๑. ปุคฺคลวารวณฺณนา

๖๓. อิทานิ ฐปิตานุกฺกเมน มาติกํ วิสฺสชฺเชตุํ ยสฺส จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌตีติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อุปฺปชฺชตีติ อุปฺปาทกฺขณสมงฺคิตาย อุปฺปชฺชติ น นิรุชฺฌตีติ นิโรธกฺขณํ อปฺปตฺตตาย น นิรุชฺฌติ. ตสฺส จิตฺตนฺติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตโต ปฏฺฐาย จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ ปุจฺฉติ. เตสํ จิตฺตนฺติ เยสํ ปริจฺฉินฺนวฏฺฏทุกฺขานํ ขีณาสวานํ สพฺพปจฺฉิมสฺส จุติจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขโณ วตฺตติ, เอเตสํ ตเทว จุติจิตฺตํ อุปฺปาทปฺปตฺตตาย อุปฺปชฺชติ นาม, ภงฺคํ อปฺปตฺตตาย น นิรุชฺฌติ. อิทานิ ปน ภงฺคํ ปตฺวา ตํ เตสํ จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ, ตโต อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา อญฺญํ นุปฺปชฺชิสฺสติ. อิตเรสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคึ ขีณาสวํ ฐเปตฺวา อวเสสานํ เสกฺขาเสกฺขปุถุชฺชนานํ นิรุชฺฌิสฺสติ เจว อุปฺปชฺชิสฺสติ จาติ ยํ ตํ อุปฺปาทกฺขณปฺปตฺตํ ตํ นิรุชฺฌิสฺสเตว. อญฺญํ ปน ตสฺมึ วา อญฺญสฺมึ วา อตฺตภาเว อุปฺปชฺชิสฺสติ เจว นิรุชฺฌิสฺสติ จ. ทุติยปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนปิ ตถารูปสฺเสว ขีณาสวสฺส จิตฺตํ สนฺธาย ‘อามนฺตา’ติ วุตฺตํ. นุปฺปชฺชติ นิรุชฺฌตีติ ภงฺคกฺขเณ อรหโต ปจฺฉิมจิตฺตมฺปิ เสสานํ ภิชฺชมานจิตฺตมฺปิ. ตโต ปฏฺฐาย ปน อรหโต จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสตีติ สกฺกา วตฺตุํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ปน น สกฺกา. เสสานํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ สกฺกา วตฺตุํ, น นิรุชฺฌิสฺสตีติ น สกฺกา. ตสฺมา ‘โน’ติ ปฏิเสโธ กโต. ทุติยปเญฺห ยสฺส จิตฺตํ น นิรุชฺฌิสฺสติ, อุปฺปชฺชิสฺสตีติ โส ปุคฺคโลเยว นตฺถิ, ตสฺมา นตฺถีติ ปฏิกฺเขโป กโต.

๖๕-๘๒. อุปฺปนฺนนฺติ อุปฺปาทสมงฺคิโนเปตํ นามํ. อุปฺปาทํ ปตฺวา อนิรุทฺธสฺสาปิ. ตตฺถ อุปฺปาทสมงฺคิตํ สนฺธาย ‘อามนฺตา’ติ, อุปฺปาทํ ปตฺวา อนิรุทฺธภาวํ สนฺธาย ‘‘เตสํ จิตฺตํ อุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ. อนุปฺปนฺนนฺติ อุปฺปาทํ อปฺปตฺตํ. เตสํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ เอตฺถาปิ สพฺเพสํ ตาว จิตฺตํ ขณปจฺจุปฺปนฺนเมว หุตฺวา อุปฺปาทกฺขณํ อตีตตฺตา อุปฺปชฺชิตฺถ นาม, นิโรธสมาปนฺนานํ นิโรธโต ปุพฺเพ อุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา, อสญฺญสตฺตานํ สญฺญีภเว อุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา. อุปฺปชฺชิตฺถ เจว อุปฺปชฺชติ จาติ อุปฺปาทํ ปตฺตตฺตา อุปฺปชฺชิตฺถ, อนตีตตฺตา อุปฺปชฺชติ นามาติ อตฺโถ.

อุปฺปาทกฺขเณ อนาคตญฺจาติ อุปฺปาทกฺขเณ จ จิตฺตํ อนาคตญฺจ จิตฺตนฺติ อตฺโถ.

๘๓. อติกฺกนฺตกาลวาเร อุปฺปชฺชมานํ ขณนฺติ อุปฺปาทกฺขณํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อุปฺปาทกฺขโณ อุปฺปชฺชมาโน นาม น โหติ, อุปฺปชฺชมานสฺส ปน ขณตฺตา เอวํ วุตฺโต. ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลนฺติ น จิรํ วีติกฺกนฺตํ ตเมว ปน อุปฺปาทกฺขณํ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลนฺติ สงฺขํ คจฺฉติ. นิรุชฺฌมานํ ขณนฺติ นิโรธกฺขณํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ นิโรธกฺขโณ นิรุชฺฌมาโน นาม น โหติ, นิรุชฺฌมานสฺส ปน ขณตฺตา เอวํ วุตฺโต. ขณํ วีติกฺกนฺตํ อติกฺกนฺตกาลนฺติ กึ ตสฺส จิตฺตํ เอวํ นิโรธกฺขณมฺปิ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลํ นาม โหตีติ ปุจฺฉติ. ตตฺถ ยสฺมา ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลํ โหติ, นิโรธกฺขณํ ขณํ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลํ นาม น โหติ. อตีตํ ปน จิตฺตํ อุโภปิ ขเณ ขณํ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลํ นาม, ตสฺมา ‘‘ภงฺคกฺขเณ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณํ วีติกฺกนฺตํ, ภงฺคกฺขณํ อวีติกฺกนฺตํ, อตีตํ จิตฺตํ อุปฺปาทกฺขณญฺจ วีติกฺกนฺตํ ภงฺคกฺขณญฺจ วีติกฺกนฺตนฺติ วิสฺสชฺชนมาห. ทุติยปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน ยสฺมา อตีตํ จิตฺตํ อุโภปิ ขเณ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลํ นาม โหติ, ตสฺมา อตีตํ จิตฺตนฺติ วุตฺตํ. ปฏิโลมปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน ยสฺมา อุปฺปาทกฺขเณ จ จิตฺตํ อนาคตญฺจ จิตฺตํ อุโภปิ ขเณ ขณํ วีติกฺกนฺตํ หุตฺวา อติกฺกนฺตกาลํ นาม น โหติ, เตสํ ขณานํ อวีติกฺกนฺตตฺตา. ตสฺมา ‘‘อุปฺปาทกฺขเณ จิตฺตํ อนาคตํ จิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ทุติยวิสฺสชฺชนํ ปากฏเมว.

๘๔-๑๑๓. ธมฺมวาเรปิ อิมินาวุปาเยน สพฺพวิสฺสชฺชเนสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปุคฺคลธมฺมวาโร ธมฺมวารคติโกเยว.

๑๑๔-๑๑๖. สพฺเพปิ มิสฺสกวารา ยสฺส สราคํ จิตฺตนฺติอาทินา นเยน มุขมตฺตํ ทสฺเสตฺวา สงฺขิตฺตา. วิตฺถาโร ปน เนสํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เตสุ ปน ‘‘ยสฺส สราคํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, น นิรุชฺฌติ; ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ, นุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพตาย ปุจฺฉาว สทิสา โหติ. ยสฺมา ปน สราคํ จิตฺตํ ปจฺฉิมจิตฺตํ น โหติ, ตสฺมา ‘‘ยสฺส สราคํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, น นิรุชฺฌติ; ตสฺส จิตฺตํ นิรุชฺฌิสฺสติ, นุปฺปชฺชิสฺสตีติ โน’’ติ เอวํ วิสฺสชฺชิตพฺพตฺตา วิสฺสชฺชนํ อสทิสํ โหติ. ตํ ตํ ตสฺสา ตสฺสา ปุจฺฉาย อนุรูปวเสน เวทิตพฺพนฺติ.

จิตฺตยมกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.