๓. นิรยปาลกถาวณฺณนา
๘๖๖. อิทานิ นิรยปาลกถา นาม โหติ. ตตฺถ ‘‘นิรเย เนรยิกกมฺมาเนว นิรยปาลรูปวเสน วเธนฺติ, นตฺถิ นิรยปาลา นาม สตฺตา’’ติ เยสํ ลทฺธิ, เสยฺยถาปิ อนฺธกานํ; เต สนฺธาย ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, ปฏิญฺญา อิตรสฺส. อถ นํ ‘‘ยทิ ตตฺถ นิรยปาลา น สิยุํ, กมฺมการณาปิ น ภเวยฺยุํ. การณิเกสุ หิ สติ การณา’’ติ โจเทตุํ นตฺถิ นิรเยสูติอาทิมาห.
๘๖๗-๘๖๘. อตฺถิ มนุสฺเสสูติ ปจฺจกฺเขน ญาปนตฺถํ. ยถา หิ มนุสฺเสสุ สติ การณิเกสุ การณา, เอวํ ตตฺถาปีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อตฺถิ นิรเยสูติ ปุจฺฉา ปรวาทิสฺส, ปฏิญฺญา อิตรสฺส. น เวสฺสภู โนปิ จ เปตฺติราชาติ ปรวาทินา สกสมยโต สุตฺตํ อาภตํ. ตํ ปน สาสนาวจริกนฺติ สกวาทินา อนุญฺญาตํ. ตตฺถ เวสฺสภูติ เอโก เทโว. เปตฺติราชาติ เปตฺติวิสเย เปตมหิทฺธิโก. โสมาทโย ปากฏา เอว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อตฺตโน กมฺเมหิ อิโต ปณุนฺนํ ปรโลกํ ปตฺตํ ปุริสํ น เอเต เวสฺสภูอาทโย หนนฺติ. เยหิ ปน โส กมฺเมหิ ตตฺถ ปณุนฺโน, ตานิ สกานิ กมฺมานิเยว นํ ตตฺถ หนนฺตีติ กมฺมสฺสกตํ ทีเปติ, น นิรยปาลานํ อภาวํ. สกวาทินา ปน ตเมนํ, ภิกฺขเวติ อาภตานิ สุตฺตปทานิ นีตตฺถาเนวาติ.
นิรยปาลกถาวณฺณนา.