ติกนิกฺเขปกถา

๙๘๕. เอตฺตาวตา กุสลตฺติโก สพฺเพสํ กุสลาทิธมฺมานํ ปทภาชนนเยน วิตฺถาริโต โหติ. ยสฺมา ปน ยฺวายํ กุสลตฺติกสฺส วิภชนนโย วุตฺโต, เสสติกทุกานมฺปิ เอเสว วิภชนนโย โหติ – ยถา หิ เอตฺถ, เอวํ ‘กตเม ธมฺมา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ รูปารมฺมณํ วา…เป… เย วา ปน ตสฺมึ สมเย อญฺเญปิ อตฺถิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา อรูปิโน ธมฺมา ฐเปตฺวา เวทนาขนฺธํ, อิเม ธมฺมา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา’ติอาทินา อนุกฺกเมน สพฺพติกทุเกสุ สกฺกา ปณฺฑิเตหิ วิภาชนนยํ สลฺลกฺเขตุํ – ตสฺมา ตํ วิตฺถารเทสนํ นิกฺขิปิตฺวา, อญฺเญน นาติสงฺเขปนาติวิตฺถารนเยน สพฺพติกทุกธมฺมวิภาคํ ทสฺเสตุํ กตเม ธมฺมา กุสลาติ นิกฺเขปกณฺฑํ อารทฺธํ. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑญฺหิ วิตฺถารเทสนา, อฏฺฐกถากณฺฑํ สงฺเขปเทสนา. อิทํ ปน นิกฺเขปกณฺฑํ จิตฺตุปฺปาทกณฺฑํ อุปาทาย สงฺเขโป, อฏฺฐกถากณฺฑํ อุปาทาย วิตฺถาโรติ สงฺขิตฺตวิตฺถารธาตุกํ โหติ. ตยิทํ, วิตฺถารเทสนํ นิกฺขิปิตฺวา เทสิตตฺตาปิ, เหฏฺฐา วุตฺตการณวเสนาปิ, นิกฺเขปกณฺฑํ นามาติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ –

มูลโต ขนฺธโต จาปิ, ทฺวารโต จาปิ ภูมิโต;

อตฺถโต ธมฺมโต จาปิ, นามโต จาปิ ลิงฺคโต;

นิกฺขิปิตฺวา เทสิตตฺตา, นิกฺเขโปติ ปวุจฺจตีติ.

อิทญฺหิ ตีณิ กุสลมูลานีติอาทินา นเยน มูลโต นิกฺขิปิตฺวา เทสิตํ. ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธติ ขนฺธโต. ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมนฺติ ทฺวารโต. กายทฺวารปฺปวตฺตญฺหิ กมฺมํ กายกมฺมนฺติ วุจฺจติ. สุขภูมิยํ, กามาวจเรติ ภูมิโต นิกฺขิปิตฺวา เทสิตํ. ตตฺถ ตตฺถ อตฺถธมฺมนามลิงฺคานํ วเสน เทสิตตฺตา อตฺถาทีหิ นิกฺขิปิตฺวา เทสิตํ นามาติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ กุสลปทนิทฺเทเส ตาว ตีณีติ คณนปริจฺเฉโท. กุสลานิ จ ตานิ มูลานิ จ, กุสลานํ วา ธมฺมานํ เหตุปจฺจยปภวชนกสมุฏฺฐานนิพฺพตฺตกฏฺเฐน มูลานีติ กุสลมูลานิ. เอวํ อตฺถวเสน ทสฺเสตฺวา อิทานิ นามวเสน ทสฺเสตุํ อโลโภ อโทโส อโมโหติ อาห. เอตฺตาวตา ยสฺมา มูเลน มุตฺตํ กุสลํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา จตุภูมกกุสลํ ตีหิ มูเลหิ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ตํสมฺปยุตฺโตติ เตหิ อโลภาทีหิ สมฺปยุตฺโต. ตตฺถ อโลเภน สมฺปยุตฺเต สงฺขารกฺขนฺเธ, อโทสาโมหาปิ อโลเภน สมฺปยุตฺตสงฺขารกฺขนฺธคณนํเยว คจฺฉนฺติ. เสสทฺวยวเสน สมฺปโยเคปิ เอเสว นโย. อิติ จตุภูมกกุสลํ ปุน ตํสมฺปยุตฺตกจตุกฺขนฺธวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ตํสมุฏฺฐานนฺติ เตหิ อโลภาทีหิ สมุฏฺฐิตํ. อิมินาปิ นเยน ตเทว จตุภูมิกกุสลํ ติณฺณํ กมฺมทฺวารานํ วเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. เอวํ ตาว กุสลํ ตีสุ ฐาเนสุ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ.

๙๘๖. อกุสเลปิ เอเสว นโย. ทฺวาทสนฺนญฺหิ อกุสลจิตฺตานํ เอกมฺปิ มูเลน มุตฺตํ นาม นตฺถีติ มูเลน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ตํสมฺปยุตฺตจตุกฺขนฺธโต จ อุทฺธํ อกุสลํ นาม นตฺถีติ ตาเนว ทฺวาทส อกุสลจิตฺตานิ จตุกฺขนฺธวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ. ธมฺมราชา กายกมฺมาทิวเสน ปน เนสํ ปวตฺติสพฺภาวโต กมฺมทฺวารวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ยํ ปเนตฺถ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสาติอาทิ วุตฺตํ, ตตฺถ เอกสฺมึ จิตฺเต ปุคฺคเล วา ฐิตนฺติ ‘เอกฏฺฐํ’. ตตฺถ เอกสฺมึ จิตฺเต ฐิตํ สหเชกฏฺฐํ นาม โหติ. เอกสฺมึ ปุคฺคเล ฐิตํ ปหาเนกฏฺฐํ นาม. เตน โลภาทินา อญฺเญน วา ตตฺถ ตตฺถ นิทฺทิฏฺเฐน สห เอกสฺมึ ฐิตนฺติ ตเทกฏฺฐํ. ตตฺถ ‘กตเม ธมฺมา สํกิลิฏฺฐสํกิเลสิกา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ สํกิลิฏฺฐตฺติเก; ‘กตเม ธมฺมา หีนา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ หีนตฺติเก ‘กตเม ธมฺมา อกุสลา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ อิมสฺมึ กุสลตฺติเก; ‘กตเม ธมฺมา สํกิลิฏฺฐา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ กิเลสโคจฺฉเก ‘กตเม ธมฺมา สรณา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสาติ สรณทุเก’ติ – อิเมสุ เอตฺตเกสุ ฐาเนสุ ‘สหเชกฏฺฐํ’ อาคตํ.

