๒. สอุปาทิเสสสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย สอุปาทิเสสนฺติ สอุปาทานเสสํ. อนุปาทิเสสนฺติ อุปาทานเสสรหิตํ นิคฺคหณํ. มตฺตโส การีติ ปมาณการี น ปริปูรการี. น ตาวายํ, สาริปุตฺต, ธมฺมปริยาโย ปฏิภาสีติ อปฺปฏิภานํ นาม ภควโต นตฺถิ, น ตาวาหํ อิมํ ธมฺมปริยายํ กเถสินฺติ อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ. มายิมํ ธมฺมปริยายํ สุตฺวา ปมาทํ อาหรึสูติ ‘‘มยํ กิร จตูหิ อปาเยหิ มุตฺตา’’ติ อุปริ อรหตฺตตฺถาย วีริยํ อกโรนฺตา มา ปมาทํ อาปชฺชึสุ. ปญฺหาธิปฺปาเยน ภาสิโตติ ตยา ปุจฺฉิตปญฺหสฺส สภาเวน กถิโตติ ทสฺเสติ. อิเมสํ ปน นวนฺนํ ปุคฺคลานํ ภเวสุ ฉนฺทราควิโนทนตฺถํ เอตเมว อตฺถุปฺปตฺตึ กตฺวา – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตโกปิ คูโถ ทุคฺคนฺโธ โหติ, เอวเมว โข ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตกมฺปิ ภวํ น วณฺเณมิ อนฺตมโส อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปี’’ติ อิมํ สุตฺตํ (อ. นิ. ๑.๓๒๑) อภาสิ. น เกวลญฺจ เอเตสํเยว นวนฺนํ ปุคฺคลานํ คติ นิพทฺธา, เยสํ ปน กุลานํ ตีณิ สรณานิ ปญฺจ สีลานิ เอกํ สลากภตฺตํ เอกํ ปกฺขิยภตฺตํ เอกํ วสฺสาวาสิกํ เอกา โปกฺขรณี เอโก อาวาโส, เอวรูปานิ นิพทฺธปุญฺญานิ อตฺถิ. เตสมฺปิ คติ นิพทฺธา, โสตาปนฺนสทิสาเนว ตานิ กุลานิ.