๑. เหตุปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา
๑. อิทานิ สพฺเพปิ เต ปจฺจเย อุทฺทิฏฺฐปฏิปาฏิยา นิทฺทิสิตฺวา ทสฺเสตุํ เหตุปจฺจโยติ เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติอาทิมาห. ตตฺถ เหตุปจฺจโยติ จตุวีสติยา ปจฺจเยสุ นิกฺขิตฺตปฏิปาฏิยา สพฺพปฐมํ ภาเชตพฺพสฺส ปทุทฺธาโร. เสสปจฺจเยสุปิ อิมินาว นเยน ปฐมํ ภาเชตพฺพปทํ อุทฺธริตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. อยํ ปเนตฺถ สมฺพนฺโธ – โย ปจฺจยุทฺเทเส เหตุปจฺจโยติ อุทฺทิฏฺโฐ, โส นิทฺเทสโต ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอวํ เวทิตพฺโพ. อิมินา อุปาเยน สพฺพปจฺจเยสุ ภาเชตพฺพสฺส ปทสฺส วิสฺสชฺชเนน สทฺธึ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.
อิทานิ เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานนฺติ เอตฺถ ‘‘เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ กสฺมา วุตฺตนฺติ? ปจฺจยสฺส เจว ปจฺจยุปฺปนฺนานญฺจ ววตฺถาปนโต. เหตุสมฺปยุตฺตกานนฺติ หิ วุตฺเต เหตุนา สมฺปยุตฺตกานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อตฺโถ ภเวยฺย. เอวํ สนฺเต อสุโก นาม ธมฺโม เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ ปจฺจยววตฺถานํ น ปญฺญาเยยฺย. อถาปิ เหตุนา สมฺปยุตฺตกานํ เหตุสมฺปยุตฺตกานนฺติ อตฺถํ อคฺคเหตฺวาว เยสํ เกสญฺจิ สมฺปยุตฺตกานํ เหตู เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อตฺโถ ภเวยฺย, เอวํ สนฺเต เหตุนา วิปฺปยุตฺตา จกฺขุวิญฺญาณาทโยปิ สมฺปยุตฺตกาเยว, เหตุนา สมฺปยุตฺตา กุสลาทโยปิ. ตตฺถ อยํ เหตุ อสุกสฺส นาม สมฺปยุตฺตกธมฺมสฺส ปจฺจโยติ ปจฺจยุปฺปนฺนววตฺถานํ น ปญฺญาเยยฺย. ตสฺมา ปจฺจยญฺเจว ปจฺจยุปฺปนฺนญฺจ ววตฺถาเปนฺโต ‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อาห. ตสฺสตฺโถ – เหตุสมฺปยุตฺตกานํ กุสลาทิธมฺมานํ โย เหตุ สมฺปยุตฺตโก, โส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ. ตตฺราปิ ‘‘ปจฺจโย’’ติ อวตฺวา ‘‘เหตุปจฺจเยนา’’ติ วจนํ เหตุโน อญฺญถา ปจฺจยภาวปฏิเสธนตฺถํ. อยญฺหิ เหตุ เหตุปจฺจเยนาปิ ปจฺจโย โหติ, สหชาตาทิปจฺจเยนาปิ. ตตฺราสฺส ยฺวายํ สหชาตาทิปจฺจยวเสน อญฺญถาปิ ปจฺจยภาโว, ตสฺส ปฏิเสธนตฺถํ เหตุปจฺจเยนาติ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ตํสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ อวตฺวา กสฺมา ‘‘เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ? นิทฺทิสิตพฺพสฺส อปากฏตฺตา. ตํสมฺปยุตฺตกานนฺติ หิ วุตฺเต เยน เต ตํสมฺปยุตฺตกา นาม โหนฺติ, อยํ นาม โสติ นิทฺทิสิตพฺโพ อปากโฏ. ตสฺส อปากฏตฺตา เยน สมฺปยุตฺตา เต ตํสมฺปยุตฺตกาติ วุจฺจนฺติ, ตํ สรูปโตว ทสฺเสตุํ ‘‘เหตุสมฺปยุตฺตกาน’’นฺติ วุตฺตํ.
