๑. เอกกนิทฺเทสวณฺณนา

๑. อิทานิ ยถาฐปิตํ มาติกํ อาทิโต ปฏฺฐาย วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ – กตโม จ ปุคฺคโล สมยวิมุตฺโตติอาทิมาห. ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ สตฺตโลเก. เอกจฺโจ ปุคฺคโลติ เอโก ปุคฺคโล. กาเลน กาลนฺติ เอตฺถ ภุมฺมวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอเกกสฺมึ กาเลติ วุตฺตํ โหติ. สมเยน สมยนฺติ อิทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ. อฏฺฐ วิโมกฺเขติ รูปาวจรารูปาวจรอฏฺฐสมาปตฺติโย. ตาสญฺหิ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุจฺจนโต วิโมกฺโขติ นามํ. กาเยนาติ วิโมกฺขสหชาเตน นามกาเยน. ผุสิตฺวา วิหรตีติ ปฏิลภิตฺวา อิริยติ. กตมสฺมึ ปเนส กาเล วิโมกฺเข ผุสิตฺวา วิหรตีติ? สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตุกามสฺส หิ กาโล นาม อตฺถิ, อกาโล นาม อตฺถิ. ตตฺถ ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนกาโล, วตฺตกรณกาโล จ สมาปชฺชนสฺส อกาโล นาม. สรีรํ ปน ปฏิชคฺคิตฺวา วตฺตํ กตฺวา วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนสฺส ยาว ปิณฺฑาย คมนกาโล นาคจฺฉติ, เอตสฺมึ อนฺตเร สมาปชฺชนสฺส กาโล นาม.

ปิณฺฑาย คมนกาลํ ปน สลฺลกฺเขตฺวา นิกฺขนฺตสฺส เจติยวนฺทนกาโล, ภิกฺขุสงฺฆปริวุตสฺส วิตกฺกมาฬเก ฐานกาโล ปิณฺฑาย คมนกาโล คาเม จรณกาโล; อาสนสาลาย ยาคุปานกาโล วตฺตกรณกาโลติ อยมฺปิ สมาปชฺชนสฺส อกาโล นาม. อาสนสาลาย ปน วิวิตฺเต โอกาเส สติ ยาว ภตฺตกาโล นาคจฺฉติ, เอตสฺมิมฺปิ อนฺตเร สมาปชฺชนสฺส กาโล นาม. ภตฺตํ ปน ภุญฺชนกาโล, วิหารคมนกาโล, ปตฺตจีวรปฏิสามนกาโล, ทิวาวตฺตกรณกาโล, ปริปุจฺฉาทานกาโลติ อยมฺปิ สมาปชฺชนสฺส อกาโล นาม. โย อกาโล, เสฺวว อสมโย. ตํ สพฺพมฺปิ ฐเปตฺวา อวเสเส กาเล กาเล, สมเย สมเย วุตฺตปฺปกาเร อฏฺฐ วิโมกฺเข สหชาตนามกาเยน ปฏิลภิตฺวา วิหรนฺโต, ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล…เป… วิหรตี’’ติ วุจฺจติ.

อปิเจส สผสฺสเกหิ สหชาตนามธมฺเมหิ สหชาตธมฺเม ผุสติเยว นาม, อุปจาเรน อปฺปนํ ผุสติเยว นาม. ปุริมาย อปฺปนาย อปรํ อปฺปนํ ผุสติเยว. เยน หิ สทฺธึ เย ธมฺมา สหชาตา, เตน เต ปฏิลทฺธา นาม โหนฺติ. ผสฺเสนาปิ ผุฏฺฐาเยว นาม โหนฺติ. อุปจารมฺปิ อปฺปนาย ปฏิลาภการณเมว, ตถา ปุริมา อปฺปนา อปรอปฺปนาย. ตตฺราสฺส เอวํ สหชาเตหิ สหชาตานํ ผุสนา เวทิตพฺพา – ปฐมชฺฌานญฺหิ วิตกฺกาทีหิ ปญฺจงฺคิกํ. ตสฺมึ ฐเปตฺวา ตานิ องฺคานิ เสสา อติเรกปณฺณาสธมฺมา จตฺตาโร ขนฺธา นาม โหนฺติ. เตน นามกาเยน ปฐมชฺฌานสมาปตฺติวิโมกฺขํ ผุสิตฺวา ปฏิลภิตฺวา วิหรติ. ทุติยํ ฌานํ ปีติสุขจิตฺเตกคฺคตาหิ ติวงฺคิกํ, ตติยํ สุขจิตฺเตกคฺคตาหิ ทุวงฺคิกํ, จตุตฺถํ อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาหิ ทุวงฺคิกํ, ตถา อากาสานญฺจายตนํ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนญฺจ. ตตฺถ ฐเปตฺวา ตานิ องฺคานิ เสสา อติเรกปณฺณาสธมฺมา จตฺตาโร ขนฺธา นาม โหนฺติ. เตน นามกาเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติวิโมกฺขํ ผุสิตฺวา ปฏิลภิตฺวา วิหรติ.

ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวาติ วิปสฺสนาปญฺญาย สงฺขารคตํ, มคฺคปญฺญาย จตุสจฺจธมฺเม ปสฺสิตฺวา. เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตีติ อุปฑฺฒุปฑฺฒา ปฐมมคฺคาทิวชฺฌา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สมยวิมุตฺโตติ เอตฺถ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี ปุถุชฺชโน เตน นามกาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ปาฬิยํ ปน ‘‘เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา’’ติ วุตฺตํ. ปุถุชฺชนสฺส จ ขีณา อาสวา นาม นตฺถิ, ตสฺมา โส น คหิโต. อฏฺฐสมาปตฺติลาภี ขีณาสโวปิ เตน นามกาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ตสฺส ปน อปริกฺขีณาสวา นาม นตฺถิ, ตสฺมา โสปิ น คหิโต. สมยวิมุตฺโตติ ปน ติณฺณํ โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามีนํเยเวตํ นามนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒. อสมยวิมุตฺตนิทฺเทเส – ปุริมสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อสมยวิมุตฺโตติ ปเนตฺถ สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวสฺเสตํ นามํ. สุกฺขวิปสฺสกา ปน โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน จ ขีณาสวา ปุถุชฺชนา จ อิมสฺมึ ทุเก น ลพฺภนฺติ, ทุกมุตฺตกปุคฺคลา นาม โหนฺติ. ตสฺมา สตฺถา อตฺตโน พุทฺธสุพุทฺธตาย เหฏฺฐา คหิเต จ อคฺคหิเต จ สงฺกฑฺฒิตฺวา สทฺธึ ปิฏฺฐิวฏฺฏเกหิ ตนฺตึ อาโรเปนฺโต สพฺเพปิ อริยปุคฺคลาติอาทิมาห. ตตฺถ อริเย วิโมกฺเขติ กิเลเสหิ อารกตฺตา อริเยติ สงฺขํ คเต โลกุตฺตรวิโมกฺเข. อิทํ วุตฺตํ โหติ – พาหิรานญฺหิ อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ สมาปชฺชนฺตสฺส สมโยปิ อตฺถิ อสมโยปิ. มคฺควิโมกฺเขน วิมุจฺจนสฺส สมโย วา อสมโย วา นตฺถิ. ยสฺส สทฺธา พลวตี, วิปสฺสนา จ อารทฺธา, ตสฺส คจฺฉนฺตสฺส ติฏฺฐนฺตสฺส นิสีทนฺตสฺส นิปชฺชนฺตสฺส ขาทนฺตสฺส ภุญฺชนฺตสฺส มคฺคผลปฏิเวโธ นาม น โหตีติ นตฺถิ. อิติ มคฺควิโมกฺเขน วิมุจฺจนสฺส สมโย วา อสมโย วา นตฺถีติ เหฏฺฐา คหิเต จ อคฺคหิเต จ สงฺกฑฺฒิตฺวา อิมํ ปิฏฺฐิวฏฺฏกํ ตนฺตึ อาโรเปสิ ธมฺมราชา. สมาปตฺติลาภี ปุถุชฺชโน อิมายปิ ตนฺติยา อคฺคหิโตว. ภชาปิยมาโน ปน สมาปตฺติวิกฺขมฺภิตานํ กิเลสานํ วเสน สมยวิมุตฺตภาวํ ภเชยฺย.

๓. กุปฺปธมฺมากุปฺปธมฺมนิทฺเทเสสุ – ยสฺส อธิคโต สมาปตฺติธมฺโม กุปฺปติ นสฺสติ, โส กุปฺปธมฺโม. รูปสหคตานนฺติ รูปนิมิตฺตสงฺขาเตน รูเปน สหคตานํ. เตน สทฺธึ ปวตฺตานํ น วินา รูปารมฺมณานํ จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานนฺติ อตฺโถ. อรูปสหคตานนฺติ รูปโต อญฺญํ, น รูปนฺติ อรูปํ. อรูเปน สหคตานํ เตน สทฺธึ ปวตฺตานํ น วินา อรูปารมฺมณานํ จตุนฺนํ อรูปาวจรชฺฌานานนฺติ อตฺโถ. น นิกามลาภีติ ปญฺจหากาเรหิ อจิณฺณวสิตาย อิจฺฉิตากาเรน อลทฺธตฺตา น นิกามลาภี. อปฺปคุณสมาปตฺติโกติ อตฺโถ. น อกิจฺฉลาภีติ กิจฺฉลาภี ทุกฺขลาภี. โย อาคมนมฺหิ กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต อุปจารํ ปาเปนฺโต อปฺปนํ ปาเปนฺโต จิตฺตมญฺชูสํ ลภนฺโต ทุกฺเขน กิจฺเฉน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺโต ตํ สมฺปทํ ปาปุณิตุํ สกฺโกติ, โส น อกิจฺฉลาภี นาม. น อกสิรลาภีติ อวิปุลลาภี. สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา อทฺธานํ ผริตุํ น สกฺโกติ. เอกํ เทฺว จิตฺตวาเร วตฺเตตฺวา สหสาว วุฏฺฐาตีติ อตฺโถ.

