฺฏนญฺจาติ จตฺตาริ การณานิ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ. เอวมฺปิ เวทนา ปุพฺพุฬสทิสา.

สญฺญาปิ อสารกฏฺเฐน ‘มรีจิสทิสา’. ตถา อคยฺหุปคฏฺเฐน; น หิ สกฺกา ตํ คเหตฺวา ปิวิตุํ วา นฺหายิตุํ วา ภาชนํ วา ปูเรตุํ. อปิจ ยถา มรีจิ วิปฺผนฺทติ, สญฺชาตูมิเวโค วิย ขายติ; เอวํ นีลสญฺญาทิเภทา สญฺญาปิ นีลาทิอนุภวนตฺถาย ผนฺทติ วิปฺผนฺทติ. ยถา จ มรีจิ มหาชนํ วิปฺปลมฺเภติ, ‘ปริปุณฺณวาปี วิย ปริปุณฺณนที วิย ทิสฺสตี’ติ วทาเปติ; เอวํ สญฺญาปิ วิปฺปลมฺเภติ, ‘อิทํ นีลกํ สุภํ สุขํ นิจฺจ’นฺติ วทาเปติ. ปีตกาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ วิปฺปลมฺภเนนาปิ มรีจิสทิสา.

สงฺขาราปิ อสารกฏฺเฐน ‘กทลิกฺขนฺธสทิสา’. ตถา อคยฺหุปคฏฺเฐน. ยเถว หิ กทลิกฺขนฺธโต กิญฺจิ คเหตฺวา น สกฺกา โคปานสีอาทีนมตฺถาย อุปเนตุํ, อุปนีตมฺปิ น ตถา โหติ; เอวํ สงฺขาราปิ น สกฺกา นิจฺจาทิวเสน คเหตุํ, คหิตาปิ น ตถา โหนฺติ. ยถา จ กทลิกฺขนฺโธ พหุวฏฺฏิสโมธาโน โหติ, เอวํ สงฺขารกฺขนฺโธปิ พหุธมฺมสโมธาโน. ยถา จ กทลิกฺขนฺโธ นานาลกฺขโณ, อญฺโญเยว หิ พาหิราย ปตฺตวฏฺฏิยา วณฺโณ, อญฺโญ ตโต อพฺภนฺตรพฺภนฺตรานํ; เอวเมว สงฺขารกฺขนฺโธปิ อญฺญเทว ผสฺสสฺส ลกฺขณํ, อญฺญํ เจตนาทีนํ. สโมธาเนตฺวา ปน สงฺขารกฺขนฺโธเตฺวว วุจฺจตีติ. เอวมฺปิ สงฺขารกฺขนฺโธ กทลิกฺขนฺธสทิโส.

วิญฺญาณมฺปิ อสารกฏฺเฐน ‘มายาสทิสํ’. ตถา อคยฺหุปคฏฺเฐน. ยถา จ มายา อิตฺตรา ลหุปจฺจุปฏฺฐานา, เอวํ วิญฺญาณํ. ตญฺหิ ตโตปิ อิตฺตรตรญฺเจว ลหุปจฺจุปฏฺฐานตรญฺจ. เตเนว หิ จิตฺเตน ปุริโส อาคโต วิย, คโต วิย, ฐิโต วิย, นิสินฺโน วิย โหติ. อญฺญเทว จาคมนกาเล จิตฺตํ, อญฺญํ คมนกาลาทีสุ. เอวมฺปิ วิญฺญาณํ มายาสทิสํ. มายา จ มหาชนํ วญฺเจติ, ยํ กิญฺจิเทว ‘อิทํ สุวณฺณํ รชตํ มุตฺตา’ติปิ คหาเปติ. วิญฺญาณมฺปิ มหาชนํ วญฺเจติ, เตเนว จิตฺเตน อาคจฺฉนฺตํ วิย, คจฺฉนฺตํ วิย, ฐิตํ วิย, นิสินฺนํ วิย กตฺวา คาหาเปติ. อญฺญเทว จ อาคมเน จิตฺตํ, อญฺญํ คมนาทีสุ. เอวมฺปิ วิญฺญาณํ มายาสทิสํ. วิเสสโต จ สุภารมฺมณมฺปิ โอฬาริกมฺปิ อชฺฌตฺติกรูปํ อสุภนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เวทนา ตีหิ ทุกฺขตาหิ อวินิมุตฺตโต ทุกฺขาติ สญฺญาสงฺขารา อวิเธยฺยโต อนตฺตาติ วิญฺญาณํ อุทยพฺพยธมฺมโต อนิจฺจนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

