๒. ปวตฺติวารวณฺณนา
๑๘-๒๑. อิธาปิ จ ปวตฺติวารสฺส อุปฺปาทวาราทีสุ ตีสุ อนฺตรวาเรสุ เอเกกสฺมึ ฉเฬว กาลเภทา. เตสํ เอเกกสฺมึ กาเล ปุคฺคลวาราทโย ตโย วารา. เต สพฺเพปิ อนุโลมปฏิโลมนยวเสน ทุวิธาว โหนฺติ. ตตฺถ ปจฺจุปฺปนฺนกาเล ปุคฺคลวารสฺส อนุโลมนเย ยถา ขนฺธยมเก รูปกฺขนฺธมูลกานิ จตฺตาริ, เวทนากฺขนฺธมูลกานิ ตีณิ, สญฺญากฺขนฺธมูลกานิ เทฺว, สงฺขารกฺขนฺธมูลกํ เอกนฺติ อคฺคหิตคฺคหเณน ทส ยมกานิ โหนฺติ. เอวํ ‘‘ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ; ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ; ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ฆาณายตนํ, ชิวฺหายตนํ, กายายตนํ, รูปายตนํ, สทฺทายตนํ, คนฺธายตนํ, รสายตนํ, โผฏฺฐพฺพายตนํ, มนายตนํ, ธมฺมายตนํ, อุปฺปชฺชติ; ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตี’’ติ เอวํ จกฺขายตนมูลกานิ เอกาทส. ‘‘ยสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา นเยน โสตายตนมูลกานิ ทส; ฆานายตนมูลกานิ นว, ชิวฺหายตนมูลกานิ อฏฺฐ; กายายตนมูลกานิ สตฺต; รูปายตนมูลกานิ ฉ; สทฺทายตนมูลกานิ ปญฺจ; คนฺธายตนมูลกานิ จตฺตาริ; รสายตนมูลกานิ ตีณิ; โผฏฺฐพฺพายตนมูลกานิ เทฺว; มนายตนมูลกํ เอกนฺติ อคฺคหิตคฺคหเณน ฉสฏฺฐิ ยมกานิ โหนฺติ.
ตตฺถ จกฺขายตนมูลเกสุ เอกาทสสุ ‘‘ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส โสตายตนํ, ฆานายตนํ, รูปายตนํ, มนายตนํ, ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชตี’’ติ อิมานิ ปญฺเจว วิสฺสชฺชิตานิ. เตสุ ปฐมํ วิสฺสชฺเชตพฺพํ ตาว วิสฺสชฺชิตํ. ทุติยํ กิญฺจาปิ ปฐเมน สทิสวิสฺสชฺชนํ, จกฺขุโสตายตนานํ ปวตฺติฏฺฐาเน ปน ฆานายตนสฺส น เอกนฺเตน ปวตฺติโต ‘‘กถํ นุ โข เอตํ วิสฺสชฺเชตพฺพ’’นฺติ วิมตินิวารณตฺถํ วิสฺสชฺชิตํ. รูปายตนมนายตนธมฺมายตเนหิ สทฺธึ ตีณิ ยมกานิ อสทิสวิสฺสชฺชนตฺตา วิสฺสชฺชิตานิ. เสเสสุ ชิวฺหายตนกายายตเนหิ ตาว สทฺธึ เทฺว ยมกานิ ปุริเมหิ ทฺวีหิ สทฺธึ สทิสวิสฺสชฺชนานิ. สทฺทายตนสฺส ปฏิสนฺธิกฺขเณ อนุปฺปตฺติโต เตน สทฺธึ ยมกสฺส วิสฺสชฺชนเมว นตฺถิ. คนฺธรสโผฏฺฐพฺพายตเนหิปิ สทฺธึ ตีณิ ยมกานิ ปุริเมหิ ทฺวีหิ สทิสวิสฺสชฺชนาเนว โหนฺตีติ ตนฺติยา ลหุภาวตฺถํ สงฺขิตฺตานิ. โสตายตนมูลเกสุ ยํ ลพฺภติ, ตํ ปุริเมหิ สทิสวิสฺสชฺชนเมวาติ เอกมฺปิ ปาฬึ นารุฬฺหํ. ฆานายตนมูลเกสุ รูปายตเนน สทฺธึ เอกํ, มนายตนธมฺมายตเนหิ สทฺธึ เทฺวติ ตีณิ ยมกานิ ปาฬึ อารุฬฺหานิ. เสสานิ ฆานายตนยมเกน สทิสวิสฺสชฺชนตฺตา นารุฬฺหานิ. ตถา ชิวฺหายตนกายายตนมูลกานิ. รูปายตนมูลเกสุ มนายตนธมฺมายตเนหิ สทฺธึ เทฺวเยว วิสฺสชฺชิตานิ. คนฺธรสโผฏฺฐพฺเพหิ ปน สทฺธึ ตีณิ รูปายตนมนายตเนหิ สทฺธึ สทิสวิสฺสชฺชนานิ. ยเถว เหตฺถ ‘‘สรูปกานํ อจิตฺตกาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, ตถา อิธาปิ ‘‘สรูปกานํ อคนฺธกานํ, อรสกานํ อโผฏฺฐพฺพกาน’’นฺติ โยชนา เวทิตพฺพา. คนฺธาทีนิ เจตฺถ อายตนภูตาเนว อธิปฺเปตานิ. ตสฺมา ‘‘สรูปกานํ สคนฺธายตนาน’’นฺติ อายตนวเสเนตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
สทฺทายตนมูลกานิ อตฺถาภาวโต ปาฬึ นารุฬฺหาเนว. คนฺธรสโผฏฺฐพฺพมูลกานิ จตฺตาริ ตีณิ เทฺว จ เหฏฺฐิเมหิ สทิสวิสฺสชฺชนตฺตา ปาฬึ นารุฬฺหานิ. มนายตนมูลกํ วิสฺสชฺชิตเมวาติ เอวเมตานิ ปจฺจุปฺปนฺนกาเล ปุคฺคลวารสฺส อนุโลมนเย กติปยยมกวิสฺสชฺชเนเนว ฉสฏฺฐิยมกานิ วิสฺสชฺชิตานิ นาม โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. ยถา จ ปุคฺคลวาเร, เอวํ โอกาสวาเรปิ ปุคฺคโลกาสวาเรปิ ฉสฏฺฐีติ ปจฺจุปฺปนฺนกาเล ตีสุ วาเรสุ อนุโลมนเย อฏฺฐนวุติสตํ ยมกานิ โหนฺติ. ยถา จ อนุโลมนเย, เอวํ ปฏิโลมนเยปีติ สพฺพานิปิ ปจฺจุปฺปนฺนกาเล ฉนฺนวุตาธิกานิ ตีณิ ยมกสตานิ โหนฺติ. เตสุ ทฺวานวุตาธิกานิ สตฺต ปุจฺฉาสตานิ, จตุราสีตาธิกานิ จ ปนฺนรส อตฺถสตานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. เอวํ เสเสสุปิ ปญฺจสุ กาลเภเทสูติ สพฺพานิปิ ฉสตฺตตาธิกานิ เตวีสติ ยมกสตานิ. ตโต ทิคุณา ปุจฺฉา, ตโต ทิคุณา อตฺถาติ อิทเมตฺถ อุปฺปาทวาเร ปาฬิววตฺถานํ. นิโรธวารอุปฺปาทนิโรธวาเรสุปิ เอเสว นโยติ. สพฺพสฺมิมฺปิ ปวตฺติวาเร อฏฺฐวีสานิ เอกสตฺตติ ยมกสตานิ. ตโต ทิคุณา ปุจฺฉา, ตโต ทิคุณา อตฺถา เวทิตพฺพา. ปาฬิ ปน มนายตนํ ธมฺมายตนญฺจ เอกสทิสํ, นานํ นตฺถิ. อุปริ ปน ‘‘วารสงฺเขโป โหตี’’ติอาทีนิ วตฺวา ตตฺถ ตตฺถ สงฺขิตฺตา. ตสฺมา ยํ ตตฺถ ตตฺถ สงฺขิตฺตํ, ตํ สพฺพํ อสมฺมุยฺหนฺเตหิ สลฺลกฺเขตพฺพํ.