ทสฺสเนนปหาตพฺพตฺติเก ปน ‘อิมานิ ตีณิ สํโยชนานิ, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ, ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกตฺติเกปิ ‘อิมานิ ตีณิ สํโยชนานิ, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ, ปุน ตตฺเถว ตีณิ สํโยชนานิ – สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส, อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา; ตเทกฏฺโฐ โลโภ โทโส โมโห, อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตู; ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนาขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ, ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกาติ; สมฺมปฺปธานวิภงฺเค ‘‘ตตฺถ กตเม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’’ติ (วิภ. ๓๙๑) – อิเมสุ ปน เอตฺตเกสุ ฐาเนสุ ‘ปหาเนกฏฺฐํ’ อาคตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๙๘๗. อพฺยากตปทนิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยวาติ. อิมสฺมึ ติเก ตีณิ ลกฺขณานิ ติสฺโส ปญฺญตฺติโย กสิณุคฺฆาฏิมากาสํ อชฏากาสํ อากิญฺจญฺญายตนสฺส อารมฺมณํ นิโรธสมาปตฺติ จ น ลพฺภตีติ วุตฺตํ.

๙๘๘. เวทนาตฺติกนิทฺเทเส สุขภูมิยนฺติ เอตฺถ ยถา ตมฺพภูมิ กณฺหภูมีติ ตมฺพกณฺหภูมิโยว วุจฺจนฺติ, เอวํ สุขมฺปิ สุขภูมิ นาม. ยถา อุจฺฉุภูมิ สาลิภูมีติ อุจฺฉุสาลีนํ อุปฺปชฺชนฏฺฐานานิ วุจฺจนฺติ, เอวํ สุขสฺส อุปฺปชฺชนฏฺฐานํ จิตฺตมฺปิ สุขภูมิ นาม. ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. ยสฺมา ปน สา กามาวจเร วา โหติ, รูปาวจราทีสุ วา, ตสฺมาสฺสา ตํ ปเภทํ ทสฺเสตุํ กามาวจเรติอาทิ วุตฺตํ. สุขเวทนํ ฐเปตฺวาติ ยา สา สุขภูมิยํ สุขเวทนา, ตํ ฐเปตฺวา. ตํสมฺปยุตฺโตติ ตาย ฐปิตาย สุขเวทนาย สมฺปยุตฺโต. เสสปททฺวเยปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพติ.

อิมสฺมึ ติเก ติสฺโส เวทนา, สพฺพํ รูปํ, นิพฺพานนฺติ อิทมฺปิ น ลพฺภติ. อยญฺหิ ติโก กุสลตฺติเก จ อลพฺภมาเนหิ อิเมหิ จ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ มุตฺตโก นาม. อิโต ปเรสุ ปน ติกทุเกสุ ปาฬิโต จ อตฺถโต จ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา ตํ สพฺพํ ปทานุกฺกเมน มาติกากถายญฺเจว กุสลาทีนํ นิทฺเทเส จ วุตฺตเมว. ยํ ปน ยตฺถ วิเสสมตฺตํ ตเทว วกฺขาม.

๙๙๑. ตตฺถ วิปากตฺติเก ตาว กิญฺจาปิ อรูปธมฺมา วิย รูปธมฺมาปิ กมฺมสมุฏฺฐานา อตฺถิ, อนารมฺมณตฺตา ปน เต กมฺมสริกฺขกา น โหนฺตีติ สารมฺมณา อรูปธมฺมาว กมฺมสริกฺขกตฺตา วิปากาติ วุตฺตา, พีชสริกฺขกํ ผลํ วิย. สาลิพีชสฺมิญฺหิ วปิเต องฺกุรปตฺตาทีสุ นิกฺขนฺเตสุปิ สาลิผลนฺติ น วุจฺจติ. ยทา ปน สาลิสีสํ ปกฺกํ โหติ ปริณตํ, ตทา พีชสริกฺขโก สาลิ เอว สาลิผลนฺติ วุจฺจติ. องฺกุรปตฺตาทีนิ ปน พีชชาตานิ พีชโต นิพฺพตฺตานีติ วุจฺจนฺติ, เอวเมว รูปมฺปิ กมฺมชนฺติ วา อุปาทิณฺณนฺติ วา วตฺตุํ วฏฺฏติ.

๙๙๔. อุปาทิณฺณตฺติเก กิญฺจาปิ ขีณาสวสฺส ขนฺธา ‘อมฺหากํ มาตุลตฺเถโร อมฺหากํ จูฬปิตุตฺเถโร’ติ วทนฺตานํ ปเรสํ อุปาทานสฺส ปจฺจยา โหนฺติ, มคฺคผลนิพฺพานานิ ปน อคฺคหิตานิ อปรามฏฺฐานิ อนุปาทิณฺณาเนว. ตานิ หิ, ยถา ทิวสํ สนฺตตฺโต อโยคุโฬ มกฺขิกานํ อภินิสีทนสฺส ปจฺจโย น โหติ, เอวเมว เตชุสฺสทตฺตา ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน คหณสฺส ปจฺจยา น โหนฺติ. เตน วุตฺตํ – อิเม ธมฺมา อนุปาทิณฺณอนุปาทานิยาติ.

๙๙๘. อสํกิลิฏฺฐอสํกิเลสิเกสุปิ เอเสว นโย.

๑๐๐๐. วิตกฺกตฺติเก วิตกฺกสหชาเตน วิจาเรน สทฺธึ กุสลตฺติเก อลพฺภมานาว น ลพฺภนฺติ.

๑๐๐๓. ปีติสหคตตฺติเก ปีติอาทโย อตฺตนา สหชาตธมฺมานํ ปีติสหคตาทิภาวํ ทตฺวา สยํ ปิฏฺฐิวฏฺฏกา ชาตา. อิมสฺมิญฺหิ ติเก เทฺว โทมนสฺสสหคตจิตฺตุปฺปาทา ทุกฺขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุเปกฺขาเวทนา รูปํ นิพฺพานนฺติ – อิทมฺปิ น ลพฺภติ. อยญฺหิ ติโก กุสลตฺติเก จ อลพฺภมาเนหิ อิเมหิ จ ปญฺจหิ โกฏฺฐาเสหิ มุตฺตโก นาม.

๑๐๐๖. ทสฺสเนนปหาตพฺพตฺติเก สญฺโญชนานีติ พนฺธนานิ. สกฺกายทิฏฺฐีติ วิชฺชมานฏฺเฐน สติ ขนฺธปญฺจกสงฺขาเต กาเย; สยํ วา สตี ตสฺมึ กาเย ทิฏฺฐีติ ‘สกฺกายทิฏฺฐิ’. สีเลน สุชฺฌิตุํ สกฺกา, วเตน สุชฺฌิตุํ สกฺกา, สีลวเตหิ สุชฺฌิตุํ สกฺกาติ คหิตสมาทานํ ปน สีลพฺพตปรามาโส นาม.

๑๐๐๗. อิธาติ เทสาปเทเส นิปาโต. สฺวายํ กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๘๙). กตฺถจิ สาสนํ. ยถาห – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑). กตฺถจิ โอกาสํ. ยถาห –

‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต;

ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ, เอวํ ชานาหิ มาริสา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๖๙);

กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมว. ยถาห – ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐). อิธ ปน โลกํ อุปาทาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

อสฺสุตวา ปุถุชฺชโนติ เอตฺถ ปน ‘อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ’. ยสฺส หิ ขนฺธธาตุอายตนปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยรหิตตฺตา ทิฏฺฐิปฏิเสธโก เนว ‘อาคโม’, ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพสฺส อนธิคตตฺตา เนว ‘อธิคโม’ อตฺถิ, โส ‘อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ’. สฺวายํ –

ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;

ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๘๘; เนตฺติ. อฏฺฐ. ๕๖);

โส หิ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. ยถาห – ‘‘ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ อวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺปนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาปริฬาเหหิ ปริฑยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อาวุตา นิวุตา โอวุตา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา ปฏิกุชฺชิตาติ ปุถุชฺชนา’’ติ (มหานิ. ๙๔). ปุถูนํ วา คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชนา. ปุถุ วา อยํ – วิสุํเยว สงฺขฺยํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ – ชโนติปิ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ เย เต –

‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;

อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๘๘);

เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.

อริยานํ อทสฺสาวีติอาทีสุ อริยาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย อิริยนโต, สเทวเกน โลเกน จ อรณียโต พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วุจฺจนฺติ. พุทฺธา เอว วา อิธ อริยา. ยถาห – ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… ตถาคโต อริโยติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๘).

สปฺปุริสาติ เอตฺถ ปน ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ สปฺปุริสาติ เวทิตพฺพา. เต หิ โลกุตฺตรคุณโยเคน โสภนา ปุริสาติ สปฺปุริสา. สพฺเพว วา เอเต เทฺวธาปิ วุตฺตา. พุทฺธาปิ หิ อริยา จ สปฺปุริสา จ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธสาวกาปิ. ยถาห –

‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร,

กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ;

ทุขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ,

ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺตี’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๘);

‘กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหตี’ติ เอตฺตาวตา หิ พุทฺธสาวโก วุตฺโต. กตญฺญุตาทีหิ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธาติ. อิทานิ โย เตสํ อริยานํ อทสฺสนสีโล, น จ ทสฺสเน สาธุการี, โส อริยานํ อทสฺสาวีติ เวทิตพฺโพ. โส จกฺขุนา อทสฺสาวี ญาเณน อทสฺสาวีติ ทุวิโธ. เตสุ ญาเณน อทสฺสาวี อิธ อธิปฺเปโต. มํสจกฺขุนา หิ ทิพฺพจกฺขุนา วา อริยา ทิฏฺฐาปิ อทิฏฺฐาว โหนฺติ, เตสํ จกฺขูนํ วณฺณมตฺตคฺคหณโต, น อริยภาวโคจรโต. โสณสิงฺคาลาทโยปิ จกฺขุนา อริเย ปสฺสนฺติ, น จ เต อริยานํ ทสฺสาวิโน.

ตตฺริทํ วตฺถุ – จิตฺตลปพฺพตวาสิโน กิร ขีณาสวตฺเถรสฺส อุปฏฺฐาโก วุฑฺฒปพฺพชิโต เอกทิวสํ เถเรน สทฺธึ ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉนฺโต เถรํ ปุจฺฉิ – ‘อริยา นาม ภนฺเต กีทิสา’ติ? เถโร อาห – ‘อิเธกจฺโจ มหลฺลโก อริยานํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ กตฺวา สห จรนฺโตปิ เนว อริเย ชานาติ, เอวํทุชฺชานาวุโส, อริยา’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โส เนว อญฺญาสิ. ตสฺมา น จกฺขุนา ทสฺสนํ ‘ทสฺสนํ’, ญาณทสฺสนเมว ‘ทสฺสนํ’. ยถาห – ‘‘กึ เต วกฺกลิ อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน? โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗). ตสฺมา จกฺขุนา ปสฺสนฺโตปิ, ญาเณน อริเยหิ ทิฏฺฐํ อนิจฺจาทิลกฺขณํ อปสฺสนฺโต, อริยาธิคตญฺจ ธมฺมํ อนธิคจฺฉนฺโต, อริยกรธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ อทิฏฺฐตฺตา, ‘อริยานํ อทสฺสาวี’ติ เวทิตพฺโพ.

อริยธมฺมสฺส อโกวิโทติ สติปฏฺฐานาทิเภเท อริยธมฺเม อกุสโล. อริยธมฺเม อวินีโตติ, เอตฺถ ปน

ทุวิโธ วินโย นาม, เอกเมเกตฺถ ปญฺจธา;

อภาวโต ตสฺส อยํ, อวินีโตติ วุจฺจติ.

อยญฺหิ สํวรวินโย ปหานวินโยติ ทุวิโธ วินโย. เอตฺถ จ ทุวิเธปิ วินเย เอกเมโก วินโย ปญฺจธา ภิชฺชติ. สํวรวินโยปิ หิ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธ. ปหานวินโยปิ ตทงฺคปหานํ วิกฺขมฺภนปหานํ สมุจฺเฉทปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานํ นิสฺสรณปหานนฺติ ปญฺจวิโธ.

ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ สีลสํวโร. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) อยํ สติสํวโร.

‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา)

สติ เตสํ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ,

ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑) –

อยํ ญาณสํวโร นาม. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ ขนฺติสํวโร. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ วีริยสํวโร. สพฺโพปิ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต สํวโร, วินยนโต วินโยติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว ‘สํวรวินโย’ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

ตถา ยํ นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนาญาเณสุ ปฏิปกฺขภาวโต, ทีปาโลเกเนว ตมสฺส, เตน เตน วิปสฺสนาญาเณน ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ, เสยฺยถิทํ – นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถิภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘อหํ มมา’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสนาย อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกามตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ‘ตทงฺคปหานํ’ นาม.

ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต, ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส, เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ ‘วิกฺขมฺภนปหานํ’ นาม. ‘‘ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน อตฺตโน สนฺตาเน ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน ปหานํ, อิทํ ‘สมุจฺเฉทปหานํ’ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, เอตํ ‘ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานํ’ นาม. ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ ‘นิสฺสรณปหานํ’ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘ปหานวินโย’ติ วุจฺจติ. ตํตํปหานวโต วา ตสฺส ตสฺส วินยสฺส สมฺภวโตเปตํ ปหานวินโยติ วุจฺจติ. เอวํ ปหานวินโยปิ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

เอวมยํ สงฺเขปโต ทุวิโธ, เภทโต จ ทสวิโธ วินโย, ภินฺนสํวรตฺตา, ปหาตพฺพสฺส จ อปฺปหีนตฺตา, ยสฺมา เอตสฺส อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส นตฺถิ, ตสฺมา อภาวโต ตสฺส, อยํ ‘อวินีโต’ติ วุจฺจตีติ. เอส นโย สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถาปิ. นินฺนานากรณเญฺหตํ อตฺถโต. ยถาห – ‘‘เยว เต อริยา เตว เต สปฺปุริสา, เยว เต สปฺปุริสา เตว เต อริยา. โย เอว โส อริยานํ ธมฺโม โส เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม, โย เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม โส เอว โส อริยานํ ธมฺโม. เยว เต อริยวินยา เตว เต สปฺปุริสวินยา, เยว เต สปฺปุริสวินยา เตว เต อริยวินยา. อริเยติ วา สปฺปุริเสติ วา, อริยธมฺเมติ วา สปฺปุริสธมฺเมติ วา, อริยวินเยติ วา สปฺปุริสวินเยติ วา, เอเสเส เอเก เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวา’’ติ.

รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ – ‘ยํ รูปํ โส อหํ, โย อหํ ตํ รูป’นฺติ รูปญฺจ อตฺตานญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. ‘‘เสยฺยถาปิ นาม เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยา อจฺจิ โส วณฺโณ, โย วณฺโณ สา อจฺจีติ อจฺจิญฺจ วณฺณญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ,’’ เอวเมว อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ เอวํ รูปํ อตฺตาติ ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานนฺติ ‘อรูปํ อตฺตา’ติ คเหตฺวา, ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย, ตํ รูปวนฺตํ สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ ‘อรูปเมว อตฺตา’ติ คเหตฺวา, ปุปฺผมฺหิ คนฺธํ วิย, อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ ‘อรูปเมว อตฺตา’ติ คเหตฺวา, กรณฺฑเก มณึ วิย, อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ ‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’ติ สุทฺธรูปเมว อตฺตาติ กถิตํ. ‘รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ; เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’ติ อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ ‘อรูปํ อตฺตา’ติ กถิตํ. เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา เวทนํ, เวทนาย วา อตฺตานนฺติ เอวํ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ ‘รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา’ กถิโต. ตตฺถ ‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’ติ อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา. อวเสเสสุ สสฺสตทิฏฺฐิ. เอวเมตฺถ ปนฺนรส ภวทิฏฺฐิโย ปญฺจ วิภวทิฏฺฐิโย โหนฺติ. ตา สพฺพาปิ มคฺคาวรณา, น สคฺคาวรณา, ปฐมมคฺควชฺฌาติ เวทิตพฺพา.