ยตฺถิจฺฉกนฺติ ยสฺมึ โอกาเส สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิตุํ อิจฺฉติ. ยทิจฺฉกนฺติ กสิณชฺฌานํ วา อานาปานชฺฌานํ วา พฺรหฺมวิหารชฺฌานํ วา อสุภชฺฌานํ วาติ ยํ ยํ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิตุํ อิจฺฉติ. ยาวติจฺฉกนฺติ อทฺธานปริจฺเฉเทน ยตฺตกํ กาลํ อิจฺฉติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยตฺถ ยตฺถ ยํ ยํ สมาปตฺตึ ยตฺตกํ อทฺธานํ สมาปชฺชิตุมฺปิ วุฏฺฐาตุมฺปิ อิจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺถ ตํ ตํ สมาปตฺตึ ตตฺตกํ อทฺธานํ สมาปชฺชิตุมฺปิ วุฏฺฐาตุมฺปิ น สกฺโกติ. จนฺทํ วา สูริยํ วา อุลฺโลเกตฺวา ‘อิมสฺมึ จนฺเท วา สูริเย วา เอตฺตกํ ฐานํ คเต วุฏฺฐหิสฺสามี’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ฌานํ สมาปนฺโน ยถาปริจฺเฉเทน วุฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ, อนฺตราว วุฏฺฐาติ; สมาปตฺติยา อปฺปคุณตายาติ.

ปมาทมาคมฺมาติ ปมาทํ ปฏิจฺจ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวํวิโธ ปุคฺคโล กุปฺปธมฺโมติ วุจฺจติ. อิทํ ปน อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน ปุถุชฺชนสฺส โสตาปนฺนสฺส สกทาคามิโนติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ นามํ. เอเตสญฺหิ สมาธิปาริพนฺธกา วิปสฺสนาปาริพนฺธกา จ ธมฺมา น สุวิกฺขมฺภิตา, น สุวิกฺขาลิตา, เตน เตสํ สมาปตฺติ นสฺสติ ปริหายติ. สา จ โข เนว สีลเภเทน, นาปตฺติวีติกฺกเมน. น ครุกโมกฺขธมฺโม ปเนส อปฺปมตฺตเกนปิ กิจฺจกรณีเยน วา วตฺตเภทมตฺตเกน วา นสฺสติ.

ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร เถโร สมาปตฺตึ วฬญฺเชติ. ตสฺมึ ปิณฺฑาย คามํ ปวิฏฺเฐ ทารกา ปริเวเณ กีฬิตฺวา ปกฺกมึสุ. เถโร อาคนฺตฺวา ‘ปริเวณํ สมฺมชฺชิตพฺพ’นฺติ จินฺเตตฺวา อสมฺมชฺชิตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา ‘สมาปตฺตึ อปฺเปสฺสามี’ติ นิสีทิ. โส อปฺเปตุํ อสกฺโกนฺโต, ‘กึ นุ โข อาวรณ’นฺติ สีลํ อาวชฺชนฺโต อปฺปมตฺตกมฺปิ วีติกฺกมํ อทิสฺวา ‘วตฺตเภโท นุ โข อตฺถี’ติ โอโลเกนฺโต ปริเวณสฺส อสมฺมฏฺฐภาวํ ญตฺวา สมฺมชฺชิตฺวา ปวิสิตฺวา นิสีทนฺโต สมาปตฺตึ อปฺเปนฺโตว นิสีทิ.

๔. อกุปฺปธมฺมนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขวเสเนว เวทิตพฺโพ. อกุปฺปธมฺโมติ อิทํ ปน อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน อนาคามิสฺส เจว ขีณาสวสฺส จาติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ นามํ. เตสญฺหิ สมาธิปาริพนฺธกา วิปสฺสนาปาริพนฺธกา จ ธมฺมา สุวิกฺขมฺภิตา สุวิกฺขาลิตา; เตน เตสํ ภสฺสสงฺคณิการามาทิกิจฺเจน วา อญฺเญน วา เยน เกนจิ อตฺตโน อนุรูเปน ปมาเทน วีตินาเมนฺตานมฺปิ สมาปตฺติ น กุปฺปติ, น นสฺสติ. สุกฺขวิปสฺสกา ปน โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิขีณาสวา อิมสฺมึ ทุเก น ลพฺภนฺติ; ทุกมุตฺตกปุคฺคลา นาม โหนฺติ. ตสฺมา สตฺถา อตฺตโน พุทฺธสุพุทฺธตาย เหฏฺฐา คหิเต จ อคฺคหิเต จ สงฺกฑฺฒิตฺวา อิมสฺมิมฺปิ ทุเก สทฺธึ ปิฏฺฐิวฏฺฏเกหิ ตนฺตึ อาโรเปนฺโต สพฺเพปิ อริยปุคฺคลาติอาทิมาห. อฏฺฐนฺนญฺหิ สมาปตฺตีนํ กุปฺปนํ นสฺสนํ ภเวยฺย, โลกุตฺตรธมฺมสฺส ปน สกึ ปฏิวิทฺธสฺส กุปฺปนํ นสฺสนํ นาม นตฺถิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

๕. ปริหานธมฺมาปริหานธมฺมนิทฺเทสาปิ กุปฺปธมฺมากุปฺปธมฺมนิทฺเทสวเสเนว เวทิตพฺพา. เกวลญฺหิ อิธ ปุคฺคลสฺส ปมาทํ ปฏิจฺจ ธมฺมานํ ปริหานมฺปิ อปริหานมฺปิ คหิตนฺติ อิทํ ปริยายเทสนามตฺตเมว นานํ. เสสํ สพฺพตฺถ ตาทิสเมว.

๗. เจตนาภพฺพนิทฺเทเส – เจตนาภพฺโพติ เจตนาย อปริหานึ อาปชฺชิตุํ ภพฺโพ. สเจ อนุสญฺเจเตตีติ, สเจ สมาปชฺชติ. สมาปตฺติญฺหิ สมาปชฺชนฺโต อนุสญฺเจเตติ นาม. โส น ปริหายติ, อิตโร ปริหายติ.

๘. อนุรกฺขณาภพฺพนิทฺเทเส – อนุรกฺขณาภพฺโพติ อนุรกฺขณาย อปริหานึ อาปชฺชิตุํ ภพฺโพ. สเจ อนุรกฺขตีติ สเจ อนุปการธมฺเม ปหาย อุปการธมฺเม เสวนฺโต สมาปชฺชติ. เอวญฺหิ ปฏิปชฺชนฺโต อนุรกฺขติ นาม. โส น ปริหายติ, อิตโร ปริหายติ.

อิเม เทฺวปิ สมาปตฺตึ ฐเปตุํ ถาวรํ กาตุํ ปฏิพลา. เจตนาภพฺพโต ปน อนุรกฺขณาภพฺโพว พลวตโร. เจตนาภพฺโพ หิ อุปการานุปกาเร ธมฺเม น ชานาติ. อชานนฺโต อุปการธมฺเม นุทติ นีหรติ, อนุปการธมฺเม เสวติ. โส เต เสวนฺโต สมาปตฺติโต ปริหายติ. อนุรกฺขณาภพฺโพ อุปการานุปกาเร ธมฺเม ชานาติ. ชานนฺโต อนุปการธมฺเม นุทติ นีหรติ, อุปการธมฺเม เสวติ. โส เต เสวนฺโต สมาปตฺติโต น ปริหายติ.

ยถา หิ เทฺว เขตฺตปาลา เอโก ปณฺฑุโรเคน สโรโค อกฺขโม สีตาทีนํ, เอโก อโรโค สีตาทีนํ สโห. สโรโค เหฏฺฐากุฏึ น โอตรติ, รตฺตารกฺขํ ทิวารกฺขํ วิชหติ. ตสฺส ทิวา สุกโมราทโย เขตฺตํ โอตริตฺวา สาลิสีสํ ขาทนฺติ, รตฺตึ มิคสูกราทโย ปวิสิตฺวา ขลํ ตจฺฉิ ตํ วิย เฉตฺวา คจฺฉนฺติ. โส อตฺตโน ปมตฺตการณา ปุน พีชมตฺตมฺปิ น ลภติ. อิตโร รตฺตารกฺขํ ทิวารกฺขํ น วิชหติ. โส อตฺตโน อปฺปมตฺตการณา เอกกรีสโต จตฺตาริปิ อฏฺฐปิ สกฏานิ ลภติ.

ตตฺถ สโรคเขตฺตปาโล วิย เจตนาภพฺโพ, อโรโค วิย อนุรกฺขณาภพฺโพ ทฏฺฐพฺโพ. สโรคสฺส อตฺตโน ปมาเทน ปุน พีชมตฺตสฺสปิ อลภนํ วิย เจตนาภพฺพสฺส อุปการานุปกาเร ธมฺเม อชานิตฺวา อุปกาเร ปหาย อนุปกาเร เสวนฺตสฺส สมาปตฺติยา ปริหานํ. อิตรสฺส อตฺตโน อปฺปมาเทน เอกกรีสมตฺตโต จตุอฏฺฐสกฏอุทฺธรณํ วิย อนุรกฺขณาภพฺพสฺส อุปการานุปกาเร ธมฺเม ชานิตฺวา อนุปกาเร ปหาย อุปกาเร เสวนฺตสฺส สมาปตฺติยา อปริหานํ เวทิตพฺพํ. เอวํ เจตนาภพฺพโต อนุรกฺขณาภพฺโพว สมาปตฺตึ ถาวรํ กาตุํ พลวตโรติ เวทิตพฺโพ.

๙. ปุถุชฺชนนิทฺเทเส – ตีณิ สํโยชนานีติ ทิฏฺฐิสํโยชนสีลพฺพตปรามาสสํโยชนวิจิกิจฺฉาสํโยชนานิ. เอตานิ หิ ผลกฺขเณ ปหีนานิ นาม โหนฺติ. อยํ ปน ผลกฺขเณปิ น โหตีติ ทสฺเสติ. เตสํ ธมฺมานนฺติ เตสํ สํโยชนธมฺมานํ. มคฺคกฺขณสฺมิญฺหิ เตสํ ปหานาย ปฏิปนฺโน นาม โหติ. อยํ ปน มคฺคกฺขเณปิ น โหติ. เอตฺตาวตา วิสฺสฏฺฐกมฺมฏฺฐาโน ถูลพาลปุถุชฺชโนว อิธ กถิโตติ เวทิตพฺโพ.

๑๐. โคตฺรภุนิทฺเทเส – เยสํ ธมฺมานนฺติ เยสํ โคตฺรภุญาเณน สทฺธึ อุปฺปนฺนานํ ปโรปณฺณาสกุสลธมฺมานํ. อริยธมฺมสฺสาติ โลกุตฺตรมคฺคสฺส. อวกฺกนฺติ โหตีติ โอกฺกนฺติ นิพฺพตฺติ ปาตุภาโว โหติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ นิพฺพานารมฺมเณน ญาเณน สพฺพํ ปุถุชฺชนสงฺขํ ปุถุชฺชนโคตฺตํ ปุถุชฺชนมณฺฑลํ ปุถุชฺชนปญฺญตฺตึ อติกฺกมิตฺวา อริยสงฺขํ อริยโคตฺตํ อริยมณฺฑลํ อริยปญฺญตฺตึ โอกฺกมนโต โคตฺรภูปุคฺคโล นาม วุจฺจติ.

๑๑. ภยูปรตนิทฺเทเส – ภเยน อุปรโตติ ภยูปรโต. สตฺตปิ เสกฺขา ปุถุชฺชนา จ ภายิตฺวา ปาปโต โอรมนฺติ ปาปํ น กโรนฺติ. ตตฺถ ปุถุชฺชนา ทุคฺคติภยํ, วฏฺฏภยํ, กิเลสภยํ, อุปวาทภยนฺติ จตฺตาริ ภยานิ ภายนฺติ. เตสุ ภายิตพฺพฏฺเฐน ทุคฺคติเยว ภยํ ทุคฺคติภยํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ‘สเจ ตฺวํ ปาปํ กริสฺสสิ, จตฺตาโร อปายา มุขํ วิวริตฺวา ฐิตจฺฉาตอชครสทิสา, เตสุ ทุกฺขํ อนุภวนฺโต กถํ ภวิสฺสสี’ติ ทุคฺคติภยํ ภายิตฺวา ปาปํ น กโรติ. อนมตคฺคสํสารวฏฺฏํเยว ปน วฏฺฏภยํ นาม. สพฺพมฺปิ อกุสลํ กิเลสภยํ นาม. ครหา ปน อุปวาทภยํ นาม. ตานิปิ ภายิตฺวา ปุถุชฺชโน ปาปํ น กโรติ. โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน ปน ตโย เสกฺขา ทุคฺคตึ อตีตตฺตา เสสานิ ตีณิ ภยานิ ภายิตฺวา ปาปํ น กโรนฺติ. มคฺคฏฺฐกเสกฺขา อาคมนวเสน วา อสมุจฺฉินฺนภยตฺตา วา ภยูปรตา นาม โหนฺติ. ขีณาสโว อิเมสุ จตูสุ ภเยสุ เอกมฺปิ น ภายติ. โส หิ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนภโย; ตสฺมา อภยูปรโตติ วุจฺจติ. กึ ปน โส อุปวาทมฺปิ น ภายตีติ? น ภายติ. อุปวาทํ ปน รกฺขตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. โทณุปฺปลวาปิคาเม ขีณาสวตฺเถโร วิย.

๑๒. อภพฺพาคมนนิทฺเทเส – สมฺมตฺตนิยามาคมนสฺส อภพฺโพติ อภพฺพาคมโน. กมฺมาวรเณนาติ ปญฺจวิเธน อานนฺตริยกมฺเมน. กิเลสาวรเณนาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา. วิปากาวรเณนาติ อเหตุกทุเหตุกปฏิสนฺธิยา. อสฺสทฺธาติ พุทฺธธมฺมสงฺเฆสุ สทฺธารหิตา. อจฺฉนฺทิกาติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทรหิตา. เต ฐเปตฺวา ชมฺพุทีปํ อิตรทีปตฺตยวาสิโน เวทิตพฺพา. เตสุ หิ มนุสฺสา อจฺฉนฺทิกภาวํ ปวิฏฺฐา นาม. ทุปฺปญฺญาติ ภวงฺคปญฺญารหิตา. อภพฺพาติ อปฺปฏิลทฺธมคฺคผลูปนิสฺสยา. นิยามนฺติ มคฺคนิยามํ, สมฺมตฺตนิยามํ. โอกฺกมิตุนฺติ เอตํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตสงฺขาตํ นิยามํ โอกฺกมิตุํ ปวิสิตุํ ตตฺถ ปติฏฺฐาตุํ อภพฺพา.

๑๓. ภพฺพาคมนนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ. เอวมิมสฺมึ ทุเก เย จ ปุคฺคลา ปญฺจานนฺตริยกา, เย จ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิกา, เยหิ จ อเหตุกทุเหตุกปฏิสนฺธิ คหิตา, เย จ พุทฺธาทีนํ น สทฺทหนฺติ, เยสญฺจ กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท นตฺถิ, เย จ อปริปุณฺณภวงฺคปญฺญา, เยสญฺจ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, เต สพฺเพปิ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิตุํ อภพฺพา, วิปรีตา ภพฺพาติ วุตฺตา.

๑๔. นิยตานิยตนิทฺเทเส – อานนฺตริกาติ อานฺตริกกมฺมสมงฺคิโน. มิจฺฉาทิฏฺฐิกาติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิสมงฺคิโน. สพฺเพปิ เหเต นิรยสฺส อตฺถาย นิยตตฺตา นิยตา นาม. อฏฺฐ ปน อริยปุคฺคลา สมฺมาภาวาย อุปรูปริมคฺคผลตฺถาย เจว อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถาย จ นิยตตฺตา นิยตา นาม. อวเสสปุคฺคลา ปน อนิพทฺธคติกา. ยถา อากาเส ขิตฺตทณฺโฑ ปถวิยํ ปตนฺโต ‘อคฺเคน วา มชฺเฌน วา มูเลน วา ปติสฺสตี’ติ น ญายติ; เอวเมว ‘อสุกคติยา นาม นิพฺพตฺติสฺสนฺตี’ติ นิยมาภาวา อนิยตา นามาติ เวทิตพฺพา. ยา ปน อุตฺตรกุรุกานํ นิยตคติกตา วุตฺตา, น สา นิยตธมฺมวเสน. มิจฺฉตฺตสมฺมตฺตนิยตธมฺมาเยว หิ นิยตา นาม. เตสญฺจ วเสนายํ ปุคฺคลนิยโม กถิโตติ.

๑๕. ปฏิปนฺนกนิทฺเทเส – มคฺคสมงฺคิโนติ มคฺคฏฺฐกปุคฺคลา. เต หิ ผลตฺถาย ปฏิปนฺนตฺตา ปฏิปนฺนกา นาม. ผลสมงฺคิโนติ ผลปฏิลาภสมงฺคิตาย ผลสมงฺคิโน. ผลปฏิลาภโต ปฏฺฐาย หิ เต ผลสมาปตฺตึ อสมาปนฺนาปิ ผเล ฐิตาเยว นาม.

๑๖. สมสีสีนิทฺเทเส – อปุพฺพํ อจริมนฺติ อปุเร อปจฺฉา, เอกปฺปหาเรเนวาติ อตฺโถ. ปริยาทานนฺติ ปริกฺขโย. อยํ วุจฺจตีติ อยํ ปุคฺคโล สมสีสี นาม วุจฺจติ. โส ปเนส ติวิโธ โหติ – อิริยาปถสมสีสี, โรคสมสีสี, ชีวิตสมสีสีติ. ตตฺถ โย จงฺกมนฺโตว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา จงฺกมนฺโตว ปรินิพฺพาติ ปทุมตฺเถโร วิย; ฐิตโกว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ฐิตโกว ปรินิพฺพาติ โกฏปพฺพตวิหารวาสีติสฺสตฺเถโร วิย; นิสินฺโนว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา นิสินฺโนว ปรินิพฺพาติ, นิปนฺโนว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา นิปนฺโนว ปรินิพฺพาติ – อยํ อิริยาปถสมสีสี นาม.

โย ปน เอกํ โรคํ ปตฺวา อนฺโตโรเคเยว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา เตเนว โรเคน ปรินิพฺพาติ – อยํ โรคสมสีสี นาม.

กตโร ชีวิตสมสีสี นาม? ‘‘สีสนฺติ เตรส สีสานิ – ปลิโพธสีสญฺจ ตณฺหา, วินิพนฺธนสีสญฺจ มาโน, ปรามาสสีสญฺจ ทิฏฺฐิ, วิกฺเขปสีสญฺจ อุทฺธจฺจํ, สํกิเลสสีสญฺจ อวิชฺชา, อธิโมกฺขสีสญฺจ สทฺธา, ปคฺคหสีสญฺจ วีริยํ, อุปฏฺฐานสีสญฺจ สติ, อวิกฺเขปสีสญฺจ สมาธิ, ทสฺสนสีสญฺจ ปญฺญา, ปวตฺตสีสญฺจ ชีวิตินฺทฺริยํ, โคจรสีสญฺจ วิโมกฺโข, สงฺขารสีสญฺจ นิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๘๗). ตตฺถ กิเลสสีสํ อวิชฺชํ อรหตฺตมคฺโค ปริยาทิยติ. ปวตฺตสีสํ ชีวิตินฺทฺริยํ จุติจิตฺตํ ปริยาทิยติ. อวิชฺชาปริยาทายกํ จิตฺตํ ชีวิตินฺทฺริยํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ. ชีวิตินฺทฺริยปริยาทายกํ จิตฺตํ อวิชฺชํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ. อวิชฺชาปริยาทายกํ จิตฺตํ อญฺญํ, ชีวิตินฺทฺริยปริยาทายกํ จิตฺตํ อญฺญํ. ยสฺส เจตํ สีสทฺวยํ สมํ ปริยาทานํ คจฺฉติ, โส ชีวิตสมสีสี นาม.

กถมิทํ สมํ โหตีติ? วารสมตาย. ยสฺมิญฺหิ วาเร มคฺควุฏฺฐานํ โหติ – โสตาปตฺติมคฺเค ปญฺจ ปจฺจเวกฺขณานิ, สกทาคามิมคฺเค ปญฺจ, อนาคามิมคฺเค ปญฺจ, อรหตฺตมคฺเค จตฺตารีติ เอกูนวีสติยา ปจฺจเวกฺขณญาเณ ปติฏฺฐาย ภวงฺคํ โอตริตฺวา ปรินิพฺพายติ. อิมาย วารสมตาย อิทํ อุภยสีสปริยาทานํ สมํ โหติ นาม. เตนายํ ปุคฺคโล ชีวิตสมสีสีติ วุจฺจติ. อยเมว จ อิธ อธิปฺเปโต.

๑๗. ฐิตกปฺปีนิทฺเทเส – ฐิโต กปฺโปติ ฐิตกปฺโป, ฐิตกปฺโป อสฺส อตฺถีติ ฐิตกปฺปี. กปฺปํ ฐเปตุํ สมตฺโถติ อตฺโถ. อุฑฺฑยฺหนเวลา อสฺสาติ ฌายนกาโล ภเวยฺย. เนว ตาวาติ ยาว เอส มคฺคสมงฺคี ปุคฺคโล โสตาปตฺติผลํ น สจฺฉิกโรติ, เนว ตาว กปฺโป ฌาเยยฺย. ฌายมาโนปิ อชฺฌายิตฺวาว ติฏฺเฐยฺย. กปฺปวินาโส หิ นาม มหาวิกาโร มหาปโยโค โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬสฺส ฌายนวเสน มหาโลกวินาโส. อยมฺปิ เอวํ มหาวินาโส ติฏฺเฐยฺย วาติ วทติ. สาสเน ปน ธรมาเน อยํ กปฺปวินาโส นาม นตฺถิ. กปฺปวินาเส สาสนํ นตฺถิ. คตโกฏิเก หิ กาเล กปฺปวินาโส นาม โหติ. เอวํ สนฺเตปิ สตฺถา อนฺตรายาภาวํ ทีเปตุํ อิทํ การณํ อาหริ – ‘‘อิทมฺปิ ภเวยฺย, มคฺคสมงฺคิโน ปน ผลสฺส อนฺตราโย น สกฺกา กาตุ’’นฺติ. อยํ ปน ปุคฺคโล กปฺปํ ฐเปนฺโต กิตฺตกํ กาลํ ฐเปยฺยาติ? ยสฺมึ วาเร มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, อถ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏนฺตํ มโนทฺวาราวชฺชนํ อุปฺปชฺชติ. ตโต ตีณิ อนุโลมานิ, เอกํ โคตฺรภุจิตฺตํ, เอกํ มคฺคจิตฺตํ, เทฺว ผลจิตฺตานิ, ปญฺจ ปจฺจเวกฺขณญาณานีติ เอตฺตกํ กาลํ ฐเปยฺย. อิมํ ปนตฺถํ พาหิราย อาคนฺตุกูปมายปิ เอวํ ทีปยึสุ. สเจ หิ โสตาปตฺติมคฺคสมงฺคิสฺส มตฺถกูปริ โยชนิกํ เอกคฺฆนเสลํ ติวฏฺฏาย รชฺชุยา พนฺธิตฺวา โอลมฺเพยฺย, เอกสฺมึ วฏฺเฏ ฉินฺเน ทฺวีหิ โอลมฺเพยฺย, ทฺวีสุ ฉินฺเนสุ เอเกน โอลมฺเพยฺเยว, ตสฺมิมฺปิ ฉินฺเน อพฺภกูฏํ วิย อากาเส ติฏฺเฐยฺย, น เตฺวว ตสฺส ปุคฺคลสฺส มคฺคานนฺตรผลสฺส อนฺตรายํ กเรยฺยาติ. อยํ ปน ทีปนา ปริตฺตา, ปุริมาว มหนฺตา. น เกวลํ ปน โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐว กปฺปํ ฐเปติ, อิตเร มคฺคสมงฺคิโนปิ ฐเปนฺติเยว. เตน ภควา เหฏฺฐา คหิตญฺจ อคฺคหิตญฺจ สพฺพํ สงฺกฑฺฒิตฺวา สทฺธึ ปิฏฺฐิวฏฺฏกปุคฺคเลหิ อิมํ ตนฺตึ อาโรเปสิ – ‘‘สพฺเพปิ มคฺคสมงฺคิโน ปุคฺคลา ฐิตกปฺปิโน’’ติ.

๑๘. อริยนิทฺเทเส – กิเลเสหิ อารกตฺตา อริยา. สเทวเกน โลเกน อรณียตฺตา อริยา. อริยฏฺโฐ นาม ปริสุทฺธฏฺโฐติ ปริสุทฺธตฺตาปิ อริยา. เสสา อปริสุทฺธตาย อนริยา.

๑๙. เสกฺขนิทฺเทเส – มคฺคสมงฺคิโน มคฺคกฺขเณ, ผลสมงฺคิโน จ ผลกฺขเณ, อธิสีลสิกฺขาทิกา ติสฺโสปิ สิกฺขา สิกฺขนฺติเยวาติ เสกฺขา. อรหตา ปน อรหตฺตผลกฺขเณ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขิตา. ปุน ตสฺส สิกฺขนกิจฺจํ นตฺถีติ อเสกฺขา. อิติ สตฺต อริยา สิกฺขนฺตีติ เสกฺขา. ขีณาสวา อญฺญสฺส สนฺติเก สีลาทีนํ สิกฺขิตตฺตา สิกฺขิตอเสกฺขา นาม. พุทฺธปจฺเจกพุทฺธา สยมฺภูตตาย อสิกฺขิตอเสกฺขา นาม. เสสปุคฺคลา เนว สิกฺขนฺติ น สิกฺขิตาติ เนวเสกฺขานาเสกฺขา.

๒๐. เตวิชฺชนิทฺเทเส – ปฐมํ ปุพฺเพนิวาสทิพฺพจกฺขุญาณานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ปจฺฉา อรหตฺตํ ปตฺโตปิ, ปฐมํ อรหตฺตํ ปตฺวา ปจฺฉา ปุพฺเพนิวาสทิพฺพจกฺขุญาณนิพฺพตฺตโกปิ เตวิชฺโชเยว นาม. สุตฺตนฺตกถา ปน ปริยายเทสนา อภิธมฺมกถา นิปฺปริยายเทสนาติ อิมสฺมึ ฐาเน อาคมนียเมว ธุรํ. ตสฺมา ปฐมํ เทฺว วิชฺชา นิพฺพตฺเตตฺวา ปจฺฉา อรหตฺตํ ปตฺโตว อิธ อธิปฺเปโต. ฉฬภิญฺเญปิ เอเสว นโย.

๒๒. สมฺมาสมฺพุทฺธนิทฺเทเส – ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสูติ ปจฺฉิมภเว สจฺจปฺปฏิเวธโต ปุพฺเพ อญฺญสฺส กสฺสจิ สนฺติเก อสฺสุตปุพฺเพสุ. ตโต ปุริมปุริเมสุ ปน ภเวสุ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคเหตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ อารุยฺห กมฺมฏฺฐานํ อนุโลมํ โคตฺรภุํ อาหจฺจ ฐเปนฺติ. ตสฺมา ปจฺฉิมภวสฺมึเยว อนาจริยกภาวํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตทา หิ ตถาคโต ปูริตปารมิตฺตา อญฺญสฺส สนฺติเก สามํ อนนุสฺสุเตสุ สงฺขตาสงฺขตธมฺเมสุ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ…เป… อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ อตฺตปจฺจกฺเขน ญาเณน จตฺตาริ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌติ.

ตตฺถ จาติ ตสฺมิญฺจ จตุสจฺจสมฺโพธิสงฺขาเต อรหตฺตมคฺเค. สพฺพญฺญุตํ ปาปุณาติ พเลสุ จ วสีภาวนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺเจว พเลสุ จ จิณฺณวสีภาวํ ปาปุณาติ. พุทฺธานญฺหิ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส เจว ทสพลญาณสฺส จ อธิคมนโต ปฏฺฐาย อญฺญํ กาตพฺพํ นาม นตฺถิ. ยถา ปน อุภโตสุชาตสฺส ขตฺติยกุมารสฺส อภิเสกปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย ‘อิทํ นาม อิสฺสริยํ อนาคต’นฺติ น วตฺตพฺพํ, สพฺพํ อาคตเมว โหติ. เอวเมว พุทฺธานํ อรหตฺตมคฺคสฺส อาคมนโต ปฏฺฐาย ‘อยํ นาม คุโณ น อาคโต, น ปฏิวิทฺโธ, น ปจฺจกฺโข’ติ น วตฺตพฺโพ, สพฺเพปิ สพฺพญฺญุคุณา อาคตา ปฏิวิทฺธา ปจฺจกฺขกตาว โหนฺติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวํ ปารมีปูรณสิทฺธานุภาเวน อริยมคฺเคน ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุคุโณ ปุคฺคโล สมฺมาสมฺพุทฺโธติ วุจฺจติ.

๒๓. ปจฺเจกพุทฺธนิทฺเทเสปิ – ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสูติ ปเท ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ หิ ปจฺฉิมภเว อนาจริยโก อตฺตุกฺกํสิกญาเณเนว ปฏิวิทฺธสจฺโจ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺเจว พเลสุ จ จิณฺณวสีภาวํ น ปาปุณาติ.

๒๔. อุภโตภาควิมุตฺตนิทฺเทเส – อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย สหชาตนามกาเยน ปฏิลภิตฺวา วิหรติ. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวาติ วิปสฺสนาปญฺญาย สงฺขารคตํ, มคฺคปญฺญาย จตฺตาริ สจฺจานิ ปสฺสิตฺวา จตฺตาโรปิ อาสวา ขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต นามาติ วุจฺจติ. อยญฺหิ ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต. ตตฺรายํ เถรวาโท – ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ตาว อาห – ‘‘สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขน วิมุตฺโตติ อุภโตภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโต’’ติ. ติปิฏกมหาธมฺมรกฺขิตตฺเถโร ‘‘นามนิสฺสิตโก เอโส’’ติ วตฺวา –

‘‘อจฺจี ยถา วาตเวเคน ขิตฺตา, (อุปสีวาติ ภควา;)

อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ;

เอวํ มุนี นามกายา วิมุตฺโต,

อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺข’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑๐๘๐);

วตฺวา สุตฺตํ อาหริตฺวา ‘‘นามกายโต จ รูปกายโต จ สุวิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ อาห. ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร ปนาห – ‘‘สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน เอกวารํ วิมุตฺโต มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขน เอกวารํ วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต’’ติ. อิเม ปน ตโยปิ เถรา ปณฺฑิตา, ‘ติณฺณมฺปิ วาเท การณํ ทิสฺสตี’ติ ติณฺณมฺปิ วาทํ ตนฺตึ กตฺวา ฐปยึสุ.

สงฺเขปโต ปน อรูปสมาปตฺติยา รูปกายโต วิมุตฺโต, มคฺเคน นามกายโต วิมุตฺโตติ อุโภหิ ภาเคหิ วิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต. โส จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ เอเกกโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตานํ จตุนฺนํ, นิโรธา วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตสฺส อนาคามิโน จ วเสน ปญฺจวิโธ โหติ. ตตฺถ ปุริมา จตฺตาโร สมาปตฺติสีสํ นิโรธํ น สมาปชฺชนฺตีติ ปริยาเยน อุภโตภาควิมุตฺตา นาม. อฏฺฐสมาปตฺติลาภี อนาคามี ตํ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโตติ นิปฺปริยาเยน อุภโตภาควิมุตฺตเสฏฺโฐ นาม. นนุ จ อรูปาวจรชฺฌานมฺปิ อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาหิ ทุวงฺคิกํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานมฺปิ, ตสฺมา ตมฺปิ ปทฏฺฐานํ กตฺวา อรหตฺตํ ปตฺเตน อุภโตภาควิมุตฺเตน ภวิตพฺพนฺติ? น ภวิตพฺพํ. กสฺมา? รูปกายโต อวิมุตฺตตฺตา. ตญฺหิ กิเลสกายโตว วิมุตฺตํ, น รูปกายโต; ตสฺมา ตโต วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต นาม น โหติ. อรูปาวจรํ ปน นามกายโต จ วิมุตฺตํ รูปกายโต จาติ ตเทว ปาทกํ กตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.

๒๕. ปญฺญาวิมุตฺตนิทฺเทเส – ปญฺญาย วิมุตฺโตติ ปญฺญาวิมุตฺโต. โส สุกฺขวิปสฺสโก จตูหิ ฌาเนหิ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตา จตฺตาโร จาติ ปญฺจวิโธ โหติ. เอเตสุ หิ เอโกปิ อฏฺฐวิโมกฺขลาภี น โหติ. เตเนว น เหว โข อฏฺฐ วิโมกฺเขติอาทิมาห. อรูปาวจรชฺฌาเนสุ ปน เอกสฺมึ สติ อุภโตภาควิมุตฺโตเยว นาม โหตีติ.

๒๖. กายสกฺขินิทฺเทเส – เอกจฺเจ อาสวาติ เหฏฺฐิมมคฺคตฺตยวชฺฌา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล กายสกฺขีติ วุจฺจติ. โส หิ ผุฏฺฐนฺตํ สจฺฉิกโรตีติ กายสกฺขี. ฌานผสฺสํ ปฐมํ ผุสติ, ปจฺฉา นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตีติปิ กายสกฺขี. โส โสตาปตฺติผลฏฺฐํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตมคฺคฏฺฐา ฉพฺพิโธ โหติ.

๒๗. ทิฏฺฐิปฺปตฺตนิทฺเทเส – อิทํ ทุกฺขนฺติ อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขํ. ทุกฺขสมุทยาทีสุปิ เอเสว นโย. ยถาภูตํ ปชานาตีติ ฐเปตฺวา ตณฺหํ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ ‘ทุกฺขสจฺจ’นฺติ ยาถาวสรสโต ปชานาติ. ตณฺหา ปน ทุกฺขํ ชเนติ นิพฺพตฺเตติ, ปภาเวติ, ตโต ตํ ทุกฺขํ สมุเทติ; ตสฺมา นํ อยํ ‘ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ยสฺมา ปน อิทํ ทุกฺขญฺจ สมุทโย จ นิพฺพานํ ปตฺวา นิรุชฺฌนฺติ วูปสมฺมนฺติ อปฺปวตฺตึ คจฺฉนฺติ; ตสฺมา นํ ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อริโย ปน อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ตํ ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉติ; เตน ตํ ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอตฺตาวตา นานากฺขเณ สจฺจววตฺถานํ ทสฺสิตํ. อิทานิ เอกกฺขเณ ทสฺเสตุํ ตถาคตปฺปเวทิตาติอาทิมาห. ตตฺถ ตถาคตปฺปเวทิตาติ มหาโพธิมณฺเฑ นิสีทตฺวา ตถาคเตน ปฏิวิทฺธา วิทิตา ปากฏีกตา. ธมฺมาติ จตุสจฺจธมฺมา. โวทิฏฺฐา โหนฺตีติ สุทิฏฺฐา โหนฺติ. โวจริตาติ สุจริตา. เตสุ อเนน ปญฺญา สุฏฺฐุ จราปิตา โหตีติ อตฺโถ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโตติ วุจฺจติ. อยญฺหิ ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโต. ‘‘ทุกฺขา สงฺขารา, สุโข นิโรโธ’’ติ ญาณํ โหติ. ทิฏฺฐํ วิทิตํ สจฺฉิกตํ ปสฺสิตํ ปญฺญายาติ ทิฏฺฐปฺปตฺโต. อยมฺปิ กายสกฺขี วิย ฉพฺพิโธว โหติ.

๒๘. สทฺธาวิมุตฺตนิทฺเทเส – โน จ โข ยถา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺสาติ ยถา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส อาสวา ปริกฺขีณา, น เอวํ สทฺธาวิมุตฺตสฺสาติ อตฺโถ. กึ ปน เนสํ กิเลสปฺปหาเน นานตฺตํ อตฺถีติ? นตฺถิ. อถ กสฺมา สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาตีติ? อาคมนียนานตฺเตน. ทิฏฺฐิปฺปโต หิ อาคมนมฺหิ กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต อปฺปทุกฺเขน อปฺปกสิเรน อกิลมนฺโตว วิกฺขมฺเภตุํ สกฺโกติ. สทฺธาวิมุตฺโต ปน ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต หุตฺวา วิกฺขมฺเภตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาติ. อปิจ เนสํ ปญฺญายปิ นานตฺตํ อตฺถิเยว. ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส หิ อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนาญาณํ ติกฺขํ สูรํ ปสนฺนํ หุตฺวา วหติ. สทฺธาวิมุตฺตสฺส วิปสฺสนาญาณํ โน ติกฺขํ สูรํ ปสนฺนํ หุตฺวา วหติ, ตสฺมาปิ โส ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาติ.

ยถา หิ ทฺวีสุ ตรุเณสุ สิปฺปํ ทสฺเสนฺเตสุ เอกสฺส หตฺเถ ติขิโณ อสิ, เอกสฺส กุณฺโฐ. ติขิเณน อสินา กทลี ฉิชฺชมานา สทฺทํ น กโรติ. กุณฺเฐน อสินา ฉิชฺชมานา ‘กฏกฏา’ติ สทฺทํ กโรติ. ตตฺถ ติขิเณน อสินา สทฺทํ อกโรนฺติยา เอว กทลิยา เฉทนํ วิย ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนาญาณสฺส ติขิณสูรวิปฺปสนฺนภาโว. กุณฺเฐน อสินา สทฺทํ กโรนฺติยาปิ กทลิยา เฉทนํ วิย สทฺธาวิมุตฺตสฺส ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนาญาณสฺส อติขิณอสูรอปฺปสนฺนภาโว เวทิตพฺโพ. อิมํ ปน นยํ ‘โน’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา, อาคมนียนานตฺเตเนว สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาตีติ สนฺนิฏฺฐานํ กตํ.

อาคมฏฺฐกถาสุ ปน วุตฺตํ – ‘‘เอเตสุ หิ สทฺธาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคกฺขเณ สทฺทหนฺตสฺส วิย โอกปฺเปนฺตสฺส วิย อธิมุจฺจนฺตสฺส วิย จ กิเลสกฺขโย โหติ. ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคกฺขเณ กิเลสจฺเฉทกญาณํ อทนฺธํ ติขิณํ สูรํ หุตฺวา วหติ. ตสฺมา ยถา นาม อติขิเณน อสินา กทลึ ฉินฺทนฺตสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ น มฏฺฐํ โหติ, อสิ น สีฆํ วหติ, สทฺโท สุยฺยติ, พลวตโร วายาโม กาตพฺโพ โหติ; เอวรูปา สทฺธาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคภาวนา. ยถา ปน สุนิสิเตเนว อสินา กทลึ ฉินฺทนฺตสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ มฏฺฐํ โหติ, อสิ สีฆํ วหติ, สทฺโท น สุยฺยติ, พลววายามกิจฺจํ น โหติ; เอวรูปา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคภาวนา เวทิตพฺพา’’ติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโตติ วุจฺจติ. อยญฺหิ สทฺทหนฺโต วิมุตฺโตติ สทฺธาวิมุตฺโต. อยมฺปิ กายสกฺขี วิย ฉพฺพิโธว โหติ.

๒๙. ธมฺมานุสารีนิทฺเทเส – ปฏิปนฺนสฺสาติ อิมินา โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐ ทสฺสิโต. อธิมตฺตนฺติ พลวํ. ปญฺญํ วาเหตีติ ปญฺญาวาหี. ปญฺญา อิมํ ปุคฺคลํ วหตีติ ปญฺญาวาหีติปิ วุตฺตํ โหติ. ปญฺญาปุพฺพงฺคมนฺติ ปญฺญํ ปุเรจาริกํ กตฺวา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล ธมฺมานุสารีติ วุจฺจติ. โส หิ ปญฺญาสงฺขาเตน ธมฺเมน สรติ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐสฺเสเวตํ นามํ. ผเล ปน ปตฺเต ทิฏฺฐิปฺปตฺโต นาม โหติ.

๓๐. สทฺธานุสารีนิทฺเทเสปิ – สทฺธํ วาเหตีติ สทฺธาวาหี. สทฺธา อิมํ ปุคฺคลํ วหตีติ สทฺธาวาหีติปิ วุตฺตเมว. สทฺธาปุพฺพงฺคมนฺติ สทฺธํ ปุเรจาริกํ กตฺวา. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล สทฺธานุสารีติ วุจฺจติ. โส หิ สทฺธาย สรติ. อนุสฺสรตีติ สทฺธานุสารี. โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐสฺเสเวตํ นามํ. ผเล ปน ปตฺเต สทฺธาวิมุตฺโต นาม โหติ. โลกุตฺตรธมฺมญฺหิ นิพฺพตฺเตนฺตานํ เทฺว ธุรานิ นาม, เทฺว อภินิเวสา นาม, เทฺว สีสานิ นาม. ตตฺถ สทฺธาธุรํ ปญฺญาธุรนฺติ – เทฺว ธุรานิ นาม. เอโก ปน ภิกฺขุ สมถาภินิเวเสน อภินิวิสติ, เอโก วิปสฺสนาภินิเวเสนาติ – อิเม เทฺว อภินิเวสา นาม. เอโก จ มตฺถกํ ปาปุณนฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต โหติ, เอโก ปญฺญาวิมุตฺโตติ – อิมานิ เทฺว สีสานิ นาม. เย เกจิ หิ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตนฺติ, สพฺเพ เต อิเม เทฺว ธมฺเม ธุรํ กตฺวา อิเมสุ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อภินิวิสิตฺวา อิเมหิ ทฺวีหิ ฐาเนหิ วิมุจฺจนฺติ. เตสุ โย ภิกฺขุ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี ปญฺญํ ธุรํ กตฺวา สมถวเสน อภินิวิฏฺโฐ อญฺญตรํ อรูปสมาปตฺตึ ปทฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, โส โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ธมฺมานุสารี นาม. ปรโต ปน ฉสุ ฐาเนสุ กายสกฺขี นาม. อรหตฺตผเล ปตฺเต อุภโตภาควิมุตฺโต นาม.

อปโร ปญฺญเมว ธุรํ กตฺวา วิปสฺสนาวเสน อภินิวิฏฺโฐ สุทฺธสงฺขาเร วา รูปาวจรชฺฌาเนสุ วา อญฺญตรํ สมฺมสิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณเยว ธมฺมานุสารี นาม. ปรโต ปน ฉสุ ฐาเนสุ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต นาม. อรหตฺเต ปตฺเต ปญฺญาวิมุตฺโต นาม. อิธ เทฺว นามานิ อปุพฺพานิ, ตานิ ปุริเมหิ สทฺธึ ปญฺจ โหนฺติ. อปโร อฏฺฐสมาปตฺติลาภี สทฺธํ ธุรํ กตฺวา สมาธิวเสน อภินิวิฏฺโฐ อญฺญตรํ อรูปสมาปตฺตึ ปทฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ – อยํ โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ สทฺธานุสารี นาม. ปรโต ฉสุ ฐาเนสุ กายสกฺขีเยว นาม. อรหตฺเต ปตฺเต อุภโตภาควิมุตฺโตเยว นาม. อิธ เอกเมว นามํ อปุพฺพํ. เตน สทฺธึ ปุริมานิ ปญฺจ ฉ โหนฺติ. อปโร สทฺธเมว ธุรํ กตฺวา วิปสฺสนาวเสน อภินิวิฏฺโฐ สุทฺธสงฺขาเร วา รูปาวจรชฺฌาเนสุ วา อญฺญตรํ สมฺมสิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อยมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ สทฺธานุสารี นาม. ปรโต ฉสุ ฐาเนสุ สทฺธาวิมุตฺโต นาม. อรหตฺเต ปตฺเต ปญฺญาวิมุตฺโต นาม. อิธาปิ เอกเมว นามํ อปุพฺพํ. เตน สทฺธึ ปุริมานิ ฉ สตฺต โหนฺติ. อิเม สตฺต ปุคฺคลา โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺยา นามาติ.

๓๑. สตฺตกฺขตฺตุปรมนิทฺเทเส – สตฺตกฺขตฺตุนฺติ สตฺตวาเร. สตฺตกฺขตฺตุปรมา ภวูปปตฺติ อตฺตภาวคฺคหณํ อสฺส, ตโต ปรํ อฏฺฐมํ ภวํ นาทิยตีติ สตฺตกฺขตฺตุปรโม. โสตาปนฺโน โหตีติ เอตฺถ โสโตติ อริยมคฺโค, เตน สมนฺนาคโต โสตาปนฺโน นาม. ยถาห –

‘‘โสโต โสโตติ หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, สาริปุตฺต, โสโตติ? อยเมว หิ, ภนฺเต, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โสโต, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธีติ. โสตาปนฺโน โสตาปนฺโนติ, หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, สาริปุตฺต, โสตาปนฺโนติ? โย หิ, ภนฺเต, อิมินา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สมนฺนาคโต อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน, สฺวายํ อายสฺมา เอวํนาโม เอวํโคตฺโต อิติ วา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๐๑).

เอวํ มคฺคกฺขเณปิ โสตาปนฺโน นาม โหติ. อิธ ปน มคฺเคน ผลสฺส นามํ ทินฺนนฺติ ผลกฺขเณ โสตาปนฺโน อธิปฺเปโต.

อวินิปาตธมฺโมติ วินิปาตสงฺขาตํ อปายํ อุปปตฺติวเสน อนาคมนสภาโว. นิยโตติ มคฺคนิยาเมน นิยโต. สมฺโพธิปรายโณติ พุชฺฌนกภาวปรายโณ. โส หิ ปฏิลทฺธมคฺเคน พุชฺฌตีติ สมฺโพธิปรายโณ. อุปริ ตีหิ มคฺเคหิ อวสฺสํ พุชฺฌิสฺสตีติ สมฺโพธิปรายโณ. เทเว จ มนุสฺเส จาติ เทวโลกญฺจ มนุสฺสโลกญฺจ. สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวาติ ปฏิสนฺธิวเสน อปราปรํ คนฺตฺวา. ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรตีติ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปริยนฺตํ ปริวฏุมํ กโรติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล สตฺตกฺขตฺตุปรโม นาม วุจฺจติ. อยํ ปน กาเลน เทวโลกสฺส กาเลน มนุสฺสโลกสฺส วเสน มิสฺสกภเวน กถิโตติ เวทิตพฺโพ.

๓๒. โกลํโกลนิทฺเทเส – กุลโต กุลํ คจฺฉตีติ โกลํโกโล. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยโต หิ ปฏฺฐาย นีเจ กุเล อุปปตฺติ นาม นตฺถิ, มหาโภคกุเลสุเยว นิพฺพตฺตตีติ อตฺโถ. เทฺว วา ตีณิ วา กุลานีติ เทวมนุสฺสวเสน เทฺว วา ตโย วา ภเว. อิติ อยมฺปิ มิสฺสกภเวเนว กถิโต. เทสนามตฺตเมว เจตํ – ‘เทฺว วา ตีณิ วา’ติ. ยาว ฉฏฺฐภวา สํสรนฺโตปิ ปน โกลํโกโลว โหติ.

๓๓. เอกพีชินิทฺเทเส – ขนฺธพีชํ นาม กถิตํ. ยสฺส หิ โสตาปนฺนสฺส เอกํเยว ขนฺธพีชํ อตฺถิ, เอกํ อตฺตภาวคฺคหณํ, โส เอกพีชี นาม. มานุสกํ ภวนฺติ อิทํ ปเนตฺถ เทสนามตฺตเมว. เทวภวํ นิพฺพตฺเตตีติปิ ปน วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. ภควตา คหิตนามวเสเนว เจตานิ เอเตสํ นามานิ. เอตฺตกํ ฐานํ คโต สตฺตกฺขตฺตุปรโม นาม โหติ, เอตฺตกํ โกลํโกโล, เอตฺตกํ เอกพีชีติ ภควตา เอเตสํ นามํ คหิตํ. นิยมโต ปน อยํ สตฺตกฺขตฺตุปรโม, อยํ โกลํโกโล, อยํ เอกพีชีติ นตฺถิ.