อตฺถวินิจฺฉเย ปเนตฺถ อิทํ นยมุขํ. สจกฺขุกานํ อโสตกานนฺติ อปาเย ชาติพธิรโอปปาติกํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส หิ สจกฺขุโก อโสตโก หุตฺวา อุปปชฺชติ. ยถาห – ‘‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กสฺสจิ อปรานิ ทสายตนานิ ปาตุภวนฺติ. โอปปาติกานํ เปตานํ, โอปปาติกานํ อสุรานํ, โอปปาติกานํ ติรจฺฉานคตานํ, โอปปาติกานํ เนรยิกานํ; ชจฺจพธิรานํ อุปปตฺติกฺขเณ ทสายตนานิ ปาตุภวนฺติ, จกฺขายตนํ รูปฆานคนฺธชิวฺหารสกายโผฏฺฐพฺพายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตน’’นฺติ. สจกฺขุกานํ สโสตกานนฺติ สุคติทุคฺคตีสุ ปริปุณฺณายตเน จ โอปปาติเก รูปีพฺรหฺมาโน จ สนฺธาย วุตฺตํ. เต หิ สจกฺขุกา สโสตกา หุตฺวา อุปปชฺชนฺติ. ยถาห – ‘‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กสฺสจิ เอกาทสายตนานิ ปาตุภวนฺติ; กามาวจรานํ เทวานํ, ปฐมกปฺปิกานํ มนุสฺสานํ, โอปปาติกานํ เปตานํ, โอปปาติกานํ อสุรานํ, โอปปาติกานํ ติรจฺฉานคตานํ, โอปปาติกานํ เนรยิกานํ, ปริปุณฺณายตนานํ. รูปธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ ปญฺจายตนานิ ปาตุภวนฺติ, จกฺขายตนํ รูปโสตมนายตนํ ธมฺมายตน’’นฺติ.
อฆานกานนฺติ พฺรหฺมปาริสชฺชาทโย สนฺธาย วุตฺตํ. เต หิ สจกฺขุกา อฆานกา หุตฺวา อุปปชฺชนฺติ. กามธาตุยํ ปน อฆานโก โอปปาติโก นตฺถิ. ยทิ ภเวยฺย ‘‘กสฺสจิ อฏฺฐายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ เวทยฺย. โย คพฺภเสยฺยโก ปน อฆานโก สิยา, โส ‘‘สจกฺขุกาน’’นฺติ วจนโต อิธ อนธิปฺเปโต. สจกฺขุกานํ สฆานกานนฺติ ชจฺจพธิรมฺปิ ปริปุณฺณายตนมฺปิ โอปปาติกํ สนฺธาย วุตฺตํ. สฆานกานํ อจกฺขุกานนฺติ ชจฺจนฺธมฺปิ ชจฺจพธิรมฺปิ โอปปาติกํ สนฺธาย วุตฺตเมว. สฆานกานํ สจกฺขุกานนฺติ ปริปุณฺณายตนเมว โอปปาติกํ สนฺธาย วุตฺตํ.
สรูปกานํ อจกฺขุกานนฺติ เอตฺถ ชจฺจนฺธชจฺจพธิรโอปปาติเกสุ อญฺญตโรปิ คพฺภเสยฺยโกปิ ลพฺภติเยว. สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานนฺติ เอตฺถ เหฏฺฐา วุตฺเตหิ ชจฺจนฺธาทีหิ ตีหิ สทฺธึ อรูปิโนปิ ลพฺภนฺติ. อจกฺขุกานนฺติ เอตฺถ ปุริมปเท วุตฺเตหิ จตูหิ สทฺธึ อสญฺญสตฺตาปิ ลพฺภนฺติ. สรูปกานํ อฆานกานนฺติ เอตฺถ คพฺภเสยฺยกา จ อสญฺญสตฺตา จ เสสรูปีพฺรหฺมาโน จ ลพฺภนฺติ. สจิตฺตกานํ อฆานกานนฺติ เอตฺถ คพฺภเสยฺยกา จ รูปารูปพฺรหฺมาโน จ ลพฺภนฺติ. อจิตฺตกานํ อรูปกานนฺติปเทสุ ปน เอกโวการจตุโวการสตฺตาว ลพฺภนฺตีติ อิมินา นเยน สพฺเพสุ ปุคฺคลวาเรสุ ปุคฺคลวิภาโค เวทิตพฺโพ.
๒๒-๒๕๔. โอกาสวาเร ยตฺถ จกฺขายตนนฺติ รูปีพฺรหฺมโลกํ ปุจฺฉติ. เตเนว อามนฺตาติ วุตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ ตเล นิยมโต ตานิ อายตนานิ ปฏิสนฺธิยํ อุปฺปชฺชนฺติ. อิทเมตฺถ นยมุขํ. อิมินา นยมุเขน สกเลปิ ปวตฺติวาเร อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปริญฺญาวาโร ขนฺธยมเก วุตฺตนโยเยวาติ.
ปวตฺติวารวณฺณนา.
อายตนยมกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.