๒. ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถาวณฺณนา
๔๔๘. อิทานิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา นาม โหติ. ตตฺถ เยสํ นิทานวคฺเค ‘‘อุปฺปาทา วา ตถาคตานํ อนุปฺปาทา วา ตถาคตานํ ฐิตาว สา ธาตุ ธมฺมฏฺฐิตตา’’ติอาทิวจนโต (สํ. นิ. ๒.๒๐) ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อสงฺขโต’’ติ ลทฺธิ, เสยฺยถาปิ ปุพฺพเสลิยานญฺจ มหิสาสกานญฺจ; เต สนฺธาย ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, ปฏิญฺญา อิตรสฺส.
๔๔๙. อวิชฺชา อสงฺขตาติ อาทโย ปญฺหา อวิชฺชาทีนํเยว ปฏิจฺจสมุปฺปาทภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. เยน ปนตฺเถน ตตฺถ เอเกกํ องฺคํ ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ วุจฺจติ, โส ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค วุตฺโตเยว.
๔๕๑. อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ยา ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิตตาติอาทิ เยน สุตฺเตน ลทฺธิ ปติฏฺฐาปิตา, ตสฺเสว อตฺถทสฺสเนน ลทฺธิภินฺทนตฺถํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยา อยํ เหฏฺฐา ‘‘ฐิตาว สา ธาตุ ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตา’’ติ วุตฺตา น สา อญฺญตฺร อวิชฺชาทีหิ วิสุํ เอกา อตฺถิ. อวิชฺชาทีนํ ปน ปจฺจยานํเยเวตํ นามํ. อุปฺปนฺเนปิ หิ ตถาคเต อนุปฺปนฺเนปิ อวิชฺชาโต สงฺขารา สมฺภวนฺติ, สงฺขาราทีหิ จ วิญฺญาณาทีนิ, ตสฺมา ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ ยา เอตสฺมึ ปเท สงฺขารธมฺมานํ การณฏฺเฐน ฐิตตาติ ธมฺมฏฺฐิตตา. เตสํเยว จ ธมฺมานํ การณฏฺเฐเนว นิยามตาติ ธมฺมนิยามตาติ อวิชฺชา วุจฺจติ. สา จ อสงฺขตา, นิพฺพานญฺจ อสงฺขตนฺติ ปุจฺฉติ. ปรวาที ลทฺธิวเสน ปฏิชานิตฺวา ปุน เทฺว อสงฺขตานีติ ปุฏฺโฐ สุตฺตาภาเวน ปฏิกฺขิปิตฺวา ลทฺธิวเสเนว ปฏิชานาติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เหฏฺฐา วุตฺตสทิสํ ปน ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถาวณฺณนา.