๓. ติกนิทฺเทสวณฺณนา

๙๑. ติกนิทฺเทเส – ทุสฺสีโลติ นิสฺสีโล. ปาปธมฺโมติ ลามกธมฺโม. สีลวิปตฺติยา วา ทุสฺสีโล, ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ปาปธมฺโม. กายวจีสํวรเภเทน ทุสฺสีโล, เสสสํวรเภเทน ปาปธมฺโม. อสุทฺธปโยคตาย ทุสฺสีโล, อสุทฺธาสยตาย ปาปธมฺโม. กุสลสีลวิรเหน ทุสฺสีโล; อกุสลสีลสมนฺนาคเมน ปาปธมฺโม. อสุจีติ อสุจีหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคโต. สงฺกสฺสรสมาจาโรติ สงฺกาย ปเรหิ สริตพฺพสมาจาโร. กิญฺจิเทว อสารุปฺปํ ทิสฺวา ‘อิทํ อิมินา กตํ ภวิสฺสตี’ติ เอวํ ปเรหิ อาสงฺกนียสมาจาโร, อตฺตโนเยว วา สงฺกาย สริตพฺพสมาจาโร – สาสงฺกสมาจาโรติ อตฺโถ. ตสฺส หิ ทิวาฏฺฐานาทีสุ สนฺนิปติตฺวา กิญฺจิเทว มนฺตยนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘อิเม เอกโต หุตฺวา มนฺเตนฺติ, กจฺจิ นุ โข มยา กตกมฺมํ ชานิตฺวา มนฺเตนฺตี’ติ เอวํ สาสงฺกสมาจาโร โหติ.

ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโตติ ปฏิจฺฉาเทตพฺพยุตฺตเกน ปาปกมฺเมน สมนฺนาคโต. อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญติ อสฺสมโณ หุตฺวาว สมณปติรูปกตาย ‘สมโณ อห’นฺติ เอวํ ปฏิญฺโญ. อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญติ อญฺเญ พฺรหฺมจาริโน สุนิวตฺเถ สุปารุเต สุมฺภกปตฺตธเร คามนิคมชนปทราชธานีสุ ปิณฺฑาย จริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺเต ทิสฺวา สยมฺปิ ตาทิเสน อากาเรน ตถา ปฏิปชฺชนโต ‘อหํ พฺรหฺมจารี’ติ ปฏิญฺญํ เทนฺโต วิย โหติ. ‘อหํ ภิกฺขู’ติ วตฺวา อุโปสถคฺคาทีนิ ปวิสนฺโต ปน พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ โหติเยว, ตถา สงฺฆิกํ ลาภํ คณฺหนฺโต. อนฺโตปูตีติ ปูตินา กมฺเมน อนฺโต อนุปวิฏฺโฐ, นิคฺคุณตาย วา คุณสารวิรหิตตฺตา อนฺโตปูติ. อวสฺสุโตติ ราคาทีหิ ตินฺโต. กสมฺพุชาโตติ สญฺชาตราคาทิกจวโร. อถ วา กสมฺพุ วุจฺจติ ตินฺตกุณปคตํ กสฏอุทกํ. อิมสฺมิญฺจ สาสเน ทุสฺสีโล นาม ชิคุจฺฉนียตฺตา ตินฺตกุณปกสฏอุทกสทิโส. ตสฺมา กสมฺพุ วิย ชาโตติ กสมฺพุชาโต.

ตสฺส น เอวํ โหตีติ กสฺมา น โหติ? ยตฺถ ปติฏฺฐิเตน สกฺกา ภเวยฺย อรหตฺตํ ลทฺธุํ, ตสฺสา ปติฏฺฐาย ภินฺนตฺตา. ยถา หิ จณฺฑาลกุมารกสฺส ‘อสุโก นาม ขตฺติยกุมาโร รชฺเช อภิสิตฺโต’ติ สุตฺวาปิ, ยสฺมึ กุเล ปจฺจาชาตา อภิเสกํ ปาปุณนฺติ, ตสฺมึ กุเล อปจฺจาชาตตฺตา น เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ โส ขตฺติยกุมาโร วิย อภิเสกํ ปาปุเณยฺย’นฺติ; เอวเมว ทุสฺสีลสฺส ‘อสุโก นาม ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปตฺโต’ติ สุตฺวาปิ, ยสฺมึ สีเล ปติฏฺฐิเตน อรหตฺตํ ปตฺตพฺพํ, ตสฺส อภาวโต ‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ โส สีลวา วิย อรหตฺตํ ปาปุเณย’นฺติ น เอวํ โหติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อรหตฺตาสาย อภาวา นิราโสติ วุจฺจติ.

๙๒. ตสฺส เอวํ โหตีติ กสฺมา โหติ? ยสฺมึ ปติฏฺฐิเตน สกฺกา ภเวยฺย อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ, ตสฺสา ปติฏฺฐาย ถิรตฺตา. ยถา หิ สุชาตสฺส ขตฺติยกุมารสฺส ‘อสุโก นาม ขตฺติยกุมาโร รชฺเช อภิสิตฺโต’ติ สุตฺวาว ยสฺมึ กุเล ปจฺจาชาตา อภิเสกํ ปาปุณนฺติ, ตสฺมึ ปจฺจาชาตสฺส เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ, โส กุมาโร วิย อภิเสกํ ปาปุเณยฺย’นฺติ เอวเมว สีลวโต ‘อสุโก นาม ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปตฺโต’ติ สุตฺวาว ยสฺมึ สีเล ปติฏฺฐิเตน อรหตฺตํ ปตฺตพฺพํ, ตสฺสา ปติฏฺฐาย ถิรตฺตา – ‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ โส ภิกฺขุ วิย อรหตฺตํ ปาปุเณยฺย’นฺติ เอวํ โหติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อาสํโส นาม วุจฺจติ. โส หิ อรหตฺตํ อาสํสติ ปตฺเถตีติ อาสํโส.

๙๓. ยา หิสฺส ปุพฺเพ อวิมุตฺตสฺสาติ ยา ตสฺส ขีณาสวสฺส ปุพฺเพ อรหตฺตวิมุตฺติยา อวิมุตฺตสฺส วิมุตฺตาสา อโหสิ, สา ปฏิปฺปสฺสทฺธา, ตสฺมา น เอวํ โหติ. ยถา หิ อภิสิตฺตสฺส ขตฺติยสฺส ‘อสุโก นาม ขตฺติยกุมาโร รชฺเช อภิสิตฺโต’ติ สุตฺวา เอกสฺส รญฺโญ ทฺวินฺนํ รชฺชาภิเสกานํ ทฺวินฺนํ เสตจฺฉตฺตานํ อภาวา น เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ โส กุมาโร วิย อภิเสกํ ปาปุเณยฺย’’นฺติ; เอวเมว ขีณาสวสฺส ‘อสุโก นาม ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปตฺโต’ติ สุตฺวา, ทฺวินฺนํ อรหตฺตานํ อภาวา – ‘กุทาสฺสุ นามาหมฺปิ โส ภิกฺขุ วิย อรหตฺตํ ปาปุเณยฺย’นฺติ น เอวํ โหติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อรหตฺตาสาย วิคตตฺตา วิคตาโสติ วุจฺจติ.

๙๔. คิลานูปมนิทฺเทเส – ยาย อุปมาย เต คิลานูปมาติ วุจฺจนฺติ, ตํ ตาว อุปมํ ทสฺเสตุํ ตโย คิลานาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สปฺปายานีติ หิตานิ วุทฺธิกรานิ. ปติรูปนฺติ อนุจฺฉวิกํ. เนว วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธาติ อิมินา อเตกิจฺเฉน วาตาปมาราทินา โรเคน สมนฺนาคโต นิฏฺฐปฺปตฺโต คิลาโน กถิโต. วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธาติ อิมินา ขิปิตกจฺฉุติณปุปฺผกชราทิปฺปเภโท อปฺปมตฺตกาพาโธ กถิโต.

ลภนฺโต สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโตติ อิมินา ปน เยสํ ปฏิชคฺคเนน ผาสุกํ โหติ, สพฺเพปิ เต อาพาธา กถิตา. เอตฺถ จ ปติรูโป อุปฏฺฐาโก นาม คิลานุปฏฺฐากองฺเคหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต ทกฺโข อนลโส เวทิตพฺโพ.

คิลานุปฏฺฐาโก อนุญฺญาโตติ ‘ภิกฺขุสงฺเฆน ทาตพฺโพ’ติ อนุญฺญาโต. ตสฺมิญฺหิ คิลาเน อตฺตโน ธมฺมตาย ยาเปตุํ อสกฺโกนฺเต ภิกฺขุสงฺเฆน ตสฺส ภิกฺขุโน ‘เอโก ภิกฺขุ จ สามเณโร จ อิมํ ปฏิชคฺคถา’ติ อปโลเกตฺวา ทาตพฺพา. ยาว ปน เต ตํ ปฏิชคฺคนฺติ, ตาว คิลานสฺส จ เตสญฺจ ทฺวินฺนํ เยนตฺโถ สพฺพํ ภิกฺขุสงฺฆสฺเสว ภาโร. อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพาติ อิตเรปิ เทฺว คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพา. กึ การณา? โยปิ หิ นิฏฺฐปฺปตฺตคิลาโน, โส อนุปฏฺฐิยมาโน ‘สเจ มํ ปฏิชคฺเคยฺยุํ, ผาสุกํ เม ภเวยฺย, น โข ปน มํ ปฏิชคฺคนฺตี’ติ มโนปโทสํ กตฺวา อปาเย นิพฺพตฺเตยฺย. ปฏิชคฺคิยมานสฺส ปน เอวํ โหติ – ‘ภิกฺขุสงฺเฆน ยํ กตฺตพฺพํ ตํ สพฺพํ กตํ, มยฺหํ ปน กมฺมวิปาโก อีทิโส’ติ โส ภิกฺขุสงฺเฆ เมตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตติ. โย ปน อปฺปมตฺตเกน พฺยาธินา สมนฺนาคโต ลภนฺโตปิ อลภนฺโตปิ วุฏฺฐาติเยว, ตสฺส วินาปิ เภสชฺเชน วูปสมนกพฺยาธิ เภสชฺเช กเต ขิปฺปตรํ วูปสมฺมติ. ตโต โส พุทฺธวจนํ วา อุคฺคณฺหิตุํ สมณธมฺมํ วา กาตุํ สกฺขิสฺสติ. อิมินา การเณน อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพาติ วุตฺตํ.

เนว โอกฺกมตีติ เนว ปวิสติ. นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ มคฺคนิยามสงฺขาตํ สมฺมตฺตํ. อิมินา ปทปรโม ปุคฺคโล กถิโต. ทุติยวาเรน อุคฺฆฏิตญฺญู คหิโต สาสเน นาฬกตฺเถรสทิโส. พุทฺธนฺตเร เอกวารํ ปจฺเจกพุทฺธานํ สนฺติเก โอวาทํ ลภิตฺวา ปฏิวิทฺธปจฺเจกโพธิญาโณ จ. ตติยวาเรน วิปญฺจิตญฺญู ปุคฺคโล กถิโต. เนยฺโย ปน ตนฺนิสฺสิโตว โหติ.

ธมฺมเทสนา อนุญฺญาตาติ มาสสฺส อฏฺฐ วาเร ธมฺมกถา อนุญฺญาตา. อญฺเญสมฺปิ ธมฺโม เทเสตพฺโพติ อิตเรสมฺปิ ธมฺโม กเถตพฺโพ. กึ การณา? ปทปรมสฺส หิ อิมสฺมึ อตฺตภาเว ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺตสฺสาปิ อนาคเต ปจฺจโย ภวิสฺสติ. โย ปน ตถาคตสฺส รูปทสฺสนํ ลภนฺโตปิ อลภนฺโตปิ ธมฺมวินยญฺจ สวนาย ลภนฺโตปิ อลภนฺโตปิ ธมฺมํ อภิสเมติ; โส อลภนฺโต น ตาว อภิสเมติ, ลภนฺโต ปน ขิปฺปเมว อภิสเมสฺสตีติ อิมินา การเณน เตสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. ตติยสฺส ปน ปุนปฺปุนํ เทเสตพฺโพว. กายสกฺขิทิฏฺฐปฺปตฺตสทฺธาวิมุตฺตา เหฏฺฐา กถิตาเยว.

๙๘. คูถภาณีอาทีสุ – สภคฺคโตติ สภายํ ฐิโต. ปริสคฺคโตติ คามปริสาย ฐิโต. ญาติมชฺฌคโตติ ทายาทานํ มชฺเฌ ฐิโต. ปูคมชฺฌคโตติ เสณีนํ มชฺเฌ ฐิโต. ราชกุลมชฺฌคโตติ ราชกุลสฺส มชฺเฌ มหาวินิจฺฉเย ฐิโต. อภินีโตติ ปุจฺฉนตฺถาย นีโต. สกฺขิปุฏฺโฐติ สกฺขึ กตฺวา ปุจฺฉิโต. เอหมฺโภ ปุริสาติ อาลปนเมตํ. อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วาติ อตฺตโน วา ปรสฺส วา หตฺถปาทาทิเหตุ วา ธนเหตุ วา. อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วาติ เอตฺถ อามิสนฺติ ลาโภ อธิปฺเปโต. กิญฺจิกฺขนฺติ ยํ วา ตํ วา อปฺปมตฺตกํ. อนฺตมโส ติตฺติรวฏฺฏกสปฺปิปิณฺฑนวนีตปิณฺฑาทิอปฺปมตฺตกสฺสาปิ ลญฺชสฺส เหตูติ อตฺโถ. สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหตีติ ชานนฺโตเยว มุสาวาทํ กตฺตา โหติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล คูถสทิสวจนตฺตา คูถภาณีติ วุจฺจติ. ยถา หิ คูถํ นาม มหาชนสฺส อนิฏฺฐํ โหติ อกนฺตํ; เอวเมว อิมสฺส ปุคฺคลสฺส วจนํ เทวมนุสฺสานํ อนิฏฺฐํ โหติ อกนฺตํ.

๙๙. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ปุปฺผสทิสวจนตฺตา ปุปฺผภาณีติ วุจฺจติ. ยถา หิ ผุลฺลานิ วสฺสิกานิ วา อธิมุตฺตกานิ วา มหาชนสฺส อิฏฺฐานิ กนฺตานิ โหนฺติ; เอวเมว อิมสฺส ปุคฺคลสฺส วจนํ เทวมนุสฺสานํ อิฏฺฐํ โหติ กนฺตํ.

๑๐๐. เนลาติ เอลํ วุจฺจติ โทโส. นาสฺสา เอลนฺติ เนลา. นิทฺโทสาติ อตฺโถ, ‘‘เนลงฺโค เสตปจฺฉาโท’’ติ (อุทา. ๖๕) เอตฺถ วุตฺตเนลํ วิย. กณฺณสุขาติ พฺยญฺชนมธุรตาย กณฺณานํ สุขา. สูจิวิชฺฌนํ วิย กณฺณสูลํ น ชเนติ. อตฺถมธุรตาย สกลสรีเร โกปํ อชเนตฺวา เปมํ ชเนตีติ เปมนียา. หทยํ คจฺฉติ อปฺปฏิหญฺญมานา สุเขน จิตฺตํ ปวิสตีติ หทยงฺคมา. คุณปริปุณฺณตาย ปุเร ภวาติ โปรี. ปุเร สํวฑฺฒนารี วิย สุกุมาราติปิ โปรี. ปุรสฺส เอสาติปิ โปรี. นครวาสีนํ กถาติ อตฺโถ. นครวาสิโน หิ ยุตฺตกถา โหนฺติ. ปิติมตฺตํ ปิตาติ, มาติมตฺตํ มาตาติ, ภาติมตฺตํ ภาตาติ วทนฺติ. เอวรูปี กถา พหุโน ชนสฺส กนฺตา โหตีติ พหุชนกนฺตา. พหุชนสฺส กนฺตภาเวเนว พหุโน ชนสฺส มนาปา จิตฺตวุทฺธิกราติ พหุชนมนาปา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล มธุภาณีติ วุจฺจติ. มุทุภาณีติปิ ปาโฐ. อุภยตฺถาปิ มธุรวจโนติ อตฺโถ. ยถา หิ จตุมธุรํ นาม มธุรํ ปณีตํ; เอวเมว อิมสฺส ปุคฺคลสฺส วจนํ เทวมนุสฺสานํ มธุรํ โหติ.

๑๐๑. อรุกูปมจิตฺตาทีสุ – อภิสชฺชตีติ ลคฺคติ. กุปฺปตีติ โกปวเสน กุปฺปติ. พฺยาปชฺชตีติ ปกติภาวํ ปชหติ, ปูติโก โหติ. ปติตฺถียตีติ ถินภาวํ ถทฺธภาวญฺจ อาปชฺชติ. โกปนฺติ ทุพฺพลโกธํ. โทสนฺติ ทุสฺสนวเสน ตโต พลวตรํ. อปฺปจฺจยนฺติ อตุฏฺฐาการํ โทมนสฺสํ. ทุฏฺฐารุโกติ ปุราณวโณ. กฏฺเฐนาติ ทณฺฑกโกฏิยา. กฐลายาติ กปาเลน. อาสวํ เทตีติ อปราปรํ สวติ. ปุราณวโณ หิ อตฺตโน ธมฺมตาย เอว ปุพฺพํ โลหิตํ ยูสนฺติ อิมานิ ตีณิ สวติ, ฆฏฺฏิโต ปน ตานิ อธิกตรํ สวติ. เอวเมวํ โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ, ทุฏฺฐารุโก วิย หิ โกธโน ปุคฺคโล. ตสฺส อตฺตโน ธมฺมตาย สวนํ วิย โกธนสฺสปิ อตฺตโน ธมฺมตาย อุทฺธุมาตกสฺส วิย จณฺฑิกตสฺส จรณํ. กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏนํ วิย อปฺปมตฺตกมฺปิ วจนํ ภิยฺโยโส มตฺตาย สวนํ วิย ‘มาทิสํ นาม เอส เอวํ วทตี’ติ ภิยฺโยโส มตฺตาย อุทฺธุมายนภาโว ทฏฺฐพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อรุกูปมจิตฺโตติ วุจฺจติ. ปุราณวณสทิสจิตฺโตติ อตฺโถ.

๑๐๒. รตฺตนฺธการติมิสายาติ รตฺตึ จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺตินิวารเณน อนฺธภาวกรเณ พหลตเม. วิชฺชนฺตริกายาติ วิชฺชุปฺปตฺติกฺขเณ. อิธาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – จกฺขุมา ปุริโส วิย หิ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ. อนฺธการํ วิย โสตาปตฺติมคฺควชฺฌา กิเลสา. วิชฺชุสญฺจรณํ วิย โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺส อุปฺปตฺติกาโล. วิชฺชนฺตริกาย จกฺขุมโต ปุริสสฺส สามนฺตา รูปทสฺสนํ วิย โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ นิพฺพานทสฺสนํ. ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย สกทาคามิมคฺควชฺฌา กิเลสา. ปุน วิชฺชุสญฺจรณํ วิย สกทาคามิมคฺคญาณสฺส อุปฺปาโท. วิชฺชนฺตริกาย จกฺขุมโต ปุริสสฺส สามนฺตา รูปทสฺสนํ วิย สกทาคามิมคฺคกฺขเณ นิพฺพานทสฺสนํ. ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย อนาคามิมคฺควชฺฌา กิเลสา. ปุน วิชฺชุสญฺจรณํ วิย อนาคามิมคฺคญาณสฺส อุปฺปาโท. วิชฺชนฺตริกาย จกฺขุมโต ปุริสสฺส สามนฺตา รูปทสฺสนํ วิย อนาคามิมคฺคกฺขเณ นิพฺพานทสฺสนํ เวทิตพฺพํ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล วิชฺชูปมจิตฺโตติ วุจฺจติ. อิตฺตรกาโลภาเสน วิชฺชุสทิสจิตฺโตติ อตฺโถ.

๑๐๓. วชิรูปมจิตฺตตายปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – วชิรํ วิย หิ อรหตฺตมคฺคญาณํ ทฏฺฐพฺพํ. มณิคณฺฐิปาสาณคณฺฐิ วิย อรหตฺตมคฺควชฺฌา กิเลสา. วชิรสฺส มณิคณฺฐึ วา ปาสาณคณฺฐึ วา วินิวิชฺฌิตฺวา อคมนภาวสฺส นตฺถิภาโว วิย อรหตฺตมคฺคญาเณน อจฺเฉชฺชานํ กิเลสานํ นตฺถิภาโว. วชิเรน นิพฺพิทฺธเวธสฺส ปุน อปฏิปูรณํ วิย อรหตฺตมคฺเคน ฉินฺนานํ กิเลสานํ ปุน อนุปฺปาโท ทฏฺฐพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล วชิรูปมจิตฺโตติ วุจฺจติ. กิเลสานํ มูลฆาตกรณสมตฺถตาย วชิเรน สทิสจิตฺโตติ อตฺโถ.

๑๐๔. อนฺธาทีสุ ตถารูปํ จกฺขุ น โหตีติ ตถาชาติกํ ตถาสภาวํ ปญฺญาจกฺขุ น โหติ. ผาตึ กเรยฺยาติ ผีตํ วฑฺฒิตํ กเรยฺย. สาวชฺชานวชฺเชติ สโทสนิทฺโทเส. หีนปฺปณีเตติ อธมุตฺตเม. กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเคติ กณฺหสุกฺกาเยว อญฺญมญฺญปฏิพาหนโต ปฏิปกฺขวเสน สปฺปฏิภาคาติ วุจฺจนฺติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – กุสเล ธมฺเม ‘กุสลา ธมฺมา’ติ เยน ปญฺญาจกฺขุนา ชาเนยฺย, อกุสเล ธมฺเม ‘อกุสลา ธมฺมา’ติ, สาวชฺชาทีสุปิ เอเสว นโย. กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเคสุ ปน กณฺหธมฺเม ‘สุกฺกสุปฺปฏิภาคา’ติ, สุกฺกธมฺเม ‘กณฺหสปฺปฏิภาคา’ติ เยน ปญฺญาจกฺขุนา ชาเนยฺย. ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหตีติ อิมินา นเยน เสสฏฺฐาเนสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ทิฏฺฐธมฺมิกโภคสํหรณปญฺญาจกฺขุโน จ สมฺปรายิกตฺถโสธนปญฺญาจกฺขุโน จ อภาวา อนฺโธติ วุจฺจติ. ทุติโย ทิฏฺฐธมฺมิกโภคสํหรณปญฺญาจกฺขุโน ภาวา, สมฺปรายิกตฺถโสธนปญฺญาจกฺขุโน ปน อภาวา เอกจกฺขูติ วุจฺจติ. ตติโย ทฺวินฺนมฺปิ ภาวา ทฺวิจกฺขูติ วุจฺจติ.

๑๐๗. อวกุชฺชปญฺญาทีสุ ธมฺมํ เทเสนฺตีติ อุปาสโก ธมฺมสฺสวนตฺถาย อาคโตติ อตฺตโน กมฺมํ ปหาย ธมฺมํ เทเสนฺติ. อาทิกลฺยาณนฺติ อาทิมฺหิ กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชํ นิทฺโทสํ กตฺวา เทเสนฺติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน อาทีติ ปุพฺพปฏฺฐปนา. มชฺฌนฺติ กถาเวมชฺฌํ. ปริโยสานนฺติ สนฺนิฏฺฐานํ. อิติสฺส ธมฺมํ กเถนฺตา ปุพฺพปฏฺฐปเนปิ กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชเมว กตฺวา กเถนฺติ, เวมชฺเฌปิ, ปริโยสาเนปิ. เอตฺถ จ อตฺถิ เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานานิ, อตฺถิ สาสนสฺส. ตตฺถ เทสนาย ตาว – จตุปฺปทิกคาถาย ปฐมปทํ อาทิ, เทฺว ปทานิ มชฺฌํ, อวสานปทํ ปริโยสานํ. เอกานุสนฺธิกสุตฺตสฺส – นิทานํ อาทิ, อนุสนฺธิ มชฺฌํ, อิทมโวจาติ อปฺปนา ปริโยสานํ. อเนกานุสนฺธิกสฺส – ปฐโม อนุสนฺธิ อาทิ, ตโต ปรํ เอโก วา อเนกา วา มชฺฌํ, ปจฺฉิโม ปริโยสานํ. อยํ ตาว เทสนาย นโย.

