๑๒. อุปาทาปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา

๙๕. อิทานิ อุปาทาปญฺญตฺตานุโยโค โหติ. ตตฺถ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, ปฏิญฺญาปฏิกฺเขโป ปรวาทิสฺส. โส หิ รุกฺขํ อุปาทาย ฉายาย วิย, อินฺธนํ อุปาทาย อคฺคิสฺส วิย จ, รูปาทีนิ อุปาทาย ปุคฺคลสฺส ปญฺญตฺตึ ปญฺญาปนํ อวโพธนํ อิจฺฉติ, ตสฺมา ‘‘รูปํ อุปาทายา’’ติ ปุฏฺโฐ ปฏิชานาติ. ปุน ยถา รุกฺขุปาทานา ฉายา รุกฺโข วิย, อินฺธนุปาทาโน จ อคฺคิ อินฺธนํ วิย อนิจฺจาทิธมฺโม, เอวํ เต รูปาทิอุปาทาโน ปุคฺคโล รูปาทโย วิย อนิจฺโจติ อิมมตฺถํ ปุฏฺโฐ อตฺตโน ลทฺธิยํ ฐตฺวา ปฏิกฺขิปติ.

๙๗. นีลํ รูปํ อุปาทาย นีโลติอาทีสุ นีลรูเปน สทฺธึ ปุคฺคลสฺส เอกตฺตํ, เอกสรีเร นีลาทีนํ พหูนํ วเสน พหุภาวญฺจ อนิจฺฉนฺโต ปฏิกฺขิปติ.

๙๘. กุสลํ เวทนนฺติ เอตฺถาปิ เวทนาย สทฺธึ เอกตฺตํ เอกสนฺตาเน พหูนํ กุสลเวทนานํ วเสน พหุภาวญฺจ อนิจฺฉนฺโต ปฏิกฺขิปติ. ทุติยนเย มคฺคกุสโลติอาทิวจนสพฺภาวโต เฉกฏฺฐํ สนฺธาย ปฏิชานาติ. สผโลติอาทีนิ ปุฏฺโฐ ตถารูปสฺส โวหารสฺส อภาวโต ปฏิกฺขิปติ.

๙๙. อกุสลปกฺเข อเฉกฏฺฐํ สนฺธาย ปฏิชานาติ.

๑๐๐. อพฺยากตปกฺเข สสฺสตาทิวเสน อพฺยากตภาวํ สนฺธาย ปฏิชานาติ. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๑๐๔. จกฺขุํ อุปาทายาติอาทีสุ ‘‘จกฺขุมา วิสมานีว…เป… ปาปานิ ปริวชฺชเย’’ติ(อุทา. ๔๓) อาทิโวหารสพฺภาวโต ปฏิชานาติ. จกฺขุมตฺตาทินิโรเธน ปุคฺคลนิโรธํ อนิจฺฉนฺโต ปฏิกฺขิปติ.

๑๐๗. รูปํ อุปาทาย เวทนํ อุปาทายาติ เอตฺถ อญฺเญปิ รูปมูลกา ทุกติกจตุกฺกา เวทิตพฺพา. ยสฺมา ปน ขนฺเธ อุปาทาย ปุคฺคลสฺส ปญฺญตฺติ, ตสฺมา เทฺวปิ ตโยปิ จตฺตาโรปิ ปญฺจปิ อุปาทาย ปญฺญตฺตึ ปฏิชานาติ. เอกสนฺตาเน ปน ทฺวินฺนํ ปญฺจนฺนํ วา อภาวา ปฏิกฺขิปติ. อายตนาทีสุปิ เอเสว นโย.

๑๑๒. อิทานิ ยํ อุปาทาย ยสฺส ปญฺญตฺติ, ยถา ตสฺส อนิจฺจตาย ตสฺสาปิ อนิจฺจตา, ตโต จ อญฺญตฺตํ สิทฺธํ, เอวํ ตสฺส ปุคฺคลสฺสาปิ อาปชฺชตีติ ทสฺเสตุํ ยถา รุกฺขนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อุปาทายาติ ปฏิจฺจ อาคมฺม, น วินา ตนฺติ อตฺโถ. ปรวาที ปน ตถา อนิจฺฉนฺโต ลทฺธิยํ ฐตฺวา ปฏิกฺขิปติ.

