๑๙. ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา
๒๑๗. ภวํ นิสฺสาย ปเญฺห ภวนฺติ อุปปตฺติภวํ.
๒๑๘. เวทนํ เวทิยมานปเญฺห เวทนํ เวทิยมาโน ปริคฺคหิตเวทโน โยคาวจโรว ปชานาติ, พาลปุถุชฺชโน นปฺปชานาติ.
๒๒๔. กายานุปสฺสนาทิปญฺหา อุตฺตานตฺถาเยว.
๒๒๖. ปารายนคาถาย สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสูติ สตฺตสุญฺญตวเสน ขนฺธโลกํ โอโลเกหีติ อตฺโถ.
๒๒๘. ปุคฺคโล อเวกฺขตีติ สกวาทิปุจฺฉา. ปรวาทิสฺส หิ ‘‘สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสู’’ติ คาถาย โย อเวกฺขติ, โส ปุคฺคโลติ ลทฺธิ, ตสฺมา นํ เอวํ ปุจฺฉติ. สห รูเปนาติ รูปกาเยน สทฺธึ. ตโต อนิสฺสโฏ หุตฺวาติ อตฺโถ. อิทํ ปญฺจโวการวเสน อนุชานิตฺวา ปุน ตํ ชีวนฺติ ปุฏฺโฐ สุตฺตวิโรธภเยน ปฏิกฺขิปติ. วินา รูเปนาติ อิทํ จตุโวการวเสน อนุชานิตฺวา ปุน อญฺญํ ชีวนฺติ ปุฏฺโฐ สุตฺตวิโรธภเยเนว ปฏิกฺขิปติ. ‘‘อพฺภนฺตรคโต’’ติ จ ‘‘พหิทฺธา นิกฺขมิตฺวา’’ติ จ อิทํ ‘‘สห รูเปน วินา รูเปนา’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตสฺส ลกฺขณวจนํ. ตตฺถ อพฺภนฺตรคโตติ รูปสฺส อนฺโตคโต, อิโต วา เอตฺโต วา อนิกฺขมิตฺวา รูปปริจฺเฉทวเสเนว ฐิโต หุตฺวาติ อตฺโถ. นิกฺขมิตฺวาติ รูปปริจฺเฉทํ อติกฺกมิตฺวา. รูปํ อนิสฺสิโต หุตฺวาติ อตฺโถ.
๒๓๑. อนตฺตาติ อตฺตนา ชีเวน ปุคฺคเลน รหิโต. เอกธมฺเมปิ ปุคฺคโล นตฺถีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพสุตฺตานํ อาคมฏฺฐกถาสุ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิธ ปน สนฺธายภาสิตมตฺตเมว วกฺขาม.
๒๓๗. วุตฺตํ ภควตา สปฺปิกุมฺโภติอาทิ ‘‘สพฺพาว เทสนา ยถารุตวเสเนว อตฺถโต น คเหตพฺพา’’ติ ทสฺสนตฺถํ อาภตํ. ยถา หิ สุวณฺณํ คเหตฺวา กโต สุวณฺณวิกาโร กุมฺโภ สุวณฺณกุมฺโภติ วุจฺจติ, น เอวํ สปฺปึ คเหตฺวา กโต สปฺปิสฺส วิกาโร สปฺปิกุมฺโภ นาม อตฺถิ. ยสฺมึ ปน กุมฺเภ สปฺปิ ปกฺขิตฺตํ, โส สปฺปิกุมฺโภ นามาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เตลกุมฺภาทีสุปิ เอเสว นโย. ยถา จ นิพฺพานํ นิจฺจํ ธุวํ, น เอวํ ภตฺตํ วา ยาคุ วา อตฺถิ. กาลปริจฺเฉทํ ปน อกตฺวา ทิวเส ทิวเส ทสฺสามาติ ปญฺญตฺตวเสน ‘‘นิจฺจภตฺตํ ธุวยาคู’’ติ วุจฺจตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทีสุปิ ยถา รูปาทโย ธมฺมา ปจฺจตฺตลกฺขณสามญฺญลกฺขณวเสน อตฺถิ, น เอวํ ปุคฺคโล. รูปาทีสุ ปน สติ ‘เอวํนาโม’‘เอวํโคตฺโต’ติ โวหาโร โหติ. อิติ อิมินา โลกโวหาเรน โลกสมฺมุติยา โลกนิรุตฺติยา อตฺถิ ปุคฺคโลติ อยเมตฺถ อตฺโถ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา – ‘‘อิมา โข จิตฺต, โลกสมญฺญา โลกนิรุตฺติโย โลกโวหารา โลกปญฺญตฺติโย’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๔๐). รูปาทิธมฺมา ปน วินาปิ โลกสมฺมุตึ ปจฺจตฺตสามญฺญลกฺขณวเสน ปญฺญาปนโต อตฺถีติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
พุทฺธานํ ปน เทฺว กถา สมฺมุติกถา จ ปรมตฺถกถา จ. ตตฺถ สตฺโต, ปุคฺคโล, เทโว, พฺรหฺมาติอาทิกา สมฺมุติกถา นาม. อนิจฺจํ, ทุกฺขํ, อนตฺตา, ขนฺธา, ธาตุโย, อายตนานิ, สติปฏฺฐานา, สมฺมปฺปธานาติอาทิกา ปรมตฺถกถา นาม.
