โลกุตฺตรกุสลวณฺณนา
๒๗๗. เอวํ ภวตฺตยสมฺปตฺตินิพฺพตฺตกํ กุสลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สพฺพภวสมติกฺกมนาย โลกุตฺตรกุสลํ ทสฺเสตุํ ปุน กตเม ธมฺมา กุสลาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ โลกุตฺตรนฺติ เกนฏฺเฐน โลกุตฺตรํ? โลกํ ตรตีติ, โลกุตฺตรํ โลกํ อุตฺตรตีติ โลกุตฺตรํ; โลกํ สมติกฺกมฺม อภิภุยฺย ติฏฺฐตีติ โลกุตฺตรํ (ปฏิ. ม. ๒.๔๓). ฌานํ ภาเวตีติ เอกจิตฺตกฺขณิกํ อปฺปนาฌานํ ภาเวติ ชเนติ วฑฺเฒติ.
โลกโต นิยฺยาติ วฏฺฏโต นิยฺยาตีติ นิยฺยานิกํ. นิยฺยาติ วา เอเตนาติ นิยฺยานิกํ. ตํสมงฺคี หิ ปุคฺคโล ทุกฺขํ ปริชานนฺโต นิยฺยาติ, สมุทยํ ปชหนฺโต นิยฺยาติ, นิโรธํ สจฺฉิกโรนฺโต นิยฺยาติ, มคฺคํ ภาเวนฺโต นิยฺยาติ. ยถา จ ปน เตภูมกกุสลํ วฏฺฏสฺมึ จุติปฏิสนฺธิโย อาจินาติ วฑฺเฒตีติ อาจยคามี นาม โหติ, น ตถา อิทํ. อิทํ ปน ยถา เอกสฺมึ ปุริเส อฏฺฐารสหตฺถํ ปาการํ จินนฺเต อปโร มหามุคฺครํ คเหตฺวา เตน จิตจิตฏฺฐานํ อปจินนฺโต วิทฺธํเสนฺโต เอว คจฺเฉยฺย, เอวเมว เตภูมกกุสเลน จิตา จุติปฏิสนฺธิโย ปจฺจยเวกลฺลกรเณน อปจินนฺตํ วิทฺธํเสนฺตํ คจฺฉตีติ อปจยคามิ.
ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายาติ, เอตฺถ ทิฏฺฐิโย เอว ทิฏฺฐิคตานิ, คูถคตํ มุตฺตคตนฺติอาทีนิ (อ. นิ. ๙.๑๑) วิย. ทฺวาสฏฺฐิยา วา ทิฏฺฐีนํ อนฺโตคธตฺตา ทิฏฺฐีสุ คตานีติปิ ทิฏฺฐิคตานิ. ทิฏฺฐิยา วา คตํ เอเตสนฺติปิ ทิฏฺฐิคตานิ. ทิฏฺฐิสทิสคมนานิ ทิฏฺฐิสทิสปฺปวตฺตานีติ อตฺโถ. กานิ ปน ตานีติ? สสมฺปยุตฺตานิ สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสอปายคมนียราคโทสโมหากุสลานิ. ตานิ หิ ยาว ปฐมมคฺคภาวนา ตาว ปวตฺติสพฺภาวโต ทิฏฺฐิสทิสคมนานีติ วุจฺจนฺติ. อิติ ทิฏฺฐิโย จ ทิฏฺฐิคตานิ จ ทิฏฺฐิคตานิ. เตสํ ทิฏฺฐิคตานํ. ปหานายาติ สมุจฺเฉทวเสเนว ปชหนตฺถาย. ปฐมายาติ คณนวเสนปิ ปฐมุปฺปตฺติวเสนปิ ปฐมาย. ภูมิยาติ ‘‘อนนฺตรหิตาย ภูมิยา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๗; ม. นิ. ๒.๒๙๖) ตาว อยํ มหาปถวี ภูมีติ วุจฺจติ. ‘‘สุขภูมิยํ กามาวจเร’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๙๘๘) จิตฺตุปฺปาโท. อิธ ปน สามญฺญผลํ อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ สมฺปยุตฺตานํ นิสฺสยภาวโต เต ธมฺมา ภวนฺติ เอตฺถาติ ภูมิ. ยสฺมา วา สมาเนปิ โลกุตฺตรภาเว สยมฺปิ ภวติ อุปฺปชฺชติ, น นิพฺพานํ วิย อปาตุภาวํ, ตสฺมาปิ ภูมีติ วุจฺจติ; ตสฺสา ปฐมาย ภูมิยา. ปตฺติยาติ โสตาปตฺติผลสงฺขาตสฺส ปฐมสฺส สามญฺญผลสฺส ปตฺตตฺถาย ปฏิลาภตฺถายาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. วิวิจฺจาติ สมุจฺเฉทวิเวกวเสน วิวิจฺจิตฺวา, วินา หุตฺวา.
อิทานิ กิญฺจาปิ โลกิยชฺฌานมฺปิ น วินา ปฏิปทาย อิชฺฌติ, เอวํ สนฺเตปิ อิธ สุทฺธิกนยํ ปหาย โลกุตฺตรชฺฌานํ ปฏิปทาย สทฺธึเยว ครุํ กตฺวา เทเสตุกามตาย ทุกฺขปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญนฺติอาทิมาห.
ตตฺถ โย อาทิโตว กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต ทุกฺเขน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา โหติ; โย ปน วิกฺขมฺภิต กิเลโส วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ ตสฺส ทนฺธาภิญฺญา โหติ. อิติ โย โกจิ วาโร ทุกฺขปฏิปททนฺธาภิญฺโญ นาม กโต.
กตมํ ปน วารํ โรเจสุนฺติ? ยตฺถ สกึ วิกฺขมฺภิตา กิเลสา สมุทาจริตฺวา ทุติยมฺปิ วิกฺขมฺภิตา ปุน สมุทาจรนฺติ, ตติยํ วิกฺขมฺภิเต ปน ตถาวิกฺขมฺภิเตว กตฺวา มคฺเคน สมุคฺฆาตํ ปาเปติ, อิมํ วารํ โรเจสุํ. อิมสฺส วารสฺส ทุกฺขาปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญาติ นามํ กตํ. เอตฺตเกน ปน น ปากฏํ โหติ. ตสฺมา เอวเมตฺถ อาทิโต ปฏฺฐาย วิภาวนา เวทิตพฺพา – โย หิ จตฺตาริ มหาภูตานิ ปริคฺคเหตฺวา อุปาทารูปํ ปริคฺคณฺหาติ, อรูปํ ปริคฺคณฺหาติ, ‘รูปารูปํ’ ปน ปริคฺคณฺหนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา นาม โหติ. ปริคฺคหิตรูปารูปสฺส ปน วิปสฺสนาปริวาเส มคฺคปาตุภาวทนฺธตาย ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
โยปิ รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา ‘นามรูปํ’ ววตฺถเปนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ววตฺถเปติ, ววตฺถาปิเต จ นามรูเป วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทตุํ สกฺโกติ, ตสฺสาปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร นามรูปมฺปิ ววตฺถเปตฺวา ‘ปจฺจเย’ ปริคฺคณฺหนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริคฺคณฺหาติ, ปจฺจเย จ ปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ, เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร ปจฺจเยปิ ปริคฺคเหตฺวา ‘ลกฺขณานิ’ ปฏิวิชฺฌนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปฏิวิชฺฌติ, ปฏิวิทฺธลกฺขโณ จ วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ, เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร ลกฺขณานิปิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา วิปสฺสนาญาเณ ติกฺเข สูเร ปสนฺเน วหนฺเต อุปฺปนฺนํ ‘วิปสฺสนานิกนฺตึ’ ปริยาทิยมาโน ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริยาทิยติ, นิกนฺติญฺจ ปริยาทิยิตฺวา วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ, เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. อิมํ วารํ โรเจสุํ. อิมสฺส วารสฺส เอตํ นามํ กตํ. อิมินาว อุปาเยน ปรโต ติสฺโส ปฏิปทา เวทิตพฺพา.
ผสฺโส โหตีติอาทีสุ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ, สมฺมาวาจา, สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมาอาชีโวติ จตฺตาริ ปทานิ อธิกานิ. นิทฺเทสวาเร จ วิตกฺกาทินิทฺเทเสสุ ‘มคฺคงฺค’นฺติอาทีนิ ปทานิ อธิกานิ. เสสํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสเมว. ภูมนฺตรวเสน ปน โลกุตฺตรตาว อิธ วิเสโส.
ตตฺถ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยนฺติ ‘อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อนญฺญาตํ อมตํ ปทํ จตุสจฺจธมฺมเมว วา ชานิสฺสามี’ติ ปฏิปนฺนสฺส อิมินา ปุพฺพาโภเคน อุปฺปนฺนํ อินฺทฺริยํ. ลกฺขณาทีนิ ปนสฺส เหฏฺฐา ปญฺญินฺทฺริเย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
สุนฺทรา ปสตฺถา วา วาจา สมฺมาวาจา. วจีทุจฺจริตสมุคฺฆาฏิกาย มิจฺฉาวาจาวิรติยา เอตํ อธิวจนํ. สา ปริคฺคหลกฺขณา วิรมณรสา มิจฺฉาวาจปฺปหานปจฺจุปฏฺฐานา. สุนฺทโร ปสตฺโถ วา กมฺมนฺโต สมฺมากมฺมนฺโต. มิจฺฉากมฺมนฺตสมุจฺเฉทิกาย ปาณาติปาตาทิวิรติยา เอตํ นามํ. โส สมุฏฺฐานลกฺขโณ วิรมณรโส มิจฺฉากมฺมนฺตปฺปหานปจฺจุปฏฺฐาโน. สุนฺทโร ปสตฺโถ วา อาชีโว สมฺมาอาชีโว. มิจฺฉาชีววิรติยา เอตํ อธิวจนํ. โส โวทานลกฺขโณ ญายาชีวปฺปวตฺติรโส มิจฺฉาชีวปฺปหานปจฺจุปฏฺฐาโน.
อปิจ เหฏฺฐา วิรติตฺตเย วุตฺตวเสนเปตฺถ ลกฺขณาทีนิ เวทิตพฺพานิ. อิติ อิเมสํ ติณฺณํ ธมฺมานํ วเสน เหฏฺฐา วุตฺตํ มคฺคปญฺจกํ อิธ มคฺคฏฺฐกํ เวทิตพฺพํ. เยวาปนเกสุ จ อิเมสํ อภาโว. ตถา กรุณามุทิตานํ. อิเม หิ ตโย ธมฺมา อิธ ปาฬิยํ อาคตตฺตาว เยวาปนเกสุ น คหิตา. กรุณามุทิตา ปน สตฺตารมฺมณา, อิเม ธมฺมา นิพฺพานารมฺมณาติ ตาเปตฺถ น คหิตา. อยํ ตาว อุทฺเทสวาเร วิเสสตฺโถ.
๒๘๓. นิทฺเทสวาเร ปน มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนนฺติ เอตฺถ ตาว มคฺคสฺส องฺคนฺติ มคฺคงฺคํ; มคฺคโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. ยถา ปน อรญฺเญ ปริยาปนฺนํ อรญฺญปริยาปนฺนํ นาม โหติ, เอวํ มคฺเค ปริยาปนฺนนฺติ มคฺคปริยาปนฺนํ. มคฺคสนฺนิสฺสิตนฺติ อตฺโถ.
๒๘๕. ปีติสมฺโพชฺฌงฺโคติ เอตฺถ ปีติ เอว สมฺโพชฺฌงฺโคติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค. ตตฺถ โพธิยา โพธิสฺส วา องฺโคติ โพชฺฌงฺโค. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา อยํ ธมฺมสามคฺคี ยาย โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานาย ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนกามสุขตฺตกิลมถานุโยคอุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตาย สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตาย ธมฺมสามคฺคิยา อริยสาวโก พุชฺฌตีติ กตฺวา โพธีติ วุจฺจติ. พุชฺฌตีติ กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรติ. ตสฺสา ธมฺมสามคฺคีสงฺขาตาย โพธิยา องฺโคติปิ โพชฺฌงฺโค, ฌานงฺคมคฺคงฺคาทีนิ วิย. โยเปส ยถาวุตฺตปฺปการาย เอตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา อริยสาวโก โพธีติ วุจฺจติ, ตสฺส โพธิสฺส องฺโคติปิ โพชฺฌงฺโค; เสนงฺครถงฺคาทโย วิย. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา – ‘‘พุชฺฌนกสฺส ปุคฺคลสฺส องฺคาติ วา โพชฺฌงฺคา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๔๖๖; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๘๒).
อปิจ ‘‘โพชฺฌงฺคาติ เกนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา? โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, อนุพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, ปฏิพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, สมฺพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติ (ปฏิ. ม. ๒.๑๗) อิมินา ปฏิสมฺภิทานเยนาปิ โพชฺฌงฺคตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปสตฺโถ สุนฺทโร วา โพชฺฌงฺโคติ สมฺโพชฺฌงฺโค. เอวํ ปีติ เอว สมฺโพชฺฌงฺโค ปีติสมฺโพชฺฌงฺโคติ. จิตฺเตกคฺคตานิทฺเทสาทีสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๒๙๖. เตสํ ธมฺมานนฺติ เย ตสฺมึ สมเย ปฏิเวธํ คจฺฉนฺติ จตุสจฺจธมฺมา, เตสํ ธมฺมานํ. อนญฺญาตานนฺติ กิญฺจาปิ ปฐมมคฺเคน เต ธมฺมา ญาตา นาม โหนฺติ, ยถา ปน ปกติยา อนาคตปุพฺพํ วิหารํ อาคนฺตฺวา วิหารมชฺเฌ ฐิโตปิ ปุคฺคโล ปกติยา อนาคตภาวํ อุปาทาย ‘อนาคตปุพฺพํ ฐานํ อาคโตมฺหี’ติ วทติ, ยถา จ ปกติยา อปิฬนฺธปุพฺพํ มาลํ ปิฬนฺธิตฺวา, อนิวตฺถปุพฺพํ วตฺถํ นิวาเสตฺวา, อภุตฺตปุพฺพํ โภชนํ ภุญฺชิตฺวา, ปกติยา อภุตฺตภาวํ อุปาทาย อภุตฺตปุพฺพํ โภชนํ ภุตฺโตมฺหีติ วทติ, เอวมิธาปิ ยสฺมา ปกติยา อิมินา ปุคฺคเลน อิเม ธมฺมา น ญาตปุพฺพา ตสฺมา อนญฺญาตานนฺติ วุตฺตํ. อทิฏฺฐาทีสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อทิฏฺฐานนฺติ อิโต ปุพฺเพ ปญฺญาจกฺขุนา อทิฏฺฐานํ. อปฺปตฺตานนฺติ อธิคมนวเสน อปฺปตฺตานํ. อวิทิตานนฺติ ญาเณน อปากฏกตานํ. อสจฺฉิกตานนฺติ อปจฺจกฺขกตานํ. สจฺฉิกิริยายาติ ปจฺจกฺขกรณตฺถํ. ยถา จ อิมินา ปเทน, เอวํ เสเสหิปิ สทฺธึ อนญฺญาตานํ ญาณาย, อทิฏฺฐานํ ทสฺสนาย, อปฺปตฺตานํ ปตฺติยา, อวิทิตานํ เวทายาติ โยชนา กาตพฺพา.
๒๙๙. จตูหิ วจีทุจฺจริเตหีติอาทีสุ วจีติ วจีวิญฺญตฺติ เวทิตพฺพา. ติณฺณํ โทสานํ เยน เกนจิ ทุฏฺฐานิ จริตานีติ ทุจฺจริตานิ. วจีโต ปวตฺตานิ ทุจฺจริตานิ วจีทุจฺจริตานิ, วจิยา วา นิปฺผาทิตานิ ทุจฺจริตานิ วจีทุจฺจริตานิ. เตหิ วจีทุจฺจริเตหิ. อารกา รมตีติ อารติ. วินา เตหิ รมตีติ วิรติ. ตโต ตโต ปฏินิวตฺตาว หุตฺวา เตหิ วินา รมตีติ ปฏิวิรติ. อุปสคฺควเสน วา ปทํ วฑฺฒิตํ. สพฺพมิทํ โอรมณภาวสฺเสวาธิวจนํ. เวรํ มณติ, วินาเสตีติ เวรมณี. อิทมฺปิ โอรมณสฺเสว เววจนํ. ยาย ปน เจตนาย มุสาวาทาทีนิ ภาสมาโน กโรติ นาม, อยํ โลกุตฺตรมคฺควิรติ. อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ กิริยํ กาตุํ น เทติ, กิริยาปถํ ปจฺฉินฺทตีติ อกิริยา. ตถา ตํ กรณํ กาตุํ น เทติ, กรณปถํ ปจฺฉินฺทตีติ อกรณํ. ยาย จ เจตนาย จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ ภาสมาโน อชฺฌาปชฺชติ นาม, อยํ อุปฺปชฺชิตฺวา ตถา อชฺฌาปชฺชิตุํ น เทตีติ อนชฺฌาปตฺติ.
เวลาอนติกฺกโมติ เอตฺถ ‘‘ตาย เวลายา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๕๔; มหาว. ๑-๓; อุทา. ๑ อาทโย) ตาว กาโล เวลาติ อาคโต. ‘‘อุรุเวลายํ วิหรตี’’ติ (มหาว. ๑; สํ. นิ. ๑.๑๓๗) เอตฺถ ราสิ. ‘‘ฐิตธมฺโม เวลํ นาติวตฺตตี’’ติ (จูฬว. ๓๘๔; อ. นิ. ๘.๑๙; อุทา. ๔๕) เอตฺถ สีมา. อิธาปิ สีมาว. อนติกฺกมนียฏฺเฐน หิ จตฺตาริ วจีสุจริตานิ เวลาติ อธิปฺเปตานิ. อิติ ยาย เจตนาย จตฺตาริ วจีทุจฺจริตานิ ภาสมาโน เวลํ อติกฺกมติ นาม, อยํ อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ เวลํ อติกฺกมิตุํ น เทตีติ เวลาอนติกฺกโมติ วุตฺตา. เวลายตีติ วา เวลา, จลยติ วิทฺธํเสตีติ อตฺโถ. กึ เวลายติ? จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ. อิติ เวลายนโต ‘เวลา’. ปุริสสฺส ปน หิตสุขํ อนติกฺกมิตฺวา วตฺตตีติ ‘อนติกฺกโม’. เอวเมตฺถ ปททฺวยวเสนาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เสตุํ หนตีติ เสตุฆาโต; จตุนฺนํ วจีทุจฺจริตานํ ปทฆาโต ปจฺจยฆาโตติ อตฺโถ. ปจฺจโย หิ อิธ เสตูติ อธิปฺเปโต. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ราคาทิโก จตุนฺนํ วจีทุจฺจริตานํ ปจฺจโย วฏฺฏสฺมึ ปุคฺคลํ สิโนติ พนฺธตีติ เสตุ. เสตุสฺส ฆาโต เสตุฆาโต. วจีทุจฺจริตปจฺจยสมุคฺฆาฏิกาย วิรติยา เอตํ อธิวจนํ. อยํ ปน สมฺมาวาจาสงฺขาตา วิรติ ปุพฺพภาเค นานาจิตฺเตสุ ลพฺภติ. อญฺเญเนว หิ จิตฺเตน มุสาวาทา วิรมติ, อญฺเญน เปสุญฺญาทีหิ. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ปน เอกจิตฺตสฺมึเยว ลพฺภติ. จตุพฺพิธาย หิ วจีทุจฺจริตเจตนาย ปทปจฺเฉทํ กุรุมานา มคฺคงฺคํ ปูรยมานา เอกาว วิรติ อุปฺปชฺชติ.
๓๐๐. กายทุจฺจริเตหีติ กายโต ปวตฺเตหิ กาเยน วา นิปฺผาทิเตหิ ปาณาติปาตาทีหิ ทุจฺจริเตหิ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยมฺปิ สมฺมากมฺมนฺตสงฺขาตา วิรติ ปุพฺพภาเค นานาจิตฺเตสุ ลพฺภติ. อญฺเญเนว หิ จิตฺเตน ปาณาติปาตา วิรมติ, อญฺเญน อทินฺนาทานมิจฺฉาจาเรหิ. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ปน เอกจิตฺตสฺมึเยว ลพฺภติ. ติวิธาย หิ กายทุจฺจริตเจตนาย ปทปจฺเฉทํ กุรุมานา มคฺคงฺคํ ปูรยมานา เอกาว วิรติ อุปฺปชฺชติ.
๓๐๑. สมฺมาอาชีวนิทฺเทเส อกิริยาติอาทีสุ ยาย เจตนาย มิจฺฉาชีวํ อาชีวมาโน กิริยํ กโรติ นาม, อยํ อุปฺปชฺชิตฺวา ตํ กิริยํ กาตุํ น เทตีติ อกิริยาติ. อิมินา นเยน โยชนา เวทิตพฺพา. อาชีโว จ นาเมส ปาฏิเยกฺโก นตฺถิ, วาจากมฺมนฺเตสุ คหิเตสุ คหิโตว โหติ, ตปฺปกฺขิกตฺตา. ธุวปฏิเสวนวเสน ปนายํ ตโต นีหริตฺวา ทสฺสิโตติ. เอวํ สนฺเต สมฺมาอาชีโว สกิจฺจโก น โหติ, อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ น ปริปูเรนฺติ, ตสฺมา สมฺมาอาชีโว สกิจฺจโก กาตพฺโพ, อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ ปริปูเรตพฺพานีติ. ตตฺรายํ นโย – อาชีโว นาม ภิชฺชมาโน กายวจีทฺวาเรสุเยว ภิชฺชติ. มโนทฺวาเร อาชีวเภโท นาม นตฺถิ. ปูรยมาโนปิ ตสฺมึเยว ทฺวารทฺวเย ปูรติ. มโนทฺวาเร อาชีวปูรณํ นาม นตฺถิ. กายทฺวาเร ปน วีติกฺกโม อาชีวเหตุโกปิ อตฺถิ นอาชีวเหตุโกปิ. ตถา วจีทฺวาเร.
ตตฺถ ยํ ราชราชมหามตฺตา ขิฑฺฑาปสุตา สูรภาวํ ทสฺเสนฺตา มิควธํ วา ปนฺถทุหนํ วา ปรทารวีติกฺกมํ วา กโรนฺติ, อิทํ อกุสลํ กายกมฺมํ นาม. ตโต วิรติปิ ‘สมฺมากมฺมนฺโต’ นาม. ยํ ปน นอาชีวเหตุกํ จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ ภาสนฺติ, อิทํ อกุสลํ วจีกมฺมํ นาม. ตโต วิรติปิ ‘สมฺมาวาจา’ นาม.
ยํ ปน อาชีวเหตุ เนสาทมจฺฉพนฺธาทโย ปาณํ หนนฺติ, อทินฺนํ อาทิยนฺติ, มิจฺฉาจารํ จรนฺติ, อยํ มิจฺฉาชีโว นาม. ตโต วิรติ ‘สมฺมาอาชีโว’ นาม. ยมฺปิ ลญฺชํ คเหตฺวา มุสา ภณนฺติ, เปสุญฺญผรุสสมฺผปฺปลาเป ปวตฺเตนฺติ, อยมฺปิ มิจฺฉาชีโว นาม. ตโต วิรติ สมฺมาอาชีโว นาม.
มหาสีวตฺเถโร ปนาห – ‘กายวจีทฺวาเรสุปิ วีติกฺกโม อาชีวเหตุโก วา โหตุ โน วา อาชีวเหตุโก, อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมนฺเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตโต วิรติปิ สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาวาจาเตฺวว วุจฺจตี’ติ. ‘อาชีโว กุหิ’นฺติ วุตฺเต ปน ‘ตีณิ กุหนวตฺถูนิ นิสฺสาย จตฺตาโร ปจฺจเย อุปฺปาเทตฺวา เตสํ ปริโภโค’ติ อาห. อยํ ปน โกฏิปฺปตฺโต มิจฺฉาชีโว. ตโต วิรติ สมฺมาอาชีโว นาม.
อยมฺปิ สมฺมาอาชีโว ปุพฺพภาเค นานาจิตฺเตสุ ลพฺภติ, อญฺเญเนว หิ จิตฺเตน กายทฺวารวีติกฺกมา วิรมติ, อญฺเญน วจีทฺวารวีติกฺกมา. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ปน เอกจิตฺตสฺมึเยว ลพฺภติ. กายวจีทฺวาเรสุ หิ สตฺตกมฺมปถวเสน อุปฺปนฺนาย มิจฺฉาชีวสงฺขาตาย ทุสฺสีลฺยเจตนาย ปทปจฺเฉทํ กุรุมานา มคฺคงฺคํ ปูรยมานา เอกาว วิรติ อุปฺปชฺชตีติ. อยํ นิทฺเทสวาเร วิเสโส.
ยํ ปเนตํ อินฺทฺริเยสุ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ วฑฺฒิตํ, มคฺคงฺเคสุ จ สมฺมาวาจาทีนิ, เตสํ วเสน สงฺคหวาเร ‘‘นวินฺทฺริยานิ, อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ วุตฺตํ. สุญฺญตวาโร ปากติโกเยวาติ. อยํ ตาว สุทฺธิกปฏิปทาย วิเสโส.
๓๔๓. อิโต ปรํ สุทฺธิกสุญฺญตา สุญฺญตปฏิปทา สุทฺธิกอปฺปณิหิตา อปฺปณิหิตปฏิปทาติ อยํ เทสนาเภโท โหติ. ตตฺถ สุญฺญตนฺติ โลกุตฺตรมคฺคสฺส นามํ. โส หิ อาคมนโต สคุณโต อารมฺมณโตติ ตีหิ การเณหิ นามํ ลภติ. กถํ? อิธ ภิกฺขุ อนตฺตโต อภินิวิสิตฺวา อนตฺตโต สงฺขาเร ปสฺสติ. ยสฺมา ปน อนตฺตโต ทิฏฺฐมตฺเตเนว มคฺควุฏฺฐานํ นาม น โหติ, อนิจฺจโตปิ ทุกฺขโตปิ ทฏฺฐุเมว วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’ติ ติวิธํ อนุปสฺสนํ อาโรเปตฺวา สมฺมสนฺโต จรติ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา ปนสฺส เตภูมเกปิ สงฺขาเร สุญฺญโตว ปสฺสติ. อยํ วิปสฺสนา สุญฺญตา นาม โหติ. สา อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส ‘สุญฺญต’นฺติ นามํ เทติ. เอวํ มคฺโค ‘อาคมนโต’ สุญฺญตนามํ ลภติ. ยสฺมา ปน โส ราคาทีหิ สุญฺโญ ตสฺมา ‘สคุเณเนว’ สุญฺญตนามํ ลภติ. นิพฺพานมฺปิ ราคาทีหิ สุญฺญตฺตา สุญฺญตนฺติ วุจฺจติ. ตํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนตฺตา มคฺโค ‘อารมฺมณโต’ สุญฺญตนามํ ลภติ.