‘เอวํ ปสฺสนฺตสฺสตฺถสิทฺธิโต’ติ เอวญฺจ สงฺเขปวิตฺถารวเสน ทฺวิธา ปสฺสโต ยา อตฺถสิทฺธิ โหติ, ตโตปิ วินิจฺฉยนโย วิญฺญาตพฺโพ, เสยฺยถิทํ – สงฺเขปโต ตาว ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธสุ อุกฺขิตฺตาสิกปจฺจตฺถิกาทิภาเวน ปสฺสนฺโต ขนฺเธหิ น วิหญฺญติ. วิตฺถารโต ปน รูปาทีนิ เผณปิณฺฑาทิสทิสภาเวน ปสฺสนฺโต น อสาเรสุ สารทสฺสี โหติ. วิเสสโต จ อชฺฌตฺติกรูปํ อสุภโต ปสฺสนฺโต กพฬีการาหารํ ปริชานาติ, อสุเภ สุภนฺติ วิปลฺลาสํ ปชหติ, กาโมฆํ อุตฺตรติ, กามโยเคน วิสํยุชฺชติ, กามาสเวน อนาสโว โหติ, อภิชฺฌากายคนฺถํ ภินฺทติ, กามุปาทานํ น อุปาทิยติ. เวทนํ ทุกฺขโต ปสฺสนฺโต ผสฺสาหารํ ปริชานาติ, ทุกฺเข สุขนฺติ วิปลฺลาสํ ปชหติ, ภโวฆํ อุตฺตรติ, ภวโยเคน วิสํยุชฺชติ, ภวาสเวน อนาสโว โหติ, พฺยาปาทกายคนฺถํ ภินฺทติ, สีลพฺพตุปาทานํ น อุปาทิยติ. สญฺญํ สงฺขาเร จ อนตฺตโต ปสฺสนฺโต มโนสญฺเจตนาหารํ ปริชานาติ, อนตฺตนิ อตฺตาติ วิปลฺลาสํ ปชหติ, ทิฏฺโฐฆํ อุตฺตรติ, ทิฏฺฐิโยเคน วิสํยุชฺชติ, ทิฏฺฐาสเวน อนาสโว โหติ, อิทํ สจฺจาภินิเวสกายคนฺถํ ภินฺทติ, อตฺตวาทุปาทานํ น อุปาทิยติ. วิญฺญาณํ อนิจฺจโต ปสฺสนฺโต วิญฺญาณาหารํ ปริชานาติ, อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปลฺลาสํ ปชหติ, อวิชฺโชฆํ อุตฺตรติ, อวิชฺชาโยเคน วิสํยุชฺชติ, อวิชฺชาสเวน อนาสโว โหติ, สีลพฺพตปรามาสกายคนฺถํ ภินฺทติ, ทิฏฺฐุปาทานํ น อุปาทิยติ.

เอวํ มหานิสํสํ, วธกาทิวเสน ทสฺสนํ ยสฺมา;

ตสฺมา ขนฺเธ ธีโร, วธกาทิวเสน ปสฺเสยฺยาติ.

สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา.

๒. อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา

๓๒. อิทานิ อภิธมฺมภาชนียํ โหติ. ตตฺถ รูปกฺขนฺธนิทฺเทโส เหฏฺฐา รูปกณฺเฑ วิตฺถาริตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๓๔. เวทนากฺขนฺธนิทฺเทเส เอกวิเธนาติ เอกโกฏฺฐาเสน. ผสฺสสมฺปยุตฺโตติ ผสฺเสน สมฺปยุตฺโต. สพฺพาปิ จตุภูมิกเวทนา. สเหตุกทุเก สเหตุกา จตุภูมิกเวทนา, อเหตุกา กามาวจราว. อิมินา อุปาเยน กุสลปทาทีหิ วุตฺตา เวทนา ชานิตพฺพา. อปิจายํ เวทนากฺขนฺโธ เอกวิเธน ผสฺสสมฺปยุตฺตโต ทสฺสิโต, ทุวิเธน สเหตุกาเหตุกโต, ติวิเธน ชาติโต, จตุพฺพิเธน ภูมนฺตรโต, ปญฺจวิเธน อินฺทฺริยโต. ตตฺถ สุขินฺทฺริยทุกฺขินฺทฺริยานิ กายปฺปสาทวตฺถุกานิ กามาวจราเนว. โสมนสฺสินฺทฺริยํ ฉฏฺฐวตฺถุกํ วา อวตฺถุกํ วา เตภูมกํ. โทมนสฺสินฺทฺริยํ ฉฏฺฐวตฺถุกํ กามาวจรํ. อุเปกฺขินฺทฺริยํ จกฺขาทิจตุปฺปสาทวตฺถุกํ ฉฏฺฐวตฺถุกํ อวตฺถุกญฺจ จตุภูมกํ. ฉพฺพิเธน วตฺถุโต ทสฺสิโต. ตตฺถ ปุริมา ปญฺจ เวทนา ปญฺจปฺปสาทวตฺถุกา กามาวจราว ฉฏฺฐา อวตฺถุกา วา สวตฺถุกา วา จตุภูมิกา.