ตํสมุฏฺฐานานนฺติ เอตฺถ ปน นิทฺทิสิตพฺพสฺส ปากฏตฺตา ตํ-คหณํ กตํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – เต เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตกา จ ธมฺมา สมุฏฺฐานํ เอเตสนฺติ ตํสมุฏฺฐานานิ. เตสํ ตํสมุฏฺฐานานํ, เหตุโต เจว เหตุสมฺปยุตฺตธมฺเมหิ จ นิพฺพตฺตานนฺติ อตฺโถ. อิมินา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ คณฺหาติ. กึ ปน ตํ จิตฺตโต อญฺเญนปิ สมุฏฺฐาตีติ? อาม, สมุฏฺฐาติ. สพฺเพปิ หิ จิตฺตเจตสิกา เอกโต หุตฺวา รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ. โลกิยธมฺมเทสนายํ ปน จิตฺตสฺส อธิกภาวโต ตถาวิธํ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ วุจฺจติ. เตเนวาห จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ.
ยทิ เอวํ อิธาปิ ‘‘ตํสมุฏฺฐานาน’’นฺติ อวตฺวา จิตฺตสมุฏฺฐานานนฺติ กสฺมา น วุตฺตนฺติ? อจิตฺตสมุฏฺฐานานมฺปิ สงฺคณฺหนโต. ปญฺหาวารสฺมิญฺหิ ‘‘ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ อาคตํ’’. ตสฺส สงฺคณฺหนตฺถํ อิธ จิตฺตสมุฏฺฐานานนฺติ อวตฺวา ตํสมุฏฺฐานานนฺติ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – จิตฺตชรูปํ อชนยมานาปิ เต เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกา ธมฺมา สหชาตาทิปจฺจยวเสน สมุฏฺฐานํ เอเตสนฺติ ตํสมุฏฺฐานานิ. เตสํ ตํสมุฏฺฐานานํ ปวตฺเต จิตฺตชานํ ปฏิสนฺธิยญฺจ กฏตฺตารูปานมฺปิ เหตู เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ. อิมินา อุปาเยน อญฺเญสุปิ ตํสมุฏฺฐานานนฺติ อาคตฏฺฐาเนสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
กสฺมา ปนายํ เหตุ ปฏิสนฺธิยเมว กฏตฺตารูปานํ เหตุปจฺจโย โหติ, น ปวตฺเตติ? ปฏิสนฺธิยํ กมฺมชรูปานํ จิตฺตปฏิพทฺธวุตฺติตาย. ปฏิสนฺธิยญฺหิ กมฺมชรูปานํ จิตฺตปฏิพทฺธา ปวตฺติ, จิตฺตวเสน อุปฺปชฺชนฺติ เจว ติฏฺฐนฺติ จ. ตสฺมิญฺหิ ขเณ จิตฺตํ จิตฺตชรูปํ ชเนตุํ น สกฺโกติ, ตานิปิ วินา จิตฺเตน อุปฺปชฺชิตุํ วา ฐาตุํ วา น สกฺโกนฺติ. เตเนวาห – ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, ตสฺมึ ปติฏฺฐิเต วิญฺญาเณ นามรูปสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๓๙). ปวตฺติยํ ปน เตสํ จิตฺเต วิชฺชมาเนปิ กมฺมปฏิพทฺธาว ปวตฺติ, น จิตฺตปฏิพทฺธา. อวิชฺชมาเน จาปิ จิตฺเต นิโรธสมาปนฺนานํ อุปฺปชฺชนฺติเยว.