ตตฺถ สุตฺตนฺติกปริยาเยน สคุณโตปิ อารมฺมณโตปิ นามํ ลภติ. ปริยายเทสนา เหสา. อภิธมฺมกถา ปน นิปฺปริยายเทสนา. ตสฺมา อิธ สคุณโต วา อารมฺมณโต วา นามํ น ลภติ, อาคมนโตว ลภติ. อาคมนเมว หิ ธุรํ. ตํ ทุวิธํ โหติ – วิปสฺสนาคมนํ มคฺคาคมนนฺติ. ตตฺถ มคฺคสฺส อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนาคมนํ ธุรํ, ผลสฺส อาคตฏฺฐาเน มคฺคาคมนํ ธุรํ. อิธ มคฺคสฺส อาคตตฺตา วิปสฺสนาคมนเมว ธุรํ ชาตํ.
๓๕๐. อปฺปณิหิตนฺติ, เอตฺถาปิ อปฺปณิหิตนฺติ มคฺคสฺเสว นามํ. อิทมฺปิ นามํ มคฺโค ตีเหว การเณหิ ลภติ. กถํ? อิธ ภิกฺขุ อาทิโตว ทุกฺขโต อภินิวิสิตฺวา ทุกฺขโตว สงฺขาเร ปสฺสติ. ยสฺมา ปน ทุกฺขโต ทิฏฺฐมตฺเตเนว มคฺควุฏฺฐานํ นาม น โหติ, อนิจฺจโตปิ อนตฺตโตปิ ทฏฺฐุเมว วฏฺฏติ, ตสฺมา อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’ติ ติวิธํ อนุปสฺสนํ อาโรเปตฺวา สมฺมสนฺโต จรติ. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา ปนสฺส เตภูมกสงฺขาเรสุ ปณิธึ โสเสตฺวา ปริยาทิยิตฺวา วิสฺสชฺเชติ. อยํ วิปสฺสนา อปฺปณิหิตา นาม โหติ. สา อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส ‘อปฺปณิหิต’นฺติ นามํ เทติ. เอวํ มคฺโค ‘อาคมนโต’ อปฺปณิหิตนามํ ลภติ. ยสฺมา ปน ตตฺถ ราคโทสโมหปณิธโย นตฺถิ, ตสฺมา ‘สคุเณเนว’ อปฺปณิหิตนามํ ลภติ. นิพฺพานมฺปิ เตสํ ปณิธีนํ อภาวา อปฺปณิหิตนฺติ วุจฺจติ. ตํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนตฺตา มคฺโค อปฺปณิหิตนามํ ลภติ.
ตตฺถ สุตฺตนฺติกปริยาเยน สคุณโตปิ อารมฺมณโตปิ นามํ ลภติ. ปริยายเทสนา เหสา. อภิธมฺมกถา ปน นิปฺปริยายเทสนา. ตสฺมา อิธ สคุณโต วา อารมฺมณโต วา นามํ น ลภติ, อาคมนโตว ลภติ. อาคมนเมว หิ ธุรํ. ตํ ทุวิธํ โหติ – วิปสฺสนาคมนํ มคฺคาคมนนฺติ. ตตฺถ มคฺคสฺส อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนาคมนํ ธุรํ, ผลสฺส อาคตฏฺฐาเน มคฺคาคมนํ ธุรํ. อิธ มคฺคสฺส อาคตตฺตา วิปสฺสนาคมนเมว ธุรํ ชาตํ.
นนุ จ สุญฺญโต อนิมิตฺโต อปฺปณิหิโตติ ตีณิ มคฺคสฺส นามานิ? ยถาห – ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, วิโมกฺขา – สุญฺญโต วิโมกฺโข, อนิมิตฺโต วิโมกฺโข, อปฺปณิหิโต วิโมกฺโข’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙). เตสุ อิธ เทฺว มคฺเค คเหตฺวา อนิมิตฺโต กสฺมา น คหิโตติ? อาคมนาภาวโต. อนิมิตฺตวิปสฺสนา หิ สยํ อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ ทาตุํ น สกฺโกติ. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน อตฺตโน ปุตฺตสฺส ราหุลตฺเถรสฺส.
‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;
ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺโต จริสฺสสี’’ติ. (สุ. นิ. ๓๔๔);
อนิมิตฺตวิปสฺสนํ กเถสิ. วิปสฺสนา หิ นิจฺจนิมิตฺตํ ธุวนิมิตฺตํ สุขนิมิตฺตํ อตฺตนิมิตฺตญฺจ อุคฺฆาเฏติ. ตสฺมา อนิมิตฺตาติ กถิตา. สา จ กิญฺจาปิ ตํ นิมิตฺตํ อุคฺฆาเฏติ, สยํ ปน นิมิตฺตธมฺเมสุ จรตีติ สนิมิตฺตาว โหติ. ตสฺมา สยํ อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ ทาตุํ น สกฺโกติ.
อปโร นโย – อภิธมฺโม นาม ปรมตฺถเทสนา. อนิมิตฺตมคฺคสฺส จ ปรมตฺถโต เหตุเวกลฺลเมว โหติ. กถํ? อนิจฺจานุปสฺสนาย หิ วเสน อนิมิตฺตวิโมกฺโข กถิโต. เตน จ วิโมกฺเขน สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ. ตํ อริยมคฺเค เอกงฺคมฺปิ น โหติ, อมคฺคงฺคตฺตา อตฺตโน มคฺคสฺส ปรมตฺถโต นามํ ทาตุํ น สกฺโกติ. อิตเรสุ ปน ทฺวีสุ อนตฺตานุปสฺสนาย ตาว วเสน สุญฺญตวิโมกฺโข, ทุกฺขานุปสฺสนาย วเสน อปฺปณิหิตวิโมกฺโข กถิโต. เตสุ สุญฺญตวิโมกฺเขน ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, อปฺปณิหิตวิโมกฺเขน สมาธินฺทฺริยํ. ตานิ อริยมคฺคสฺส องฺคตฺตา อตฺตโน มคฺคสฺส ปรมตฺถโต นามํ ทาตุํ สกฺโกนฺติ. มคฺคารมฺมณตฺติเกปิ หิ มคฺคาธิปติธมฺมวิภชเน ฉนฺทจิตฺตานํ อธิปติกาเล เตสํ ธมฺมานํ อมคฺคงฺคตฺตาว มคฺคาธิปติภาโว น วุตฺโต. เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพนฺติ. อยเมตฺถ อฏฺฐกถามุตฺตโก เอกสฺส อาจริยสฺส มติวินิจฺฉโย.
เอวํ สพฺพถาปิ อนิมิตฺตวิปสฺสนา สยํ อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ ทาตุํ น สกฺโกตีติ อนิมิตฺตมคฺโค น คหิโต. เกจิ ปน ‘อนิมิตฺตมคฺโค อาคมนโต นามํ อลภนฺโตปิ สุตฺตนฺตปริยาเยน สคุณโต จ อารมฺมณโต จ นามํ ลภตี’ติ อาหํสุ. เต อิทํ วตฺวา ปฏิกฺขิตฺตา – อนิมิตฺตมคฺเค สคุณโต จ อารมฺมณโต จ นามํ ลภนฺเต สุญฺญตอปฺปณิหิตมคฺคาปิ สคุณโตเยว อารมฺมณโตเยว จ อิธ นามํ ลเภยฺยุํ. น ปน ลภนฺติ. กึ การณา? อยญฺหิ มคฺโค นาม ทฺวีหิ การเณหิ นามํ ลภติ – สรสโต จ ปจฺจนีกโต จ; สภาวโต จ ปฏิปกฺขโต จาติ อตฺโถ. ตตฺถ สุญฺญตอปฺปณิหิตมคฺคา สรสโตปิ ปจฺจนีกโตปิ นามํ ลภนฺติ. สุญฺญตอปฺปณิหิตมคฺคา หิ ราคาทีหิ สุญฺญา, ราคปณิธิอาทีหิ จ อปฺปณิหิตาติ เอวํ ‘สรสโต’ นามํ ลภนฺติ. สุญฺญโต จ อตฺตาภินิเวสสฺส ปฏิปกฺโข, อปฺปณิหิโต ปณิธิสฺสาติ เอวํ ‘ปจฺจนีกโต’ นามํ ลภนฺติ. อนิมิตฺตมคฺโค ปน ราคาทินิมิตฺตานํ นิจฺจนิมิตฺตาทีนญฺจ อภาเวน สรสโตว นามํ ลภติ, โน ปจฺจนีกโต. น หิ โส สงฺขารนิมิตฺตารมฺมณาย อนิจฺจานุปสฺสนาย ปฏิปกฺโข. อนิจฺจานุปสฺสนา ปนสฺส อนุโลมภาเว ฐิตาติ. สพฺพถาปิ อภิธมฺมปริยาเยน อนิมิตฺตมคฺโค นาม นตฺถีติ.
สุตฺตนฺติกปริยาเยน ปเนส เอวํ อาหริตฺวา ทีปิโต – ยสฺมิญฺหิ วาเร มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, ตีณิ ลกฺขณานิ เอกาวชฺชเนน วิย อาปาถมาคจฺฉนฺติ, ติณฺณญฺจ เอกโต อาปาถคมนํ นาม นตฺถิ. กมฺมฏฺฐานสฺส ปน วิภูตภาวทีปนตฺถํ เอวํ วุตฺตํ. อาทิโต หิ ยตฺถ กตฺถจิ อภินิเวโส โหตุ, วุฏฺฐานคามินี ปน วิปสฺสนา ยํ ยํ สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐาติ ตสฺส ตสฺเสว วเสน อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ เทติ. กถํ? อนิจฺจาทีสุ หิ ยตฺถ กตฺถจิ อภินิวิสิตฺวา อิตรมฺปิ ลกฺขณทฺวยํ ทฏฺฐุํ วฏฺฏติ เอว. เอกลกฺขณทสฺสนมตฺเตเนว หิ มคฺควุฏฺฐานํ นาม น โหติ, ตสฺมา อนิจฺจโต อภินิวิฏฺโฐ ภิกฺขุ น เกวลํ อนิจฺจโตว วุฏฺฐาติ, ทุกฺขโตปิ อนตฺตโตปิ วุฏฺฐาติเยว. ทุกฺขโต อนตฺตโต อภินิวิฏฺเฐปิ เอเสว นโย. อิติ อาทิโต ยตฺถ กตฺถจิ อภินิเวโส โหตุ, วุฏฺฐานคามินี ปน วิปสฺสนา ยํ ยํ สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐาติ ตสฺส ตสฺเสว วเสน อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ เทติ. ตตฺถ อนิจฺจโต วุฏฺฐหนฺตสฺส มคฺโค อนิมิตฺโต นาม โหติ, ทุกฺขโต วุฏฺฐหนฺตสฺส อปฺปณิหิโต, อนตฺตโต วุฏฺฐหนฺตสฺส สุญฺญโตติ. เอวํ สุตฺตนฺตปริยาเยน อาหริตฺวา ทีปิโต.
วุฏฺฐานคามินี ปน วิปสฺสนา กิมารมฺมณาติ? ลกฺขณารมฺมณาติ. ลกฺขณํ นาม ปญฺญตฺติคติกํ น วตฺตพฺพธมฺมภูตํ. โย ปน อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขติ, ตสฺส ปญฺจกฺขนฺธา กณฺเฐ พทฺธกุณปํ วิย โหนฺติ. สงฺขารารมฺมณเมว ญาณํ สงฺขารโต วุฏฺฐาติ. ยถา หิ เอโก ภิกฺขุ ปตฺตํ กิณิตุกาโม ปตฺตวาณิเชน ปตฺตํ อาภตํ ทิสฺวา หฏฺฐปหฏฺโฐ คณฺหิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา วีมํสมาโน ตีณิ ฉิทฺทานิ ปสฺเสยฺย, โส น ฉิทฺเทสุ นิราลโย โหติ, ปตฺเต ปน นิราลโย โหติ; เอวเมว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา สงฺขาเรสุ นิราลโย โหติ. สงฺขารารมฺมเณเนว ญาเณน สงฺขารโต วุฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ. ทุสฺโสปมายปิ เอเสว นโย.
อิติ ภควา โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเชนฺโต สุทฺธิกปฏิปทาย จตุกฺกนยํ ปญฺจกนยนฺติ เทฺวปิ นเย อาหริ. ตถา สุทฺธิกสุญฺญตาย สุญฺญตปฏิปทาย สุทฺธิกอปฺปณิหิตาย อปฺปณิหิตปฏิปทายาติ. กสฺมา เอวํ อาหรีติ? ปุคฺคลชฺฌาสเยน เจว เทสนาวิลาเสน จ. ตทุภยมฺปิ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอวํ โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวตีติ เอตฺถ สุทฺธิกปฏิปทาย จตุกฺกปญฺจกวเสน เทฺว นยา, ตถา เสเสสูติ สพฺเพสุปิ ปญฺจสุ โกฏฺฐาเสสุ ทส นยา ภาชิตา.
โลกุตฺตรกุสลํ ปกิณฺณกกถา
ตตฺริทํ ปกิณฺณกํ –
อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ, รูปารูเปสุ ปญฺจสุ;
สตฺตฏฺฐงฺคปริณามํ, นิมิตฺตํ ปฏิปทาปตีติ.
โลกุตฺตรมคฺโค หิ อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐาติ, อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา พหิทฺธา วุฏฺฐาติ, พหิทฺธา อภินิวิสิตฺวา พหิทฺธา วุฏฺฐาติ, พหิทฺธา อภินิวิสิตฺวา อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐาติ. รูเป อภินิวิสิตฺวา รูปา วุฏฺฐาติ, รูเป อภินิวิสิตฺวา อรูปา วุฏฺฐาติ. อรูเป อภินิวิสิตฺวา อรูปา วุฏฺฐาติ, อรูเป อภินิวิสิตฺวา รูปา วุฏฺฐาติ, เอกปฺปหาเรเนว ปญฺจหิ ขนฺเธหิ วุฏฺฐาติ.