๑๐๐๘. สตฺถริ กงฺขตีติ สตฺถุ สรีเร วา คุเณ วา อุภยตฺถ วา กงฺขติ. สรีเร กงฺขมาโน ‘ทฺวตฺตึสวรลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ นาม สรีรํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขติ. คุเณ กงฺขมาโน ‘อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญาณํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขติ. อุภยตฺถ กงฺขมาโน ‘อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภานุรญฺชิตาย สรีรนิปฺผตฺติยา สมนฺนาคโต สพฺพเญยฺยชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต โลกตารโก พุทฺโธ นาม อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขติ. อยญฺหิสฺส อตฺตภาเว คุเณ วา กงฺขนโต อุภยตฺถ กงฺขติ นาม. วิจิกิจฺฉตีติ อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ อสกฺโกนฺโต กิจฺฉติ กิลมติ. นาธิมุจฺจตีติ ตตฺเถว อธิโมกฺขํ น ลภติ. น สมฺปสีทตีติ จิตฺตํ อนาวิลํ กตฺวา ปสีทิตุํ น สกฺโกติ, คุเณสุ นปฺปสีทติ.

ธมฺเม กงฺขตีติอาทีสุ ปน ‘กิเลเส ปชหนฺตา จตฺตาโร อริยมคฺคา, ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลสานิ จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, มคฺคผลานํ อารมฺมณปจฺจยภูตํ อมตํ มหานิพฺพานํ นาม อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ ‘อยํ ธมฺโม นิยฺยานิโก นุ โข อนิยฺยานิโก’ติ กงฺขนฺโตปิ ธมฺเม กงฺขติ นาม. ‘จตฺตาโร มคฺคฏฺฐกา จตฺตาโร ผลฏฺฐกาติ อิทํ สงฺฆรตนํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ, ‘อยํ สงฺโฆ สุปฺปฏิปนฺโน นุ โข ทุปฺปฏิปนฺโน’ติ กงฺขนฺโตปิ, ‘เอตสฺมึ สงฺฆรตเน ทินฺนสฺส วิปากผลํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ สงฺเฆ กงฺขติ นาม. ‘ติสฺโส ปน สิกฺขา อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ, ‘ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขิตปจฺจเยน อานิสํโส อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ สิกฺขาย กงฺขติ นาม.

ปุพฺพนฺโต วุจฺจติ อตีตานิ ขนฺธธาตายตนานิ. อปรนฺโต อนาคตานิ. ตตฺถ อตีเตสุ ขนฺธาทีสุ ‘อตีตานิ นุ โข, น นุ โข’ติ กงฺขนฺโต ปุพฺพนฺเต กงฺขติ นาม. อนาคเตสุ ‘อนาคตานิ นุ โข, น นุ โข’ติ กงฺขนฺโต อปรนฺเต กงฺขติ นาม. อุภยตฺถ กงฺขนฺโต ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขติ นาม. ‘ทฺวาทสปทิกํ ปจฺจยวฏฺฏํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโต อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขติ นาม. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยา ‘อิทปฺปจฺจยา’. อิทปฺปจฺจยานํ ภาโว ‘อิทปฺปจฺจยตา’. อิทปฺปจฺจยา เอว วา ‘อิทปฺปจฺจยตา’; ชาติอาทีนเมตํ อธิวจนํ. ชาติอาทีสุ ตํ ตํ ปฏิจฺจ อาคมฺม สมุปฺปนฺนาติ ‘ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา’. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิทปฺปจฺจยตาย จ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ จ ธมฺเมสุ กงฺขตีติ.

๑๐๐๙. สีเลนาติ โคสีลาทินา. วเตนาติ โควตาทินาว. สีลพฺพเตนาติ ตทุภเยน. สุทฺธีติ กิเลสสุทฺธิ; ปรมตฺถสุทฺธิภูตํ วา นิพฺพานเมว. ตเทกฏฺฐาติ อิธ ปหาเนกฏฺฐํ ธุรํ. อิมิสฺสา จ ปาฬิยา ทิฏฺฐิกิเลโส วิจิกิจฺฉากิเลโสติ เทฺวเยว อาคตา. โลโภ โทโส โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม ปน อฏฺฐ อนาคตา. อาหริตฺวา ปน ทีเปตพฺพา. เอตฺถ หิ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสุ ปหียมานาสุ อปายคมนีโย โลโภ โทโส โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ สพฺเพปิเม ปหาเนกฏฺฐา หุตฺวา ปหียนฺติ. สหเชกฏฺฐํ ปน อาหริตฺวา ทีเปตพฺพํ. โสตาปตฺติมคฺเคน หิ จตฺตาริ ทิฏฺฐิสหคตานิ วิจิกิจฺฉาสหคตญฺจาติ ปญฺจ จิตฺตานิ ปหียนฺติ. ตตฺถ ทฺวีสุ อสงฺขาริกทิฏฺฐิจิตฺเตสุ ปหียนฺเตสุ เตหิ สหชาโต โลโภ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เสสทิฏฺฐิกิเลโส จ วิจิกิจฺฉากิเลโส จ ปหาเนกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตสสงฺขาริกจิตฺเตสุปิ ปหียนฺเตสุ เตหิ สหชาโต โลโภ โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เสสทิฏฺฐิกิเลโส จ วิจิกิจฺฉากิเลโส จ ปหาเนกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เอวํ ปหาเนกฏฺฐสฺมึเยว สหเชกฏฺฐํ ลพฺภตีติ อิทํ สหเชกฏฺฐํ อาหริตฺวา ทีปยึสุ.

