๑. มาติกาวณฺณนา
๑. ฉ ปญฺญตฺติโย – ขนฺธปญฺญตฺติ…เป… ปุคฺคลปญฺญตฺตีติ อยํ ตาว ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อุทฺเทโส. ตตฺถ ฉาติ คณนปริจฺเฉโท. เตน เย ธมฺเม อิธ ปญฺญเปตุกาโม เตสํ คณนวเสน สํเขปโต ปญฺญตฺติปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. ปญฺญตฺติโยติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ตตฺถ ‘‘อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) อาคตฏฺฐาเน ปญฺญาปนา ทสฺสนา ปกาสนา ปญฺญตฺติ นาม. ‘‘สุปญฺญตฺตํ มญฺจปีฐ’’นฺติ (ปารา. ๒๖๙) อาคตฏฺฐาเน ฐปนา นิกฺขิปนา ปญฺญตฺติ นาม. อิธ อุภยมฺปิ วฏฺฏติ. ฉ ปญฺญตฺติโยติ หิ ฉ ปญฺญาปนา, ฉ ทสฺสนา ปกาสนาติปิ; ฉ ฐปนา นิกฺขิปนาติปิ อิธ อธิปฺเปตเมว. นามปญฺญตฺติ หิ เต เต ธมฺเม ทสฺเสติปิ, เตน เตน โกฏฺฐาเสน ฐเปติปิ.
ขนฺธปญฺญตฺตีติอาทิ ปน สํเขปโต ตาสํ ปญฺญตฺตีนํ สรูปทสฺสนํ. ตตฺถ ขนฺธานํ ‘ขนฺธา’ติ ปญฺญาปนา ทสฺสนา ปกาสนา ฐปนา นิกฺขิปนา ขนฺธปญฺญตฺติ นาม. อายตนานํ อายตนานีติ, ธาตูนํ ธาตุโยติ, สจฺจานํ สจฺจานีติ, อินฺทฺริยานํ อินฺทฺริยานีติ, ปุคฺคลานํ ปุคฺคลาติ ปญฺญาปนา ทสฺสนา ปกาสนา ฐปนา นิกฺขิปนา ปุคฺคลปญฺญตฺติ นาม.
ปาฬิมุตฺตเกน ปน อฏฺฐกถานเยน อปราปิ ฉ ปญฺญตฺติโย – วิชฺชมานปญฺญตฺติ, อวิชฺชมานปญฺญตฺติ, วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ, อวิชฺชมาเนน วิชฺชมานปญฺญตฺติ, วิชฺชมาเนน วิชฺชมานปญฺญตฺติ, อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปญฺญตฺตีติ. ตตฺถ กุสลากุสลสฺเสว สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน วิชฺชมานสฺส สโต สมฺภูตสฺส ธมฺมสฺส ปญฺญาปนา วิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. ตถา อวิชฺชมานสฺส โลกนิรุตฺติมตฺตสิทฺธสฺส อิตฺถิปุริสาทิกสฺส ปญฺญาปนา อวิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. สพฺพากาเรนปิ อนุปลพฺภเนยฺยสฺส วาจาวตฺถุมตฺตสฺเสว ปญฺจมสจฺจาทิกสฺส ติตฺถิยานํ อณุปกติปุริสาทิกสฺส วา ปญฺญาปนาปิ อวิชฺชมานปญฺญตฺติเยว. สา ปน สาสนาวจรา น โหตีติ อิธ น คหิตา. อิติ อิเมสํ วิชฺชมานาวิชฺชมานานํ วิกปฺปนวเสน เสสา เวทิตพฺพา. ‘เตวิชฺโช’, ‘ฉฬภิญฺโญ’ติอาทีสุ หิ ติสฺโส วิชฺชา ฉ อภิญฺญา จ วิชฺชมานา, ปุคฺคโล อวิชฺชมาโน. ตสฺมา ติสฺโส วิชฺชา อสฺสาติ เตวิชฺโช, ฉ อภิญฺญา อสฺสาติ ฉฬภิญฺโญติ เอวํ วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานสฺส ปญฺญาปนโต เอวรูปา วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. ‘อิตฺถิรูปํ’, ‘ปุริสรูป’นฺติอาทีสุ ปน อิตฺถิปุริสา อวิชฺชมานา, รูปํ วิชฺชมานํ. ตสฺมา อิตฺถิยา รูปํ อิตฺถิรูปํ, ปุริสสฺส รูปํ ปุริสรูปนฺติ เอวํ อวิชฺชมาเนน วิชฺชมานสฺส ปญฺญาปนโต เอวรูปา อวิชฺชมาเนน วิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. จกฺขุสมฺผสฺโส, โสตสมฺผสฺโสติอาทีสุ จกฺขุโสตาทโยปิ ผสฺโสปิ วิชฺชมาโนเยว. ตสฺมา จกฺขุมฺหิ สมฺผสฺโส, จกฺขุโต ชาโต สมฺผสฺโส, จกฺขุสฺส วา ผลภูโต สมฺผสฺโส จกฺขุสมฺผสฺโสติ เอวํ วิชฺชมาเนน วิชฺชมานสฺส ปญฺญาปนโต เอวรูปา วิชฺชมาเนน วิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. ขตฺติยปุตฺโต, พฺราหฺมณปุตฺโต, เสฏฺฐิปุตฺโตติอาทีสุ ขตฺติยาทโยปิ อวิชฺชมานา, ปุตฺโตปิ. ตสฺมา ขตฺติยสฺส ปุตฺโต ขตฺติยปุตฺโตติ เอวํ อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานสฺส ปญฺญาปนโต เอวรูปา อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ นาม. ตาสุ อิมสฺมึ ปกรเณ ปุริมา ติสฺโสว ปญฺญตฺติโย ลพฺภนฺติ. ‘‘ขนฺธปญฺญตฺติ…เป… อินฺทฺริยปญฺญตฺตี’’ติ อิมสฺมิญฺหิ ฐาเน วิชฺชมานสฺเสว ปญฺญาปิตตฺตา วิชฺชมานปญฺญตฺติ ลพฺภติ. ‘‘ปุคฺคลปญฺญตฺตี’’ติ ปเท อวิชฺชมานปญฺญตฺติ. ปรโต ปน ‘เตวิชฺโช’, ‘ฉฬภิญฺโญ’ติอาทีสุ วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปญฺญตฺติ ลพฺภตีติ.
อฏฺฐกถามุตฺตเกน ปน อาจริยนเยน อปราปิ ฉ ปญฺญตฺติโย – อุปาทาปญฺญตฺติ, อุปนิธาปญฺญตฺติ, สโมธานปญฺญตฺติ, อุปนิกฺขิตฺตปญฺญตฺติ, ตชฺชาปญฺญตฺติ, สนฺตติปญฺญตฺตีติ. ตตฺถ โย รูปเวทนาทีหิ เอกตฺเตน วา อญฺญตฺเตน วา รูปเวทนาทโย วิย สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน อนุปลพฺภสภาโวปิ รูปเวทนาทิเภเท ขนฺเธ อุปาทาย นิสฺสาย การณํ กตฺวา สมฺมโต สตฺโต. ตานิ ตานิ องฺคานิ อุปาทาย รโถ เคหํ มุฏฺฐิ อุทฺธนนฺติ จ; เต เตเยว รูปาทโย อุปาทาย ฆโฏ ปโฏ; จนฺทสูริยปริวตฺตาทโย อุปาทาย กาโล, ทิสา; ตํ ตํ ภูตนิมิตฺตญฺเจว ภาวนานิสํสญฺจ อุปาทาย นิสฺสาย การณํ กตฺวา สมฺมตํ เตน เตนากาเรน อุปฏฺฐิตํ อุคฺคหนิมิตฺตํ ปฏิภาคนิมิตฺตนฺติ อยํ เอวรูปา อุปาทาปญฺญตฺติ นาม. ปญฺญเปตพฺพฏฺเฐน เจสา ปญฺญตฺติ นาม, น ปญฺญาปนฏฺเฐน. ยา ปน ตสฺสตฺถสฺส ปญฺญาปนา, อยํ อวิชฺชมานปญฺญตฺติเยว.
ยา ปฐมทุติยาทีนิ อุปนิธาย ทุติยํ ตติยนฺติอาทิกา, อญฺญมญฺญญฺจ อุปนิธาย ทีฆํ รสฺสํ, ทูรํ, สนฺติกนฺติอาทิกา ปญฺญาปนา; อยํ อุปนิธาปญฺญตฺติ นาม. อปิเจสา อุปนิธาปญฺญตฺติ – ตทญฺญาเปกฺขูปนิธา, หตฺถคตูปนิธา, สมฺปยุตฺตูปนิธา, สมาโรปิตูปนิธา, อวิทูรคตูปนิธา, ปฏิภาคูปนิธา, ตพฺพหุลูปนิธา, ตพฺพิสิฏฺฐูปนิธาติอาทินา เภเทน อเนกปฺปการา.
ตตฺถ ทุติยํ ตติยนฺติอาทิกาว ตทญฺญํ อเปกฺขิตฺวา วุตฺตตาย ตทญฺญาเปกฺขูปนิธา นาม. ฉตฺตปาณิ, สตฺถปาณีติอาทิกา หตฺถคตํ อุปนิธาย วุตฺตตาย หตฺถคตูปนิธา นาม. กุณฺฑลี, สิขรี, กิริฏีติอาทิกา สมฺปยุตฺตํ อุปนิธาย วุตฺตตาย สมฺปยุตฺตูปนิธา นาม. ธญฺญสกฏํ, สปฺปิกุมฺโภติอาทิกา สมาโรปิตํ อุปนิธาย วุตฺตตาย สมาโรปิตูปนิธา นาม. อินฺทสาลคุหา, ปิยงฺคุคุหา, เสรีสกนฺติอาทิกา อวิทูรคตํ อุปนิธาย วุตฺตตาย อวิทูรคตูปนิธา นาม. สุวณฺณวณฺโณ, อุสภคามีติอาทิกา ปฏิภาคํ อุปนิธาย วุตฺตตาย ปฏิภาคูปนิธา นาม. ปทุมสฺสโร, พฺราหฺมณคาโมติอาทิกา ตพฺพหุลํ อุปนิธาย วุตฺตตาย ตพฺพหุลูปนิธา นาม. มณิกฏกํ, วชิรกฏกนฺติอาทิกา ตพฺพิสิฏฺฐํ อุปนิธาย วุตฺตตาย ตพฺพิสิฏฺฐูปนิธา นาม.
ยา ปน เตสํ เตสํ สโมธานมเปกฺขิตฺวา ติทณฺฑํ, อฏฺฐปทํ, ธญฺญราสิ, ปุปฺผราสีติอาทิกา ปญฺญาปนา, อยํ สโมธานปญฺญตฺติ นาม. ยา ปุริมสฺส ปุริมสฺส อุปนิกฺขิปิตฺวา เทฺว, ตีณิ, จตฺตารีติอาทิกา ปญฺญาปนา, อยํ อุปนิกฺขิตฺตปญฺญตฺติ นาม. ยา ตํ ตํ ธมฺมสภาวํ อเปกฺขิตฺวา ปถวี, เตโช, กกฺขฬตา, อุณฺหตาติอาทิกา ปญฺญาปนา, อยํ ตชฺชาปญฺญตฺติ นาม. ยา ปน สนฺตติวิจฺเฉทาภาวํ อเปกฺขิตฺวา อาสีติโก, นาวุติโกติอาทิกา ปญฺญาปนา, อยํ สนฺตติปญฺญตฺติ นาม. เอตาสุ ปน ตชฺชาปญฺญตฺติ วิชฺชมานปญฺญตฺติเยว. เสสา อวิชฺชมานปกฺขญฺเจว, อวิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปกฺขญฺจ ภชนฺติ.
อฏฺฐกถามุตฺตเกน อาจริยนเยเนว อปราปิ ฉ ปญฺญตฺติโย – กิจฺจปญฺญตฺติ, สณฺฐานปญฺญตฺติ, ลิงฺคปญฺญตฺติ, ภูมิปญฺญตฺติ, ปจฺจตฺตปญฺญตฺติ, อสงฺขตปญฺญตฺตีติ. ตตฺถ ภาณโก, ธมฺมกถิโกติอาทิกา กิจฺจวเสน ปญฺญาปนา กิจฺจปญฺญตฺติ นาม. กิโส, ถูโล, ปริมณฺฑโล, จตุรสฺโสติอาทิกา สณฺฐานวเสน ปญฺญาปนา สณฺฐานปญฺญตฺติ นาม. อิตฺถี, ปุริโสติอาทิกา ลิงฺควเสน ปญฺญาปนา ลิงฺคปญฺญติ นาม. กามาวจรา, รูปาวจรา, อรูปาวจรา, โกสลกา, มาธุราติอาทิกา ภูมิวเสน ปญฺญาปนา ภูมิปญฺญตฺติ นาม. ติสฺโส, นาโค, สุมโนติอาทิกา ปจฺจตฺตนามกรณมตฺตวเสน ปญฺญาปนา ปจฺจตฺตปญฺญตฺติ นาม. นิโรโธ, นิพฺพานนฺติอาทิกา อสงฺขตธมฺมสฺส ปญฺญาปนา อสงฺขตปญฺญตฺติ นาม. ตตฺถ เอกจฺจา ภูมิปญฺญตฺติ อสงฺขตปญฺญตฺติ จ วิชฺชมานปญฺญตฺติเยว, กิจฺจปญฺญตฺติ วิชฺชมาเนน อวิชฺชมานปกฺขํ ภชติ. เสสา อวิชฺชมานปญฺญตฺติโย นาม.