‘สตฺตฏฺฐงฺคปริณาม’นฺติ โส ปเนส มคฺโค อฏฺฐงฺคิโกปิ โหติ สตฺตงฺคิโกปิ. โพชฺฌงฺคาปิ สตฺต วา โหนฺติ ฉ วา. ฌานํ ปน ปญฺจงฺคิกํ วา โหติ จตุรงฺคิกํ วา; ติวงฺคิกํ วา ทุวงฺคิกํ วา. เอวํ สตฺตอฏฺฐาทีนํ องฺคานํ ปริณาโม เวทิตพฺโพติ อตฺโถ.
‘นิมิตฺตํ ปฏิปทาปตี’ติ นิมิตฺตนฺติ ยโต วุฏฺฐานํ โหติ; ‘ปฏิปทาปตี’ติ ปฏิปทาย จ อธิปติโน จ จลนาจลนํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐาตีติอาทีสุ ตาว อิเธกจฺโจ อาทิโตว อชฺฌตฺตํ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อภินิวิสติ, อภินิวิสิตฺวา เต อนิจฺจาทิโต ปสฺสติ, ยสฺมา ปน น สุทฺธอชฺฌตฺตทสฺสนมตฺเตเนว มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, พหิทฺธาปิ ทฏฺฐพฺพเมว, ตสฺมา ปรสฺส ขนฺเธปิ อนุปาทินฺนสงฺขาเรปิ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ ปสฺสติ. โส กาเลน อชฺฌตฺตํ สมฺมสติ กาเลน พหิทฺธาติ. ตสฺเสวํ สมฺมสโต อชฺฌตฺตํ สมฺมสนกาเล วิปสฺสนา มคฺเคน สทฺธึ ฆฏิยติ. เอวํ อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐาติ นาม. สเจ ปนสฺส พหิทฺธา สมฺมสนกาเล วิปสฺสนา มคฺเคน สทฺธึ ฆฏิยติ, เอวํ อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา พหิทฺธา วุฏฺฐาติ นาม. เอเสว นโย พหิทฺธา อภินิวิสิตฺวา พหิทฺธา จ อชฺฌตฺตญฺจ วุฏฺฐาเนปิ.
อปโร อาทิโตว รูเป อภินิวิสติ อภินิวิสิตฺวา ภูตรูปญฺจ อุปาทารูปญฺจ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนิจฺจาทิโต ปสฺสติ, ยสฺมา ปน น สุทฺธรูปทสฺสนมตฺเตเนว วุฏฺฐานํ โหติ อรูปมฺปิ ทฏฺฐพฺพเมว, ตสฺมา ตํ รูปํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนํ เวทนํ สญฺญํ สงฺขาเร วิญฺญาณญฺจ อิทํ อรูปนฺติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนิจฺจาทิโต ปสฺสติ. โส กาเลน รูปํ สมฺมสติ กาเลน อรูปํ. ตสฺเสวํ สมฺมสโต รูปสมฺมสนกาเล วิปสฺสนา มคฺเคน สทฺธึ ฆฏิยติ. เอวํ รูเป อภินิวิสิตฺวา รูปา วุฏฺฐาติ นาม. สเจ ปนสฺส อรูปสมฺมสนกาเล วิปสฺสนา มคฺเคน สทฺธึ ฆฏิยติ, เอวํ รูเป อภินิวิสิตฺวา อรูปา วุฏฺฐาติ นาม. เอส นโย อรูเป อภินิวิสิตฺวา อรูปา จ รูปา จ วุฏฺฐาเนปิ.
‘‘ยํกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (มหาว. ๑๖; ที. นิ. ๑.๒๙๘) เอวํ อภินิวิสิตฺวา เอวเมว วุฏฺฐานกาเล ปน เอกปฺปหาเรน ปญฺจหิ ขนฺเธหิ วุฏฺฐาติ นามาติ. อยํ ติกฺขวิปสฺสกสฺส มหาปญฺญสฺส ภิกฺขุโน วิปสฺสนา.
ยถา หิ ฉาตชฺฌตฺตสฺส ปุริสสฺส มชฺเฌ คูถปิณฺฑํ ฐเปตฺวา นานคฺครสโภชนปุณฺณํ ปาตึ อุปเนยฺยุํ, โส พฺยญฺชนํ หตฺเถน วิยูหนฺโต ตํ คูถปิณฺฑํ ทิสฺวา ‘กิมิท’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา คูถปิณฺโฑติ วุตฺเต ‘ธิ ธิ, อปเนถา’ติ ภตฺเตปิ ปาติยมฺปิ นิราลโย โหติ. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
โภชนปาติทสฺสนสฺมิญฺหิ ตสฺส อตฺตมนกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน พาลปุถุชฺชนกาเล ปญฺจกฺขนฺเธ ‘อหํ มมา’ติ คหิตกาโล. คูถปิณฺฑสฺส ทิฏฺฐกาโล วิย ติณฺณํ ลกฺขณานํ สลฺลกฺขิตกาโล. ภตฺเตปิ ปาติยมฺปิ นิราลยกาโล วิย ติกฺขวิปสฺสกสฺส มหาปญฺญสฺส ภิกฺขุโน ‘‘ยํกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกปฺปหาเรน วุฏฺฐิตกาโล เวทิตพฺโพ.
‘สตฺตฏฺฐงฺคปริณาม’นฺติ เอตฺถ อยํ วุตฺตปฺปเภโท องฺคปริณาโม ยถา โหติ ตถา เวทิตพฺโพ. สงฺขารุเปกฺขาญาณเมว หิ อริยมคฺคสฺส โพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺควิเสสํ นิยเมติ. เกจิ ปน เถรา ‘โพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺควิเสสํ ปาทกชฺฌานํ นิยเมตี’ติ วทนฺติ. เกจิ ‘วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธา นิยเมนฺตี’ติ วทนฺติ. เกจิ ‘ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมตี’ติ วทนฺติ. เตสมฺปิ วาเทสุ อยํ สงฺขารุเปกฺขาสงฺขาตา ปุพฺพภาคา วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาว นิยเมตีติ เวทิตพฺพา.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพีกถา – วิปสฺสนานิยเมน หิ สุกฺขวิปสฺสกสฺส อุปฺปนฺนมคฺโคปิ สมาปตฺติลาภิโน ฌานํ ปาทกํ อกตฺวา อุปฺปนฺนมคฺโคปิ ปฐมชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา ปกิณฺณกสงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อุปฺปาทิตมคฺโคปิ ปฐมชฺฌานิโกว โหติ. สพฺเพสุ สตฺต โพชฺฌงฺคานิ อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ ปญฺจ ฌานงฺคานิ โหนฺติ. เตสญฺหิ ปุพฺพภาควิปสฺสนา โสมนสฺสสหคตาปิ อุเปกฺขาสหคตาปิ หุตฺวา วุฏฺฐานกาเล สงฺขารุเปกฺขาภาวํ ปตฺตา โสมนสฺสสหคตาว โหติ.
ปญฺจกนเย ทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานานิ ปาทกานิ กตฺวา อุปฺปาทิตมคฺเคสุ ยถากฺกเมเนว ฌานํ จตุรงฺคิกํ ติวงฺคิกํ ทุวงฺคิกญฺจ โหติ. สพฺเพสุ ปน สตฺต มคฺคงฺคานิ โหนฺติ, จตุตฺเถ ฉ โพชฺฌงฺคานิ. อยํ วิเสโส ปาทกชฺฌานนิยเมน เจว วิปสฺสนานิยเมน จ โหติ. เตสมฺปิ หิ ปุพฺพภาควิปสฺสนา โสมนสฺสสหคตาปิ อุเปกฺขาสหคตาปิ โหติ. วุฏฺฐานคามินี โสมนสฺสสหคตาว.
ปญฺจมชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา นิพฺพตฺติตมคฺเค ปน อุเปกฺขาจิตฺเตกคฺคตาวเสน เทฺว ฌานงฺคานิ โพชฺฌงฺคมคฺคงฺคานิ ฉ สตฺต เจว. อยมฺปิ วิเสโส อุภยนิยมวเสน โหติ. อิมสฺมิญฺหิ นเย ปุพฺพภาควิปสฺสนา โสมนสฺสสหคตา วา อุเปกฺขาสหคตา วา โหติ, วุฏฺฐานคามินี อุเปกฺขาสหคตาว. อรูปชฺฌานานิ ปาทกานิ กตฺวา อุปฺปาทิตมคฺเคปิ เอเสว นโย. เอวํ ปาทกชฺฌานโต วุฏฺฐาย เย เกจิ สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา นิพฺพตฺติตมคฺคสฺส อาสนฺนปเทเส วุฏฺฐิตา สมาปตฺติ อตฺตนา สทิสภาวํ กโรติ, ภูมิวณฺโณ วิย โคธาวณฺณสฺส.
ทุติยตฺเถรวาเท ปน ยโต ยโต สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย เย เย สมาปตฺติธมฺเม สมฺมสิตฺวา มคฺโค นิพฺพตฺติโต โหติ ตํตํสมาปตฺติสทิโสว โหติ, สมฺมสิตสมาปตฺติสทิโสติ อตฺโถ. สเจ ปน กามาวจรธมฺเม สมฺมสติ ปฐมชฺฌานิโกว โหติ. ตตฺราปิ วิปสฺสนานิยโม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
ตติยตฺเถรวาเท ‘อโห วตาหํ สตฺตงฺคิกํ มคฺคํ ปาปุเณยฺยํ, อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ปาปุเณยฺย’นฺติ อตฺตโน อชฺฌาสยานุรูเปน ยํ ยํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา เย วา เย วา ฌานธมฺเม สมฺมสิตฺวา มคฺโค นิพฺพตฺติโต ตํตํฌานสทิโสว โหติ. ปาทกชฺฌานํ ปน สมฺมสิตชฺฌานํ วา วินา, อชฺฌาสยมตฺเตเนว ตํ น อิชฺฌติ. สฺวายมตฺโถ นนฺทโกวาทสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส น โหติ พหุโน ชนสฺส กงฺขา วา วิมติ วา ‘อูโน นุ โข จนฺโท ปุณฺโณ นุ โข จนฺโท’ติ, อถ โข ปุณฺโณ จนฺโทเตฺวว โหติ, เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ตา ภิกฺขุนิโย นนฺทกสฺส ธมฺมเทสนาย อตฺตมนา เจว ปริปุณฺณสงฺกปฺปา จ. ตาสํ, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุนิสตานํ ยา ปจฺฉิมิกา ภิกฺขุนี สา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายณา’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๑๕).
ตาสุ หิ ยสฺสา ภิกฺขุนิยา โสตาปตฺติผลสฺส อุปนิสฺสโย, สา โสตาปตฺติผเลเนว ปริปุณฺณสงฺกปฺปา อโหสิ…เป… ยสฺสา อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสโย สา อรหตฺเตเนว. เอวเมว อตฺตโน อชฺฌาสยานุรูเปน ยํ ยํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา เย วา เย วา ฌานธมฺเม สมฺมสิตฺวา มคฺโค นิพฺพตฺติโต ตํตํฌานสทิโสว โส โหติ. ปาทกชฺฌานํ ปน สมฺมสิตชฺฌานํ วา วินา, อชฺฌาสยมตฺเตเนว ตํ น อิชฺฌตีติ. เอตฺถาปิ จ วิปสฺสนานิยโม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ‘ปาทกชฺฌานเมว นิยเมตี’ติ เอวํวาทึ ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรํ อนฺเตวาสิกา อาหํสุ – ‘ภนฺเต, ยตฺถ ตาว ปาทกชฺฌานํ อตฺถิ ตตฺถ ตํ นิยเมตุ; ยสฺมึ ปน ปาทกชฺฌานํ นตฺถิ, ตสฺมึ อรูปภเว กึ นิยเมตี’ติ? ‘อาวุโส, ตตฺถปิ ปาทกชฺฌานเมว นิยเมติ. โย หิ ภิกฺขุ อฏฺฐสมาปตฺติลาภี ปฐมชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา โสตาปตฺติมคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา อรูปภเว นิพฺพตฺโต, ปฐมชฺฌานิกาย โสตาปตฺติผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุปริ ตีณิ มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตติ, ตสฺส ตานิ ปฐมชฺฌานิกาเนว โหนฺติ. ทุติยชฺฌานิกาทีสุปิ เอเสว นโย. อรูเป ติกจตุกฺกชฺฌานํ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ โข โลกุตฺตรํ น โลกิยํ. เอวํ ตตฺถาปิ ปาทกชฺฌานเมว นิยเมติ อาวุโส’ติ. ‘สุกถิโต, ภนฺเต, ปโญฺห’ติ.
‘วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธา นิยเมนฺติ; ยํ ยํ หิ ปญฺจกฺขนฺธํ สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐาติ ตํตํสทิโสว มคฺโค โหตี’ติ วาทึ โมรวาปิวาสิมหาทตฺตตฺเถรมฺปิ อนฺเตวาสิกา อาหํสุ ‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ วาเท โทโส ปญฺญายติ – รูปํ สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐิตภิกฺขุโน หิ รูปสทิเสน อพฺยากเตน มคฺเคน ภวิตพฺพํ, เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ นยโต ปริคฺคเหตฺวา วุฏฺฐิตสฺส ตํสทิเสเนว เนวสญฺญานาสญฺญาภาวปฺปตฺเตน มคฺเคน ภวิตพฺพ’นฺติ. ‘น, อาวุโส, เอวํ โหติ. โลกุตฺตรมคฺโค หิ อปฺปนํ อปฺปตฺโต นาม นตฺถิ, ตสฺมา รูปํ สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐิตสฺส อฏฺฐงฺคิโก โสมนสฺสสหคตมคฺโค โหติ, เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมฺมสิตฺวา วุฏฺฐิตสฺสปิ น สพฺพากาเรน ตาทิโส โหติ, สตฺตงฺคิโก ปน อุเปกฺขาสหคตมคฺโค โหตี’ติ.
‘ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมตี’ติวาทิโน จูฬาภยตฺเถรสฺสาปิ วาทํ อาหริตฺวา ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรสฺส กถยึสุ. โส อาห – ‘ยสฺส ตาว ปาทกชฺฌานํ อตฺถิ ตสฺส ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมตุ, ยสฺส ตํ นตฺถิ ตสฺส กตรชฺฌาสโย นิยเมสฺสติ นิทฺธนสฺส วุฑฺฒิคเวสนกาโล วิย โหตี’ติ.
ตํ กถํ อาหริตฺวา ติปิฏกจูฬาภยตฺเถรสฺส ปุน กถยึสุ. โส ‘ปาทกชฺฌานวโต อิทํ กถิตํ อาวุโส’ติ อาห. ยถา ปน ปาทกชฺฌานวโต, สมฺมสิตชฺฌานวโตปิ ตเถว เวทิตพฺพํ. ปญฺจมชฺฌานโต วุฏฺฐาย หิ ปฐมาทีนิ สมฺมสโต อุปฺปนฺนมคฺโค ปฐมตฺเถรวาเทน ปญฺจมชฺฌานิโก. ทุติยวาเทน ปฐมาทิชฺฌานิโก อาปชฺชตีติ เทฺวปิ วาทา วิรุชฺฌนฺติ. ตติยวาเทน ปเนตฺถ ‘ยํ อิจฺฉติ ตชฺฌานิโก โหตี’ติ เต จ วาทา น วิรุชฺฌนฺติ, อชฺฌาสโย จ สาตฺถโก โหตีติ. เอวํ ตโยปิ เถรา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา พุทฺธิสมฺปนฺนาว. เตน เตสํ วาทํ ตนฺตึ กตฺวา ฐปยึสุ. อิธ ปน อตฺถเมว อุทฺธริตฺวา ตโยเปเต วาเท วิปสฺสนาว นิยเมตีติ ทสฺสิตํ.
อิทานิ ‘นิมิตฺตํ ปฏิปทาปตี’ติ เอตฺถ เอวํ องฺคปริณามวโต มคฺคสฺส อุปฺปาทกาเล โคตฺรภุ กุโต วุฏฺฐาติ? มคฺโค กุโตติ? โคตฺรภุ ตาว นิมิตฺตโต วุฏฺฐาติ, ปวตฺตํ เฉตฺตุํ น สกฺโกติ, เอกโตวุฏฺฐาโน เหส. มคฺโค นิมิตฺตโต วุฏฺฐาติ, ปวตฺตมฺปิ ฉินฺทติ อุภโตวุฏฺฐาโน เหส. เตสํ อยํ อุปฺปตฺตินโย – ยสฺมิญฺหิ วาเร มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, ตสฺมึ อนุโลมํ เนว เอกํ โหติ, น ปญฺจมํ. เอกญฺหิ อาเสวนํ น ลภติ, ปญฺจมํ ภวงฺคสฺส อาสนฺนตฺตา ปเวธติ. ตทา หิ ชวนํ ปติตํ นาม โหติ. ตสฺมา เนว เอกํ โหติ น ปญฺจมํ. มหาปญฺญสฺส ปน เทฺว อนุโลมานิ โหนฺติ, ตติยํ โคตฺรภุ, จตุตฺถํ มคฺคจิตฺตํ, ตีณิ ผลานิ, ตโต ภวงฺโคตรณํ. มชฺฌิมปญฺญสฺส ตีณิ อนุโลมานิ โหนฺติ, จตุตฺถํ โคตฺรภุ, ปญฺจมํ มคฺคจิตฺตํ, เทฺว ผลานิ, ตโต ภวงฺโคตรณํ. มนฺทปญฺญสฺส จตฺตาริ อนุโลมานิ, โหนฺติ ปญฺจมํ โคตฺรภุ, ฉฏฺฐํ มคฺคจิตฺตํ, สตฺตมํ ผลํ, ตโต ภวงฺโคตรณํ. ตตฺร มหาปญฺญมนฺทปญฺญานํ วเสน อกเถตฺวา มชฺฌิมปญฺญสฺส วเสน กเถตพฺพํ.
ยสฺมิญฺหิ วาเร มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, ตสฺมึ กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ อุเปกฺขาสหคตา มโนทฺวาราวชฺชนํ หุตฺวา วิปสฺสนาโคจเร ขนฺเธ อารมฺมณํ กตฺวา ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ. ตทนนฺตรํ เตเนว อาวชฺชเนน คหิตกฺขนฺเธ คเหตฺวา อุปฺปชฺชติ ปฐมํ ชวนํ อนุโลมญาณํ. ตํ เตสุ ขนฺเธสุ อนิจฺจาติ วา ทุกฺขาติ วา อนตฺตาติ วา ปวตฺติตฺวา โอฬาริกํ โอฬาริกํ สจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ วิโนเทตฺวา ตีณิ ลกฺขณานิ ภิยฺโย ภิยฺโย ปากฏานิ กตฺวา นิรุชฺฌติ. ตทนนฺตรํ อุปฺปชฺชติ ทุติยานุโลมํ. เตสุ ปุริมํ อนาเสวนํ. ทุติยสฺส ปุริมํ อาเสวนํ โหติ. ตมฺปิ ลทฺธาเสวนตฺตา ติกฺขํ สูรํ ปสนฺนํ หุตฺวา ตสฺมึเยวารมฺมเณ เตเนวากาเรน ปวตฺติตฺวา มชฺฌิมปฺปมาณํ สจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ วิโนเทตฺวา ตีณิ ลกฺขณานิ ภิยฺโย ภิยฺโย ปากฏานิ กตฺวา นิรุชฺฌติ. ตทนนฺตรํ อุปฺปชฺชติ ตติยานุโลมํ. ตสฺส ทุติยํ อาเสวนํ โหติ. ตมฺปิ ลทฺธาเสวนตฺตา ติกฺขํ สูรํ ปสนฺนํ หุตฺวา ตสฺมึเยวารมฺมเณ เตเนวากาเรน ปวตฺติตฺวา ตทวเสสํ อณุสหคตํ สจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ วิโนเทตฺวา นิรวเสสํ กตฺวา ตีณิ ลกฺขณานิ ภิยฺโย ภิยฺโย ปากฏานิ กตฺวา นิรุชฺฌติ. เอวํ ตีหิ อนุโลเมหิ สจฺจปฏิจฺฉาทกตเม วิโนทิเต ตทนนฺตรํ อุปฺปชฺชติ โคตฺรภุญฺญาณํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กุรุมานํ.
ตตฺรายํ อุปมา – เอโก กิร จกฺขุมา ปุริโส นกฺขตฺตโยคํ ชานิสฺสามีติ รตฺติภาเค นิกฺขมิตฺวา จนฺทํ ปสฺสิตุํ อุทฺธํ อุลฺโลเกสิ. ตสฺส วลาหเกหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา จนฺโท น ปญฺญายิตฺถ. อเถโก วาโต อุฏฺฐหิตฺวา ถูลถูเล วลาหเก วิทฺธํเสสิ. อปโร มชฺฌิเม. อปโร สุขุเม. ตโต โส ปุริโส วิคตวลาหเก นเภ จนฺทํ ทิสฺวา นกฺขตฺตโยคํ อญฺญาสิ.
ตตฺถ ตโย วลาหกา วิย สจฺจปฏิจฺฉาทกถูลมชฺฌิมสุขุมกิเลสนฺธการา. ตโย วาตา วิย ตีณิ อนุโลมจิตฺตานิ. จกฺขุมา ปุริโส วิย โคตฺรภุญฺญาณํ. จนฺโท วิย นิพฺพานํ. เอเกกสฺส วาตสฺส ยถากฺกเมน วลาหกตฺตยวิทฺธํสนํ วิย เอเกกสฺส อนุโลมจิตฺตสฺส สจฺจปฏิจฺฉาทกตมวิโนทนํ. วิคตวลาหเก นเภ ตสฺส ปุริสสฺส วิสุทฺธจนฺททสฺสนํ วิย วิคเต สจฺจปฏิจฺฉาทเก ตเม โคตฺรภุญฺญาณสฺส สุวิสุทฺธนิพฺพานารมฺมณกรณํ.
ยเถว หิ ตโย วาตา จนฺทปฏิจฺฉาทเก วลาหเกเยว วิทฺธํเสตุํ สกฺโกนฺติ, น จนฺทํ ทฏฺฐุํ, เอวํ อนุโลมานิ สจฺจปฏิจฺฉาทกตเมเยว วิโนเทตุํ สกฺโกนฺติ, น นิพฺพานํ อารมฺมณํ กาตุํ. ยถา โส ปุริโส จนฺทเมว ทฏฺฐุํ สกฺโกติ น วลาหเก วิทฺธํเสตุํ, เอวํ โคตฺรภุญฺญาณํ นิพฺพานเมว อารมฺมณํ กาตุํ สกฺโกติ น กิเลสตมํ วิโนเทตุํ. เอวํ อนุโลมํ สงฺขารารมฺมณํ โหติ, โคตฺรภุ นิพฺพานารมฺมณํ.
ยทิ หิ โคตฺรภุ อนุโลเมน คหิตารมฺมณํ คเณฺหยฺย ปุน อนุโลมํ ตํ อนุพนฺเธยฺยาติ มคฺควุฏฺฐานเมว น ภเวยฺย. โคตฺรภุญฺญาณํ ปน อนุโลมสฺส อารมฺมณํ อคฺคเหตฺวา ตํ อปจฺฉโตปวตฺติกํ กตฺวา สยํ อนาวชฺชนมฺปิ สมานํ อาวชฺชนฏฺฐาเน ฐตฺวา เอวํ นิพฺพตฺตาหีติ มคฺคสฺส สญฺญํ ทตฺวา วิย นิรุชฺฌติ. มคฺโคปิ เตน ทินฺนสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว อวีจิสนฺตติวเสน ตํ ญาณํ อนุพนฺธมาโน อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ โทสกฺขนฺธํ โมหกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌมาโนว ปทาลยมาโนว นิพฺพตฺตติ.
ตตฺรายํ อุปมา – เอโก กิร อิสฺสาโส ธนุสตมตฺถเก ผลกสตํ ฐปาเปตฺวา วตฺเถน มุขํ เวเฐตฺวา สรํ สนฺนยฺหิตฺวา จกฺกยนฺเต อฏฺฐาสิ. อญฺโญ ปุริโส จกฺกยนฺตํ อาวญฺฉิตฺวา ยทา อิสฺสาสสฺส ผลกสตํ อภิมุขํ โหติ ตทา ตตฺถ ทณฺฑเกน สญฺญํ เทติ, อิสฺสาโส ทณฺฑกสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว สรํ ขิปิตฺวา ผลกสตํ นิพฺพิชฺฌติ. ตตฺถ ทณฺฑกสญฺญา วิย โคตฺรภุญฺญาณํ. อิสฺสาโส วิย มคฺคญาณํ. อิสฺสาสสฺส ทณฺฑกสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว ผลกสตนิพฺพิชฺฌนํ วิย มคฺคญาณสฺส โคตฺรภุญฺญาเณน ทินฺนสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อนิพฺพิทฺธปุพฺพอปทาลิตปุพฺพานํ โลภกฺขนฺธาทีนํ นิพฺพิชฺฌนปทาลนํ. ภูมิลทฺธวฏฺฏเสตุสมุคฺฆาตกรณนฺติปิ เอตเทว. มคฺคสฺส หิ เอกเมว กิจฺจํ อนุสยปฺปชหนํ. อิติ โส อนุสเย ปชหนฺโต นิมิตฺตา วุฏฺฐาติ นาม, ปวตฺตํ ฉินฺทติ นาม. ‘นิมิตฺต’นฺติ รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณนิมิตฺตํ. ‘ปวตฺต’มฺปิ รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณปวตฺตเมว. ตํ ทุวิธํ โหติ – อุปาทินฺนกํ อนุปาทินฺนกนฺติ. เตสุ มคฺคสฺส อนุปาทินฺนกโต วุฏฺฐานจฺฉายา ทิสฺสตีติ วตฺวา อนุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาตีติ วทึสุ.
โสตาปตฺติมคฺเคน หิ จตฺตาริ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตานิ วิจิกิจฺฉาสหคตนฺติ ปญฺจ จิตฺตานิ ปหียนฺติ. ตานิ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ. ตํ อนุปาทินฺนกรูปกฺขนฺโธ. ตานิ จิตฺตานิ วิญฺญาณกฺขนฺโธ. ตํสมฺปยุตฺตา เวทนา สญฺญา สงฺขารา ตโย อรูปกฺขนฺธา. ตตฺถ สเจ โสตาปนฺนสฺส โสตาปตฺติมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺส ตานิ ปญฺจ จิตฺตานิ ฉสุ อารมฺมเณสุ ปริยุฏฺฐานํ ปาปุเณยฺยุํ. โสตาปตฺติมคฺโค ปน เตสํ ปริยุฏฺฐาเนนปฺปตฺตึ วารยมาโน เสตุสมุคฺฆาตํ อภพฺพุปฺปตฺติกภาวํ กุรุมาโน อนุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาติ นาม.
