๑. อนุสยวารวณฺณนา
๓. สตฺตนฺนํ ปน มหาวารานํ ปฐเม อนุสยวาเร ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ, ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ เอตฺถ ยเทตํ ‘‘อามนฺตา’’ติ ปฏิวจนํ ทินฺนํ, ตํ ทุทฺทินฺนํ วิย ขายติ. กสฺมา? กามราคปฏิฆานํ เอกกฺขเณ อนุปฺปตฺติโต. ยถา หิ ‘‘ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตีติ ‘อามนฺตา’, อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กายสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชติ, วจีสงฺขาโร จ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ มนายตนธมฺมายตนานิ กายสงฺขารวจีสงฺขารา จ เอกกฺขเณ อุปฺปชฺชนฺติ, น ตถา กามราคปฏิฆา. กามราโค หิ อฏฺฐสุ โลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ. ปฏิโฆ ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสูติ, นตฺถิ เนสํ เอกกฺขเณ อุปฺปตฺติ; ตสฺมา เอตฺถ ‘โน’ติ ปฏิเสโธ กตฺตพฺโพ สิยา. ตํ อกตฺวา ปน ‘อามนฺตา’ติ ปฏิวจนสฺส ทินฺนตฺตา เหฏฺฐายมเกสุ วิย เอตฺถ ขณปจฺจุปฺปนฺนวเสน วตฺตมานโวหารํ อคฺคเหตฺวา อญฺญถา คเหตพฺโพ.
กถํ? อปฺปหีนวเสน. อปฺปหีนตญฺหิ สนฺธาย อยํ ‘‘อนุเสตี’’ติ วตฺตมานโวหาโร วุตฺโต, น ขณปจฺจุปฺปนฺนตํ. ยสฺมา จ อปฺปหีนตํ สนฺธาย วุตฺโต, ตสฺมา ‘‘ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ, ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสตี’’ติ ปุจฺฉาย ยสฺส กามราคานุสโย อปฺปหีโน, น อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาทิโต, ตสฺส ปฏิฆานุสโยปิ อปฺปหีโนติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา จ เตสุ ยสฺเสโก อปฺปหีโน, ตสฺส อิตโรปิ อปฺปหีโนว โหติ, ตสฺมา ‘‘อามนฺตา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ, ยํ อุปริ อุปฺปชฺชนวาเร ‘ยสฺส กามราคานุสโย อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปฏิฆานุสโย อุปฺปชฺชตี’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘อามนฺตา’ติ วุตฺตํ; ตตฺถ กถํ อตฺโถ คเหตพฺโพติ? ตตฺถาปิ อปฺปหีนวเสเนว อุปฺปตฺติปจฺจเย สติ อุปฺปตฺติยา อนิวาริตวเสน วา. ยถา หิ จิตฺตกมฺมาทีนิ อารภิตฺวา อปรินิฏฺฐิตกมฺมนฺตา จิตฺตการาทโย เตสํ กมฺมนฺตานํ อกรณกฺขเณปิ มิตฺตสุหชฺชาทีหิ ทิฏฺฐทิฏฺฐฏฺฐาเน ‘‘อิเมสุ ทิวเสสุ กึ กโรถา’’ติ วุตฺตา, ‘‘จิตฺตกมฺมํ กโรม, กฏฺฐกมฺมํ กโรมา’’ติ วทนฺติ. เต กิญฺจาปิ ตสฺมึ ขเณ น กโรนฺติ อวิจฺฉินฺนกมฺมนฺตตฺตา ปน กตขณญฺจ กตฺตพฺพขณญฺจ อุปาทาย กโรนฺติเยว นาม โหนฺติ. เอวเมว ยมฺหิ สนฺตาเน อนุสยา อปฺปหีนา, ยมฺหิ วา ปน เนสํ สนฺตาเน อุปฺปตฺติปจฺจเย สติ อุปฺปตฺติ อนิวาริตา, ตตฺถ อนุปฺปชฺชนกฺขเณปิ อุปฺปนฺนปุพฺพญฺเจว กาลนฺตเร อุปฺปชฺชนกญฺจ อุปาทาย ยสฺส กามราคานุสโย อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปฏิฆานุสโย อุปฺปชฺชติเยว นามาติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ วิสฺสชฺชเนสุ เอเสว นโย. โน จ ตสฺสาติ อิทํ อนาคามิสฺส กามราคพฺยาปาทานํ อนวเสสโต ปหีนตฺตา วุตฺตํ. ติณฺณํ ปุคฺคลานนฺติ ปุถุชฺชนโสตาปนฺนสกทาคามีนํ. ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานนฺติ โสตาปนฺนสกทาคามีนํ. ปรโตปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ เอเสว นโย.
๑๔. โอกาสวารสฺส ปฐมทุติยปุจฺฉาสุ ยสฺมา กามราคานุสโย กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อนุเสติ, ปฏิฆานุสโย ทุกฺขเวทนาย; ตสฺมา ‘โน’ติ ปฏิเสโธ กโต. ตติยปุจฺฉายํ อุภินฺนมฺปิ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อนุสยนโต ‘อามนฺตา’ติ ปฏิวจนํ ทินฺนํ. รูปธาตุอรูปธาตุยา ปน มานานุสยสฺส กามราคานุสเยน สทฺธึ อสาธารณํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ. ตสฺมา โน จ ตตฺถ กามราคานุสโยติ วุตฺตํ. อิมินา นเยน สพฺเพสํ อุปฺปตฺติฏฺฐานวารํ โอโลเกตฺวา สาธารณาสาธารณํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.
๒๐. ทุกมูลกปุจฺฉายํ ยสฺมา กามราคปฏิฆานุสยา นาปิ เอกสฺมึ ฐาเน อุปฺปชฺชนฺติ, น เอกํ ธมฺมํ อารมฺมณํ กโรนฺติ, ตสฺมา นตฺถีติ ปฏิกฺเขโป กโต. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. ยสฺมึ อิเม เทฺว อนุสยา อนุสเยยฺยุํ, ตํ ฐานเมว นตฺถิ. ตสฺมา ‘‘กตฺถ มานานุสโย อนุเสตี’’ติ อยํ ปุจฺฉา อปุจฺฉาเยวาติ. อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ เอเสว นโย.
๒๗. ปุคฺคโลกาสวาเร จตุนฺนนฺติ ปุถุชฺชนโสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามีนํ.
๓๖. ปฏิโลมนเย ยสฺส กามราคานุสโย นานุเสตีติ อยํ ปุจฺฉา อนาคามึ คเหตฺวา ปุจฺฉติ.
๕๖. ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ สพฺพตฺถ กามราคานุสโย นานุเสตีติ อนาคามิอรหนฺตานํ. กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสูติ จ เวทนาคฺคหเณน เวทนาสมฺปยุตฺตกานมฺปิ เตสํ วตฺถารมฺมณานมฺปีติ สพฺเพสมฺปิ กามาวจรธมฺมานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. อยํ อนุสยวาเร วินิจฺฉยกถา.
อนุสยวารวณฺณนา.