๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา
๑. ตตฺถ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนาติ อยํ ปุจฺฉา. อามนฺตาติ อยํ ปฏิชานนา. กสฺส ปนายํ ปุจฺฉา, กสฺส ปฏิชานนาติ? อสุกสฺสาติ น วตฺตพฺพา. ภควตา หิ อิมสฺมึ ปกรเณ นานปฺปการานํ ลทฺธีนํ วิโสธนตฺถํ ตนฺติวเสน มาติกา ฐปิตา. สา เถเรน สตฺถารา ทินฺนนเย ฐตฺวา ตนฺติวเสน วิภตฺตา. น หิ เถโร ยตฺตกา เอตฺถ วาทมคฺคา ทสฺสิตา, ตตฺตเกหิ วาทีหิ สทฺธึ วาเทน วิคฺคาหิกกถํ กเถสิ. เอวํ สนฺเตปิ ปน ตาสํ ตาสํ กถานํ อตฺถสฺส สุขาวธารณตฺถํ สกวาทีปุจฺฉา, ปรวาทีปุจฺฉา, สกวาทีปฏิญฺญา, ปรวาทีปฏิญฺญาติ เอวํ วิภาคํ ทสฺเสตฺวาว อตฺถวณฺณนํ กริสฺสาม.
ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนาติ หิ อยํ สกวาทีปุจฺฉา. ตาย ‘‘เย อตฺถิ ปุคฺคโลติ เอวํลทฺธิกา ปุคฺคลวาทิโน, เต เอวํ ปุจฺฉิตพฺพา’’ติ ทีเปติ. เก ปน ปุคฺคลวาทิโนติ? สาสเน วชฺชิปุตฺตกา เจว สมิติยา จ พหิทฺธา จ พหู อญฺญติตฺถิยา. ตตฺถ ปุคฺคโลติ อตฺตา, สตฺโต ชีโว. อุปลพฺภตีติ ปญฺญาย อุปคนฺตฺวา ลพฺภติ, ญายตีติ อตฺโถ. สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนาติ เอตฺถ สจฺจิกฏฺโฐติ มายามรีจิอาทโย วิย อภูตากาเรน อคฺคเหตพฺโพ ภูตฏฺโฐ. ปรมตฺโถติ อนุสฺสวาทิวเสน อคฺคเหตพฺโพ อุตฺตมตฺโถ. อุภเยนาปิ โย ปรโต ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน, รูปญฺจ อุปลพฺภตี’’ติอาทินา ขนฺธายตนธาตุอินฺทฺริยวเสน สตฺตปญฺญาสวิโธ ธมฺมปฺปเภโท ทสฺสิโต. ยถา โส ภูเตน สภาวฏฺเฐน อุปลพฺภติ, เอวํ ตว ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ปุจฺฉติ. ปรวาที อามนฺตาติ ปฏิชานาติ. ปฏิชานนญฺหิ กตฺถจิ ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ อาคจฺฉติ, กตฺถจิ ‘‘อาโม’’ติ ปฏิชานนํ อาคจฺฉติ. อิธ ปน ‘‘อามนฺตา’’ติ อาคตํ. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – โส หิ ยํ ตํ ปรโต วุตฺตํ ภควตา – ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติ สุตฺตํ อาคตํ, ตํ คเหตฺวา ยสฺมา ปน ภควา สจฺจวาที น วิสํวาทนปุเรกฺขาโร วาจํ ภาสติ, นาปิ อนุสฺสวาทิวเสน ธมฺมํ เทเสติ, สเทวกํ ปน โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ, ตสฺมา โย เตน วุตฺโต ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติ, โส สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถเนว อตฺถีติ ลทฺธึ คเหตฺวา ‘‘อามนฺตา’’ติ ปฏิชานาติ.
อถสฺส ตาทิสสฺส เลสวจนสฺส ฉลวาทสฺส โอกาสํ อททมาโน สกวาที โย สจฺจิกฏฺโฐติอาทิมาห. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ยฺวายํ ปรโต ‘‘สปฺปจฺจโย อปฺปจฺจโย, สงฺขโต อสงฺขโต, สสฺสโต, อสสฺสโต สนิมิตฺโต อนิมิตฺโต’’ติ เอวํ ปริทีปิโต รูปาทิสตฺตปญฺญาสวิโธ ธมฺมปฺปเภโท อาคโต; น สมฺมุติสจฺจวเสน, นาปิ อนุสฺสวาทิวเสน คเหตพฺโพ. อตฺตโน ปน ภูตตาย เอว สจฺจิกฏฺโฐ, อตฺตปจฺจกฺขตาย จ ปรมตฺโถ. ตํ สนฺธายาห – ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ ปรมตฺโถ, ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติ.
ตโตติ กรณวจนเมตํ, ตสฺมา เตน สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน โส ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – รุปฺปนาทิเภเทน วา สปฺปจฺจยาทิเภเทน วา อากาเรน โย สจฺจิกฏฺฐปรมตฺโถ อุปลพฺภติ, กึ เต ปุคฺคโลปิ เตนากาเรน อุปลพฺภตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพติ อวชานนา ปรวาทิสฺส. โส หิ ตถารูปํ ปุคฺคลํ อนิจฺฉนฺโต อวชานาติ. ตตฺรายํ ปทจฺเฉโท – ‘น หิ เอวํ วตฺตพฺเพ’ติ, น หิ เอวนฺติปิ วฏฺฏติ. ทฺวินฺนมฺปิ เอวํ น วตฺตพฺโพติ อตฺโถ.
อาชานาหิ นิคฺคหนฺติ สกวาทิวจนํ. ยสฺมา เต ปุริมาย วตฺตพฺพปฏิญฺญาย ปจฺฉิมา นวตฺตพฺพปฏิญฺญา, ปจฺฉิมาย จ ปุริมา น สนฺธิยติ, ตสฺมาปิ นิคฺคหํ ปตฺโต. ตํ นิคฺคหํ โทสํ อปราธํ สมฺปฏิจฺฉาหีติ อตฺโถ. เอวํ นิคฺคหํ อาชานาเปตฺวา อิทานิ ตํ ฐปนาย เจว อนุโลมปฏิโลมโต ปาปนาโรปนานญฺจ วเสน ปากฏํ กโรนฺโต หญฺจิ ปุคฺคโลติอาทิมาห. ตตฺถ หญฺจิ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ยทิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ, สเจ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนาติ อตฺโถ. อยํ ตาว ปรวาทีปกฺขสฺส ฐปนโต นิคฺคหปาปนาโรปนานํ ลกฺขณภูตา อนุโลมฐปนา นาม. เตน วต เรติอาทิ อนุโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส ปาปิตตฺตา อนุโลมปาปนา นาม. ตตฺถ เตนาติ การณวจนํ. วตาติ โอกปฺปนวจนํ. เรติ อามนฺตนวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เตน, เร วตฺตพฺเพ วต, เร หมฺโภ, ภทฺรมุข, เตน การเณน วตฺตพฺโพเยวาติ. ยํ ตตฺถ วเทสีติอาทิ อนุโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส อาโรปิตตฺตา อนุโลมโรปนา นาม. ยํ ตสฺส ปริโยสาเน มิจฺฉาติปทํ ตสฺส ปุรโต อิทํ เต’ติ อาหริตพฺพํ. อิทํ เต มิจฺฉาติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. ปรโต จ ปาฬิยํ เอตํ อาคตเมว.
โน เจ ปน วตฺตพฺเพติอาทิ ‘‘น เหวํ วตฺตพฺเพ’’ติ ปฏิกฺขิตฺตปกฺขสฺส ฐปิตตฺตา ปฏิโลมโต นิคฺคหปาปนาโรปนานํ ลกฺขณภูตา ปฏิโลมฐปนา นาม. โน จ วต เรติอาทิ ปฏิโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส ปาปิตตฺตา ปฏิโลมปาปนา นาม. ปุน ยํ ตตฺถ วเทสีติอาทิ ปฏิโลมปกฺเข นิคฺคหสฺส อาโรปิตตฺตา ปฏิโลมโรปนา นาม. อิธาปิ ปริโยสาเน มิจฺฉาติปทสฺส ปุรโต อิทํ เตติ อาหริตพฺพเมว. ปรโตปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ เอเสว นโย.
