๑. วาทยุตฺติปริหานิวณฺณนา
๒๓๙. อิทานิ ปริหานิกถา โหติ. ปริหานิธมฺโม อปริหานิธมฺโม, ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา เสกฺขสฺส, ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ’’ (อ. นิ. ๒.๑๘๕), ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สมยวิมุตฺตสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๔๙) เอวมาทีนิ หิ สุตฺตานิ นิสฺสาย สมฺมิติยา วชฺชิปุตฺตกา สพฺพตฺถิวาทิโน เอกจฺเจ จ มหาสงฺฆิกา อรหโตปิ ปริหานึ อิจฺฉนฺติ, ตสฺมา เต วา โหนฺตุ อญฺเญเยว วา, เยสํ อยํ ลทฺธิ, เตสํ ลทฺธิภินฺทนตฺถํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส. ตตฺร ปริหายตีติ เทฺว ปริหานิโย ปตฺตปริหานิ จ อปฺปตฺตปริหานิ จ. ตตฺถ ‘‘ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา โคธิโก ตมฺหา สามยิกาย เจโตวิมุตฺติยา ปริหายี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๕๙) อยํ ปตฺตปริหานิ นาม. ‘‘มา โว สามญฺญตฺถิกานํ สตํ สามญฺญตฺโถ ปริหายี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๑๖-๔๑๘) อยํ อปฺปตฺตปริหานิ. ตาสุ อิธ ปตฺตปริหานิ อธิปฺเปตา. ตญฺหิ สนฺธาย อามนฺตาติ ปฏิญฺญา ปรวาทิสฺส. สกสมเย ปน อิมํ ปตฺตปริหานึ นาม โลกิยสมาปตฺติยาว อิจฺฉนฺติ, น อรหตฺตาทีหิ สามญฺญผเลหิ. ปรสมเยปิ นํ สพฺพสามญฺญผเลสุ สพฺพภเวสุ สพฺพกาเลสุ สพฺเพสญฺจ ปุคฺคลานํ น อิจฺฉนฺติ. ตํ ปน เตสํ ลทฺธิมตฺตเมวาติ สพฺพํ ลทฺธิชาลํ ภินฺทิตุํ ปุน สพฺพตฺถาติอาทินา นเยน เทสนา วฑฺฒิตา.
ตตฺถ ยสฺมา ปรวาที กเมน ปริหายิตฺวา โสตาปตฺติผเล ฐิตสฺส อรหโต ปริหานึ น อิจฺฉติ, อุปริผเลสุ ฐิตสฺเสว อิจฺฉติ. ยสฺมา จ รูปารูปภเวสุ ฐิตสฺส น อิจฺฉติ, กมฺมารามตาทีนํ ปน ปริหานิยธมฺมานํ ภาวโต กามภเว ฐิตสฺเสว อิจฺฉติ, ตสฺมา ‘‘สพฺพตฺถา’’ติ ปุฏฺโฐ ปฏิกฺขิปติ. ปุน ทฬฺหํ กตฺวา ปุฏฺโฐ กามภวํ สนฺธาย ปฏิชานาติ. สพฺพสฺมิมฺปิ หิ กามภเว ปริหานิกรา กามคุณา อตฺถิ, ตสฺมา ตตฺถ ปริหายตีติ ตสฺส ลทฺธิ.
ตติยปุจฺฉาย ปริหานีติ ปริหานิกเร ธมฺเม ปุจฺฉติ. ตตฺถ ยสฺมา ปริหานิ นาม กมฺมารามตาทิธมฺมา, วิเสสโต วา กามราคพฺยาปาทา เอว, เต จ รูปารูปภเว นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘น เหว’’นฺติ ปฏิกฺเขโป ปรวาทิสฺส.
สพฺพทาติ กาลปุจฺฉา. ตตฺถ ปฐมปเญฺห โยนิโสมนสิการกาเล อปริหายนโต ปฏิกฺขิปติ. ทุติเย อโยนิโสมนสิกโรโต รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา สพฺพทา ปริหายนโต ปฏิชานาติ. ตติเย ปริหานิกรธมฺมสมาโยเค สติ มุหุตฺตเมว ปริหานิ นาม โหติ, ตโต ปุพฺเพ อปริหีนสฺส ปจฺฉา ปริหีนสฺส จ ปริหานิ นาม นตฺถีติ ปฏิกฺขิปติ.
สพฺเพว อรหนฺโตติ ปญฺหานํ ปฐมสฺมึ ติกฺขินฺทฺริเย สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. ทุติยสฺมึ มุทินฺทฺริเย สนฺธาย ปฏิชานาติ. ตติยสฺมิมฺปิ ติกฺขินฺทฺริยาว อธิปฺเปตา. เตสญฺหิ สพฺเพสมฺปิ ปริหานิ น โหตีติ ตสฺส ลทฺธิ.
เสฏฺฐิอุทาหรเณ ปฐมปุจฺฉา ปรวาทิสฺส, ทุติยา สกวาทิสฺส. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ยํ มํ ตุเมฺห ปุจฺฉถ – ‘‘อรหา อรหตฺตา ปริหายนฺโต จตูหิ ผเลหิ ปริหายตี’’ติ, ตตฺร โว ปฏิปุจฺฉามิ – ‘‘จตูหิ สตสหสฺเสหิ เสฏฺฐี เสฏฺฐิตฺตํ กโรนฺโต สตสหสฺเสหิ ปริหีเน เสฏฺฐี เสฏฺฐิตฺตา ปริหีโน โหตี’’ติ. ตโต สกวาทินา เอกเทเสน ปริหานึ สนฺธาย ‘‘อามนฺตา’’ติ วุตฺเต สพฺพสาปเตยฺยา ปริหีโน โหตีติ ปุจฺฉติ. ตถา อปริหีนตฺตา สกวาที น เหวาติ วตฺวา อถ นํ ‘‘เอวเมว อรหาปิ ปริหายติ จ. น จ จตูหิ ผเลหี’’ติ อุปฺปนฺนลทฺธิกํ ทุติยํ ภพฺพปญฺหํ ปุจฺฉติ. ปรวาที เสฏฺฐิโน อภพฺพตาย นิยมํ อปสฺสนฺโต ปฏิชานิตฺวา อรหโต จตูหิ ผเลหิ ปริหานิภพฺพตํ ปุฏฺโฐ ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๗) วจนสฺส อโยนิโส อตฺถํ คเหตฺวา ลทฺธิยํ ฐิโต โสตาปตฺติผลโต ปริหายิตุํ อภพฺพตํ สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. ตํ ปนสฺส ลทฺธิมตฺตเมวาติ.
เอตฺตาวตา วาทยุตฺติ นาม นิฏฺฐิตา โหติ.