สตฺตวิเธน ตตฺถ มโนสมฺผสฺสชา เภทโต ทสฺสิตา, อฏฺฐวิเธน ตตฺถ กายสมฺผสฺสชา เภทโต, นววิเธน สตฺตวิธเภเท มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา เภทโต, ทสวิเธน อฏฺฐวิธเภเท มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา เภทโต. เอเตสุ หิ สตฺตวิธเภเท มโนสมฺผสฺสชา มโนธาตุสมฺผสฺสชา, มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชาติ ทฺวิธา ภินฺนา. อฏฺฐวิธเภเท ตาย สทฺธึ กายสมฺผสฺสชาปิ สุขา ทุกฺขาติ ทฺวิธา ภินฺนา. นววิธเภเท สตฺตวิเธ วุตฺตา มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา กุสลาทิวเสน ติธา ภินฺนา. ทสวิธเภเท อฏฺฐวิเธ วุตฺตา มโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชา กุสลาทิวเสเนว ติธา ภินฺนา.

กุสลตฺติโก เจตฺถ เกวลํ ปูรณตฺถเมว วุตฺโต. สตฺตวิธอฏฺฐวิธนววิธเภเทสุ ปน นยํ ทาตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน นโย ทินฺโน. อภิธมฺมญฺหิ ปตฺวา ตถาคเตน นยํ ทาตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน นโย อทินฺโน นาม นตฺถิ. อยํ ตาว ทุกมูลเก เอโก วาโร.

สตฺถา หิ อิมสฺมึ อภิธมฺมภาชนีเย เวทนากฺขนฺธํ ภาเชนฺโต ติเก คเหตฺวา ทุเกสุ ปกฺขิปิ, ทุเก คเหตฺวา ติเกสุ ปกฺขิปิ, ติเก จ ทุเก จ อุภโตวฑฺฒนนีหาเรน อาหริ; สตฺตวิเธน, จตุวีสติวิเธน, ตึสวิเธน, พหุวิเธนาติ สพฺพถาปิ พหุวิเธน เวทนากฺขนฺธํ ทสฺเสสิ. กสฺมา? ปุคฺคลชฺฌาสเยน เจว เทสนาวิลาเสน จ. ธมฺมํ โสตุํ นิสินฺนเทวปริสาย หิ เย เทวปุตฺตา ติเก อาทาย ทุเกสุ ปกฺขิปิตฺวา กถิยมานํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกนฺติ, เตสํ สปฺปายวเสน ตถา กตฺวา เทเสสิ. เย อิตเรหิ อากาเรหิ กถิยมานํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกนฺติ, เตสํ เตหากาเรหิ เทเสสีติ. อยเมตฺถ ‘ปุคฺคลชฺฌาสโย’. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน อตฺตโน มหาวิสยตาย ติเก วา ทุเกสุ ปกฺขิปิตฺวา, ทุเก วา ติเกสุ อุภโตวฑฺฒเนน วา, สตฺตวิธาทินเยน วา, ยถา ยถา อิจฺฉติ ตถา ตถา เทเสตุํ สกฺโกติ. ตสฺมาปิ อิเมหากาเรหิ เทเสสีติ อยมสฺส ‘เทสนาวิลาโส’.