ตตฺรายํ อาทิโต ปฏฺฐาย สงฺเขปตฺโถ – ยทิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน, เตน วต โภ โส อุปลพฺภตีติ วตฺตพฺโพ. ยํ ปน ตตฺถ วเทสิ ‘‘วตฺตพฺโพ โข ปุริมปเญฺห ‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน อุปลพฺภตี’ติ, โน จ วตฺตพฺโพ ทุติยปเญฺห ‘ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’’’ติ, อิทํ เต มิจฺฉาติ เอวํ ตาว อนุโลมโต ฐปนาปาปนาโรปนา โหนฺติ. อถ น วตฺตพฺโพ ทุติยปเญฺห ‘‘ตโต โส อุปลพฺภตี’’ติ, ปุริมปเญฺหปิ น วตฺตพฺโพว. ยํ ปเนตฺถ วเทสิ ‘‘วตฺตพฺโพ โข ปุริมปเญฺห ‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน อุปลพฺภตี’ติ, โน จ วตฺตพฺโพ ทุติยปเญฺห ‘ตโต โส ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’’’ติ, อิทํ เต มิจฺฉาติ เอวํ ปฏิโลมโต ฐปนาปาปนาโรปนา โหนฺติ. เอวเมตํ นิคฺคหสฺส จ อนุโลมปฏิโลมโต จตุนฺนํ ปาปนาโรปนานญฺจ วุตฺตตฺตา อุปลพฺภตีติอาทิกํ อนุโลมปญฺจกํ นาม. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อนุโลมโต ปาปนาโรปนาหิ เอโก, ปฏิโลมโต ปาปนาโรปนาหิ เอโกติ เทฺว นิคฺคหา กตา. ‘อาชานาหิ นิคฺคห’นฺติ เอตสฺเสว ปเนตฺถ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ปฐมํ วาทํ นิสฺสาย ปฐมสฺส นิคฺคหสฺส ทฺวีหากาเรหิ อาโรปิตตฺตา เอโกวายํ นิคฺคโหติ ปฐโม นิคฺคโห.
๒. อิทานิ ปจฺจนีกนโย โหติ. ตตฺถ ปุจฺฉา ปรวาทิสฺส. โส หิ ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติ คหิตตฺตา ‘‘นุปลพฺภตี’’ติ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต เอวํ ปุจฺฉติ. สกวาที ยถา รูปาทิธมฺมา อุปลพฺภนฺติ, เอวํ อนุปลพฺภนียโต อามนฺตาติ ปฏิชานาติ. ปุน อิตโร อตฺตนา อธิปฺเปตํ สจฺจิกฏฺฐํเยว สนฺธาย โย สจฺจิกฏฺโฐติอาทิมาห. สมฺมุติสจฺจปรมตฺถสจฺจานิ วา เอกโต กตฺวาปิ เอวมาห. สกวาที ‘ปุคฺคโล’ติ อุปาทาปญฺญตฺติสพฺภาวโตปิ ทฺวินฺนํ สจฺจานํ เอกโต กตฺวา ปุจฺฉิตตฺตาปิ น เหวนฺติ ปฏิกฺขิปติ.
อิทานิ กิญฺจาปิ เตน ปฐมํ ปรมตฺถสจฺจวเสน นุปลพฺภนียตา สมฺปฏิจฺฉิตา, ปจฺฉา สมฺมุติสจฺจวเสน โวมิสฺสกวเสน วา ปฏิกฺขิตฺตา. ปรวาที ปน ‘นุปลพฺภตี’ติ วจนสามญฺญมตฺตํ ฉลวาทํ นิสฺสาย ยํ ตยา ปฐมํ ปฏิญฺญาตํ, ตํ ปจฺฉา ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ภณฺฑนสฺส ปฏิภณฺฑนํ วิย อตฺตโน กตสฺส นิคฺคหกมฺมสฺส ปฏิกมฺมํ กโรนฺโต อาชานาหิ ปฏิกมฺมนฺติ อาห. อิทานิ ยถาสฺส อนุโลมปญฺจเก สกวาทินา วาทฏฺฐปนํ กตฺวา อนุโลมปฏิโลมโต ปาปนาโรปนาหิ นิคฺคโห ปากโฏ กโต, เอวํ ปฏิกมฺมํ ปากฏํ กโรนฺโต หญฺจิ ปุคฺคโลติอาทิมาห. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว อตฺถโต เวทิตพฺพํ. ยสฺมา ปเนตฺถ ฐปนา นาม ปรวาทีปกฺขสฺส ฐปนโต ‘‘อยํ ตว โทโส’’ติ ทสฺเสตุํ ฐปนมตฺตเมว โหติ, น นิคฺคหสฺส วา ปฏิกมฺมสฺส วา ปากฏภาวกรณํ, ปาปนาโรปนาหิ ปนสฺส ปากฏกรณํ โหติ. ตสฺมา อิทํ อนุโลมปฏิโลมโต ปาปนาโรปนานํ วเสน จตูหากาเรหิ. ปฏิกมฺมสฺส กตตฺตา ปฏิกมฺมจตุกฺกํ นามาติ เอกํ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ.
๓. เอวํ ปฏิกมฺมํ กตฺวา อิทานิ ยฺวาสฺส อนุโลมปญฺจเก สกวาทินา นิคฺคโห กโต, ตสฺส ตเมว ฉลวาทํ นิสฺสาย ทุกฺกฏภาวํ ทสฺเสนฺโต ตฺวญฺเจ ปน มญฺญสีติอาทิมาห. ตตฺถ ตฺวํ เจ ปน มญฺญสีติ ยทิ ตฺวํ มญฺญสิ. วตฺตพฺเพ โขติ อิทํ ปจฺจนีเก อามนฺตาติ ปฏิญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ. โน จ วตฺตพฺเพติ อิทํ ปน น เหวาติ อวชานนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตน ตว ตตฺถาติ เตน การเณน ตฺวํเยว ตสฺมึ นุปลพฺภตีติ ปกฺเข – ‘‘เหวํ ปฏิชานนฺตนฺติ อามนฺตา’’ติ เอวํ ปฏิชานนฺโต. เหวํ นิคฺคเหตพฺเพติ ปุน น เหวาติ อวชานนฺโต เอวํ นิคฺคเหตพฺโพ. อถ ตํ นิคฺคณฺหามาติ อเถวํ นิคฺคหารหํ ตํ นิคฺคณฺหาม. สุนิคฺคหิโต จ โหสีติ สเกน มเตน นิคฺคหิตตฺตา สุนิคฺคหิโต จ ภวสิ.
เอวมสฺส นิคฺคเหตพฺพภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ นิคฺคณฺหนฺโต หญฺจีติอาทิมาห. ตตฺถ ฐปนาปาปนาโรปนา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. ปริโยสาเน ปน อิทํ เต มิจฺฉาติ อิทํ ตว วจนํ มิจฺฉา โหตีติ อตฺโถ. อิทํ ฉลวาเทน จตูหิ อากาเรหิ นิคฺคหสฺส กตตฺตา นิคฺคหจตุกฺกํ นาม.
๔. เอวํ นิคฺคหํ กตฺวาปิ อิทานิ ‘‘ยทิ อยํ มยา ตว มเตน กโต นิคฺคโห ทุนฺนิคฺคโห, โย มม ตยา เหฏฺฐา อนุโลมปญฺจเก กโต นิคฺคโห, โสปิ ทุนฺนิคฺคโห’’ติ ทสฺเสนฺโต เอเส เจ ทุนฺนิคฺคหิเตติอาทิมาห. ตตฺถ เอเส เจ ทุนฺนิคฺคหิเตติ เอโส เจ ตว วาโท มยา ทุนฺนิคฺคหิโต. อถ วา เอโส เจ ตว มยา กโต นิคฺคโห ทุนฺนิคฺคโห. เหวเมวํ ตตฺถ ทกฺขาติ ตตฺถาปิ ตยา มม เหฏฺฐา กเต นิคฺคเห เอวเมวํ ปสฺส. อิทานิ ยฺวาสฺส เหฏฺฐา สกวาทินา นิคฺคโห กโต, ตํ ‘‘วตฺตพฺเพ โข’’ติอาทิวจเนน ทสฺเสตฺวา ปุน ตํ นิคฺคหํ อนิคฺคหภาวํ อุปเนนฺโต โน จ มยํ ตยาติอาทิมาห. ตตฺถ โน จ มยํ ตยา ตตฺถ เหตาย ปฏิญฺญายาติอาทีสุ อยมตฺโถ – ยสฺมา โส ตยา มม กโต นิคฺคโห ทุนฺนิคฺคโห, ตสฺมา มยํ ตยา ตตฺถ อนุโลมปญฺจเก อามนฺตาติ เอตาย ปฏิญฺญาย เอวํ ปฏิชานนฺตา ปุน น เหวาติ ปฏิกฺเขเป กเตปิ ‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ เอวํ น นิคฺคเหตพฺโพเยว. เอวํ อนิคฺคเหตพฺพมฺปิ มํ นิคฺคณฺหาสิ, อีทิเสน ปน นิคฺคเหน ทุนฺนิคฺคหิตา มยํ โหม.
อิทานิ ยํ นิคฺคหํ สนฺธาย ‘‘ทุนฺนิคฺคหิตา จ โหมา’’ติ อโวจ, ตํ ทสฺเสตุํ หญฺจิ ปุคฺคโล…เป… อิทํ เต มิจฺฉาติอาห. เอวมิทํ อนุโลมปฏิโลมโต จตูหิ ปาปนาโรปนาหิ นิคฺคหสฺส อุปนีตตฺตา อุปนยนจตุกฺกํ นาม โหติ.
๕. อิทานิ ‘‘น เหวํ นิคฺคเหตพฺเพ’’ติอาทิกํ นิคฺคมนจตุกฺกํ นาม โหติ. ตตฺถ น เหวํ นิคฺคเหตพฺเพติ ยถาหํ ตยา นิคฺคหิโต, น หิ เอวํ นิคฺคเหตพฺโพ. เอตสฺส หิ นิคฺคหสฺส ทุนฺนิคฺคหภาโว มยา สาธิโต. เตน หีติ เตน การเณน, ยสฺมา เอส นิคฺคโห ทุนฺนิคฺคโห, ตสฺมา ยํ มํ นิคฺคณฺหาสิ หญฺจิ ปุคฺคโล…เป… อิทํ เต มิจฺฉาติ, อิทํ นิคฺคณฺหนํ ตว มิจฺฉาติ อตฺโถ. เตน หิ เย กเต นิคฺคเหติ เยน การเณน อิทํ มิจฺฉา, เตน การเณน โย ตยา นิคฺคโห กโต, โส ทุกฺกโฏ. ยํ มยา ปฏิกมฺมํ กตํ, ตเทว สุกตํ. ยาปิ เจสา ปฏิกมฺมจตุกฺกาทิวเสน กถามคฺคสมฺปฏิปาทนา กตา, สาปิ สุกตา. เอวเมตํ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติอาทิกสฺส อนุโลมปญฺจกสฺส นุปลพฺภตีติอาทิกานํ ปฏิกมฺมนิคฺคโหปนยนนิคฺคมนจตุกฺกานํ วเสน อนุโลมปจฺจนีกปญฺจกํ นาม นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา สกวาทิโน ปุพฺพปกฺเข สติ ปรวาทิโน วจนสามญฺญมตฺเตน ฉลวาเทน ชโย โหติ.