ตตฺถ โย สมฺมุติเทสนาย สตฺโตติ วา…เป… พฺรหฺมาติ วาติ วุตฺเต ชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ นิยฺยาตุํ อรหตฺตชยคฺคาหํ คเหตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ภควา อาทิโตว สตฺโตติ วา ปุคฺคโลติ วา โปโสติ วา เทโวติ วา พฺรหฺมาติ วา กเถติ. โย ปรมตฺถเทสนาย อนิจฺจนฺติ วา ทุกฺขนฺติ วาติอาทีสุ อญฺญตรํ สุตฺวาว ชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ นิยฺยาตุํ อรหตฺตชยคฺคาหํ คเหตุํ สกฺโกติ. ตสฺส อนิจฺจนฺติอาทีสุ อญฺญตรํ กเถติ. ตถา สมฺมุติกถาย พุชฺฌนกสตฺตสฺส น ปฐมํ ปรมตฺถกถํ กเถติ. สมฺมุติกถาย ปน โพเธตฺวา ปจฺฉา ปรมตฺถกถํ กเถติ. ปรมตฺถกถาย พุชฺฌนกสตฺตสฺสาปิ น ปฐมํ สมฺมุติกถํ กเถติ. ปรมตฺถกถาย ปน โพเธตฺวา ปจฺฉา สมฺมุติกถํ กเถติ. ปกติยา ปน ปฐมเมว ปรมตฺถกถํ กเถนฺตสฺส เทสนา ลูขาการา โหติ. ตสฺมา พุทฺธา ปฐมํ สมฺมุติกถํ กเถตฺวา ปจฺฉา ปรมตฺถกถํ กเถนฺติ. เต สมฺมุติกถํ กเถนฺตาปิ สจฺจเมว สภาวเมว อมุสาว กเถนฺติ. ปรมตฺถกถํ กเถนฺตาปิ สจฺจเมว สภาวเมว อมุสาว กเถนฺติ. อยญฺหิ –
‘‘ทุเว สจฺจานิ อกฺขาสิ, สมฺพุทฺโธ วทตํ วโร;
สมฺมุตึ ปรมตฺถญฺจ, ตติยํ นุปลพฺภติ’’.
ตตฺถ –
‘‘สงฺเกตวจนํ สจฺจํ, โลกสมฺมุติการณํ;
ปรมตฺถวจนํ สจฺจํ, ธมฺมานํ ตถลกฺขณ’’นฺติ.
อปโร นโย – เทฺว ภควโต เทสนา ปรมตฺถเทสนา จ ขนฺธาทิวเสน, สมฺมุติเทสนา จ สปฺปิกุมฺภาทิวเสน. น หิ ภควา สมญฺญํ อติธาวติ. ตสฺมา ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล’’ติ วจนมตฺตโต อภินิเวโส น กาตพฺโพ. สตฺถารา หิ –
‘‘ปญฺญตฺตึ อนติกฺกมฺม, ปรมตฺโถ ปกาสิโต;
สมญฺญํ นาติธาเวยฺย, ตสฺมา อญฺโญปิ ปณฺฑิโต;
ปรมตฺถํ ปกาเสนฺโต, สมญฺญํ นาติธาวเย’’.
เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปุคฺคลกถา นิฏฺฐิตา.