๗. มหาวคฺโค

๑. หิริโอตฺตปฺปสุตฺตวณฺณนา

๖๕. สตฺตมสฺส ปฐเม หตูปนิโสติ หตอุปนิโส ฉินฺนปจฺจโย. ยถาภูตญาณทสฺสนนฺติ ตรุณวิปสฺสนา. นิพฺพิทาวิราโคติ พลววิปสฺสนา เจว มคฺโค จ. วิมุตฺติญาณทสฺสนนฺติ อรหตฺตวิมุตฺติ จ ปจฺจเวกฺขณา จ.

๒. สตฺตสูริยสุตฺตวณฺณนา

๖๖. ทุติเย ยสฺมา อยํ สตฺตสูริยเทสนา เตโชสํวฏฺฏทสฺสนวเสน ปวตฺตา, ตสฺมา ตโย สํวฏฺฏา, ติสฺโส สํวฏฺฏสีมา, ตีณิ สํวฏฺฏมูลานี, ตีณิ โกลาหลานีติ อยํ ตาว อาทิโตว อิมสฺส สุตฺตสฺส ปุเรจาริกกถา เวทิตพฺพา. สา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๐๓) ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตาว. เอตทโวจาติ อนิจฺจกมฺมฏฺฐานิกานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อชฺฌาสเยน อุปาทินฺนกานํ อนุปาทินฺนกานํ สงฺขารานํ วิปตฺติทสฺสนตฺถํ เอตํ ‘‘อนิจฺจา, ภิกฺขเว, สงฺขารา’’ติอาทิสตฺตสูริโยปมสุตฺตนฺตํ อโวจ. ตตฺถ อนิจฺจาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา. สงฺขาราติ อุปาทินฺนกอนุปาทินฺนกา สงฺขารธมฺมา. อทฺธุวาติ เอวํ อจิรฏฺเฐน น ธุวา. อนสฺสาสิกาติ อสสฺสตภาเวน อสฺสาสรหิตา. อลเมวาติ ยุตฺตเมว.

อชฺโฌคาโฬฺหติ อุทเก อนุปวิฏฺโฐ. อจฺจุคฺคโตติ อุทกปิฏฺฐิโต อุคฺคโต. เทโว น วสฺสตีติ ปฐมํ ตาว อุปกปฺปนเมโฆ นาม โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาเฬ เอกเมโฆ หุตฺวา วสฺสติ, ตทา นิกฺขนฺตพีชํ น ปุน เคหํ ปวิสติ. ตโต ปฏฺฐาย ธมกรเณ นิรุทฺธํ วิย อุทกํ โหติ, ปุน เอกพินฺทุมฺปิ เทโว น วสฺสตีติ อุปมานธมฺมกถาว ปมาณํ. วินสฺสนฺเต ปน โลเก ปฐมํ อวีจิโต ปฏฺฐาย ตุจฺโฉ โหติ, ตโต อุฏฺฐหิตฺวา สตฺตา มนุสฺสโลเก จ ติรจฺฉาเนสุ จ นิพฺพตฺตนฺติ. ติรจฺฉาเนสุ นิพฺพตฺตาปิ ปุตฺตภาติเกสุ เมตฺตํ ปฏิลภิตฺวา กาลกตา เทวมนุสฺเสสุ นิพฺพตฺตนฺติ. เทวตา อากาเสน จรนฺติโย อาโรเจนฺติ – ‘‘น อิทํ ฐานํ สสฺสตํ น นิพทฺธํ, เมตฺตํ ภาเวถ, กรุณํ, มุทิตํ, อุเปกฺขํ ภาเวถา’’ติ. เต เมตฺตาทโย ภาเวตฺวา ตโต จุตา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตนฺติ.

พีชคามาติ เอตฺถ พีชคาโม นาม ปญฺจ พีชชาตานิ. ภูตคาโม นาม ยํกิญฺจิ นิกฺขนฺตมูลปณฺณํ หริตกํ. โอสธิติณวนปฺปตโยติ เอตฺถ โอสธีติ โอสธรุกฺขา. ติณาติ พหิสารา ตาลนาฬิเกราทโย. วนปฺปตโยติ วนเชฏฺฐกรุกฺขา. กุนฺนทิโยติ ฐเปตฺวา ปญฺจ มหานทิโย อวเสสา นินฺนคา. กุโสพฺภาติ ฐเปตฺวา สตฺต มหาสเร อวเสสา รหทาทโย. ทุติโย สูริโยติอาทีสุ ทุติยสูริยกาเล เอโก อุเทติ, เอโก อตฺถงฺคเมติ. ตติยกาเล เอโก อุเทติ, เอโก อตฺถงฺคเมติ, เอโก มชฺเฌ โหติ. จตุตฺถกาเล จตุกุลิเก คาเม จตฺตาโร ปิณฺฑจาริกา ทฺวารปฏิปาฏิยา ฐิตา วิย โหนฺติ. ปญฺจมาทิกาเลปิ เอเสว นโย. ปลุชฺชนฺตีติ ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปตนฺติ. เนว ฉาริกา ปญฺญายติ น มสีติ จกฺกวาฬมหาปถวี สิเนรุปพฺพตราชา หิมวา จกฺกวาฬปพฺพโต ฉ กามสคฺคา ปฐมชฺฌานิกพฺรหฺมโลกาติ เอตฺตเก ฐาเน ทฑฺเฒ อจฺฉราย คเหตพฺพมตฺตาปิ ฉาริกา วา องฺคาโร วา น ปญฺญายติ. โก มนฺตา โก สทฺธาตาติ โก ตสฺส สทฺธาปนตฺถาย สมตฺโถ, โก วา ตสฺส สทฺธาตา. อญฺญตฺร ทิฏฺฐปเทหีติ ทิฏฺฐปเท โสตาปนฺเน อริยสาวเก ฐเปตฺวา โก อญฺโญ สทฺทหิสฺสตีติ อตฺโถ.

วีตราโคติ วิกฺขมฺภนวเสน วีตราโค. สาสนํ อาชานึสูติ อนุสิฏฺฐึ ชานึสุ, พฺรหฺมโลกสหพฺยตาย มคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. สมสมคติโยติ ทุติยตฺตภาเว สพฺพากาเรน สมคติโก เอกคติโก. อุตฺตริ เมตฺตํ ภาเวยฺยนฺติ ปฐมชฺฌานโต อุตฺตริ ยาว ติกจตุกฺกชฺฌานา ปณีตํ กตฺวา เมตฺตํ ภาเวยฺยํ. จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. ปรินิพฺพุโตติ โพธิปลฺลงฺเกเยว กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. เอวํ อนิจฺจลกฺขณํ ทีเปตฺวา สตฺถริ เทสนํ วินิวฏฺเฏนฺเต ปญฺจสตาปิ เต อนิจฺจกมฺมฏฺฐานิกา ภิกฺขู เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา นิสินฺนาสเนสุเยว อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ.

๓. นคโรปมสุตฺตวณฺณนา

๖๗. ตติเย ยโตติ ยทา. ปจฺจนฺติมนฺติ รฏฺฐปริยนฺเต รฏฺฐาวสาเน นิวิฏฺฐํ. มชฺฌิมเทสนครสฺส ปน รกฺขากิจฺจํ นตฺถิ, เตน ตํ น คหิตํ. นครปริกฺขาเรหิ สุปริกฺขตนฺติ นคราลงฺกาเรหิ อลงฺกตํ. อกรณียนฺติ อกตฺตพฺพํ อชินิยํ. คมฺภีรเนมาติ คมฺภีรอาวาฏา. สุนิขาตาติ สุฏฺฐุ สนฺนิสีทาปิตา. ตํ ปเนตํ เอสิกาถมฺภํ อิฏฺฐกาหิ วา กโรนฺติ สิลาหิ วา ขทิราทีหิ วา สารรุกฺเขหิ. ตํ นครคุตฺตตฺถาย กโรนฺตา พหินคเร กโรนฺติ, อลงฺการตฺถาย กโรนฺตา อนฺโตนคเร. ตํ อิฏฺฐกามยํ กโรนฺตา มหนฺตํ อาวาฏํ กตฺวา จยํ จินิตฺวา อุปริ อฏฺฐํสํ กตฺวา สุธาย ลิมฺปนฺติ. ยทา หตฺถินา ทนฺเตหิ อภิหโต น จลติ, ตทา สุลิตฺโต นาม โหติ. สิลาถมฺภาทโยปิ อฏฺฐํสา เอว โหนฺติ. เต สเจ อฏฺฐ รตนา โหนฺติ, จตุรตนมตฺตํ อาวาเฏ ปวิสติ, จตุรตนมตฺตํ อุปริ โหติ. โสฬสรตนวีสติรตเนสุปิ เอเสว นโย. สพฺเพสญฺหิ อุปฑฺฒํ เหฏฺฐา โหติ, อุปฑฺฒํ อุปริ. เต โคมุตฺตวงฺกา โหนฺติ, เตน เตสํ อนฺตเร ปทรมยํ กตฺวา กมฺมํ กาตุํ สกฺกา โหติ, เต ปน กตจิตฺตกมฺมา ปคฺคหิตทฺธชาว โหนฺติ.

ปริขาติ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตมาติกา. อนุปริยายปโถติ อนฺโต ปาการสฺส ปากาเรน สทฺธึ คโต มหาปโถ, ยตฺถ ฐิตา พหิปากาเร ฐิเตหิ สทฺธึ ยุชฺฌนฺติ. สลากนฺติ สรโตมราทินิสฺสคฺคิยาวุธํ. เชวนิกนฺติ เอกโตธาราทิเสสาวุธํ.

หตฺถาโรหาติ สพฺเพปิ หตฺถิอาจริยหตฺถิเวชฺชหตฺถิพนฺธาทโย. อสฺสาโรหาติ สพฺเพปิ อสฺสาจริยอสฺสเวชฺชอสฺสพนฺธาทโย. รถิกาติ สพฺเพปิ รถาจริยรถโยธรถรกฺขาทโย. ธนุคฺคหาติ อิสฺสาสา. เจลกาติ เย ยุทฺเธ ชยทฺธชํ คเหตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺติ. จลกาติ ‘‘อิธ รญฺโญ ฐานํ โหตุ, อิธ อสุกมหามตฺตสฺสา’’ติ เอวํ เสนาพฺยูหการกา. ปิณฺฑทายิกาติ สาหสิกมหาโยธา. เต กิร ปรเสนํ ปวิสิตฺวา ปิณฺฑปิณฺฑมิว เฉตฺวา เฉตฺวา ทยนฺติ, อุปฺปติตฺวา นิคฺคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เย วา สงฺคามมชฺเฌ โยธานํ ภตฺตปานียํ คเหตฺวา ปวิสนฺติ, เตสมฺเปตํ นามํ. อุคฺคา ราชปุตฺตาติ อุคฺคตุคฺคตา สงฺคามาวจรา ราชปุตฺตา. ปกฺขนฺทิโนติ เย ‘‘กสฺส สีสํ วา อาวุธํ วา อาหรามา’’ติ วตฺวา ‘‘อสุกสฺสา’’ติ วุตฺตา สงฺคามํ ปกฺขนฺทิตฺวา ตเทว อาหรนฺติ, อิเม ปกฺขนฺทนฺตีติ ปกฺขนฺทิโน. มหานาคา วิย มหานาคา, หตฺถิอาทีสุปิ อภิมุขํ อาคจฺฉนฺเตสุ อนิวตฺติยโยธานํ เอตํ อธิวจนํ. สูราติ เอกสูรา, เย สชาลิกาปิ สวมฺมิกาปิ สมุทฺทํ ตริตุํ สกฺโกนฺติ. จมฺมโยธิโนติ เย จมฺมกญฺจุกํ วา ปวิสิตฺวา สรปริตฺตาณจมฺมํ วา คเหตฺวา ยุชฺฌนฺติ. ทาสกปุตฺตาติ พลวสิเนหา ฆรทาสโยธา. โทวาริโกติ ทฺวารปาลโก. วาสนเลปนสมฺปนฺโนติ วาสเนน สพฺพวิวรปฏิจฺฉาทเนน สุธาเลเปน สมฺปนฺโน. พหิ วา ขาณุปาการสงฺขาเตน วาสเนน ฆนมฏฺเฐน จ สุธาเลเปน สมฺปนฺโน ปุณฺณฆฏปนฺตึ ทสฺเสตฺวา กตจิตฺตกมฺมปคฺคหิตทฺธโช. ติณกฏฺโฐทกนฺติ หตฺถิอสฺสาทีนํ ฆาสตฺถาย เคหานญฺจ ฉาทนตฺถาย อาหริตฺวา พหูสุ ฐาเนสุ ฐปิตติณญฺจ, เคหกรณปจนาทีนํ อตฺถาย อาหริตฺวา ฐปิตกฏฺฐญฺจ, ยนฺเตหิ ปเวเสตฺวา โปกฺขรณีสุ ฐปิตอุทกญฺจ. สนฺนิจิตํ โหตีติ ปฏิกจฺเจว อเนเกสุ ฐาเนสุ สุฏฺฐุ นิจิตํ โหติ. อพฺภนฺตรานํ รติยาติ อนฺโตนครวาสีนํ รติอตฺถาย. อปริตสฺสายาติ ตาสํ อนาปชฺชนตฺถาย. สาลิยวกนฺติ นานปฺปการา สาลิโย เจว ยวา จ. ติลมุคฺคมาสาปรณฺณนฺติ ติลมุคฺคมาสา จ เสสาปรณฺณญฺจ.

