๔. อสฺสขฬุงฺกสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ ‘‘เปหี’’ติ วุตฺโตติ ‘‘คจฺฉา’’ติ วุตฺโต. ปิฏฺฐิโต รถํ ปวตฺเตตีติ ขนฺธฏฺฐิเกน ยุคํ อุปฺปีฬิตฺวา ปจฺฉิมภาเคน รถํ ปวฏฺเฏนฺโต โอสกฺกติ. ปจฺฉา ลงฺฆติ, กุพฺพรํ หนตีติ เทฺว ปจฺฉิมปาเท อุกฺขิปิตฺวา เตหิ ปหริตฺวา รถกุพฺพรํ ภินฺทติ. ติทณฺฑํ ภญฺชตีติ รถสฺส ปุรโต ตโย ทณฺฑกา โหนฺติ, เต ภญฺชติ. รถีสาย สตฺถึ อุสฺสชฺชิตฺวาติ สีสํ นาเมตฺวา ยุคํ ภูมิยํ ปาเตตฺวา สตฺถินา รถีสํ ปหริตฺวา. อชฺโฌมทฺทตีติ ทฺวีหิ ปุริมปาเทหิ อีสํ มทฺทนฺโต ติฏฺฐติ. อุพฺพฏุมํ รถํ กโรตีติ ถลํ วา กณฺฑกฏฺฐานํ วา รถํ อาโรเปติ. อนาทิยิตฺวาติ อมนสิกตฺวา อคณิตฺวา. มุขาธานนฺติ มุขฐปนตฺถาย ทินฺนํ อยสงฺขลิกํ. ขีลฏฺฐายีติ จตฺตาโร ปาเท ถมฺเภ วิย นิจฺจลํ ฐเปตฺวา ขีลฏฺฐานสทิเสน ฐาเนน ติฏฺฐติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ.