๒. ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา
๔๒-๔๔. อิทานิ ปจฺจนียํ โหติ. ตํ ทสฺเสตุํ สิยา กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย น เหตุปจฺจยาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อนุโลมปุจฺฉาหิ สมปฺปมาโณว ปุจฺฉาปริจฺเฉโท. เตเนเวตฺถ ‘‘ยถา อนุโลเม เหตุปจฺจโย วิตฺถาริโต, เอวํ ปจฺจนีเยปิ นเหตุปจฺจโย วิตฺถาเรตพฺโพ’’ติ วตฺวา ปุน ปริโยสาเน ‘‘ยถา อนุโลเม เอเกกสฺส ปทสฺส เอกมูลกํ, ทุมูลกํ, ติมูลกํ, จตุมูลกํ ยาว เตวีสติมูลกํ, เอวํ ปจฺจนีเยปิ วิตฺถาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. เตวีสติมูลกนฺติ อิทญฺเจตฺถ ทุมูลกํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. ปริโยสาเน ปน สพฺพมูลกํ จตุวีสติมูลกมฺปิ โหติเยว. ตํ สพฺพํ สงฺขิตฺตเมวาติ.
ติกญฺจ ปฏฺฐานวรํ…เป… ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีราติ เอตฺถาปิ เทฺว ปจฺจนียานิ – ธมฺมปจฺจนียญฺจ ปจฺจยปจฺจนียญฺจ. ตตฺถ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ เอวํ อภิธมฺมมาติกาปเทหิ สงฺคหิตานํ ธมฺมานํ ‘‘น กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ น กุสโล ธมฺโม’’ติ ปจฺจนียเทสนาวเสน ปวตฺตํ ธมฺมปจฺจนียํ นาม. ‘‘นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา’’ติ เอวํ จตุวีสติยา ปจฺจยานํ ปจฺจนียเทสนาวเสน ปวตฺตํ ปจฺจยปจฺจนียํ นาม. ตตฺถ เหฏฺฐา อฏฺฐกถายํ ‘‘ติกญฺจ ปฏฺฐานวรํ…เป… ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา’’ติ อยํ คาถา ธมฺมปจฺจนียํ สนฺธาย วุตฺตา. อิธ ปน อยํ คาถา ธมฺมานุโลเมเยว ปจฺจยปจฺจนียํ สนฺธาย วุตฺตา. ตสฺมา ‘‘ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา’’ติ อฏฺฐกถาคาถาย ธมฺมปจฺจนีเย ติกปฏฺฐานาทโย ฉ นยา สุคมฺภีราติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปโนกาเส น เหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยาติ เอวํ ปวตฺเต ปจฺจยปจฺจนีเย เอเต ธมฺมานุโลเมเยว ติกปฏฺฐานาทโย ฉ นยา สุคมฺภีราติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เตสุ อนุโลมติกปฏฺฐาเนเยว กุสลตฺติกมตฺตสฺส วเสน อยํ อิมสฺมึ ปฏิจฺจวารสฺส ปณฺณตฺติวาเร สงฺขิปิตฺวา ปุจฺฉาปเภโท ทสฺสิโต. เสเสสุ ปน ติเกสุ เสสปฏฺฐาเนสุ จ เอกาปิ ปุจฺฉา น ทสฺสิตา. ตโต ปเรสุ ปน สหชาตวาราทีสุ กุสลตฺติกสฺสาปิ วเสน ปุจฺฉํ อนุทฺธริตฺวา ลพฺภมานกวเสน วิสฺสชฺชนเมว ทสฺสิตํ. ‘‘ฉ ปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา’’ติ วจนโต ปน อิมสฺมึ ปจฺจยปจฺจนีเย ฉปิ เอเต ปฏฺฐานนยา ปุจฺฉาวเสน อุทฺธริตฺวา ทสฺเสตพฺพา. ปฏฺฐานํ วณฺณยนฺตานญฺหิ อาจริยานํ ภาโร เอโสติ.