อิทานิ ยสฺมา ตถาคตสฺส นคเร กมฺมํ นาม นตฺถิ, นครสทิสํ ปน อริยสาวกํ, นครปริกฺขารสทิเส จ สตฺต ธมฺเม, จตุอาหารสทิสานิ จ จตฺตาริ ฌานานิ ทสฺเสตฺวา เอกาทสสุ ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา เทสนํ วินิวฏฺเฏสฺสามีติ อยํ อุปมา อาภตา. ตสฺมา ตํ เทสนํ ปกาเสตุํ อิทํ เอวเมว โขติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ สทฺธมฺเมหีติ สุธมฺเมหิ. สทฺโธติ โอกปฺปนสทฺธาย เจว ปจฺจกฺขสทฺธาย จ สมนฺนาคโต. ตตฺถ ทานสีลาทีนํ ผลํ สทฺทหิตฺวา ทานาทิปุญฺญกรเณ สทฺธา โอกปฺปนสทฺธา นาม. มคฺเคน อาคตสทฺธา ปจฺจกฺขสทฺธา นาม. ปสาทสทฺธาติปิ เอสา เอว. ตสฺสา ลกฺขณาทีหิ วิภาโค เวทิตพฺโพ.

‘‘สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา จ, มหาราช, สทฺธา สมฺปสาทนลกฺขณา จา’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๐) หิ วจนโต อิทํ สทฺธาย ลกฺขณํ นาม. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ สทฺโธ ปสนฺโน เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? สีลวนฺตานํ ทสฺสนกาโม โหตี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๓.๔๒) นเยน วุตฺตํ ปน สทฺธาย นิมิตฺตํ นาม. ‘‘โก จาหาโร สทฺธาย, สทฺธมฺมสฺสวนนฺติสฺส วจนีย’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๖๑) อยํ ปนสฺสา อาหาโร นาม. ‘‘สทฺธาปพฺพชิตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อยํ อนุธมฺโม โหติ, ยํ รูเป นิพฺพิทาพหุโล วิหริสฺสตี’’ติ อยมสฺส อนุธมฺโม นาม. ‘‘สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ, สิรี โภคานมาสโย’’ (สํ. นิ. ๑.๗๙). ‘‘สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหติ’’ (สํ. นิ. ๑.๓๖). ‘‘สทฺธาย ตรติ โอฆํ’’ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖). ‘‘สทฺธา พีชํ ตโป วุฏฺฐิ’’ (สุ. นิ. ๗๗; สํ. นิ. ๑.๑๙๗). ‘‘สทฺธาหตฺโถ มหานาโค. อุเปขาเสตทนฺตวา’’ติอาทีสุ ปน สุตฺเตสุ เอติสฺสา พทฺธภตฺตปุฏาทิสริกฺขตาย อเนกสรสตา ภควตา ปกาสิตา. อิมสฺมึ ปน นคโรปมสุตฺตนฺเต เอสา อจลสุปฺปติฏฺฐิตตาย เอสิกาถมฺภสทิสา กตฺวา ทสฺสิตา.

