๑. ขนฺธปทวณฺณนา

๖. อิทานิ ปญฺจกฺขนฺธาทิวเสน นิกฺขิตฺตมาติกํ ‘สงฺคโห อสงฺคโห’ติอาทีหิ นยมาติกาปเทหิ สทฺธึ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ รูปกฺขนฺโธ กติหิ ขนฺเธหีติอาทินา นเยน นิทฺเทสวาโร อารทฺโธ. ตตฺถ ยสฺมา ‘‘สงฺคโห อสงฺคโหติอาทิกาย นยมาติกาย ‘‘ตีหิ สงฺคโห, ตีหิ อสงฺคโห’’ติ นยมุขมาติกา ฐปิตา, ตสฺมา รูปกฺขนฺธาทีนํ สงฺคหํ ทสฺเสตุํ กติหิ ขนฺเธหิ กติหายตเนหิ กติหิ ธาตูหีติ ตีณิ ขนฺธายตนธาตุปทาเนว อุทฺธฏานิ. ‘จตฺตาริ สจฺจานี’ติอาทีสุ เอกมฺปิ น ปรามฏฺฐํ. ยสฺมา จ ‘‘สภาโค วิสภาโค’’ติ เอวํ ลกฺขณมาติกา ฐปิตา, ตสฺมา อิมสฺส ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน รูปกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธนาติอาทิ วุตฺตํ. สภาคา หิ ตสฺส เอเต ขนฺธาทโยติ. ตตฺถ เอเกน ขนฺเธนาติ รูปกฺขนฺเธเนว. ยญฺหิ กิญฺจิ รูปํ รูปกฺขนฺธสภาคตฺตา รูปกฺขนฺโธเตฺวว สงฺคหํ คจฺฉตีติ รูปกฺขนฺเธเนว คณิตํ, ตํ รูปกฺขนฺเธเนว ปริจฺฉินฺนํ. เอกาทสหายตเนหีติ มนายตนวชฺเชหิ. สพฺโพปิ หิ รูปกฺขนฺโธ ทสายตนานิ ธมฺมายตเนกเทโส จ โหติ, ตสฺมา เอกาทสหายตเนหิ คณิโต, ปริจฺฉินฺโน. เอกาทสหิ ธาตูหีติ สตฺตวิญฺญาณธาตุวชฺชาหิ เอกาทสหิ เอตาสุ หิ อปริยาปนฺนํ รูปํ นาม นตฺถิ.

อสงฺคหนยนิทฺเทเส กติหิ อสงฺคหิโตติ สงฺเขเปเนว ปุจฺฉา กตา. วิสฺสชฺชเน ปนสฺส ยสฺมา รูปกฺขนฺธสฺส วิสภาคา จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา, เอกํ มนายตนํ, สตฺต วิญฺญาณธาตุโย; ตสฺมา จตูหิ ขนฺเธหีติอาทิ วุตฺตํ. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ สงฺคหาสงฺคโห เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน ขนฺธนิทฺเทเส – ‘‘รูปกฺขนฺโธ กติหิ ขนฺเธหี’’ติอาทิมฺหิ ตาว เอกมูลเก สงฺคหนเย สรูเปเนว ทสฺสิตา ปญฺจ ปุจฺฉา, ปญฺจ วิสฺสชฺชนานิ. อสงฺคหนเย สงฺเขเปน ทสฺสิตา ปญฺจ ปุจฺฉา, ปญฺจ วิสฺสชฺชนานิ. อิมินา อุปาเยน ทุกมูลกาทีสุปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานิ เวทิตพฺพานิ. รูปกฺขนฺธมูลกาเยว เจตฺถ ทุกติกจตุกฺกา ทสฺสิตา. ปญฺจเก ปน ‘‘รูปกฺขนฺโธ จ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ จา’’ติ เอวํ เภทโต จ, ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา กติหิ ขนฺเธหี’’ติ เอวํ อเภทโต จาติ ทฺวิธา ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานิ กตานิ. เอวํ ปาฬินโย เวทิตพฺโพติ.