ตตฺถ ติเก อาทาย ทุเกสุ ปกฺขิปิตฺวา เทสิตวาโร ทุกมูลโก นาม. ทุเก อาทาย ติเกสุ ปกฺขิปิตฺวา เทสิตวาโร ติกมูลโก นาม. ติเก จ ทุเก จ อุภโต วฑฺเฒตฺวา เทสิตวาโร อุภโตวฑฺฒิตโก นาม. อวสาเน สตฺตวิเธนาติอาทิวาโร พหุวิธวาโร นามาติ อิเม ตาว จตฺตาโร มหาวารา.

ตตฺถ ทุกมูลเก ทุเกสุ ลพฺภมาเนน เอเกเกน ทุเกน สทฺธึ ติเกสุ อลพฺภมาเน เวทนาตฺติกปีติตฺติกสนิทสฺสนตฺติเก อปเนตฺวา, เสเส ลพฺภมานเก เอกูนวีสติ ติเก โยเชตฺวา, ทุติยทุกปฐมตฺติกโยชนวาราทีนิ นววารสตานิ ปญฺญาสญฺจ วารา โหนฺติ. เต สพฺเพปิ ปาฬิยํ สํขิปิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ทสฺเสตพฺพยุตฺตกํ ทสฺเสตฺวา วุตฺตา. อสมฺมุยฺหนฺเตน ปน วิตฺถารโต เวทิตพฺพา.

ติกมูลเกปิ ติเกสุ ลพฺภมาเนน เอเกเกน ติเกน สทฺธึ ทุเกสุ อลพฺภมาเน ปฐมทุกาทโย ทุเก อปเนตฺวา, เสเส ลพฺภมานเก สเหตุกทุกาทโย ปญฺญาส ทุเก โยเชตฺวา, ปฐมตฺติกทุติยทุกโยชนวาราทีนิ นววารสตานิ ปญฺญาสญฺจ วารา โหนฺติ. เตปิ สพฺเพ ปาฬิยํ สงฺขิปิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ทสฺเสตพฺพยุตฺตกํ ทสฺเสตฺวา วุตฺตา. อสมฺมุยฺหนฺเตน ปน วิตฺถารโต เวทิตพฺพา.

อุภโตวฑฺฒิตเก ทุวิธเภเท ทุติยทุกํ ติวิธเภเท จ ปฐมติกํ อาทึ กตฺวา ลพฺภมาเนหิ เอกูนวีสติยา ทุเกหิ ลพฺภมาเน เอกูนวีสติติเก โยเชตฺวา ทุติยทุกปฐมติกโยชนวาราทโย เอกูนวีสติวารา วุตฺตา. เอส ทุกติกานํ วเสน อุภโตวฑฺฒิตตฺตา อุภโตวฑฺฒิตโก นาม ตติโย มหาวาโร.

พหุวิธวารสฺส สตฺตวิธนิทฺเทเส อาทิโต ปฏฺฐาย ลพฺภมาเนสุ เอกูนวีสติยา ติเกสุ เอเกเกน สทฺธึ จตสฺโส ภูมิโย โยเชตฺวา เอกูนวีสติ สตฺตวิธวารา วุตฺตา. จตุวีสติวิธนิทฺเทเสปิ เตสํเยว ติกานํ วเสน เอกูนวีสติวารา วุตฺตา. ตถา พหุวิธวาเร จาติ. ตึสวิธวาโร เอโกเยวาติ สพฺเพปิ อฏฺฐปญฺญาส วารา โหนฺติ. อยํ ตาเวตฺถ วารปริจฺเฉทวเสน ปาฬิวณฺณนา.

อิทานิ อตฺถวณฺณนา โหติ. ตตฺถ สตฺตวิธนิทฺเทโส ตาว อุตฺตานตฺโถเยว. จตุวีสติวิธนิทฺเทเส จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา เวทนากฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโลติ กามาวจรอฏฺฐกุสลจิตฺตวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิ อกุสโลติ ทฺวาทสอกุสลจิตฺตวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺถิ อพฺยากโตติ ติสฺโส มโนธาตุโย, ติสฺโส อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโย, อฏฺฐ มหาวิปากานิ, ทส กามาวจรกิริยาติ จตุวีสติยา จิตฺตานํ วเสน เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ อฏฺฐ กุสลานิ ทฺวาทส อกุสลานิ จ ชวนวเสน ลพฺภนฺติ. กิริยมโนธาตุ อาวชฺชนวเสน ลพฺภติ. เทฺว วิปากมโนธาตุโย สมฺปฏิจฺฉนวเสน, ติสฺโส วิปากมโนวิญฺญาณธาตุโย สนฺตีรณตทารมฺมณวเสน, กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐพฺพนวเสน, อฏฺฐ มหาวิปากจิตฺตานิ ตทารมฺมณวเสน, นว กิริยจิตฺตานิ ชวนวเสน ลพฺภนฺติ. โสตฆานชิวฺหากายทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย.