สทฺเธสิโกติ สทฺธํ เอสิกาถมฺภํ กตฺวา อริยสาวโก อกุสลํ ปชหตีติ อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ โยชนา กาตพฺพา. อปิเจตฺถ หิโรตฺตปฺเปหิ ตีสุ ทฺวาเรสุ สํวโร สมฺปชฺชติ, โส จตุปาริสุทฺธิสีลํ โหติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต เอกาทสสุ ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา เทสนาย กูฏํ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๔. ธมฺมญฺญูสุตฺตวณฺณนา

๖๘. จตุตฺเถ กาลํ ชานาตีติ ยุตฺตปฺปตฺตกาลํ ชานาติ. อยํ กาโล อุทฺเทสสฺสาติ อยํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหนกาโล. ปริปุจฺฉายาติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ปริปุจฺฉาย. โยคสฺสาติ โยเค กมฺมํ ปกฺขิปนสฺส. ปฏิสลฺลานสฺสาติ นิลียนสฺส เอกีภาวสฺส. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโนติ นวนฺนํ โลกุตฺตรธมฺมานํ อนุรูปธมฺมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปุคฺคลปโรปรญฺญู โหตีติ เอวํ ภิกฺขุ ปุคฺคลานํ ปโรปรํ ติกฺขมุทุภาวํ ชานนสมตฺโถ นาม โหติ.

๕. ปาริจฺฉตฺตกสุตฺตวณฺณนา

๖๙. ปญฺจเม ปนฺนปลาโสติ ปติตปลาโส. ชาลกชาโตติ สญฺชาตปตฺตปุปฺผชาโล. ตสฺส หิ ปตฺตชาลญฺจ ปุปฺผชาลญฺจ สเหว นิกฺขมติ. ขารกชาโตติ ปาฏิเยกฺกํ สญฺชาเตน สุวิภตฺเตน ปตฺตชาลเกน จ ปุปฺผชาลเกน จ สมนฺนาคโต. กุฏุมลกชาโตติ สญฺชาตมกุโฬ. โกรกชาโตติ อวิกสิเตหิ มหากุจฺฉีหิ สมฺภินฺนมุเขหิ ปุปฺเผหิ สมนฺนาคโต. สพฺพปาลิผุลฺโลติ สพฺพากาเรน สุปุปฺผิโต. ทิพฺเพ จตฺตาโร มาเสติ ทิพฺเพน อายุนา จตฺตาโร มาเส. มนุสฺสคณนาย ปน ตานิ ทฺวาทส วสฺสสหสฺสานิ โหนฺติ. ปริจาเรนฺตีติ อิโต จิโต จ อินฺทฺริยานิ จาเรนฺติ, กีฬนฺติ รมนฺตีติ อตฺโถ.

อาภาย ผุฏํ โหตีติ ตตฺตกํ ฐานํ โอภาเสน ผุฏํ โหติ. เตสญฺหิ ปุปฺผานํ พาลสูริยสฺส วิย อาภา โหติ, ปตฺตานิ ปณฺณจฺฉตฺตปฺปมาณานิ, อนฺโต มหาตุมฺพมตฺตา เรณุ โหติ. ปุปฺผิเต ปน ปาริจฺฉตฺตเก อาโรหนกิจฺจํ วา องฺกุสกํ คเหตฺวา นมนกิจฺจํ วา ปุปฺผาหรณตฺถํ จงฺโคฏกกิจฺจํ วา นตฺถิ, กนฺตนกวาโต อุฏฺฐหิตฺวา ปุปฺผานิ วณฺฏโต กนฺตติ, สมฺปฏิจฺฉนกวาโต สมฺปฏิจฺฉติ, ปเวสนกวาโต สุธมฺมํ เทวสภํ ปเวเสติ, สมฺมชฺชนกวาโต ปุราณปุปฺผานิ นีหรติ, สนฺถรณกวาโต ปตฺตกณฺณิกเกสรานิ รญฺเชนฺโต สนฺถรติ. มชฺฌฏฺฐาเน ธมฺมาสนํ โหติ โยชนปฺปมาโณ รตนปลฺลงฺโก อุปริ ติโยชเนน เสตจฺฉตฺเตน ธาริยมาเนน, ตทนนฺตรํ สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อาสนํ อตฺถริยติ, ตโต เตตฺตึสาย เทวปุตฺตานํ, ตโต อญฺเญสํ มเหสกฺขานํ เทวานํ, อญฺญตรเทวตานํ ปุปฺผกณฺณิกาว อาสนํ โหติ. เทวา เทวสภํ ปวิสิตฺวา นิสีทนฺติ. ตโต ปุปฺเผหิ เรณุวฏฺฏิ อุคฺคนฺตฺวา อุปริกณฺณิกํ อาหจฺจ นิปตมานา เทวตานํ ติคาวุตปฺปมาณํ อตฺตภาวํ ลาขารสปริกมฺมสชฺชิตํ วิย สุวณฺณจุณฺณปิญฺชรํ วิย กโรติ. เอกจฺเจ เทวา เอเกกํ ปุปฺผํ คเหตฺวา อญฺญมญฺญํ ปหรนฺตาปิ กีฬนฺติเยว. ปหรณกาเลปิ มหาตุมฺพปฺปมาณา เรณุ นิกฺขมิตฺวา สรีรํ ปภาสมฺปนฺเนหิ คนฺธจุณฺเณหิ สญฺชตมโนสิลาราคํ วิย กโรติ. เอวํ สา กีฬา จตูหิ มาเสหิ ปริโยสานํ คจฺฉติ. อยมานุภาโวติ อยํ อนุผริตุํ อานุภาโว.

อิทานิ ยสฺมา น สตฺถา ปาริจฺฉตฺตเกน อตฺถิโก, เตน ปน สทฺธึ อุปเมตฺวา สตฺต อริยสาวเก ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา เต ทสฺเสตุํ เอวเมว โขติอาทิมาห. ตตฺถ ปพฺพชฺชาย เจเตตีติ ปพฺพชิสฺสามีติ จินฺเตติ. เทวานํวาติ เทวานํ วิย. ยาว พฺรหฺมโลกา สทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตีติ ปถวิตลโต ยาว พฺรหฺมโลกา สาธุการสทฺเทน สพฺพํ เอกสทฺทเมว โหติ. อยมานุภาโวติ อยํ ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน อนุผรณานุภาโว. อิมสฺมึ สุตฺเต จตุปาริสุทฺธิสีลํ ปพฺพชฺชานิสฺสิตํ โหติ, กสิณปริกมฺมํ ปฐมชฺฌานสนฺนิสฺสิตํ, วิปสฺสนาย สทฺธึ ตโย มคฺคา ตีณิ จ ผลานิ อรหตฺตมคฺคสนฺนิสฺสิตานิ โหนฺติ. เทสนาย เหฏฺฐโต วา อุปริโต วา อุภยโต วา ปริจฺเฉโท โหติ, อิธ ปน อุภยโต ปริจฺเฉโท. เตเนตํ วุตฺตํ. สงฺเขปโต ปเนตฺถ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๖. สกฺกจฺจสุตฺตวณฺณนา

๗๐. ฉฏฺเฐ ปริสุทฺธา จ ภวิสฺสนฺตีติ ภิยฺโยโสมตฺตาย ปริสุทฺธา ภวิสฺสนฺติ นิมฺมลา. สกมฺมารคโตติ เอตฺถ ส-กาโร นิปาตมตฺตํ, กมฺมารคโต กมฺมารุทฺธนคโตติ อตฺโถ.