สกทาคามิมคฺเคน จตฺตาริ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตานิ เทฺว โทมนสฺสสหคตานีติ โอฬาริกกามราคพฺยาปาทวเสน ฉ จิตฺตานิ ปหียนฺติ. อนาคามิมคฺเคน อณุสหคตกามราคพฺยาปาทวเสน ตานิ เอว ฉ จิตฺตานิ ปหียนฺติ. อรหตฺตมคฺเคน จตฺตาริ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตานิ อุทฺธจฺจสหคตญฺจาติ ปญฺจ อกุสลจิตฺตานิ ปหียนฺติ. ตตฺถ สเจ เตสํ อริยานํ เต มคฺคา อภาวิตา อสฺสุ, ตานิ จิตฺตานิ ฉสุ อารมฺมเณสุ ปริยุฏฺฐานํ ปาปุเณยฺยุํ. เต ปน เตสํ มคฺคา ปริยุฏฺฐานปฺปตฺตึ วารยมานา เสตุสมุคฺฆาตํ อภพฺพุปฺปตฺติกภาวํ กุรุมานา อนุปาทินฺนกโต วุฏฺฐหนฺติ นาม.
อุปาทินฺนกโต วุฏฺฐานจฺฉายา ทิสฺสตีติ วตฺวา อุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาตีติปิ วทึสุ. สเจ หิ โสตาปนฺนสฺส โสตาปตฺติมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺส, ฐเปตฺวา สตฺต ภเว อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. ตีณิ สํโยชนานิ ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโยติ อิเม ปน ปญฺจ กิเลเส โสตาปตฺติมคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต โสตาปนฺนสฺส สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ? เอวํ โสตาปตฺติมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาติ นาม.
สเจ สกทาคามิสฺส สกทาคามิมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺส, ฐเปตฺวา เทฺว ภเว ปญฺจสุ ภเวสุ อุปาทินฺนกปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. โอฬาริกานิ กามราคปฏิฆสํโยชนานิ โอฬาริโก กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโยติ อิเม ปน จตฺตาโร กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต สกทาคามิสฺส เทฺว ภเว ฐเปตฺวา ปญฺจสุ ภเวสุ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ? เอวํ สกทาคามิมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาติ นาม.
สเจ อนาคามิสฺส อนาคามิมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺส, ฐเปตฺวา เอกํ ภวํ ทุติยภเว อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. อณุสหคตานิ กามราคปฏิฆสํโยชนานิ อณุสหคโต กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโยติ อิเม ปน จตฺตาโร กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต อนาคามิสฺส เอกํ ภวํ ฐเปตฺวา ทุติยภเว อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ? เอวํ อนาคามิมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาติ นาม.
สเจ อรหโต อรหตฺตมคฺโค อภาวิโต อภวิสฺส, รูปารูปภเวสุ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺเตยฺย. กสฺมา? ตสฺส ปวตฺติยา เหตูนํ อตฺถิตาย. รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา มานานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโยติ อิเม ปน อฏฺฐ กิเลเส โส มคฺโค อุปฺปชฺชมาโนว สมุคฺฆาเตติ. อิทานิ กุโต ขีณาสวสฺส ปุนพฺภเว อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ ปวตฺติสฺสติ? เอวํ อรหตฺตมคฺโค อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ อปฺปวตฺตํ กุรุมาโน อุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาติ นาม.
โสตาปตฺติมคฺโค เจตฺถ อปายภวโต วุฏฺฐาติ, สกทาคามิมคฺโค สุคติกามภเวกเทสโต, อนาคามิมคฺโค กามภวโต, อรหตฺตมคฺโค รูปารูปภวโต สพฺพภเวหิปิ วุฏฺฐาติ เอวาติ วทนฺติ.
อิมสฺส ปนตฺถสฺส วิภาวนตฺถํ อยํ ปาฬิ – ‘‘โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ วูปสมนฺติ อตฺถํ คจฺฉนฺติ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ.
‘สกทาคามิมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน เทฺว ภเว ฐเปตฺวา ปญฺจสุ ภเวสุ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ วูปสมนฺติ อตฺถํ คจฺฉนฺติ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ.
‘อนาคามิมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน เอกํ ภวํ ฐเปตฺวา กามธาตุยา ทฺวีสุ ภเวสุ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ วูปสมนฺติ อตฺถํ คจฺฉนฺติ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ.
‘อรหตฺตมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วา เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ วูปสมนฺติ อตฺถํ คจฺฉนฺติ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ. อรหโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายนฺตสฺส จริมวิญฺญาณสฺส นิโรเธน ปญฺญา จ สติ จ นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ วูปสมนฺติ อตฺถํ คจฺฉนฺติ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตี’’ติ (จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๖). อยํ ตาว นิมิตฺเต วินิจฺฉโย.
‘ปฏิปทาปตี’ติ – เอตฺถ ปน ปฏิปทา จลติ น จลตีติ? จลติ. ตถาคตสฺส หิ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส จ จตฺตาโรปิ มคฺคา สุขปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา อเหสุํ. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส ปฐมมคฺโค สุขปฏิปโท ขิปฺปาภิญฺโญ, อุปริ ตโย มคฺคา ทุกฺขปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา. กสฺมา? นิทฺทาภิภูตตฺตา. สมฺมาสมฺพุทฺโธ กิร สตฺตาหํ ทหรกุมารกํ วิย เถรํ ปริหริ. เถโรปิ เอกทิวสํ นิทฺทายมาโน นิสีทิ. อถ นํ สตฺถา อาห – ‘‘ปจลายสิ โน ตฺวํ, โมคฺคลฺลาน, ปจลายสิ โน ตฺวํ โมคฺคลฺลานา’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๑). เอวรูปสฺสปิ มหาภิญฺญปฺปตฺตสฺส สาวกสฺส ปฏิปทา จลติ, เสสานํ กึ น จลิสฺสติ? เอกจฺจสฺส หิ ภิกฺขุโน จตฺตาโรปิ มคฺคา ทุกฺขปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา โหนฺติ, เอกจฺจสฺส ทุกฺขปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา, เอกจฺจสฺส สุขปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา, เอกจฺจสฺส สุขปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา. เอกจฺจสฺส ปฐมมคฺโค ทุกฺขปฏิปโท ทนฺธาภิญฺโญ โหติ, ทุติยมคฺโค ทุกฺขปฏิปโท ขิปฺปาภิญฺโญ, ตติยมคฺโค สุขปฏิปโท ทนฺธาภิญฺโญ, จตุตฺถมคฺโค สุขปฏิปโท ขิปฺปาภิญฺโญติ.
ยถา จ ปฏิปทา เอวํ อธิปติปิ จลติ เอว. เอกจฺจสฺส หิ ภิกฺขุโน จตฺตาโรปิ มคฺคา ฉนฺทาธิปเตยฺยา โหนฺติ, เอกจฺจสฺส วีริยาธิปเตยฺยา, เอกจฺจสฺส จิตฺตาธิปเตยฺยา, เอกจฺจสฺส วีมํสาธิปเตยฺยา. เอกจฺจสฺส ปน ปฐมมคฺโค ฉนฺทาธิปเตยฺโย โหติ, ทุติโย วีริยาธิปเตยฺโย, ตติโย จิตฺตาธิปเตยฺโย, จตุตฺโถ วีมํสาธิปเตยฺโยติ.
ปกิณฺณกกถา นิฏฺฐิตา.
ปฐมมคฺควีสติมหานโย
๓๕๗. อิทานิ ยสฺมา โลกุตฺตรกุสลํ ภาเวนฺโต น เกวลํ อุปนิชฺฌายนฏฺเฐน ฌานํเยว ภาเวติ, นิยฺยานฏฺเฐน ปน มคฺคมฺปิ ภาเวติ, อุปฏฺฐานฏฺเฐน สติปฏฺฐานมฺปิ, ปทหนฏฺเฐน สมฺมปฺปธานมฺปิ, อิชฺฌนฏฺเฐน อิทฺธิปาทมฺปิ, อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยมฺปิ, อกมฺปิยฏฺเฐน พลมฺปิ, พุชฺฌนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคมฺปิ, ตถฏฺเฐน สจฺจมฺปิ, อวิกฺเขปฏฺเฐน สมถมฺปิ, สุญฺญตฏฺเฐน ธมฺมมฺปิ, ราสฏฺเฐน ขนฺธมฺปิ, อายตนฏฺเฐน อายตนมฺปิ, สุญฺญสภาวนิสฺสตฺตฏฺเฐน ธาตุมฺปิ, ปจฺจยฏฺเฐน อาหารมฺปิ, ผุสนฏฺเฐน ผสฺสมฺปิ, เวทยิตฏฺเฐน เวทนมฺปิ, สญฺชานนฏฺเฐน สญฺญมฺปิ, เจตยิตฏฺเฐน เจตนมฺปิ, วิชานนฏฺเฐน จิตฺตมฺปิ ภาเวติ, ตสฺมา เอเตสํ เอกูนวีสติยา ปทานํ ทสฺสนตฺถํ ปุน กตเม ธมฺมา กุสลาติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ ‘อิทมฺปิ ภาเวติ, อิทมฺปิ ภาเวตี’ติ ปุคฺคลชฺฌาสเยน เจว เทสนาวิลาเสน จ วีสติ นยา เทสิตา โหนฺติ. ธมฺมํ โสตุํ นิสินฺนเทวปริสาย หิ เย อุปนิชฺฌายนฏฺเฐน โลกุตฺตรํ ‘ฌาน’นฺติ กถิเต พุชฺฌนฺติ, เตสํ สปฺปายวเสน ฌานนฺติ กถิตํ…เป… เย วิชานนฏฺเฐน ‘จิตฺต’นฺติ วุตฺเต พุชฺฌนฺติ, เตสํ สปฺปายวเสน จิตฺตนฺติ กถิตํ. อยเมตฺถ ‘ปุคฺคลชฺฌาสโย’.
สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน อตฺตโน พุทฺธสุโพธิตาย ทสพลจตุเวสารชฺชจตุปฏิสมฺภิทตาย ฉอสาธารณญาณโยเคน จ เทสนํ ยทิจฺฉกํ นิยเมตฺวา ทสฺเสติ. อิจฺฉนฺโต อุปนิชฺฌายนฏฺเฐน โลกุตฺตรํ ฌานนฺติ ทสฺเสติ, อิจฺฉนฺโต นิยฺยานฏฺเฐน…เป… วิชานนฏฺเฐน โลกุตฺตรํ จิตฺตนฺติ. อยํ ‘เทสนาวิลาโส’ นาม. ตตฺถ ยเถว โลกุตฺตรํ ฌานนฺติ วุตฺตฏฺฐาเน ทส นยา วิภตฺตา, เอวํ มคฺคาทีสุปิ เตเยว เวทิตพฺพา. อิติ วีสติยา ฐาเนสุ ทส ทส กตฺวา เทฺว นยสตานิ วิภตฺตานิ โหนฺติ.
๓๕๘. อิทานิ อธิปติเภทํ ทสฺเสตุํ ปุน กตเม ธมฺมา กุสลาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ฉนฺทํ ธุรํ เชฏฺฐกํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา นิพฺพตฺติตํ โลกุตฺตรํ ฌานํ ฉนฺทาธิปเตยฺยํ นาม. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อิติ ปุริมสฺมึ สุทฺธิเก เทฺวนยสตานิ ฉนฺทาธิปเตยฺยาทีสุปิ เทฺว เทฺวติ นยสหสฺเสน ภาเชตฺวา ปฐมมคฺคํ ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
ปฐมมคฺโค นิฏฺฐิโต.
ทุติยมคฺโค
๓๖๑. อิทานิ ทุติยมคฺคาทีนํ ทสฺสนตฺถํ ปุน กตเม ธมฺมา กุสลาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวายาติ เอเตสํ กิเลสานํ ตนุภาวตฺถาย. ตตฺถ ทฺวีหิ การเณหิ ตนุภาโว เวทิตพฺโพ – อธิจฺจุปฺปตฺติยา จ ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จ. สกทาคามิสฺส หิ, วฏฺฏานุสาริมหาชนสฺเสว, กิเลสา อภิณฺหํ นุปฺปชฺชนฺติ, กทาจิ กทาจิ อุปฺปชฺชนฺติ; อุปฺปชฺชนฺตาปิ วิรฬาการา หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ, วิรฬวาปิตเขตฺเต องฺกุรา วิย. อุปฺปชฺชมานาปิ, จ วฏฺฏานุสาริมหาชนสฺเสว, มทฺทนฺตา ผรนฺตา ฉาเทนฺตา อนฺธการํ กโรนฺตา นุปฺปชฺชนฺติ. ทฺวีหิ ปน มคฺเคหิ ปหีนตฺตา มนฺทา มนฺทา อุปฺปชฺชนฺติ. ตนุกาการา หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ, อพฺภปฏลํ วิย มกฺขิกาปตฺตํ วิย จ.
ตตฺถ เกจิ เถรา วทนฺติ – ‘สกทาคามิสฺส กิเลสา กิญฺจาปิ จิเรน อุปฺปชฺชนฺติ, พหลาว ปน หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ, ตถา หิสฺส ปุตฺตา จ ธีตโร จ ทิสฺสนฺตี’ติ. เอตํ ปน อปฺปมาณํ. ปุตฺตธีตโร หิ องฺคปจฺจงฺคปรามสนมตฺเตนปิ โหนฺติ. ทฺวีหิ ปน มคฺเคหิ ปหีนตฺตา นตฺถิ กิเลสานํ พหลตาติ. ทฺวีหิ เอว การเณหิสฺส กิเลสานํ ตนุภาโว เวทิตพฺโพ – อธิจฺจุปฺปตฺติยา จ ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จาติ.
ทุติยายาติ คณนวเสนาปิ ทุติยุปฺปตฺติวเสนาปิ ทุติยาย. ภูมิยา ปตฺติยาติ สามญฺญผลสฺส ปฏิลาภตฺถาย. ตติยจตุตฺเถสุปิ เอเสว นโย. วิเสสมตฺตํเยว ปน วกฺขาม.
อญฺญินฺทฺริยนฺติ อาชานนกํ อินฺทฺริยํ. ปฐมมคฺเคน ญาตมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวา เตสํเยว เตน มคฺเคน ญาตานํ จตุสจฺจธมฺมานํ ชานนกํ อินฺทฺริยนฺติ วุตฺตํ โหติ. นิทฺเทสวาเรปิสฺส อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. โกฏฺฐาสวาเรปิ อิมินาว สทฺธึ นวินฺทฺริยานิ โหนฺติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ทุติยมคฺโค นิฏฺฐิโต.
ตติยจตุตฺถมคฺคา
๓๖๒. ตติเย อนวเสสปฺปหานายาติ เตสํเยว สกทาคามิมคฺเคน ตนุภูตานํ สํโยชนานํ นิสฺเสสปชหนตฺถาย.
จตุตฺเถ รูปราคอรูปราคมานอุทฺธจฺจอวิชฺชาย อนวเสสปฺปหานายาติ เอเตสํ ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานํ นิสฺเสสปชหนตฺถาย. ตตฺถ รูปราโคติ รูปภเว ฉนฺทราโค. อรูปราโคติ อรูปภเว ฉนฺทราโค. มาโนติ อรหตฺตมคฺควชฺฌโก มาโน เอว. ตถา อุทฺธจฺจาวิชฺชา. อิเมสุปิ ทฺวีสุ มคฺเคสุ นวมํ อญฺญินฺทฺริยเมว โหติ.
จตุมคฺคนยสหสฺสํ
สพฺพมคฺเคสุ ปทปฏิปาฏิยา สมสฏฺฐิปทานิ, จตูหิ อปณฺณกงฺเคหิ สทฺธึ จตุสฏฺฐิ โหนฺติ. อสมฺภินฺนโต ปน เตตฺตึส. โกฏฺฐาสวารสุญฺญตวารา ปากติกา เอว. ยถา จ ปน ปฐมมคฺเค เอวํ ทุติยาทีสุปิ นยสหสฺสเมวาติ จตฺตาโร มคฺเค จตูหิ นยสหสฺเสหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
สจฺจวิภงฺเค ปน สฏฺฐิ นยสหสฺสานิ โลกุตฺตรานิ อิเมสํ เอว วเสน นิกฺขิตฺตานิ. สติปฏฺฐานวิภงฺเค วีสติ นยสหสฺสานิ โลกุตฺตรานิ, สมฺมปฺปธานวิภงฺเค วีสติ, อิทฺธิปาทวิภงฺเค ทฺวตฺตึส, โพชฺฌงฺควิภงฺเค ทฺวตฺตึส, มคฺคงฺควิภงฺเค อฏฺฐวีสติ นยสหสฺสานิ โลกุตฺตรานิ อิเมสํ เอว วเสน นิกฺขิตฺตานิ.
อิธ ปน จตูสุ มคฺเคสุ จตฺตาริเยว นยสหสฺสานิ. เตสุ ปฐมชฺฌานิเก ปฐมมคฺเค อฏฺฐงฺคานิ ภาชิตานิ; ตถา ทุติยาทีสุ. ตตฺถ ปฐมมคฺเค สมฺมาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหตีติ สมฺมาทิฏฺฐิ. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ มิจฺฉาสงฺกปฺปาทีนํ ปชหนฏฺเฐเนว เวทิตพฺพา. เอวํ สนฺเต ‘ปฐมมคฺเคเนว ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคตานํ ปหีนตฺตา อุปริมคฺคตฺตเยน ปหาตพฺพา ทิฏฺฐิ นาม นตฺถิ. ตตฺถ สมฺมาทิฏฺฐีติ นามํ กถํ โหตี’ติ? ‘ยถา วิสํ อตฺถิ วา, โหตุ มา วา, อคโท อคโท เตฺวว วุจฺจติ, เอวํ มิจฺฉาทิฏฺฐิ อตฺถิ วา, โหตุ มา วา, อยํ สมฺมาทิฏฺฐิ เอว นาม’.
‘ยทิ เอวํ นามมตฺตเมเวตํ โหติ, อุปริมคฺคตฺตเย ปน สมฺมาทิฏฺฐิยา กิจฺจาภาโว อาปชฺชติ, มคฺคงฺคานิ น ปริปูเรนฺติ, ตสฺมา สมฺมาทิฏฺฐิ สกิจฺจกา กาตพฺพา มคฺคงฺคานิ ปูเรตพฺพานี’ติ. สกิจฺจกา เจตฺถ สมฺมาทิฏฺฐิ ยถาลาภนิยเมน ทีเปตพฺพา. อุปริมคฺคตฺตยวชฺโฌ หิ เอโก มาโน อตฺถิ, โส ทิฏฺฐิฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. สา ตํ มานํ ปชหตีติ สมฺมาทิฏฺฐิ. โสตาปตฺติมคฺคสฺมิญฺหิ สมฺมาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหติ. โสตาปนฺนสฺส ปน สกทาคามิมคฺควชฺโฌ มาโน อตฺถิ, โส ทิฏฺฐิฏฺฐาเน ติฏฺฐติ สา ตํ มานํ ปชหตีติ สมฺมาทิฏฺฐิ. ตสฺเสว สตฺตอกุสลจิตฺตสหชาโต สงฺกปฺโป อตฺถิ. เตเหว จิตฺเตหิ วาจงฺคโจปนํ อตฺถิ, กายงฺคโจปนํ อตฺถิ, ปจฺจยปริโภโค อตฺถิ, สหชาตวายาโม อตฺถิ, อสติภาโว อตฺถิ, สหชาตจิตฺเตกคฺคตา อตฺถิ. เอเต มิจฺฉาสงฺกปฺปาทโย นาม สกทาคามิมคฺเค สมฺมาสงฺกปฺปาทโย. เตสํ ปหาเนน สมฺมาสงฺกปฺปาทโยติ เวทิตพฺพา. เอวํ สกทาคามิมคฺเค อฏฺฐงฺคานิ สกิจฺจกานิ กตฺวา อาคตานิ. สกทาคามิสฺส อนาคามิมคฺควชฺโฌ มาโน อตฺถิ. โส ทิฏฺฐิฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. ตสฺเสว สตฺตหิ จิตฺเตหิ สหชาตา สงฺกปฺปาทโย. เตสํ ปหาเนน อนาคามิมคฺเค อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ สกิจฺจกตา เวทิตพฺพา. อนาคามิสฺส อรหตฺตมคฺควชฺโฌ มาโน อตฺถิ. โส ทิฏฺฐิฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. ยานิ ปนสฺส ปญฺจ อกุสลจิตฺตานิ, เตหิ สหชาตา สงฺกปฺปาทโย. เตสํ ปหาเนน อรหตฺตมคฺเค อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ สกิจฺจกตา เวทิตพฺพา.
อิเมสุ จตูสุ มคฺเคสุ ปฐมมคฺเคน จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ. ‘อุปริมคฺคตฺตยํ ทิฏฺฐกเมว ปสฺสติ, อทิฏฺฐกํ ปสฺสตี’ติ ทิฏฺฐกเมว ปสฺสตีติ อยํ อาจริยานํ สมานตฺถกถา. วิตณฺฑวาที ปนาห ‘อทิฏฺฐํ ปสฺสตี’ติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘ปฐมมคฺเค กตมํ อินฺทฺริยํ ภาเชสี’ติ? ชานมาโน ‘อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริย’นฺติ วกฺขติ. ‘อุปริมคฺเคสุ กตร’นฺติ? วุตฺเตปิ ‘อญฺญินฺทฺริย’นฺติ วกฺขติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘อทิฏฺฐสจฺจทสฺสเน สติ อุปริมคฺเคสุปิ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยเมว ภาเชหิ. เอวํ เต ปโญฺห สเมสฺสตี’ติ. ‘กิเลเส ปน อญฺเญ อญฺโญ ปชหติ; ปหีเน เอว ปชหตี’ติ? ‘อญฺเญ อญฺโญ ปชหตี’ติ. ‘ยทิ อญฺเญ อญฺโญ, อปฺปหีเน กิเลเส ปชหติ. สจฺจานิปิ อทิฏฺฐาเนว ปสฺสตี’ติ เอวํวาที ปุคฺคโล ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘สจฺจานิ นาม กตี’ติ? ชานนฺโต ‘จตฺตารี’ติ วกฺขติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘ตว วาเท โสฬส สจฺจานิ อาปชฺชนฺติ. ตฺวํ พุทฺเธหิปิ อทิฏฺฐํ ปสฺสสิ. พหุสจฺจโก นาม ตฺวํ. เอวํ มา คณฺห. สจฺจทสฺสนํ นาม อปุพฺพํ นตฺถิ, กิเลเส ปน อปฺปหีเน ปชหตี’ติ.
ตตฺถ สจฺจทสฺสนสฺส อปุพฺพาภาเว เปโฬปมํ นาม คหิตํ – เอกสฺส กิร จตฺตาโร รตนเปฬา สารคพฺเภ ฐปิตา. โส รตฺติภาเค เปฬาสุ อุปฺปนฺนกิจฺโจ ทฺวารํ วิวริตฺวา, ทีปํ ชาเลตฺวา, ทีเปน วิหเต อนฺธกาเร, เปฬาสุ ปากฏภาวํ คตาสุ, ตาสุ กิจฺจํ กตฺวา ทฺวารํ ปิทหิตฺวา คโต. ปุน อนฺธการํ อวตฺถริ. ทุติยวาเรปิ ตติยวาเรปิ ตเถว อกาสิ. จตุตฺถวาเร ทฺวาเร วิวเฏ อนฺธกาเร เปฬา น ปญฺญายนฺตีติ วีมํสนฺตสฺเสว สูริโย อุคฺคญฺฉิ, สูริโยภาเสน วิหเต อนฺธกาเร เปฬาสุ กิจฺจํ กตฺวา ปกฺกามิ.
ตตฺถ จตฺตาโร เปฬา วิย จตฺตาริ สจฺจานิ. ตาสุ กิจฺเจ อุปฺปนฺเน ทฺวารวิวรณกาโล วิย โสตาปตฺติมคฺคสฺส วิปสฺสนาภินีหรณกาโล. อนฺธการํ วิย สจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ. ทีโป ภาโส วิย โสตาปตฺติมคฺโคภาโส. วิหเต อนฺธกาเร ตสฺส ปุริสสฺส เปฬานํ ปากฏภาโว วิย มคฺคญาณสฺส สจฺจานํ ปากฏภาโว. มคฺคญาณสฺส ปากฏานิ ปน มคฺคสมงฺคิสฺส ปุคฺคลสฺส ปากฏาเนว โหนฺติ. เปฬาสุ กิจฺจํ กตฺวา คตกาโล วิย โสตาปตฺติมคฺคสฺส อตฺตนา ปหาตพฺพกิเลเส ปชหิตฺวา นิรุทฺธกาโล. ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย อุปริมคฺคตฺตยวชฺฌสจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ.
ทุติยวาเร ทฺวารวิวรณกาโล วิย สกทาคามิมคฺคสฺส วิปสฺสนาภินีหรณกาโล. ทีโปภาโส วิย สกทาคามิมคฺโคภาโส. เปฬาสุ กิจฺจํ กตฺวา คตกาโล วิย สกทาคามิมคฺคสฺส อตฺตนา ปหาตพฺพกิเลเส ปชหิตฺวา นิรุทฺธกาโล. ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย อุปริมคฺคทฺวยวชฺฌสจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ.
ตติยวาเร ทฺวารวิวรณกาโล วิย อนาคามิมคฺคสฺส วิปสฺสนาภินีหรณกาโล. ทีโปภาโส วิย อนาคามิมคฺโคภาโส. เปฬาสุ กิจฺจํ กตฺวา คตกาโล วิย อนาคามิมคฺคสฺส อตฺตนา ปหาตพฺพกิเลเส ปชหิตฺวา นิรุทฺธกาโล. ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย อุปริอรหตฺตมคฺควชฺฌสจฺจปฏิจฺฉาทกตมํ.
จตุตฺถวาเร ทฺวารวิวรณกาโล วิย อรหตฺตมคฺคสฺส วิปสฺสนาภินีหรณกาโล. สูริยุคฺคมนํ วิย อรหตฺตมคฺคุปฺปาโท. อนฺธการวิธมนํ วิย อรหตฺตมคฺคสฺส สจฺจปฏิจฺฉาทกตมวิโนทนํ. วิหเต อนฺธกาเร ตสฺส เปฬานํ ปากฏภาโว วิย อรหตฺตมคฺคญาณสฺส จตุนฺนํ สจฺจานํ ปากฏภาโว. ญาณสฺส ปากฏานิ ปน ปุคฺคลสฺส ปากฏาเนว โหนฺติ. เปฬาสุ กิจฺจํ กตฺวา คตกาโล วิย อรหตฺตมคฺคสฺส สพฺพกิเลสเขปนํ. สูริยุคฺคมนโต ปฏฺฐาย อาโลกสฺเสว ปวตฺติกาโล วิย อรหตฺตมคฺคสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย ปุน สจฺจปฏิจฺฉาทกตมาภาโว. อิทํ ตาว สจฺจทสฺสนสฺส อปุพฺพาภาเว โอปมฺมํ.