มโนทฺวาเร ปน อตฺถิ กุสโลติ จตุภูมกกุสลวเสน กถิตํ, อตฺถิ อกุสโลติ ทฺวาทสอกุสลวเสน. อตฺถิ อพฺยากโตติ เอกาทสนฺนํ กามาวจรวิปากานํ, ทสนฺนํ กิริยานํ, นวนฺนํ รูปาวจรารูปาวจรกิริยานํ, จตุนฺนํ สามญฺญผลานนฺติ จตุตฺตึสจิตฺตุปฺปาทวเสน กถิตํ. ตตฺถ จตุภูมกกุสลญฺเจว อกุสลญฺจ ชวนวเสน ลพฺภติ. กิริยโต อเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ อาวชฺชนวเสน, เอกาทส วิปากจิตฺตานิ ตทารมฺมณวเสน, เตภูมกกิริยา เจว สามญฺญผลานิ จ ชวนวเสเนว ลพฺภนฺติ. ตานิ สตฺตวิธาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฐตฺวา กเถตุํ วฏฺฏนฺติ. ตึสวิเธ ปน ฐตฺวา ทีปิยมานานิ สุขทีปนานิ โหนฺตีติ ตึสวิธสฺมึเยว ฐตฺวา ทีปยึสุ.

เอตานิ หิ สพฺพานิปิ จิตฺตานิ จกฺขุทฺวาเร อุปนิสฺสยโกฏิยา, สมติกฺกมวเสน, ภาวนาวเสนาติ ตีหากาเรหิ ลพฺภนฺติ. ตถา โสตทฺวารมโนทฺวาเรสุปิ. ฆานชิวฺหากายทฺวาเรสุ ปน สมติกฺกมวเสน, ภาวนาวเสนาติ ทฺวีเหวากาเรหิ ลพฺภนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. กถํ? อิธ ภิกฺขุ วิหารจาริกํ จรมาโน กสิณมณฺฑลํ ทิสฺวา ‘กึ นาเมต’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘กสิณมณฺฑล’นฺติ วุตฺเต ปุน ‘กึ อิมินา กโรนฺตี’ติ ปุจฺฉติ. อถสฺส อาจิกฺขนฺติ – ‘เอวํ ภาเวตฺวา ฌานานิ อุปฺปาเทตฺวา, สมาปตฺติปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา, อรหตฺตํ ปาปุณนฺตี’ติ. อชฺฌาสยสมฺปนฺโน กุลปุตฺโต ‘ภาริยํ เอต’นฺติ อสลฺลกฺเขตฺวา ‘มยาปิ เอส คุโณ นิพฺพตฺเตตุํ วฏฺฏติ, น โข ปน สกฺกา เอส นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายนฺเตน นิพฺพตฺเตตุํ, อาทิโตว วีริยํ กาตุํ สีลํ โสเธตุํ วฏฺฏตี’ติ จินฺเตตฺวา สีลํ โสเธติ. ตโต สีเล ปติฏฺฐาย ทส ปลิโพเธ อุปจฺฉินฺทิตฺวา, ติจีวรปรเมน สนฺโตเสน สนฺตุฏฺโฐ, อาจริยุปชฺฌายานํ วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา, กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหิตฺวา, กสิณปริกมฺมํ กตฺวา, สมาปตฺติโย อุปฺปาเทตฺวา, สมาปตฺติปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา, อรหตฺตํ ปาปุณาติ. ตตฺถ สพฺพาปิ ปริกมฺมเวทนา กามาวจรา, อฏฺฐสมาปตฺติเวทนา รูปาวจรารูปาวจรา, มคฺคผลเวทนา โลกุตฺตราติ เอวํ จกฺขุวิญฺญาณํ จตุภูมิกเวทนานิพฺพตฺติยา พลวปจฺจโย โหตีติ จตุภูมิกเวทนา จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา นาม ชาตา. เอวํ ตาว ‘อุปนิสฺสยวเสน’ ลพฺภนฺติ.