๖. อนุรุทฺธสุตฺตวณฺณนา
๔๖. ฉฏฺเฐ เยนายสฺมา อนุรุทฺโธติ ตา กิร เทวตา อตฺตโน สมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘กึ นุ โข นิสฺสาย อยํ สมฺปตฺติ อเมฺหหิ ลทฺธา’’ติ อาวชฺชมานา เถรํ ทิสฺวา ‘‘มยํ อมฺหากํ อยฺยสฺส ปุพฺเพ จกฺกวตฺติรชฺชํ กโรนฺตสฺส ปาทปริจาริกา หุตฺวา เตน ทินฺโนวาเท ฐตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ลภิมฺห, คจฺฉาม เถรํ อาเนตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามา’’ติ ทิวา เยนายสฺมา อนุรุทฺโธ เตนุปสงฺกมึสุ. ตีสุ ฐาเนสูติ ตีสุ การเณสุ. ฐานโส ปฏิลภามาติ ขเณเนว ลภาม. สรนฺติ วจนสทฺทํ วา คีตสทฺทํ วา อาภรณสทฺทํ วา. ปีตา อสฺสูติอาทีนิ นีลา ตาว ชาตา, ปีตา ภวิตุํ น สกฺขิสฺสนฺตีติอาทินา นเยน จินฺเตตฺวา วิตกฺเกติ. ตาปิ ‘‘อิทานิ อยฺโย อมฺหากํ ปีตภาวํ อิจฺฉติ, อิทานิ โลหิตภาว’’นฺติ ตาทิสาว อเหสุํ.
อจฺฉรํ วาเทสีติ ปาณิตลํ วาเทสิ. ปญฺจงฺคิกสฺสาติ อาตตํ, วิตตํ, อาตตวิตตํ, ฆนํ, สุสิรนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส. ตตฺถ อาตตํ นาม จมฺมปริโยนทฺเธสุ เภริอาทีสุ เอกตลตูริยํ, วิตตํ นาม อุภยตลํ, อาตตวิตตํ นาม สพฺพโส ปริโยนทฺธํ, สุสิรํ วํสาทิ, ฆนํ สมฺมาทิ. สุวินีตสฺสาติ อากฑฺฒนสิถิลกรณาทีหิ สมุจฺฉิตสฺส. สุปฺปฏิปตาฬิตสฺสาติ ปมาเณ ฐิตภาวชานนตฺถํ สุฏฺฐุ ปฏิปตาฬิตสฺส. กุสเลหิ สุสมนฺนาหตสฺสาติ เย วาเทตุํ กุสลา เฉกา, เตหิ วาทิตสฺส. วคฺคูติ เฉโก สุนฺทโร. รชนีโยติ รญฺเชตุํ สมตฺโถ. กมนีโยติ กาเมตพฺพยุตฺโต. ขมนีโยติ วา ปาโฐ, ทิวสมฺปิ สุยฺยมาโน ขมเตว, น นิพฺพินฺทตีติ อตฺโถ. มทนีโยติ มานมทปุริสมทชนโน. อินฺทฺริยานิ โอกฺขิปีติ ‘‘อสารุปฺปํ อิมา เทวตา กโรนฺตี’’ติ อินฺทฺริยานิ เหฏฺฐา ขิปิ, น อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา โอโลเกสิ. น ขฺวยฺโย อนุรุทฺโธ สาทิยตีติ ‘‘มยํ นจฺจาม คายาม, อยฺโย ปน อนุรุทฺโธ น โข สาทิยติ, อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา น โอโลเกติ, กึ มยํ นจฺจิตฺวา วา คายิตฺวา วา กริสฺสามา’’ติ ตตฺเถว อนฺตรธายึสุ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ตาสํ เทวตานํ อานุภาวํ ทิสฺวา ‘‘กติหิ นุ โข ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม มนาปกายิเก เทวโลเก นิพฺพตฺตตี’’ติ อิมมตฺถํ ปุจฺฉิตุํ อุปสงฺกมิ.