สาสนสฺส ปน สีลํ อาทิ, สมาธิ มชฺฌํ, วิปสฺสนา ปริโยสานํ. สมาธิ วา อาทิ, วิปสฺสนา มชฺฌํ, มคฺโค ปริโยสานํ. วิปสฺสนา วา อาทิ, มคฺโค มชฺฌํ, ผลํ ปริโยสานํ. มคฺโค วา อาทิ, ผลํ มชฺฌํ, นิพฺพานํ ปริโยสานํ. เทฺว เทฺว วา กริยมาเน สีลสมาธโย อาทิ, วิปสฺสนามคฺคา มชฺฌํ, ผลนิพฺพานานิ ปริโยสานํ. สาตฺถนฺติ สาตฺถกํ กตฺวา เทเสนฺติ. สพฺยญฺชนนฺติ อกฺขรปาริปูรึ กตฺวา เทเสนฺติ. เกวลปริปุณฺณนฺติ สกลปริปุณฺณํ อนูนํ กตฺวา เทเสนฺติ. ปริสุทฺธนฺติ ปริสุทฺธํ นิชฺชฏํ นิคฺคณฺฐึ กตฺวา เทเสนฺติ. พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺตีติ เอวํ เทเสนฺตา จ เสฏฺฐจริยภูตํ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ปกาเสนฺติ. เนว อาทึ มนสิ กโรตีติ เนว ปุพฺพปฏฺฐปนํ มนสิ กโรติ. กุมฺโภติ ฆโฏ. นิกฺกุชฺโชติ อโธมุโข ฐปิโต. เอวเมวนฺติ เอตฺถ กุมฺโภ นิกฺกุชฺโช วิย อวกุชฺชปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ. อุทกาสิญฺจนกาโล วิย ธมฺมเทสนาย ลทฺธกาโล. อุทกสฺส วิวฏฺฏนกาโล วิย ตสฺมึ อาสเน นิสินฺนสฺส อุคฺคเหตุํ อสมตฺถกาโล. อุทกสฺส อสณฺฐานกาโล วิย อุฏฺฐหิตฺวา อสลฺลกฺขณกาโล เวทิตพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อวกุชฺชปญฺโญติ วุจฺจติ. อโธมุขปญฺโญติ อตฺโถ.

๑๐๘. อากิณฺณานีติ ปกฺขิตฺตานิ. สติสมฺโมสา ปกิเรยฺยาติ มุฏฺฐสฺสติตาย วิกิเรยฺย. เอวเมวนฺติ เอตฺถ อุจฺฉงฺโค วิย อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ. นานาขชฺชกานิ วิย นานปฺปการํ พุทฺธวจนํ. อุจฺฉงฺเค นานาขชฺชกานิ ขาทนฺตสฺส นิสินฺนกาโล วิย ตสฺมึ อาสเน นิสินฺนสฺส อุคฺคหณกาโล. วุฏฺฐหนฺตสฺส สติสมฺโมสา วิกิรณกาโล วิย ตสฺมา อาสนา วุฏฺฐาย คจฺฉนฺตสฺส อสลฺลกฺขณกาโล เวทิตพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อุจฺฉงฺคปญฺโญติ วุจฺจติ. อุจฺฉงฺคสทิสปญฺโญติ อตฺโถ.

๑๐๙. อุกฺกุชฺโชติ อุปริมุโข ฐปิโต. สณฺฐาตีติ ปติฏฺฐหติ. เอวเมว โขติ เอตฺถ อุปริมุโข ฐปิโต กุมฺโภ วิย ปุถุปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ. อุทกสฺส อาสิตฺตกาโล วิย เทสนาย ลทฺธกาโล. อุทกสฺส สณฺฐานกาโล วิย ตตฺถ นิสินฺนสฺส อุคฺคหณกาโล. โน วิวฏฺฏนกาโล วิย อุฏฺฐาย คจฺฉนฺตสฺส สลฺลกฺขณกาโล เวทิตพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ปุถุปญฺโญติ วุจฺจติ. วิตฺถาริกปญฺโญติ อตฺโถ.

๑๑๐. อวีตราคาทีสุ – ยถา โสตาปนฺนสกทาคามิโน, เอวํ ปุถุชฺชโนปิ ปญฺจสุ กามคุเณสุ, ตีสุ จ ภเวสุ อวีตราโค. อทพฺพตาย ปน น คหิโต. ยถา หิ เฉโก วฑฺฒกี ทพฺพสมฺภารตฺถํ วนํ ปวิฏฺโฐ น อาทิโต ปฏฺฐาย สมฺปตฺตสมฺปตฺตรุกฺเข ฉินฺทติ, เย ปนสฺส ทพฺพสมฺภารูปคา โหนฺติ, เตเยว ฉินฺทติ; เอวมิธาปิ ภควตา ทพฺพชาติกา อริยาว คหิตา, ปุถุชฺชนา ปน อทพฺพตาย น คหิตาติ เวทิตพฺพา. กาเมสุ วีตราโคติ ปญฺจสุ กามคุเณสุ วีตราโค. ภเวสุ อวีตราโคติ รูปารูปภเวสุ อวีตราโค.

๑๑๓. ปาสาณเลขูปมาทีสุ – อนุเสตีติ อปฺปหีนตาย อนุเสติ. น ขิปฺปํ ลุชฺชตีติ น อนฺตรา นสฺสติ, กปฺปุฏฺฐาเนเนว นสฺสติ. เอวเมวนฺติ เอวํ ตสฺสาปิ ปุคฺคลสฺส โกโธ น อนฺตรา ปุนทิวเส วา อปรทิวเส วา นิพฺพาติ, อทฺธนิโย ปน โหติ. มรเณเนว นิพฺพาตีติ อตฺโถ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ปาสาณเลขา วิย กุชฺฌนภาเวน จิรฏฺฐิติกโต ปาสาณเลขูปโมติ วุจฺจติ.

๑๑๔. โส จ ขฺวสฺส โกโธติ โส อปฺปมตฺตเกปิ การเณ สหสา กุทฺธสฺส โกโธ. น จิรนฺติ อจิรํ อปฺปหีนตาย นานุเสติ. ยถา ปน ปถวิยํ อากฑฺฒิตฺวา กตเลขา วาตาทีหิ ขิปฺปํ นสฺสติ, เอวมสฺส สหสา อุปฺปนฺโนปิ โกโธ ขิปฺปเมว นิพฺพาตีติ อตฺโถ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ปถวิยํ เลขา วิย กุชฺฌนภาเวน อจิรฏฺฐิติกโต ปถวีเลขูปโมติ วุจฺจติ.

๑๑๕. อาคาเฬฺหนาติ อติคาเฬฺหน มมฺมจฺเฉทเกน ถทฺธวจเนน. ผรุเสนาติ น โสตสุเขน. อมนาเปนาติ น จิตฺตสุเขน. สํสนฺทตีติ เอกีภวติ. สนฺธิยตีติ ฆฏยติ. สมฺโมทตีติ นิรนฺตโร โหติ. อถ วา – สํสนฺทตีติ จิตฺตกิริยาทีสุ จิตฺเตน สโมธานํ คจฺฉติ. ขีโรทกํ วิย เอกีภาวํ อุเปตีติ อตฺโถ. สนฺธิยตีติ ฐานคมนาทีสุ กายกิริยาทีสุ กาเยน สโมธานํ คจฺฉติ. ติลตณฺฑุลา วิย มิสฺสีภาวํ อุเปตีติ อตฺโถ. สมฺโมทตีติ อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีสุ วจีกิริยาสุ วาจาย สโมธานํ คจฺฉติ. วิปฺปวาสคโตปิ ปิยสหายโก วิย ปิยตรภาวํ อุเปตีติ อตฺโถ. อปิจ – กิจฺจกรณีเยสุ เตหิ สทฺธึ อาทิโตว เอกกิริยภาวํ อุปคจฺฉนฺโต สํสนฺทติ. ยาว มชฺฌา ปวตฺตนฺโต สนฺธิยติ, ยาว ปริโยสานา อนิวตฺตนฺโต สมฺโมทตีติปิ เวทิตพฺโพ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อุทกเลขา วิย ขิปฺปํ สํสนฺทนโต อุทกเลขูปโมติ วุจฺจติ.

๑๑๖. โปตฺถกูปเมสุ – ยาย อุปมาย เต โปตฺถกูปมาติ วุจฺจนฺติ, ตํ ตาว อุปมํ ทสฺเสตุํ ตโย โปตฺถกาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ นโวติ นววายิโม. โปตฺถโกติ สาณวากสาฏโก. ทุพฺพณฺโณติ วิวณฺโณ. ทุกฺขสมฺผสฺโสติ ขรสมฺผสฺโส. อปฺปคฺโฆติ อติพหุํ อคฺฆนฺโต กหาปณคฺฆนโก โหติ. มชฺฌิโมติ ปริโภคมชฺฌิโม. โส หิ นวภาวํ อติกฺกมิตฺวา ชิณฺณภาวํ อปฺปตฺโต มชฺเฌ ปริโภคกาเลปิ ทุพฺพณฺโณ จ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆเยว จ โหติ. อติพหุํ อคฺฆนฺโต อฑฺฒํ อคฺฆติ. ชิณฺณกาเล ปน อฑฺฒมาสกํ วา กากณิกํ วา อคฺฆติ. อุกฺขลิปริมชฺชนนฺติ กาฬุกฺขลิปริปุญฺฉนํ.

นโวติ อุปสมฺปทาย ปญฺจวสฺสกาลโต เหฏฺฐา ชาติยา สฏฺฐิวสฺโสปิ นโวเยว. ทุพฺพณฺณตายาติ สรีรวณฺเณนปิ คุณวณฺเณนปิ ทุพฺพณฺณตาย. ทุสฺสีลสฺส หิ ปริสมชฺเฌ นิสินฺนสฺส นิตฺเตชตาย สรีรวณฺโณปิ น สมฺปชฺชติ, คุณวณฺเณ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. เย โข ปนสฺสาติ เย โข ปน ตสฺส อุปฏฺฐากา วา ญาติมิตฺตาทโย วา เอตํ ปุคฺคลํ เสวนฺติ. เตสํ ตนฺติ เตสํ ปุคฺคลานํ ฉ สตฺถาเร เสวนฺตานํ มิจฺฉาทิฏฺฐิกานํ วิย, เทวทตฺตํ เสวนฺตานํ โกกาลิกาทีนํ วิย จ ตํ เสวนํ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย โหติ. มชฺฌิโมติ ปญฺจวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ยาว นววสฺสกาลา มชฺฌิโม นาม. เถโรติ ทสวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย เถโร นาม. เอวมาหํสูติ เอวํ วทนฺติ. กึ นุ โข ตุยฺหนฺติ ตุยฺหํ พาลสฺส ภณิเตน โก อตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ตถารูปนฺติ ตถาชาติกํ ตถาสภาวํ อุกฺเขปนียกมฺมสฺส การณภูตํ.

๑๑๗. กาสิกวตฺถูปเมสุ – กาสิกวตฺถํ นาม ตโย กปฺปาสํสู คเหตฺวา กนฺติตสุตฺเตน วายิตํ สุขุมวตฺถํ. ตํ นววายิมํ อนคฺฆํ โหติ. ปริโภคมชฺฌิมํ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ สหสฺสานิ อคฺฆติ. ชิณฺณกาเล ปน อฏฺฐปิ ทสปิ สหสฺสานิ อคฺฆติ.

เตสํ ตํ โหตีติ เตสํ สมฺมาสมฺพุทฺธาทโย เสวนฺตานํ วิย ตํ เสวนํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย โหติ. สมฺมาสมฺพุทฺธญฺหิ เอกํ นิสฺสาย ยาวชฺชกาลา มุจฺจนกสตฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ. ตถา สาริปุตฺตตฺเถรมหาโมคฺคลฺลานตฺเถเร อวเสเส จ อสีติมหาสาวเก นิสฺสาย สคฺคํ คตสตฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ. ยาวชฺชกาลา เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ ปฏิปนฺนสตฺตานมฺปิ ปมาณํ นตฺถิเยว. อาเธยฺยํ คจฺฉตีติ ตสฺส มหาเถรสฺส ตํ อตฺถนิสฺสิตํ วจนํ ยถา คนฺธกรณฺฑเก กาสิกวตฺถํ อาธาตพฺพตํ ฐเปตพฺพตํ คจฺฉติ, เอวํ อุตฺตมงฺเค สิรสฺมึ หทเย จ อาธาตพฺพตํ ฐเปตพฺพตมฺปิ คจฺฉติ. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ.

๑๑๘. สุปฺปเมยฺยาทีสุ – สุเขน ปเมตพฺโพติ สุปฺปเมยฺโย. อิธาติ อิมสฺมึ สตฺตโลเก. อุทฺธโตติ อุทฺธจฺเจน สมนฺนาคโต. อุนฺนโฬติ อุคฺคตนโฬ; ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. จปโลติ ปตฺตมณฺฑนาทินา จาปลฺเลน สมนฺนาคโต. มุขโรติ มุขขโร. วิกิณฺณวาโจติ อสํยตวจโน. อสมาหิโตติ จิตฺเตกคฺคตารหิโต. วิพฺภนฺตจิตฺโตติ ภนฺตจิตฺโต, ภนฺตคาวีภนฺตมิคีสปฺปฏิภาโค. ปากฏินฺทฺริโยติ วิวฏินฺทฺริโย. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ‘สุปฺปเมยฺโย’ติ วุจฺจติ. ยถา หิ ปริตฺตสฺส อุทกสฺส สุเขน ปมาณํ คยฺหติ; เอวเมว อิเมหิ อคุณงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส สุเขน ปมาณํ คยฺหติ. เตเนส ‘สุปฺปเมยฺโย’ติ วุตฺโต.

๑๑๙. ทุกฺเขน ปเมตพฺโพติ ทุปฺปเมยฺโย. อนุทฺธตาทีนิ วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพานิ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ‘ทุปฺปเมยฺโย’ติ วุจฺจติ. ยถา หิ มหาสมุทฺทสฺส ทุกฺเขน ปมาณํ คยฺหติ; เอวเมว อิเมหิ คุณงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ทุกฺเขน ปมาณํ คยฺหติ. ตาทิโส ‘อนาคามี นุ โข, ขีณาสโว นุ โข’ติ วตฺตพฺพตํ คจฺฉติ, เตเนส ‘ทุปฺปเมยฺโย’ติ วุตฺโต.

๑๒๐. น สกฺกา ปเมตุนฺติ อปฺปเมยฺโย. ยถา หิ อากาสสฺส น สกฺกา ปมาณํ คเหตุํ, เอวํ ขีณาสวสฺส. เตเนส ‘อปฺปเมยฺโย’ติ วุตฺโต.

๑๒๑. น เสวิตพฺพาทีสุ – น เสวิตพฺโพติ น อุปสงฺกมิตพฺโพ. น ภชิตพฺโพติ น อลฺลียิตพฺโพ. น ปยิรุปาสิตพฺโพติ น สนฺติเก นิสีทนวเสน ปุนปฺปุนํ อุปาสิตพฺโพ. หีโน โหติ สีเลนาติอาทีสุ อุปาทายุปาทาย หีนตา เวทิตพฺพา. โย หิ ปญฺจ สีลานิ รกฺขติ, โส ทส สีลานิ รกฺขนฺเตน น เสวิตพฺโพ. โย ปน ทส สีลานิ รกฺขติ, โส จตุปาริสุทฺธิสีลํ รกฺขนฺเตน น เสวิตพฺโพ. อญฺญตฺร อนุทฺทยา อญฺญตฺร อนุกมฺปาติ ฐเปตฺวา อนุทฺทยญฺจ อนุกมฺปญฺจ. อตฺตโน อตฺถาย เอว หิ เอวรูโป ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ. อนุทฺทยานุกมฺปาวเสน ปน ตํ อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏติ.

๑๒๒. สทิโส โหตีติ สมาโน โหติ. สีลสามญฺญคตานํ สตนฺติ สีเลน สมานภาวํ คตานํ สนฺตานํ. สีลกถา จ โน ภวิสฺสตีติ เอวํ สมานสีลานํ อมฺหากํ สีลเมว อารพฺภ กถา ภวิสฺสติ. สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสตีติ สา จ สีลกถา อมฺหากํ ผาสุวิหาโร สุขวิหาโร ภวิสฺสติ. สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสตีติ สา จ อมฺหากํ กถา ทิวสมฺปิ กเถนฺตานํ ปวตฺตินี ภวิสฺสติ, น ปฏิหญฺญิสฺสติ. ทฺวีสุ หิ สีลวนฺเตสุ เอเกน สีลสฺส วณฺเณ กถิเต อิตโร อนุโมทติ; เตน เตสํ กถา ผาสุ เจว โหติ, ปวตฺตินี จ. เอกสฺมึ ปน ทุสฺสีเล สติ ทุสฺสีลสฺส สีลกถา ทุกฺกถาติ เนว สีลกถา โหติ, น ผาสุ โหติ, น ปวตฺตินี. สมาธิปญฺญากถาสุปิ เอเสว นโย. เทฺว หิ สมาธิลาภิโน สมาธิกถํ, สปฺปญฺญา จ ปญฺญากถํ กเถนฺตา, รตฺตึ วา ทิวสํ วา อติกฺกนฺตมฺปิ น ชานนฺติ.

๑๒๓. สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวาติ สกฺการญฺเจว ครุการญฺจ กริตฺวา. อธิโก โหตีติ อติเรโก โหติ. สีลกฺขนฺธนฺติ สีลราสึ. ปริปูเรสฺสามีติ ตํ อติเรกสีลํ ปุคฺคลํ นิสฺสาย อตฺตโน อปริปูรํ สีลราสึ ปริปูรํ กริสฺสามิ. ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ เอตฺถ สีลสฺส อสปฺปาเย อนุปการธมฺเม วชฺเชตฺวา สปฺปาเย อุปการธมฺเม เสวนฺโต ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน สีลกฺขนฺธํ ปญฺญาย อนุคฺคณฺหาติ นาม. สมาธิปญฺญากฺขนฺเธสุปิ เอเสว นโย.

๑๒๔. ชิคุจฺฉิตพฺพาทีสุ – ชิคุจฺฉิตพฺโพติ คูถํ วิย ชิคุจฺฉิตพฺโพ. อถ โข นนฺติ อถ โข อสฺส. กิตฺติสทฺโทติ กถาสทฺโท. เอวเมวนฺติ เอตฺถ คูถกูโป วิย ทุสฺสีลฺยํ ทฏฺฐพฺพํ. คูถกูเป ปติตฺวา ฐิโต ธมนีอหิ วิย ทุสฺสีลปุคฺคโล. คุถกูปโต อุทฺธริยมาเนน เตน อหินา ปุริสสฺส สรีรํ อารุเฬฺหนาปิ อทฏฺฐภาโว วิย ทุสฺสีลํ เสวมานสฺสาปิ ตสฺส กิริยาย การณภาโว สรีรํ คูเถน มกฺเขตฺวา อหิโน คตกาโล วิย ทุสฺสีลํ เสวมานสฺส ปาปกิตฺติสทฺทสฺส อพฺภุคฺคมนกาโล เวทิตพฺโพ.

๑๒๕. ตินฺทุกาลาตนฺติ ตินฺทุกรุกฺขอลาตํ. ภิยฺโยโส มตฺตาย จิจฺจิฏายตีติ ตญฺหิ ฌายมานํ ปกติยาปิ ปปฏิกาโย มุญฺจนฺตํ จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏาติ สทฺทํ กโรติ. ฆฏฺฏิตํ ปน อธิมตฺตํ กโรตีติ อตฺโถ. เอวเมวนฺติ เอวเมวํ โกธโน อตฺตโน ธมฺมตายปิ อุทฺธโต จณฺฑิกโต หุตฺวา จรติ. อปฺปมตฺตกํ ปน วจนํ วุตฺตกาเล ‘มาทิสํ นาม เอวํ วทตี’ติ อติเรกตรํ อุทฺธโต จณฺฑิกโต หุตฺวา จรติ. คูถกูโปติ คูถปุณฺณกูโป, คูถราสิเยว วา. โอปมฺมสํสนฺทนํ ปเนตฺถ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ, น เสวิตพฺโพติ ยสฺมา โกธโน อติเสวิยมาโนปิ อติอุปสงฺกมิยมาโนปิ กุชฺฌติเยว, ‘กึ อิมินา’ติ ปฏิกฺกมนฺโตปิ กุชฺฌติเยว, ตสฺมา ปลาลคฺคิ วิย อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ, น เสวิตพฺโพ. กึ วุตฺตํ โหติ? โย หิ ปลาลคฺคึ อติอุปสงฺกมิตฺวา ตปฺปติ, ตสฺส สรีรํ ฌายติ. โย อติปฏิกฺกมิตฺวา ตปฺปติ, ตสฺส สีตํ น วูปสมฺมติ. อนุปสงฺกมิตฺวา อปฏิกฺกมิตฺวา ปน มชฺฌตฺตภาเวน ตปฺเปนฺตสฺส สีตํ วูปสมฺมติ, กาโยปิ น ฑยฺหติ. ตสฺมา ปลาลคฺคิ วิย โกธโน ปุคฺคโล มชฺฌตฺตภาเวน อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ, น เสวิตพฺโพ, น ภชิตพฺโพ, น ปยิรุปาสิตพฺโพ.

๑๒๖. กลฺยาณมิตฺโตติ สุจิมิตฺโต. กลฺยาณสหาโยติ สุจิสหาโย. สหาโยติ สหคามี สทฺธึจโร. กลฺยาณสมฺปวงฺโกติ กลฺยาเณสุ สุจิปุคฺคเลสุ สมฺปวงฺโก, ตนฺนินฺนตปฺโปณตปฺปพฺภารมานโสติ อตฺโถ.

๑๒๗. สีเลสุ ปริปูรการีติอาทีสุ – สีเลสุ ปริปูรการิโนติ เอเต อริยสาวกา ยานิ ตานิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตานิ, อาทิพฺรหฺมจริยกานิ, ปาราชิกสงฺขาตานิ จตฺตาริ มหาสีลสิกฺขาปทานิ, เตสํ อวีติกฺกมนโต ยานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ อาปชฺชนฺติ, เตหิ จ วุฏฺฐานโต สีเลสุ ยํ กตฺตพฺพํ, ตํ ปริปูรํ สมตฺตํ กโรนฺตีติ ‘สีเลสุ ปริปูรการิโน’ติ วุจฺจนฺติ. สมาธิปาริพนฺธกานํ ปน กามราคพฺยาปาทานํ, ปญฺญาปาริพนฺธกสฺส จ สจฺจปฏิจฺฉาทกสฺส โมหสฺส อสมูหตตฺตา, สมาธึ ปญฺญญฺจ ภาเวนฺตาปิ สมาธิปญฺญาสุ ยํ กตฺตพฺพํ ตํ มตฺตโส ปมาเณน ปเทสมตฺตเมว กโรนฺตีติ สมาธิสฺมึ ปญฺญาย จ มตฺตโส การิโนติ วุจฺจนฺติ. อิมินา อุปาเยน อิตเรสุปิ ทฺวีสุ นเยสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ตตฺรายํ อปโรปิ สุตฺตนฺตนโย –

‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ ปริปูรการี โหติ, สมาธิสฺมึ มตฺตโส การี, ปญฺญาย มตฺตโส การี. โส ยานิ ตานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ ตานิ อาปชฺชติปิ, วุฏฺฐาติปิ. ตํ กิสฺส เหตุ? น หิ เมตฺถ, ภิกฺขเว, อภพฺพตา วุตฺตา. ยานิ จ โข ตานิ สิกฺขาปทานิ อาทิพฺรหฺมจริยกานิ พฺรหฺมจริยสารุปฺปานิ, ตตฺถ ธุวสีโล จ โหติ, ฐิตสีโล จ, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ, อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ. อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ…เป… โส ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา, ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา, สกทาคามี โหติ; สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ. อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ ปริปูรการี โหติ, สมาธิสฺมึ ปริปูรการี, ปญฺญาย มตฺตโส การี. โส ยานิ ตานิ…เป… สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ…เป… อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ ปริปูรการี, สมาธิสฺมึ ปริปูรการี, ปญฺญาย ปริปูรการี. โส ยานิ ตานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ…เป… สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส อาสวานํ ขยา…เป… อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๗).

๑๓๐. สตฺถารนิทฺเทเส – ปริญฺญํ ปญฺญเปตีติ ปหานํ สมติกฺกมํ ปญฺญเปติ. ตตฺราติ เตสุ ตีสุ ชเนสุ. เตน ทฏฺฐพฺโพติ เตน ปญฺญาปเนน โส สตฺถา รูปาวจรสมาปตฺติยา ลาภีติ ทฏฺฐพฺโพติ อตฺโถ. ทุติยวาเรปิ เอเสว นโย. สมฺมาสมฺพุทฺโธ สตฺถา เตน ทฏฺฐพฺโพติ เตน ติตฺถิเยหิ อสาธารเณน ปญฺญาปเนน อยํ ตติโย สตฺถา สพฺพญฺญุพุทฺโธ ทฏฺฐพฺโพ. ติตฺถิยา หิ กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตา รูปภวํ วกฺขนฺติ. รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตา อรูปภวํ วกฺขนฺติ. เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตา อสญฺญภวํ วกฺขนฺติ. สมฺมา ปญฺญเปนฺตา ‘เอวํ ปญฺญเปยฺยุํ’, โน จ สมฺมา ปญฺญเปตุํ สกฺโกนฺติ. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน กามานํ ปริญฺญํ ปหานํ อนาคามิมคฺเคน ปญฺญเปติ. รูปเวทนานํ ปริญฺญํ ปหานํ อรหตฺตมคฺเคน ปญฺญเปติ. อิเม ตโย สตฺถาโรติ อิเม เทฺว ชนา พาหิรกา, เอโก สมฺมาสมฺพุทฺโธติ – อิมสฺมึ โลเก ตโย สตฺถาโร นาม.

๑๓๑. ทุติเย สตฺถารนิทฺเทเส – ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเมติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว. อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปตีติ ‘‘อตฺตา นาเมโก อตฺถิ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต’’ติ ภูตโต ถิรโต ปญฺญเปติ. อภิสมฺปรายญฺจาติ อปรสฺมึ อตฺตภาเว เอวเมว ปญฺญเปติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.

ติกนิทฺเทสวณฺณนา.