กสฺมา ปน ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ จิตฺตชรูปํ ชเนตุํ น สกฺโกตีติ? กมฺมเวคกฺขิตฺตตาย เจว อปฺปติฏฺฐิตวตฺถุตาย จ ทุพฺพลตฺตา. ตญฺหิ ตทา กมฺมเวคกฺขิตฺตํ อปุเรชาตวตฺถุกตฺตา จ อปฺปติฏฺฐิตวตฺถุกนฺติ ทุพฺพลํ โหติ. ตสฺมา ปปาเต ปติตมตฺโต ปุริโส กิญฺจิ สิปฺปํ กาตุํ วิย รูปํ ชเนตุํ น สกฺโกติ; กมฺมชรูปเมว ปนสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานรูปฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. ตญฺจ กมฺมชรูปสฺเสว พีชฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. กมฺมํ ปนสฺส เขตฺตสทิสํ, กิเลสา อาปสทิสา. ตสฺมา สนฺเตปิ เขตฺเต อาเป จ ปฐมุปฺปตฺติยํ พีชานุภาเวน รุกฺขุปฺปตฺติ วิย ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตานุภาเวน รูปกายสฺส อุปฺปตฺติ. พีเช ปน วิคเตปิ ปถวีอาปานุภาเวน รุกฺขสฺส อุปรูปริ ปวตฺติ วิย; วินา จิตฺเตน กมฺมโตว กฏตฺตารูปานํ ปวตฺติ โหตีติ เวทิตพฺพา. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘กมฺมํ เขตฺตํ วิญฺญาณํ พีชํ ตณฺหา เสฺนโห’’ติ (อ. นิ. ๓.๗๗).
อยญฺจ ปนตฺโถ โอกาสวเสเนว คเหตพฺโพ. ตโย หิ โอกาสา – นาโมกาโส, รูโปกาโส, นามรูโปกาโสติ. ตตฺถ อรูปภโว นาโมกาโส นาม. ตตฺร หิ หทยวตฺถุมตฺตมฺปิ รูปปจฺจยํ วินา อรูปธมฺมาว อุปฺปชฺชนฺติ. อสญฺญภโว รูโปกาโส นาม. ตตฺร หิ ปฏิสนฺธิจิตฺตมตฺตมฺปิ อรูปปจฺจยํ วินา รูปธมฺมาว อุปฺปชฺชนฺติ. ปญฺจโวการภโว นามรูโปกาโส นาม. ตตฺร หิ วตฺถุรูปมตฺตมฺปิ วินา ปฏิสนฺธิยํ อรูปธมฺมา, ปฏิสนฺธิจิตฺตญฺจ วินา กมฺมชาปิ รูปธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ. ยุคนทฺธาว รูปารูปานํ อุปฺปตฺติ. ยถา หิ สสฺสามิเก สราชเก เคเห สทฺวารปาลเก ราชาณตฺตึ วินา ปฐมปฺปเวโส นาม นตฺถิ, อปรภาเค ปน วินาปิ อาณตฺตึ ปุริมาณตฺติอานุภาเวเนว โหติ, เอวเมว ปญฺจโวกาเร ปฏิสนฺธิวิญฺญาณราชสฺส สหชาตาทิปจฺจยตํ วินา รูปสฺส ปฏิสนฺธิวเสน ปฐมุปฺปตฺติ นาม นตฺถิ. อปรภาเค ปน วินาปิ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส สหชาตาทิปจฺจยานุภาวํ ปุริมานุภาววเสน ลทฺธปฺปเวสสฺส กมฺมโต ปวตฺติ โหติ. อสญฺญภโว ปน ยสฺมา อรูโปกาโส น โหติ, ตสฺมา ตตฺถ วินาว อรูปปจฺจยา อสญฺโญกาสตฺตา รูปํ ปวตฺตติ, อสฺสามิเก สุญฺญเคเห อตฺตโน เคเห จ ปุริสสฺส ปเวโส วิย. อรูปภโวปิ ยสฺมา รูโปกาโส น โหติ, ตสฺมา ตตฺถ วินาว รูปปจฺจยา อญฺโญกาสตฺตา อรูปธมฺมา ปวตฺตนฺติ. ปญฺจโวการภโว ปน รูปารูโปกาโสติ นตฺเถตฺถ อรูปปจฺจยํ วินา ปฏิสนฺธิกฺขเณ รูปานํ อุปฺปตฺตีติ. อิติ อยํ เหตุ ปฏิสนฺธิยเมว กฏตฺตารูปานํ ปจฺจโย โหติ, น ปวตฺเตติ.
นนุ ‘‘เหตู สหชาตานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโยติ วุตฺเต สพฺโพปิ อยมตฺโถ คหิโต โหติ, อถ กสฺมา ‘‘เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปาน’’นฺติ อิทํ คหิตนฺติ? ปวตฺติยํ กฏตฺตารูปาทีนํ ปจฺจยภาวปฏิพาหนโต. เอวญฺหิ สติ ยานิ ปวตฺติยํ เหตุนา สห เอกกฺขเณ กฏตฺตารูปานิ เจว อุตุอาหารสมุฏฺฐานานิ จ ชายนฺติ, เตสมฺปิ เหตู เหตุปจฺจโยติ อาปชฺเชยฺย, น จ โส เตสํ ปจฺจโย. ตสฺมา เตสํ ปจฺจยภาวสฺส ปฏิพาหนตฺถเมตํ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ ‘‘นานปฺปการเภทโต ปจฺจยุปฺปนฺนโต’’ติ อิเมสํ ปทานํ วเสเนตฺถ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย. เตสุ นานปฺปการเภทโตติ อยญฺหิ เหตุ นาม ชาติโต กุสลากุสลวิปากกิริยเภทโต จตุพฺพิโธ. ตตฺถ กุสลเหตุ ภูมนฺตรโต กามาวจราทิเภเทน จตุพฺพิโธ, อกุสลเหตุ กามาวจโรว วิปากเหตุ กามาวจราทิเภเทน จตุพฺพิโธ, กิริยเหตุ กามาวจโร รูปาวจโร อรูปาวจโรติ ติวิโธ. ตตฺถ กามาวจรกุสลเหตุ นามโต อโลภาทิวเสน ติวิโธ. รูปาวจราทิกุสลเหตูสุปิ เอเสว นโย. อกุสลเหตุ โลภาทิวเสน ติวิโธ. วิปากกิริยเหตู ปน อโลภาทิวเสน ตโย ตโย โหนฺติ. ตํตํจิตฺตสมฺปโยควเสน ปน เตสํ เตสํ เหตูนํ นานปฺปการเภโทเยวาติ เอวํ ตาเวตฺถ นานปฺปการเภทโต วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.
ปจฺจยุปฺปนฺนโตติ อิมินา ปจฺจเยน อิเม ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อิเมสํ นาม ธมฺมานํ อยํ ปจฺจโยติ เอวมฺปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโยติ อตฺโถ. ตตฺถ อิมสฺมึ ตาว เหตุปจฺจเย กามาวจรกุสลเหตุ กามภวรูปภเวสุ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานญฺจ เหตุปจฺจโย โหติ, อรูปภเว สมฺปยุตฺตธมฺมานํเยว. รูปาวจรกุสลเหตุ กามภวรูปภเวสุเยว สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานญฺจ เหตุปจฺจโย. อรูปาวจรกุสลเหตุ กามาวจรกุสลเหตุสทิโสว. ตถา อปริยาปนฺนกุสลเหตุ, ตถา อกุสลเหตุ. กามาวจรวิปากเหตุ ปน กามภวสฺมึเยว อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ, ปฏิสนฺธิยํ กฏตฺตารูปานํ, ปวตฺเต จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานญฺจ เหตุปจฺจโย. รูปาวจรวิปากเหตุ รูปภเว วุตฺตปฺปการานญฺเญว เหตุปจฺจโย. อรูปาวจรวิปากเหตุ อรูปภเว สมฺปยุตฺตกานญฺเญว เหตุปจฺจโย. อปริยาปนฺนวิปากเหตุ กามภวรูปภเวสุ สมฺปยุตฺตกานญฺเจว จิตฺตสมุฏฺฐานรูปานญฺจ อรูปภเว อรูปธมฺมานญฺเญว เหตุปจฺจโย. กิริยเหตูสุ ปน เตภูมเกสุปิ กุสลเหตุสทิโสว ปจฺจโยติ. เอวเมตฺถ ปจฺจยุปฺปนฺนโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโยติ.
เหตุปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา.