๙. อนุปุพฺพาภิสมยกถาวณฺณนา

๓๓๙. อิทานิ อนุปุพฺพาภิสมยกถา นาม โหติ. ตตฺถ เยสํ –

‘‘อนุปุพฺเพน เมธาวี, โถกํ โถกํ ขเณ ขเณ;

กมฺมาโร รชตสฺเสว, นิทฺธเม มลมตฺตโน’’ติ. (ธ. ป. ๒๓๙) –

อาทีนิ สุตฺตานิ อโยนิโส คเหตฺวา ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน เอกจฺเจ กิเลเส ทุกฺขทสฺสเนน ปชหติ, เอกจฺเจ สมุทยนิโรธมคฺคทสฺสเนน, ตถา เสสาปีติ เอวํ โสฬสหิ โกฏฺฐาเสหิ อนุปุพฺเพน กิเลสปฺปหานํ กตฺวา อรหตฺตปฏิลาโภ โหตี’’ติ เอวรูปา นานาภิสมยลทฺธิ อุปฺปนฺนา, เสยฺยถาปิ เอตรหิ อนฺธกสพฺพตฺถิกสมฺมิติยภทฺรยานิกานํ; เตสํ ลทฺธิวิเวจนตฺถํ อนุปุพฺพาภิสมโยติ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, ปฏิญฺญา อิตรสฺส. อนุปุพฺเพน โสตาปตฺติมคฺคนฺติ ปุฏฺโฐ ปน เอกสฺส มคฺคสฺส พหุภาวาปตฺติภเยน ปฏิกฺขิปติ. ทุติยํ ปุฏฺโฐ ทุกฺขทสฺสนาทิวเสน ปฏิชานาติ. ตานิ วา จตฺตาริปิ ญาณานิ เอโก โสตาปตฺติมคฺโคเยวาติ ปฏิชานาติ, ผลํ ปน เอกเมว อิจฺฉติ, ตสฺมา ปฏิกฺขิปติ. สกทาคามิมคฺคาทีสุปิ เอเสว นโย.

๓๔๔. มคฺเค ทิฏฺเฐ ผเล ฐิโตติ ปเญฺห ยสฺมา ทุกฺขทสฺสนาทีหิ ทสฺสนํ อปรินิฏฺฐิตํ, มคฺคทสฺสเนน ปรินิฏฺฐิตํ นาม โหติ, ตทา โส ผเล ฐิโตติ สงฺขํ คจฺฉติ, ตสฺมา ปฏิชานาติ.

๓๔๕. ทุกฺเข ทิฏฺเฐ จตฺตาริ สจฺจานีติ ปุจฺฉา ปรวาทิสฺส, เอกาภิสมยวเสน ปฏิญฺญา สกวาทิสฺส. ปุน ทุกฺขสจฺจํ จตฺตาริ สจฺจานีติ อนุโยเค จตุนฺนมฺปิ นานาสภาวตฺตา ปฏิกฺเขโป ตสฺเสว.

รูปกฺขนฺเธ อนิจฺจโต ทิฏฺเฐติ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส, สมุทฺทโต เอกพินฺทุสฺส รเส ปฏิวิทฺเธ เสสอุทกสฺส ปฏิเวโธ วิย เอกธมฺเม อนิจฺจาทิโต ปฏิวิทฺเธ สพฺเพปิ ปฏิวิทฺธา โหนฺตีติ ลทฺธิยา ปฏิญฺญา ปรวาทิสฺส.

จตูหิ ญาเณหีติ ทุกฺเข ญาณาทีหิ. อฏฺฐหิ ญาเณหีติ สาวกานํ สาธารเณหิ สจฺจญาเณหิ เจว ปฏิสมฺภิทาญาเณหิ จ. ทฺวาทสหิ ญาเณหีติ ทฺวาทสงฺคปฏิจฺจสมุปฺปาทญาเณหิ. จตุจตฺตารีสาย ญาเณหีติ ‘‘ชรามรเณ ญาณํ, ชรามรณสมุทเย ญาณ’’นฺติ เอวํ นิทานวคฺเค วุตฺตญาเณหิ. สตฺตสตฺตติยา ญาเณหีติ ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) เอวํ ตตฺเถว วุตฺตญาเณหิ. เสสเมตฺถ ปาฬินเยเนว เวทิตพฺพํ สทฺธึ สุตฺตสาธเนนาติ.

อนุปุพฺพาภิสมยกถาวณฺณนา.