โก ปน เตสํ เอตํ ปเภทํ นิยเมตีติ? เกจิ ตาว เถรา ‘ปุพฺพเหตุ นิยเมตี’ติ วทนฺติ, เกจิ ‘ปฐมมคฺโค’, เกจิ ‘อุปริ ตโย มคฺคา’, เกจิ ‘ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนา’ติ. ตตฺถ ‘ปุพฺพเหตุ นิยเมตี’ติ วาเท ‘ปฐมมคฺคสฺส อุปนิสฺสโย กโต นาม โหติ, อุปริ ตโย มคฺคา นิรุปนิสฺสยา อุปฺปนฺนา’ติ วจนํ อาปชฺชติ. ‘ปฐมมคฺโค นิยเมตี’ติ วาเท อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ นิรตฺถกตา อาปชฺชติ. ‘อุปริ ตโย มคฺคา นิยเมนฺตี’ติ วาเท ‘อฏฺฐมมคฺเค อนุปฺปนฺเนเยว อุปริ ตโย มคฺคา อุปฺปนฺนา’ติ อาปชฺชติ. ‘ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนา นิยเมตี’ติ วาโท ปน ยุชฺชติ. สเจ หิ อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนา พลวตี โหติ, เอกพีชี นาม โหติ; ตโต มนฺทตราย โกลํโกโล; ตโต มนฺทตราย สตฺตกฺขตฺตุปรโมติ.

เอกจฺโจ หิ โสตาปนฺโน วฏฺฏชฺฌาสโย โหติ, วฏฺฏาภิรโต, ปุนปฺปุนํ วฏฺฏสฺมึเยว วิจรติ สนฺทิสฺสติ. อนาถปิณฺฑิโก เสฏฺฐิ, วิสาขา อุปาสิกา, จูฬรถมหารถา เทวปุตฺตา, อเนกวณฺโณ เทวปุตฺโต, สกฺโก เทวราชา, นาคทตฺโต เทวปุตฺโตติ อิเม หิ เอตฺตกา ชนา วฏฺฏชฺฌาสยา วฏฺฏาภิรตา อาทิโต ปฏฺฐาย ฉ เทวโลเก โสเธตฺวา อกนิฏฺเฐ ฐตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ, อิเม อิธ น คหิตา. น เกวลญฺจิเม; โยปิ มนุสฺเสสุเยว สตฺตกฺขตฺตุํ สํสริตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, โยปิ เทวโลเก นิพฺพตฺโต เทเวสุเยว สตฺตกฺขตฺตุํ อปราปรํ สํสริตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อิเมปิ อิธ น คหิตา. มิสฺสกภววเสเนว ปเนตฺถ สตฺตกฺขตฺตุปรมโกลํโกลา มานุสกภวนิพฺพตฺตโกเยว จ เอกพีชี คหิโตติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เอเกโก ทุกฺขาปฏิปทาทิวเสน จตุพฺพิธภาวํ อาปชฺชติ. สทฺธาธุเรเนว จตฺตาโร สตฺตกฺขตฺตุปรมา, จตฺตาโร โกลํโกลา, จตฺตาโร เอกพีชิโนติ ทฺวาทส โหนฺติ. สเจ ปญฺญาย สกฺกา นิพฺพตฺเตตุํ, ‘อหํ โลกุตฺตรํ ธมฺมํ นิพฺพตฺเตสฺสามี’ติ เอวํ ปญฺญํ ธุรํ กตฺวา สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิภาวํ ปตฺตาปิ ปฏิปทาวเสน ทฺวาทเสวาติ อิเม จตุวีสติ โสตาปนฺนา อิหฏฺฐกนิชฺฌานิกวเสเนว อิมสฺมึ ฐาเน กถิตาติ เวทิตพฺพา.

๓๔. สกทาคามินิทฺเทเส – ปฏิสนฺธิวเสน สกึ อาคจฺฉตีติ สกทาคามี. สกิเทวาติ เอกวารํเยว. อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวาติ อิมินา ปญฺจสุ สกทาคามีสุ จตฺตาโร วชฺเชตฺวา เอโกว คหิโต. เอกจฺโจ หิ อิธ สกทาคามิผลํ ปตฺวา อิเธว ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ อิธ ปตฺวา เทวโลเก ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ เทวโลเก ปตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ เทวโลเก ปตฺวา อิธูปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายติ – อิเม จตฺตาโรปิ อิธ น คหิตา. โย ปน อิธ ปตฺวา เทวโลเก ยาวตายุกํ วสิตฺวา ปุน อิธูปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายติ – อยํ เอโกว อิธ คหิโตติ เวทิตพฺโพ. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ โลกุตฺตรกุสลนิทฺเทเส วุตฺตเมว. อิมสฺส ปน สกทาคามิโน เอกพีชินา สทฺธึ กึ นานากรณนฺติ? เอกพีชิสฺส เอกาว ปฏิสนฺธิ, สกทาคามิสฺส เทฺว ปฏิสนฺธิโย – อิทํ เนสํ นานากรณนฺติ.

๓๕. อนาคามินิทฺเทเส – โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานนฺติ โอรํ วุจฺจติ กามธาตุ. ยสฺส อิมานิ ปญฺจ พนฺธนานิ อปฺปหีนานิ โหนฺติ, โส ภวคฺเค นิพฺพตฺโตปิ คิลิตพฬิโส มจฺโฉ วิย ทีฆสุตฺตเกน ปาเท พทฺธกาโก วิย เตหิ พนฺธเนหิ อากฑฺฒิยมาโน กามธาตุยํเยว ปวตฺตตีติ ปญฺจ พนฺธนานิ โอรมฺภาคิยานีติ วุจฺจนฺติ. เหฏฺฐาภาคิยานิ เหฏฺฐาโกฏฺฐาสิกานีติ อตฺโถ. ปริกฺขยาติ เตสํ พนฺธนานํ ปริกฺขเยน. โอปปาติโกติ อุปปาตโยนิโก. อิมินาสฺส คพฺภเสยฺยา ปฏิกฺขิตฺตา. ตตฺถ ปรินิพฺพายีติ ตตฺถ สุทฺธาวาสโลเก ปรินิพฺพายิตา. อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกาติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน ตสฺมา โลกา อิธ อนาวตฺตนสภาโว. พุทฺธทสฺสนเถรทสฺสนธมฺมสฺสวนานํ ปนตฺถายสฺส อาคมนํ อนิวาริตํ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวํวิโธ ปุคฺคโล ปฏิสนฺธิวเสน ปุน อนาคมนโต อนาคามี นาม วุจฺจติ.

๓๖. อนฺตราปรินิพฺพายินิทฺเทเส – อุปปนฺนํ วา สมนนฺตราติ อุปปนฺนสมนนฺตรา วา หุตฺวา. อปฺปตฺตํ วา เวมชฺฌํ อายุปฺปมาณนฺติ อายุปฺปมาณํ เวมชฺฌํ อปฺปตฺตํ วา หุตฺวา อริยมคฺคํ สญฺชเนตีติ อตฺโถ. วาสทฺทวิกปฺปโต ปน เวมชฺฌํ ปตฺตนฺติปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํ ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน สิทฺธา โหนฺติ. อุปริฏฺฐิมานํ สํโยชนานนฺติ อุปริ ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานํ อฏฺฐนฺนํ วา กิเลสานํ. ปหานายาติ เอเตสํ ปชหนตฺถาย มคฺคํ สญฺชเนติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อายุเวมชฺฌสฺส อนฺตราเยว ปรินิพฺพายนโต อนฺตราปรินิพฺพายีติ วุจฺจติ.

๓๗. อุปหจฺจปรินิพฺพายินิทฺเทเส – อติกฺกมิตฺวา เวมชฺฌํ อายุปฺปมาณนฺติ อายุปฺปมาณํ เวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา. อุปหจฺจ วา กาลกิริยนฺติ อุปคนฺตฺวา กาลกิริยํ. อายุกฺขยสฺส อาสนฺเน ฐตฺวาติ อตฺโถ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เอวรูโป ปุคฺคโล อวิเหสุ ตาว กปฺปสหสฺสปฺปมาณสฺส อายุโน ปญฺจกปฺปสตสงฺขาตํ เวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา ฉฏฺเฐ วา กปฺปสเต สตฺตมฏฺฐมนวมานํ วา อญฺญตรสฺมึ ทสเมเยว วา กปฺปสเต ฐตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายนโต อุปหจฺจปรินิพฺพายีติ วุจฺจติ.

๓๘. อสงฺขารสสงฺขารปรินิพฺพายินิทฺเทเสสุ – อสงฺขาเรน อปฺปทุกฺเขน อธิมตฺตปโยคํ อกตฺวาว กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพานธมฺโมติ อสงฺขารปรินิพฺพายี. สสงฺขาเรน ทุกฺเขน กสิเรน อธิมตฺตปโยคํ กตฺวาว กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายนธมฺโมติ สสงฺขารปรินิพฺพายี.

๔๐. อุทฺธํโสตนิทฺเทเส – อุทฺธํ วาหิภาเวน อุทฺธมสฺส ตณฺหาโสตํ วฏฺฏโสตํ วาติ อุทฺธํโสโต. อุทฺธํ วา คนฺตฺวา ปฏิลภิตพฺพโต อุทฺธมสฺส มคฺคโสตนฺติ อุทฺธํโสโต. อกนิฏฺฐํ คจฺฉตีติ อกนิฏฺฐคามี. อวิหา จุโต อตปฺปํ คจฺฉตีติอาทีสุ อวิเห กปฺปสหสฺสํ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา อตปฺปํ คจฺฉติ. ตตฺราปิ เทฺว กปฺปสหสฺสานิ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา สุทสฺสํ คจฺฉติ. ตตฺราปิ จตฺตาริ กปฺปสหสฺสานิ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา สุทสฺสึ คจฺฉติ. ตตฺราปิ อฏฺฐ กปฺปสหสฺสานิ วสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺกุณิตฺวา อกนิฏฺฐํ คจฺฉติ. ตตฺถ วสนฺโต อริยมคฺคํ สญฺชเนตีติ อตฺโถ.

อิเมสํ ปน อนาคามีนํ ปเภทชานนตฺถํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ โย อวิหโต ปฏฺฐาย จตฺตาโร เทวโลเก โสเธตฺวา อกนิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ อยํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน เหฏฺฐา ตโย เทวโลเก โสเธตฺวา สุทสฺสีเทวโลเก ฐตฺวา ปรินิพฺพายติ – อยํ อุทฺธํโสโต, น อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน อิโต อกนิฏฺฐเมว คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต, อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน เหฏฺฐา จตูสุ เทวโลเกสุ ตตฺถ ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต, น อกนิฏฺฐคามี นามาติ. เอวเมเต อฏฺฐจตฺตาลีส อนาคามิโน โหนฺติ.

กถํ? อวิเห ตาว ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายี, เอโก อุทฺธํโสโต เต อสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจ, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจาติ ทส โหนฺติ. ตถา อตปฺปาสุทสฺสาสุทสฺสีสูติ จตฺตาโร ทสกา จตฺตาลีสํ. อกนิฏฺเฐ ปน อุทฺธํโสโต นตฺถิ. ตโย ปน อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายี. เต อสงฺขารปรินิพฺพายิโน จตฺตาโร, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน จตฺตาโรติ อฏฺฐ. เอวํ อฏฺฐจตฺตาลีสํ โหนฺติ.

เต สพฺเพปิ ปปฏิโกปมาย ทีปิตา – ทิวสํ สนฺตตฺตานมฺปิ หิ อารกณฺฏกวิปฺผลิกนขจฺเฉทนานํ อโยมุเข หญฺญมาเน ปปฏิกา อุปฺปชฺชิตฺวาว นิพฺพายติ – เอวรูโป ปฐโม อนฺตราปรินิพฺพายี เวทิตพฺโพ. กสฺมา? อุปฺปนฺนสมนนฺตราว กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายนโต. ตโต มหนฺตตเร อโยมุเข หญฺญมาเน ปปฏิกา อากาสํ อุลฺลงฺฆิตฺวา นิพฺพายติ – เอวรูโป ทุติโย อนฺตราปรินิพฺพายี ทฏฺฐพฺโพ. กสฺมา? เวมชฺฌํ อปฺปตฺวา ปรินิพฺพายนโต. ตโต มหนฺตตเร อโยมุเข หญฺญมาเน ปปฏิกา อากาสํ อุลฺลงฺฆิตฺวา นิวตฺตมานา ปถวิยํ อนุปหจฺจตลา หุตฺวา ปรินิพฺพายติ – เอวรูโป ตติโย อนฺตราปรินิพฺพายี ทฏฺฐพฺโพ. กสฺมา? เวมชฺฌํ ปตฺวา อนุปหจฺจ ปรินิพฺพายนโต. ตโต มหนฺตตเร อโยมุเข หญฺญมาเน ปปฏิกา อากาสํ อุลฺลงฺฆิตฺวา ปถวิยํ ปติตฺวา อุปหจฺจตลา หุตฺวา นิพฺพายติ – เอวรูโป อุปหจฺจปรินิพฺพายี เวทิตพฺโพ. กสฺมา? กาลกิริยํ อุปคนฺตฺวา อายุคตึ เขเปตฺวา ปรินิพฺพายนโต. ตโต มหนฺตตเร อโยมุเข หญฺญมาเน ปปฏิกา ปริตฺเต ติณกฏฺเฐ ปติตฺวา ตํ ปริตฺตํ ติณกฏฺฐํ ฌาเปตฺวา นิพฺพายติ – เอวรูโป อสงฺขารปรินิพฺพายี เวทิตพฺโพ. กสฺมา? อปฺปโยเคน ลหุสาย คติยา ปรินิพฺพายนโต. ตโต มหนฺตตเร อโยมุเข หญฺญมาเน ปปฏิกา วิปุเล ติณกฏฺฐปุญฺเช ปติตฺวา ตํ วิปุลํ ติณกฏฺฐปุญฺชํ ฌาเปตฺวา นิพฺพายติ – เอวรูโป สสงฺขารปรินิพฺพายี เวทิตพฺโพ. กสฺมา? สปฺปโยเคน อลหุสาย คติยา ปรินิพฺพายนโต. อปรา มหนฺเตสุ ติณกฏฺฐปุญฺเชสุ ปตติ, ตตฺถ มหนฺเตสุ ติณกฏฺฐปุญฺเชสุ ฌายมาเนสุ วีตจฺจิตงฺคาโร วา ชาลา วา อุปฺปติตฺวา กมฺมารสาลํ ฌาเปตฺวา คามนิคมนครรฏฺฐํ ฌาเปตฺวา สมุทฺทนฺตํ ปตฺวา นิพฺพายติ – เอวรูโป อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี ทฏฺฐพฺโพ. กสฺมา? อเนกภวพีชวิปฺผารํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกตฺวา ปรินิพฺพายนโต. ยสฺมา ปน อารกณฺฏกาทิเภทํ ขุทฺทกมฺปิ มหนฺตมฺปิ อโยกปาลเมว, ตสฺมา สุตฺเต สพฺพวาเรสุ อโยกปาลนฺเตฺวว วุตฺตํ (อ. นิ. ๗.๕๕). ยถาห –

‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – ‘โน จสฺส, โน จ เม สิยา, น ภวิสฺสติ, น เม ภวิสฺสติ, ยทตฺถิ ยํ ภูตํ, ตํ ปชหามี’’’ติ อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. โส ภเว น รชฺชติ, สมฺภเว น รชฺชติ, อตฺถุตฺตริ ปทํ สนฺตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ. ตญฺจ ขฺวสฺส ปทํ น สพฺเพน สพฺพํ สจฺฉิกตํ โหติ. ตสฺส น สพฺเพน สพฺพํ มานานุสโย ปหีโน โหติ, น สพฺเพน สพฺพํ ภวราคานุสโย ปหีโน โหติ, น สพฺเพน สพฺพํ อวิชฺชานุสโย ปหีโน โหติ. โส ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ.

‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา อุปฺปติตฺวา นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ.

‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา อุปฺปติตฺวา อนุปหจฺจ ตลํ นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ.

‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อุปหจฺจปรินิพฺพายี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา อุปฺปติตฺวา อุปหจฺจ ตลํ นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… อุปหจฺจปรินิพฺพายี โหติ.

‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… ปริกฺขยา อสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา อุปฺปติตฺวา ปริตฺเต ติณปุญฺเช วา กฏฺฐปุญฺเช วา นิปเตยฺย, สา ตตฺถ อคฺคิมฺปิ ชเนยฺย, ธูมมฺปิ ชเนยฺย, อคฺคิมฺปิ ชเนตฺวา ธูมมฺปิ ชเนตฺวา ตเมว ปริตฺตํ ติณปุญฺชํ วา กฏฺฐปุญฺชํ วา ปริยาทิยิตฺวา อนาหารา นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… ปริกฺขยา อสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ.

‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… สสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา อุปฺปติตฺวา วิปุเล ติณปุญฺเช วา กฏฺฐปุญฺเช วา นิปเตยฺย, สา ตตฺถ อคฺคิมฺปิ ชเนยฺย…เป… ตเมว วิปุลํ ติณปุญฺชํ วา กฏฺฐปุญฺชํ วา ปริยาทิยิตฺวา อนาหารา นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… สสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ.

‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… ปริกฺขยา อุทฺธํโสโต โหติ อกนิฏฺฐคามี. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทิวสํ สนฺตตฺเต อโยกปาเล หญฺญมาเน ปปฏิกา นิพฺพตฺติตฺวา อุปฺปติตฺวา มหนฺเต ติณปุญฺเช วา กฏฺฐปุญฺเช วา นิปเตยฺย, สา ตตฺถ อคฺคิมฺปิ ชเนยฺย…เป… ตเมว มหนฺตํ ติณปุญฺชํ วา กฏฺฐปุญฺชํ วา ปริยาทิยิตฺวา คจฺฉมฺปิ ทเหยฺย, ทายมฺปิ ทเหยฺย, คจฺฉมฺปิ ทหิตฺวา ทายมฺปิ ทหิตฺวา หริตนฺตํ วา ปถนฺตํ วา เสลนฺตํ วา อุทกนฺตํ วา รมณียํ วา ภูมิภาคํ อาคมฺม อนาหารา นิพฺพาเยยฺย; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – โน จสฺส…เป… ปริกฺขยา อุทฺธํโสโต โหติ อกนิฏฺฐคามี’’ติ (อ. นิ. ๗.๕๕).

๔๑-๔๔. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนาทินิทฺเทสา อุตฺตานตฺถาว. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อรหาติ เอตฺถ ปน ทฺวาทส อรหนฺโต เวทิตพฺพา. กถํ? ตโย หิ วิโมกฺขา – สุญฺญโต, อนิมิตฺโต, อปฺปณิหิโตติ. ตตฺถ สุญฺญตวิโมกฺเขน วิมุตฺตขีณาสโว ปฏิปทาวเสน จตุพฺพิโธ โหติ; ตถา อนิมิตฺตอปฺปณิหิตวิโมกฺเขหีติ – เอวํ ทฺวาทส อรหนฺโต เวทิตพฺพา. อิติ อิเม ทฺวาทส อรหนฺโต วิย ทฺวาทเสว สกทาคามิโน, จตุวีสติ โสตาปนฺนา, อฏฺฐจตฺตาลีส อนาคามิโนติ เอตฺตกา ปุคฺคลา อิโต มุจฺจิตฺวา พหิทฺธา นุปฺปชฺชนฺติ, อิมสฺมิญฺเญว สพฺพญฺญุพุทฺธสาสเน อุปฺปชฺชนฺตีติ.

เอกกนิทฺเทสวณฺณนา.