ตํสมฺปยุตฺโตติ เตหิ ตเทกฏฺเฐหิ อฏฺฐหิ กิเลเสหิ สมฺปยุตฺโต. วินิพฺโภคํ วา กตฺวา เตน โลเภน เตน โทเสนาติ เอวํ เอเกเกน สมฺปยุตฺตตา ทีเปตพฺพา. ตตฺถ โลเภ คหิเต, โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ สงฺขารกฺขนฺเธ กิเลสคโณ โลภสมฺปยุตฺโต นาม. โทเส คหิเต, โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ กิเลสคโณ โทสสมฺปยุตฺโต นาม. โมเห คหิเต, โลโภ โทโส มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ กิเลสคโณ โมหสมฺปยุตฺโต นาม. มาเน คหิเต, เตน สหุปฺปนฺโน โลโภ โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ กิเลสคโณ มานสมฺปยุตฺโต นาม. อิมินา อุปาเยน เตน ถิเนน เตน อุทฺธจฺเจน เตน อหิริเกน เตน อโนตฺตปฺเปน สมฺปยุตฺโต ตํสมฺปยุตฺโตติ โยชนา กาตพฺพา. ตํสมุฏฺฐานนฺติ เตน โลเภน…เป… เตน อโนตฺตปฺเปน สมุฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ.

อิเม ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพาติ เอตฺถ ทสฺสนํ นาม โสตาปตฺติมคฺโค; เตน ปหาตพฺพาติ อตฺโถ. ‘กสฺมา ปน โสตาปตฺติมคฺโค ทสฺสนํ นาม ชาโต’ติ? ‘ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต’. ‘นนุ โคตฺรภุ ปฐมตรํ ปสฺสตี’ติ? ‘โน น ปสฺสติ; ทิสฺวาปิ กตฺตพฺพกิจฺจํ ปน น กโรติ, สํโยชนานํ อปฺปหานโต. ตสฺมา ปสฺสตี’ติ น วตฺตพฺโพ. ยตฺถ กตฺถจิ ราชานํ ทิสฺวาปิ ปณฺณาการํ ทตฺวา กิจฺจนิปฺผตฺติยา อทิฏฺฐตฺตา ‘อชฺชาปิ ราชานํ น ปสฺสามี’ติ วทนฺโต เจตฺถ ชานปทปุริโส นิทสฺสนํ.

๑๐๑๑. อวเสโส โลโภติ ทสฺสเนน ปหีนาวเสโส. โลโภ โทสโมเหสุปิ เอเสว นโย. ทสฺสเนน หิ อปายคมนียาว ปหีนา. เตหิ ปน อญฺเญ ทสฺเสตุํ อิทํ วุตฺตํ. ‘ตเทกฏฺฐา’ติ เตหิ ปาฬิยํ อาคเตหิ ตีหิ กิเลเสหิ สมฺปโยคโตปิ ปหานโตปิ เอกฏฺฐา ปญฺจ กิเลสา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนายาติ อิทํ สํโยชนาทีนํ วิย เตหิ มคฺเคหิ อปฺปหาตพฺพตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยํ ปน ‘‘โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตี’’ติอาทินา นเยน กุสลาทีนมฺปิ ปหานํ อนุญฺญาตํ, ตํ เตสํ มคฺคานํ อภาวิตตฺตา เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เต อุปนิสฺสยปจฺจยานํ กิเลสานํ ปหีนตฺตา ปหีนาติ อิมํ ปริยายํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๑๐๑๓. ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกตฺติเก อิเม ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกาติ นิฏฺฐเปตฺวา, ปุน ‘ตีณิ สํโยชนานี’ติอาทิ ปหาตพฺเพ ทสฺเสตฺวา, ตเทกฏฺฐภาเวน เหตู เจว สเหตุเก จ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘กิญฺจาปิ ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ เหตูสุ โลภสหคโต โมโห โลเภน สเหตุโก โหติ, โทสสหคโต โมโห โทเสน, โลภโทสา จ โมเหนาติ ปหาตพฺพเหตุกปเทเปเต สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, วิจิกิจฺฉาสหคโต ปน โมโห อญฺญสฺส สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาเวน เหตุเยว, น สเหตุโกติ ตสฺส ปหานํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตู’ติ วุตฺตํ.

๑๐๑๘. ทุติยปเท อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส ปหานํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตูติ วุตฺตํ. โส หิ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเม สเหตุเก กตฺวา ปิฏฺฐิวฏฺฏโก ชาโต, วิจิกิจฺฉาสหคโต วิย อญฺญสฺส สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาวา ปหาตพฺพเหตุกปทํ น ภชติ. ตติยปเท อวเสสา อกุสลาติ ปุน อกุสลคฺคหณํ วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตานํ โมหานํ สงฺคหตฺถํ กตํ. เต หิ สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาวา ปหาตพฺพเหตุกา นาม น โหนฺติ.

๑๐๒๙. ปริตฺตารมฺมณตฺติเก อารพฺภาติ อารมฺมณํ กตฺวา. สยญฺหิ ปริตฺตา วา โหนฺตุ มหคฺคตา วา, ปริตฺตธมฺเม อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนา ปริตฺตารมฺมณา, มหคฺคเต อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนา มหคฺคตารมฺมณา, อปฺปมาเณ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนา อปฺปมาณารมฺมณา. เต ปน ปริตฺตาปิ โหนฺติ มหคฺคตาปิ อปฺปมาณาปิ.

๑๐๓๕. มิจฺฉตฺตตฺติเก อานนฺตริกานีติ อนนฺตราเยน ผลทายกานิ; มาตุฆาตกกมฺมาทีนเมตํ อธิวจนํ. เตสุ หิ เอกสฺมิมฺปิ กมฺเม กเต ตํ ปฏิพาหิตฺวา อญฺญํ กมฺมํ อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กาตุํ น สกฺโกติ. สิเนรุปฺปมาเณปิ หิ สุวณฺณถูเป กตฺวา จกฺกวาฬมตฺตํ วา รตนมยปาการํ วิหารํ กาเรตฺวา ตํ ปูเรตฺวา นิสินฺนสฺส พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ยาวชีวํ จตฺตาโร ปจฺจเย ททโตปิ ตํ กมฺมํ เอเตสํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิพาเหตุํ น สกฺโกติ เอว. ยา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิยตาติ อเหตุกวาทอกิริยวาทนตฺถิกวาเทสุ อญฺญตรา. ตญฺหิ คเหตฺวา ฐิตํ ปุคฺคลํ พุทฺธสตมฺปิ พุทฺธสหสฺสมฺปิ โพเธตุํ น สกฺโกติ.

๑๐๓๘. มคฺคารมฺมณตฺติเก อริยมคฺคํ อารพฺภาติ โลกุตฺตรมคฺคํ อารมฺมณํ กตฺวา. เต ปน ปริตฺตาปิ โหนฺติ มหคฺคตาปิ.

๑๐๓๙. มคฺคเหตุกนิทฺเทเส ปฐมนเยน ปจฺจยฏฺเฐน เหตุนา มคฺคสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ สเหตุกภาโว ทสฺสิโต. ทุติยนเยน มคฺคภูเตน สมฺมาทิฏฺฐิสงฺขาเตน เหตุนา เสสมคฺคงฺคานํ สเหตุกภาโว ทสฺสิโต. ตติยนเยน มคฺเค อุปฺปนฺนเหตูหิ สมฺมาทิฏฺฐิยา สเหตุกภาโว ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ.

๑๐๔๐. อธิปตึ กริตฺวาติ อารมฺมณาธิปตึ กตฺวา. เต จ โข ปริตฺตธมฺมาว โหนฺติ. อริยสาวกานญฺหิ อตฺตโน มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขณกาเล อารมฺมณาธิปติ ลพฺภติ. เจโตปริยญาเณน ปน อริยสาวโก ปรสฺส มคฺคํ ปจฺจเวกฺขมาโน ครุํ กโรนฺโตปิ อตฺตนา ปฏิวิทฺธมคฺคํ วิย ครุํ น กโรติ. ‘ยมกปาฏิหาริยํ กโรนฺตํ ตถาคตํ ทิสฺวา ตสฺส มคฺคํ ครุํ กโรติ น กโรตี’ติ? กโรติ, น ปน อตฺตโน มคฺคํ วิย. อรหา น กิญฺจิ ธมฺมํ ครุํ กโรติ ฐเปตฺวา มคฺคํ ผลํ นิพฺพานนฺติ. เอตฺถาปิ อยเมวตฺโถ. วีมํสาธิปเตยฺยนฺติ อิทํ สหชาตาธิปตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ฉนฺทญฺหิ เชฏฺฐกํ กตฺวา มคฺคํ ภาเวนฺตสฺส ฉนฺโท อธิปติ นาม โหติ, น มคฺโค. เสสธมฺมาปิ ฉนฺทาธิปติโน นาม โหนฺติ, น มคฺคาธิปติโน. จิตฺเตปิ เอเสว นโย. วีมํสํ ปน เชฏฺฐกํ กตฺวา มคฺคํ ภาเวนฺตสฺส วีมํสาธิปติ เจว โหติ มคฺโค จาติ. เสสธมฺมา มคฺคาธิปติโน นาม โหนฺติ. วีริเยปิ เอเสว นโย.

๑๐๔๑. อุปฺปนฺนตฺติกนิทฺเทเส ชาตาติ นิพฺพตฺตา, ปฏิลทฺธตฺตภาวา. ภูตาติอาทีนิ เตสํเยว เววจนานิ. ชาตา เอว หิ ภาวปฺปตฺติยา ภูตา. ปจฺจยสํโยเค ชาตตฺตา สญฺชาตา. นิพฺพตฺติลกฺขณปฺปตฺตตฺตา นิพฺพตฺตา. อุปสคฺเคน ปน ปทํ วฑฺเฒตฺวา อภินิพฺพตฺตาติ วุตฺตา. ปากฏีภูตาติ ปาตุภูตา. ปุพฺพนฺตโต อุทฺธํ ปนฺนาติ อุปฺปนฺนา. อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺเฒตฺวา สมุปฺปนฺนาติ วุตฺตา. นิพฺพตฺตฏฺเฐเนว อุทฺธํ ฐิตาติ อุฏฺฐิตา. ปจฺจยสํโยเค อุฏฺฐิตาติ สมุฏฺฐิตา. ปุน อุปฺปนฺนาติวจเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อุปฺปนฺนํเสน สงฺคหิตาติ อุปฺปนฺนโกฏฺฐาเสน คณนํ คตา. รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ อิทํ เนสํ สภาวทสฺสนํ. ทุติยปทนิทฺเทโส วุตฺตปฏิเสธนเยน เวทิตพฺโพ. ตติยปทนิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยว.

อยํ ปน ติโก ทฺวินฺนํ อทฺธานํ วเสน ปูเรตฺวา ทสฺสิโต. ลทฺโธกาสสฺส หิ กมฺมสฺส วิปาโก ทุวิโธ – ขณปฺปตฺโต, จ อปฺปตฺโต จ. ตตฺถ ‘ขณปฺปตฺโต’ อุปฺปนฺโน นาม. ‘อปฺปตฺโต’ จิตฺตานนฺตเร วา อุปฺปชฺชตุ, กปฺปสตสหสฺสาติกฺกเม วา. ธุวปจฺจยฏฺเฐน นตฺถิ นาม น โหติ, อุปฺปาทิโน ธมฺมา นาม ชาโต. ยถา หิ – ‘‘ติฏฺฐเตว สายํ, โปฏฺฐปาท, อรูปี อตฺตา สญฺญามโย. อถ อิมสฺส ปุริสสฺส อญฺญา จ สญฺญา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญา จ สญฺญา นิรุชฺฌนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๑๙). เอตฺถ อารุปฺเป กามาวจรสญฺญาปวตฺติกาเล กิญฺจาปิ มูลภวงฺคสญฺญา นิรุทฺธา กามาวจรสญฺญาย ปน นิรุทฺธกาเล อวสฺสํ สา อุปฺปชฺชิสฺสตีติ อรูปสงฺขาโต อตฺตา นตฺถีติ สงฺขฺยํ อคนฺตฺวา ‘ติฏฺฐเตว’ นามาติ ชาโต. เอวเมว ลทฺโธกาสสฺส กมฺมสฺส วิปาโก ทุวิโธ…เป… ธุวปจฺจยฏฺเฐน นตฺถิ นาม น โหติ, อุปฺปาทิโน ธมฺมา นาม ชาโต.

ยทิ ปน อายูหิตํ กุสลากุสลกมฺมํ สพฺพํ วิปากํ ทเทยฺย, อญฺญสฺส โอกาโส น ภเวยฺย. ตํ ปน ทุวิธํ โหติ – ธุววิปากํ, อธุววิปากญฺจ. ตตฺถ ปญฺจ อานนฺตริยกมฺมานิ, อฏฺฐ สมาปตฺติโย, จตฺตาโร อริยมคฺคาติ เอตํ ‘ธุววิปากํ’ นาม. ตํ ปน ขณปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปฺปตฺตมฺปิ. ตตฺถ ‘ขณปฺปตฺตํ’ อุปฺปนฺนํ นาม. ‘อปฺปตฺตํ’ อนุปฺปนฺนํ นาม. ตสฺส วิปาโก จิตฺตานนฺตเร วา อุปฺปชฺชตุ กปฺปสตสหสฺสาติกฺกเม วา. ธุวปจฺจยฏฺเฐน อนุปฺปนฺนํ นาม น โหติ, อุปฺปาทิโน ธมฺมา นาม ชาตํ. เมตฺเตยฺยโพธิสตฺตสฺส มคฺโค อนุปฺปนฺโน นาม, ผลํ อุปฺปาทิโน ธมฺมาเยว นาม ชาตํ.

๑๐๔๔. อตีตตฺติกนิทฺเทเส อตีตาติ ขณตฺตยํ อติกฺกนฺตา. นิรุทฺธาติ นิโรธปฺปตฺตา. วิคตาติ วิภวํ คตา, วิคจฺฉิตา วา. วิปริณตาติ ปกติวิชหเนน วิปริณามํ คตา. นิโรธสงฺขาตํ อตฺถํ คตาติ อตฺถงฺคตา. อพฺภตฺถงฺคตาติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. อุปฺปชฺชิตฺวา วิคตาติ นิพฺพตฺติตฺวา วิคจฺฉิตา. ปุน อตีตวจเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ปรโต อนาคตาทีสุปิ เอเสว นโย. อตีตํเสน สงฺคหิตาติ อตีตโกฏฺฐาเสน คณนํ คตา. กตเม เตติ? รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ. ปรโต อนาคตาทีสุปิ เอเสว นโย.

๑๐๔๗. อตีตารมฺมณตฺติกนิทฺเทเส อตีเต ธมฺเม อารพฺภาติอาทีสุ ปริตฺตมหคฺคตาว ธมฺมา เวทิตพฺพา. เต หิ อตีตาทีนิ อารพฺภ อุปฺปชฺชนฺติ.

๑๐๕๐. อชฺฌตฺตตฺติกนิทฺเทเส เตสํ เตสนฺติ ปททฺวเยน สพฺพสตฺเต ปริยาทิยติ. อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตนฺติ อุภยํ นิยกชฺฌตฺตาธิวจนํ. นิยตาติ อตฺตนิ ชาตา. ปาฏิปุคฺคลิกาติ ปาฏิเยกฺกสฺส ปาฏิเยกฺกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺตกา. อุปาทิณฺณาติ สรีรฏฺฐกา. เต หิ กมฺมนิพฺพตฺตา วา โหนฺตุ มา วา, อาทินฺนคหิตปรามฏฺฐวเสน ปน อิธ อุปาทิณฺณาติ วุตฺตา.

๑๐๕๑. ปรสตฺตานนฺติ อตฺตานํ ฐเปตฺวา อวเสสสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสเมว. ตทุภยนฺติ ตํ อุภยํ.

๑๐๕๓. อชฺฌตฺตารมฺมณตฺติกสฺส ปฐมปเท ปริตฺตมหคฺคตา ธมฺมา เวทิตพฺพา. ทุติเย อปฺปมาณาปิ. ตติเย ปริตฺตมหคฺคตาว. อปฺปมาณา ปน กาเลน พหิทฺธา กาเลน อชฺฌตฺตํ อารมฺมณํ น กโรนฺติ. สนิทสฺสนตฺติกนิทฺเทโส อุตฺตาโนเยวาติ.