ทิฏฺฐกเมว หิ ปสฺสติ. ‘กิเลเส ปน อญฺเญ อญฺโญ ปชหตี’ติ เอตฺถ ขาโรปมํ นาม คหิตํ. เอโก ปุริโส กิลิฏฺฐํ วตฺถํ รชกสฺส อทาสิ. รชโก อูสขารํ ฉาริกขารํ โคมยขารนฺติ ตโย ขาเร ทตฺวา ขาเรหิ ขาทิตภาวํ ญตฺวา อุทเก วิกฺขาเลตฺวา โอฬาริโกฬาริกํ มลํ ปวาเหสิ. ตโต น ตาว ปริสุทฺธนฺติ ทุติยมฺปิ ตเถว ขาเร ทตฺวา, อุทเก วิกฺขาเลตฺวา, ตโต นาติสณฺหตรํ มลํ ปวาเหสิ. ตโต น ตาว ปริสุทฺธนฺติ ตติยมฺปิ เต ขาเร ทตฺวา อุทเก วิกฺขาเลตฺวา ตโต สณฺหตรํ มลํ ปวาเหสิ. ตโต น ตาว ปริสุทฺธนฺติ จตุตฺถมฺปิ เต ขาเร ทตฺวา, อุทเก วิกฺขาเลตฺวา อํสุอพฺภนฺตรคตมฺปิ นิสฺเสสํ มลํ ปวาเหตฺวา สามิกสฺส อทาสิ. โส คนฺธกรณฺฑเก ปกฺขิปิตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตกาเล ปริทหติ.
ตตฺถ กิลิฏฺฐวตฺถํ วิย กิเลสานุคตํ จิตฺตํ. ติวิธขารทานกาโล วิย ตีสุ อนุปสฺสนาสุ กมฺมสฺส ปวตฺตนกาโล. อุทเก วิกฺขาเลตฺวา โอฬาริโกฬาริกมลปฺปวาหนํ วิย โสตาปตฺติมคฺเคน ปญฺจกิเลสเขปนํ. ทุติยมฺปิ เตสํ ขารานํ อนุปฺปทานํ วิย ‘น ตาว ปริสุทฺธํ อิทํ จิตฺต’นฺติ ตาสุเยว ตีสุ อนุปสฺสนาสุ กมฺมปฺปวตฺตนํ. ตโต นาติสณฺหตรมลปฺปวาหนํ วิย สกทาคามิมคฺเคน โอฬาริกสํโยชนทฺวยเขปนํ. ตโต ‘น ตาว ปริสุทฺธํ วตฺถ’นฺติ ปุน ขารตฺตยทานํ วิย ‘น ตาว ปริสุทฺธํ อิทํ จิตฺต’นฺติ ตาสุเยว ตีสุ อนุปสฺสนาสุ กมฺมปฺปวตฺตนํ. ตโต สณฺหตรมลปฺปวาหนํ วิย อนาคามิมคฺเคน อณุสหคตสํโยชนทฺวยเขปนํ. ‘น ตาว ปริสุทฺธํ วตฺถ’นฺติ ปุน ขารตฺตยทานํ วิย ‘น ตาว ปริสุทฺธํ อิทํ จิตฺต’นฺติ ตาสุเยว ตีสุ อนุปสฺสนาสุ กมฺมปฺปวตฺตนํ. ตโต วิกฺขาลเนน อํสุอพฺภนฺตรคเต มเล ปวาเหตฺวา ปริสุทฺธสฺส รชตปฏฺฏสทิสสฺส คนฺธกรณฺฑเก นิกฺขิตฺตสฺส วตฺถสฺส อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ปริทหนํ วิย อรหตฺตมคฺเคน อฏฺฐนฺนํ กิเลสานํ เขปิตตฺตา ปริสุทฺธสฺส ขีณาสวจิตฺตสฺส อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ผลสมาปตฺติวิหาเรน วีตินามนํ. อิทํ ‘อญฺเญ อญฺโญ กิเลเส ปชหตี’ติ เอตฺถ โอปมฺมํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส, วตฺถํ สํกิลิฏฺฐํ มลคฺคหิตํ, ตเมนํ สามิกา รชกสฺส อนุปทชฺเชยฺยุํ. ตเมนํ รชโก อูเส วา ขาเร วา โคมเย วา สมฺมทฺทิตฺวา อจฺเฉ อุทเก วิกฺขาเลติ. กิญฺจาปิ ตํ โหติ วตฺถํ ปริสุทฺธํ ปริโยทาตํ, อถ ขฺวสฺส โหติเยว ‘อณุสหคโต อูสคนฺโธ วา ขารคนฺโธ วา โคมยคนฺโธ วา อสมูหโต’. ตเมนํ รชโก สามิกานํ เทติ. ตเมนํ สามิกา คนฺธปริภาวิเต กรณฺฑเก นิกฺขิปนฺติ. โยปิสฺส โหติ อณุสหคโต อูสคนฺโธ วา ขารคนฺโธ วา โคมยคนฺโธ วา อสมูหโต, โสปิ สมุคฺฆาตํ คจฺฉติ. เอวเมว โข, อาวุโส, กิญฺจาปิ อริยสาวกสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ปหีนานิ ภวนฺติ, อถ ขฺวสฺส โหติเยว ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อณุสหคโต ‘อสฺมี’ติ มาโน, ‘อสฺมี’ติ ฉนฺโท, ‘อสฺมี’ติ อนุสโย อสมูหโต, โส อปเรน สมเยน ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อุทยพฺพยานุปสฺสี วิหรติ – ‘อิติ รูปํ, อิติ รูปสฺส สมุทโย, อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโม; อิติ เวทนา อิติ สญฺญา อิติ สงฺขารา อิติ วิญฺญาณํ, อิติ วิญฺญาณสฺส สมุทโย, อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโม’ติ. ตสฺสิเมสุ ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อุทยพฺพยานุปสฺสิโน วิหรโต โยปิสฺส โหติ ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อณุสหคโต ‘อสฺมี’ติ มาโน, ‘อสฺมี’ติ ฉนฺโท, ‘อสฺมี’ติ อนุสโย อสมูหโต, โสปิ สมุคฺฆาตํ คจฺฉตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๙).
ตตฺถ โสตาปตฺติมคฺเคน ปญฺจ อกุสลจิตฺตานิ ปหียนฺติ สทฺธึ จิตฺตงฺควเสน อุปฺปชฺชนกปาปธมฺเมหิ. สกทาคามิมคฺเคน เทฺว โทมนสฺสสหคตจิตฺตานิ ตนุกานิ ภวนฺติ สทฺธึ จิตฺตงฺควเสน อุปฺปชฺชนกปาปธมฺเมหิ. อนาคามิมคฺเคน ตานิเยว ปหียนฺติ สทฺธึ สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ. อรหตฺตมคฺเคน ปญฺจ อกุสลจิตฺตานิ ปหียนฺติ สทฺธึ จิตฺตงฺควเสน อุปฺปชฺชนกปาปธมฺเมหิ. อิเมสํ ทฺวาทสนฺนํ อกุสลจิตฺตานํ ปหีนกาลโต ปฏฺฐาย ขีณาสวสฺส จิตฺตงฺควเสน ปุน ปจฺฉโตปวตฺตนกกิเลโส นาม น โหติ.
ตตฺริทํ โอปมฺมํ – เอโก กิร มหาราชา ปจฺจนฺเต อารกฺขํ ทตฺวา มหานคเร อิสฺสริยํ อนุภวนฺโต วสติ. อถสฺส ปจฺจนฺโต กุปฺปิ. ตสฺมึ สมเย ทฺวาทส โจรเชฏฺฐกา อเนเกหิ ปุริสสหสฺเสหิ สทฺธึ รฏฺฐํ วิลุมฺปนฺติ. ปจฺจนฺตวาสิโน มหามตฺตา ‘ปจฺจนฺโต กุปิโต’ติ รญฺโญ ปหิณึสุ. ราชา ‘วิสฺสฏฺฐา คณฺหถ, อหํ ตุมฺหากํ กตฺตพฺพํ กริสฺสามี’ติ สาสนํ ปหิณิ. เต ปฐมสมฺปหาเรเนว อเนเกหิ ปุริสสหสฺเสหิ สทฺธึ ปญฺจ โจรเชฏฺฐเก ฆาตยึสุ. เสสา สตฺต ชนา อตฺตโน อตฺตโน ปริวาเร คเหตฺวา ปพฺพตํ ปวิสึสุ. อมจฺจา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ เปสยึสุ.
ราชา ‘ตุมฺหากํ กตฺตพฺพยุตฺตํ อหํ ชานิสฺสามิ, เตปิ คณฺหถา’ติ ธนํ ปหิณิ. เต ทุติยสมฺปหาเรน เทฺว โจรเชฏฺฐเก ปหรึสุ, ปริวาเรปิ เตสํ ทุพฺพเล อกํสุ. เต สพฺเพปิ ปลายิตฺวา ปพฺพตํ ปวิสึสุ. ตมฺปิ ปวตฺตึ อมจฺจา รญฺโญ เปสยึสุ.
ปุน ราชา ‘วิสฺสฏฺฐา คณฺหนฺตู’ติ ธนํ ปหิณิ. เต ตติยสมฺปหาเรน สทฺธึ สหายปุริเสหิ เทฺว โจรเชฏฺฐเก ฆาตยิตฺวา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ เปสยึสุ.
ปุน ราชา ‘อวเสเส วิสฺสฏฺฐา คณฺหนฺตู’ติ ธนํ ปหิณิ. เต จตุตฺถสมฺปหาเรน สปริวาเร ปญฺจ โจรเชฏฺฐเก ฆาตยึสุ. ทฺวาทสนฺนํ โจรเชฏฺฐกานํ ฆาติตกาลโต ปฏฺฐาย โกจิ โจโร นาม นตฺถิ. เขมา ชนปทา อุเร ปุตฺเต นจฺเจนฺตา มญฺเญ วิหรนฺติ. ราชา วิชิตสงฺคาเมหิ โยเธหิ ปริวุโต วรปาสาทคโต มหาสมฺปตฺตึ อนุภวิ.
ตตฺถ มหนฺโต ราชา วิย ธมฺมราชา. ปจฺจนฺตวาสิโน อมจฺจา วิย โยคาวจรา กุลปุตฺตา. ทฺวาทส โจรเชฏฺฐกา วิย ทฺวาทส อกุสลจิตฺตานิ. เตสํ สหายา อเนกสหสฺสปุริสา วิย จิตฺตงฺควเสน อุปฺปชฺชนกปาปธมฺมา. รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิโตติ ปหิตกาโล วิย อารมฺมเณ กิเลเสสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘ภนฺเต, กิเลโส เม อุปฺปนฺโน’ติ สตฺถุ อาโรจนกาโล. ‘วิสฺสฏฺฐา คณฺหนฺตู’ติ ธนทานํ วิย ‘กิเลเส นิคฺคณฺห ภิกฺขู’ติ ธมฺมรญฺโญ กมฺมฏฺฐานาจิกฺขนํ. สปริวารานํ ปญฺจนฺนํ โจรเชฏฺฐกานํ ฆาติตกาโล วิย โสตาปตฺติมคฺเคน สมฺปยุตฺตานํ ปญฺจนฺนํ อกุสลจิตฺตานํ ปหานํ.
ปุน รญฺโญ ปวตฺติเปสนํ วิย สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิลทฺธคุณาโรจนํ. ‘เสสเก จ คณฺหนฺตู’ติ ปุน ธนทานํ วิย ภควโต สกทาคามิมคฺคสฺส วิปสฺสนาจิกฺขนํ. ทุติยสมฺปหาเรน สปริวารานํ ทฺวินฺนํ โจรเชฏฺฐกานํ ทุพฺพลีกรณํ วิย สกทาคามิมคฺเคน สสมฺปยุตฺตานํ ทฺวินฺนํ โทมนสฺสจิตฺตานํ ตนุภาวกรณํ.
ปุน รญฺโญ ปวตฺติเปสนํ วิย สตฺถุ ปฏิลทฺธคุณาโรจนํ. ‘วิสฺสฏฺฐา คณฺหนฺตู’ติ ปุน ธนทานํ วิย ภควโต อนาคามิมคฺคสฺส วิปสฺสนาจิกฺขนํ. ตติยสมฺปหาเรน สปริวารานํ ทฺวินฺนํ โจรเชฏฺฐกานํ ฆาตนํ วิย อนาคามิมคฺเคน สสมฺปยุตฺตานํ ทฺวินฺนํ โทมนสฺสจิตฺตานํ ปหานํ.
ปุน รญฺโญ ปวตฺติเปสนํ วิย ตถาคตสฺส ปฏิลทฺธคุณาโรจนํ. ‘วิสฺสฏฺฐา คณฺหนฺตู’ติ ปุน ธนทานํ วิย ภควโต อรหตฺตมคฺคสฺส วิปสฺสนาจิกฺขนํ. จตุตฺถสมฺปหาเรน สปริวารานํ ปญฺจนฺนํ โจรเชฏฺฐกานํ ฆาติตกาลโต ปฏฺฐาย ชนปทสฺส เขมกาโล วิย อรหตฺตมคฺเคน สสมฺปยุตฺเตสุ ปญฺจสุ อกุสลจิตฺเตสุ ปหีเนสุ ทฺวาทสนฺนํ อกุสลจิตฺตานํ ปหีนกาลโต ปฏฺฐาย ปุน จิตฺตงฺควเสน อุปฺปชฺชนกสฺส อกุสลธมฺมสฺส อภาโว. รญฺโญ วิชิตสงฺคามสฺส อมจฺจคณปริวุตสฺส วรปาสาเท มหาสมฺปตฺติอนุภวนํ วิย ขีณาสวปริวุตสฺส ธมฺมรญฺโญ สุญฺญตอนิมิตฺตอปฺปณิหิตเภเทสุ สมาปตฺติสุเขสุ อิจฺฉิติจฺฉิตผลสมาปตฺติสุขานุภวนํ เวทิตพฺพนฺติ.
กุสลา ธมฺมาติปทสฺส วณฺณนา นิฏฺฐิตา.