๒. อิทานิ ยาสํ ปญฺญตฺตีนํ อุทฺเทสวาเร สงฺเขปโต สรูปทสฺสนํ กตํ, สงฺเขปโตเยว ตาว ตาสํ วตฺถุํ วิภชิตฺวา ทสฺสนวเสน ตา ทสฺเสตุํ กิตฺตาวตาติอาทิมาห. ตตฺถ ปุจฺฉาย ตาว เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ – ยา อยํ ขนฺธานํ ‘ขนฺธา’ติ ปญฺญาปนา, ทสฺสนา, ฐปนา, สา กิตฺตเกน โหตีติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ปรโต กิตฺตาวตา อายตนานนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. วิสฺสชฺชเนปิ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ – ยตฺตเกน ปญฺญาปเนน สงฺเขปโต ปญฺจกฺขนฺธาติ วา ปเภทโต ‘‘รูปกฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ วา; ตตฺราปิ รูปกฺขนฺโธ กามาวจโร, เสสา จตุภูมิกาติ วา เอวรูปํ ปญฺญาปนํ โหติ; เอตฺตเกน ขนฺธานํ ‘ขนฺธา’ติ ปญฺญตฺติ โหติ.
๓. ตถา ยตฺตเกน ปญฺญาปเนน สงฺเขปโต ทฺวาทสายตนานีติ วา, ปเภทโต ‘‘จกฺขายตนํ…เป… ธมฺมายตน’’นฺติ วา; ตตฺราปิ ทสายตนา กามาวจรา, ทฺวายตนา จตุภูมิกาติ วา, เอวรูปํ ปญฺญาปนํ โหติ; เอตฺตเกน อายตนานํ อายตนานีติ ปญฺญตฺติ โหติ.
๔. ยตฺตเกน ปญฺญาปเนน สงฺเขปโต อฏฺฐารส ธาตุโยติ วา, ปเภทโต ‘‘จกฺขุธาตุ…เป… มโนวิญฺญาณธาตู’’ติ วา; ตตฺราปิ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา, เทฺว ธาตุโย จตุภูมิกาติ วา เอวรูปํ ปญฺญาปนํ โหติ; เอตฺตเกน ธาตูนํ ธาตูติ ปญฺญตฺติ โหติ.
๕. ยตฺตเกน ปญฺญาปเนน สงฺเขปโต จตฺตาริ สจฺจานีติ วา, ปเภทโต ‘‘ทุกฺขสจฺจํ…เป… นิโรธสจฺจ’’นฺติ วา; ตตฺราปิ เทฺว สจฺจา โลกิยา, เทฺว สจฺจา โลกุตฺตราติ วา เอวรูปํ ปญฺญาปนํ โหติ; เอตฺตเกน สจฺจานํ ‘สจฺจานี’ติ ปญฺญตฺติ โหติ.
๖. ยตฺตเกน ปญฺญาปเนน สงฺเขปโต พาวีสตินฺทฺริยานีติ วา, ปเภทโต ‘‘จกฺขุนฺทฺริยํ…เป… อญฺญาตาวินฺทฺริย’’นฺติ วา; ตตฺราปิ ทสินฺทฺริยานิ กามาวจรานิ, นวินฺทฺริยานิ มิสฺสกานิ, ตีณิ อินฺทฺริยานิ โลกุตฺตรานีติ วา เอวรูปํ ปญฺญาปนํ โหติ; เอตฺตเกน อินฺทฺริยานํ อินฺทฺริยานีติ ปญฺญตฺติ โหติ. เอตฺตาวตา สงฺเขปโต วตฺถุํ วิภชิตฺวา ทสฺสนวเสน ปญฺจ ปญฺญตฺติโย ทสฺสิตา โหนฺติ.
๗. อิทานิ วิตฺถารโต วตฺถุํ วิภชิตฺวา ทสฺสนวเสน ปุคฺคลปญฺญตฺตึ ทสฺเสตุํ สมยวิมุตฺโต อสมยวิมุตฺโตติอาทิมาห. สมฺมาสมฺพุทฺเธน หิ ติเล วิสารยมาเนน วิย, วาเก หีรยมาเนน วิย จ, เหฏฺฐา วิภงฺคปฺปกรเณ อิมาสํ ปญฺจนฺนํ ปญฺญตฺตีนํ วตฺถุภูตา ขนฺธาทโย นิปฺปเทเสน กถิตาติ เตน เต อิธ เอกเทเสเนว กเถสิ. ฉฏฺฐา ปุคฺคลปญฺญตฺติ เหฏฺฐา อกถิตาว. อิธาปิ อุทฺเทสวาเร เอกเทเสเนว กถิตา; ตสฺมา ตํ วิตฺถารโต กเถตุกาโม สมยวิมุตฺโต อสมยวิมุตฺโตติ เอกกโต ปฏฺฐาย ยาว ทสกา มาติกํ ฐเปสีติ.
มาติกาวณฺณนา.