๑๑๕. นิคโฬติ สงฺขลิกพนฺธนํ. เนคฬิโกติ เตน พนฺธโก ยสฺส รูปํ โส รูปวาติ ยสฺมา ยสฺส รูปํ โส รูปวา โหติ, ตสฺมา ยถา น นิคโฬ …เป… อญฺโญ รูปวาติ อตฺโถ.

๑๑๖. จิตฺเต จิตฺเตติอาทีสุ สราคาทิจิตฺตวเสน สราคาทิตํ สนฺธาย จิตฺตานุปสฺสนาวเสน ปฏิชานาติ. ชายตีติอาทินา นเยน ปุฏฺโฐ ปุคฺคลสฺส ขณิกภาวํ อนิจฺฉนฺโต ปฏิกฺขิปติ. ‘‘โส’’ติ วา ‘‘อญฺโญ’’ติ วา ปุฏฺโฐ สสฺสตุจฺเฉทภเยน ปฏิกฺขิปติ. ปุน น วตฺตพฺพํ ‘‘กุมารโก’’ติ วา ‘‘กุมาริกา’’ติ วา ปุฏฺโฐ โลกโวหารสมุจฺเฉทภเยน วตฺตพฺพนฺติ ปฏิชานาติ. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.

๑๑๘. อิทานิ ปรวาที อญฺเญนากาเรน ลทฺธึ ปติฏฺฐาเปตุกาโม น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติอาทิมาห. ตตฺถ น วตฺตพฺพนฺติ กึ เต อิมินา เอวํ พหุนา อุปาทาปญฺญตฺตานุโยเคน, อิทํ ตาว วเทหิ, กึ น วตฺตพฺพํ ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติ. ตโต สกวาทินา อามนฺตาติ วุตฺเต นนุ โย ปสฺสตีติอาทิมาห. ตตฺถ โยติ ปุคฺคโล. ยนฺติ รูปํ. เยนาติ จกฺขุนา. โสติ ปุคฺคโล. ตนฺติ รูปํ. เตนาติ จกฺขุนา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – นนุ โย ยํ รูปํ เยน จกฺขุนา ปสฺสติ, โส ตํ รูปํ เตน จกฺขุนา ปสฺสนฺโต ปุคฺคโลติ. สกวาที กิญฺจาปิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยภาวํ คจฺฉนฺตํ จกฺขุเมว รูปํ ปสฺสติ, ตถา โสตเมว สทฺทํ สุณาติ…เป… วิญฺญาณเมว ธมฺมํ วิชานาติ, ‘‘อตฺถิ อรหโต จกฺขุ, ปสฺสติ อรหา จกฺขุนา รูป’’นฺติอาทิสมฺมุติวเสน ปน อามนฺตาติ ปฏิชานาติ.

๑๒๐. ตโต ฉลวาทํ นิสฺสาย ปรวาทินา ปุคฺคลสฺส วตฺตพฺพตาย สาธิตาย ตเมว วาทํ ปริวตฺเตตฺวา ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติอาทิมาห. ตตฺถ โย น ปสฺสตีติ อนฺโธ อสญฺญสตฺโต อรูปํ อุปปนฺโน นิโรธํ สมาปนฺโน, อนนฺโธปิ จ อญฺญตฺร ทสฺสนสมยา น ปสฺสติ นาม. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. เสสํ ปาฬิวเสเนว อตฺถโต เวทิตพฺพํ.

๑๒๒. สุตฺตสํสนฺทนายํ ทิพฺพสฺส จกฺขุโน รูปโคจรตฺตา รูปํ ปสฺสตีติ อาห. ทุติยวาเร ‘‘สตฺเต ปสฺสามี’’ติวจนโต ปุคฺคลํ ปสฺสตีติ อาห. ตติยวาเร ‘‘รูปํ ทิสฺวา ปุคฺคลํ วิภาเวตี’’ติ ลทฺธิโต อุโภ ปสฺสตีติ อาห. ยสฺมา ปน ปสฺสิตพฺพํ นาม ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตนฺติ จตุพฺพิเธ รูปสงฺคเห รูปายตนเมว สงฺคหิตํ, ตสฺมา สกวาที ‘‘รูปํ ปุคฺคโล, ปุคฺคโล รูปํ, อุโภ รูป’’นฺติ อนุโยคํ กโรติ. ตสฺสตฺโถ ปากโฏเยวาติ.

อุปาทาปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา.