๓. สพฺพมิทํ กมฺมโตติกถาวณฺณนา
๗๘๓. อิทานิ สพฺพมิทํ กมฺมโตติกถา นาม โหติ. ตตฺถ ‘‘กมฺมุนา วตฺตติ โลโก’’ติ สุตฺตํ นิสฺสาย ‘‘สพฺพมิทํ กมฺมกิเลสวิปากวฏฺฏํ กมฺมโตว โหตี’’ติ เยสํ ลทฺธิ, เสยฺยถาปิ ราชคิริกานญฺเจว สิทฺธตฺถิกานญฺจ; เต สนฺธาย สพฺพมิทนฺติ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, ปฏิญฺญา อิตรสฺส. อถ นํ ‘‘เอวํ สนฺเต กมฺมมฺปิ กมฺมโต อาปชฺชตี’’ติ โจเทตุํ กมฺมมฺปิ กมฺมโตติ อาห. อิตโร ยทิ กมฺมมฺปิ กมฺมโตว นาม ตํ กมฺมํ วิปาโกเยว สิยาติ ปฏิกฺขิปติ. ปุพฺเพกตเหตูติ ‘‘ยทิ สพฺพมิทํ กมฺมโต, ปุพฺเพกตเหตุนา เตน ภวิตพฺพ’’นฺติ โจเทตุํ ปุจฺฉติ, อิตโร ปุพฺเพกตเหตุวาทภเยน ปฏิกฺขิปติ.
๗๘๔. กมฺมวิปากโตติ ‘‘ยทิ สพฺพมิทํ กมฺมโต, ยํ อตีตภเว ปวตฺตสฺส เหตุภูตํ กมฺมํ, ตมฺปิ ปุริมตเร ภเว กมฺมโตติ กมฺมวิปาโก สมฺปชฺชติ, เตน เต สพฺพมิทํ กมฺมวิปากโต อาปชฺชตี’’ติ โจเทตุํ ปุจฺฉติ. อิตโร พีชโต อํกุรสฺเสว ปจฺจุปฺปนฺนปวตฺตสฺส กมฺมโต นิพฺพตฺตึ สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. ทุติยํ ปุฏฺโฐ ตสฺสาปิ กมฺมสฺส พีชสฺส ปุริมพีชโต วิย ปุริมกมฺมโต ปวตฺตตฺตา ปฏิชานาติ. ปาณํ หเนยฺยาติอาทิ ‘‘ยทิ สพฺพํ กมฺมวิปากโต, ปาณาติปาตาทีนิ กมฺมวิปาเกเนว กเรยฺยา’’ติ โจเทตุํ วุตฺตํ. อิตโร ทุสฺสีลฺยเจตนาปิ ปุริมกมฺมนิพฺพตฺตา เอเกน ปริยาเยน วิปาโกเยวาติ ลทฺธิยา ปฏิชานาติ. อถ นํ ‘‘ยทิ เต ปาณาติปาโต กมฺมวิปากโต นิพฺพตฺตติ, ปาณาติปาโต วิย วิปาโกปิ สผโล อาปชฺชตี’’ติ โจเทตุํ สผโลติ อาห. อิตโร ปาณาติปาตสฺส นิรยสํวตฺตนิกาทิภาวโต สผลตํ ปสฺสนฺโต ปฏิชานาติ. กมฺมวิปากสฺส ปน อิทํ นาม ผลนฺติ วุตฺตฏฺฐานํ อปสฺสนฺโต ปฏิกฺขิปติ. อทินฺนาทานาทีสุปิ เอเสว นโย. คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร สผโลติ เทยฺยธมฺมวเสน ทานผลํ ปุจฺฉติ. กมฺมุนา วตฺตตีติ สุตฺตํ ‘‘นตฺถิ กมฺม’’นฺติ อกมฺมวาทิตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘อตฺถิ กมฺม’’นฺติ กมฺมวาทิตํ กมฺมสฺสกตํ ทีเปติ. น สพฺพสฺเสว กมฺมโต นิพฺพตฺตึ, ตสฺมา อสาธกนฺติ.
สพฺพมิทํ กมฺมโตติกถาวณฺณนา.