๗. ภาวนาสุตฺตวณฺณนา

๗๑. สตฺตเม อนนุยุตฺตสฺสาติ น ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส หุตฺวา วิหรโต. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, กุกฺกุฏิยา อณฺฑานีติ อิมา กณฺหปกฺขสุกฺกปกฺขวเสน เทฺว อุปมา วุตฺตา. ตาสุ กณฺหปกฺขูปมา อตฺถสฺส อสาธิกา, อิตรา สาธิกาติ สุกฺกปกฺขูปมาย เอว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสยฺยถาติ โอปมฺมตฺเถ นิปาโต. อปีติ สมฺภาวนตฺเถ. อุภเยนาปิ เสยฺยถาปิ นาม, ภิกฺขเวติ ทสฺเสติ. กุกฺกุฏิยา อณฺฑานิ อฏฺฐ วา ทส วา ทฺวาทส วาติ เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ กุกฺกุฏิยา วุตฺตปฺปการโต อูนาธิกานิปิ อณฺฑานิ โหนฺติ, วจนสิลิฏฺฐตาย ปเนตํ วุตฺตํ. เอวญฺหิ โลเก สิลิฏฺฐํ วจนํ โหติ. ตานสฺสูติ ตานิ อสฺสุ, ภเวยฺยุนฺติ อตฺโถ. กุกฺกุฏิยา สมฺมา อธิสยิตานีติ ตาย ชเนตฺติยา กุกฺกุฏิยา ปกฺเข ปสาเรตฺวา เตสํ อุปริ สยนฺติยา สมฺมา อธิสยิตานิ. สมฺมา ปริเสทิตานีติ กาเลน กาลํ อุตุํ คณฺหาเปนฺติยา สุฏฺฐุ สมนฺตโต เสทิตานิ, อุสฺมีกตานีติ วุตฺตํ โหติ. สมฺมา ปริภาวิตานีติ กาเลน กาลํ สุฏฺฐุ สมนฺตโต ภาวิตานิ, กุกฺกุฏคนฺธํ คาหาปิตานีติ อตฺโถ.

กิญฺจาปิ ตสฺสา กุกฺกุฏิยาติ ตสฺสา กุกฺกุฏิยา อิมํ ติวิธกิริยากรเณน อปฺปมาทํ กตฺวา กิญฺจาปิ น เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺเชยฺย. อถ โข ภพฺพาว เตติ อถ โข เต กุกฺกุฏโปตกา วุตฺตนเยน โสตฺถินา อภินิพฺภิชฺชิตุํ ภพฺพาว. เต หิ ยสฺมา ตาย กุกฺกุฏิยา เอวํ ตีหากาเรหิ ตานิ อณฺฑานิ ปริปาลิยมานานิ น ปูตีนิ โหนฺติ. โยปิ เนสํ อลฺลสิเนโห, โส ปริยาทานํ คจฺฉติ, กปาลํ ตนุกํ โหติ, ปาทนขสิขา จ มุขตุณฺฑกญฺจ ขรํ โหติ, สยมฺปิ ปริณามํ คจฺฉติ. กปาลสฺส ตนุตฺตา พหิทฺธา อาโลโก อนฺโต ปญฺญายติ, ตสฺมา ‘‘จิรํ วต มยํ สํกุฏิตหตฺถปาทา สมฺพาเธ สยิมฺห, อยญฺจ พหิ อาโลโก ทิสฺสติ, เอตฺถ ทานิ โน สุขวิหาโร ภวิสฺสตี’’ติ นิกฺขมิตุกามา หุตฺวา กปาลํ ปาเทน ปหรนฺติ, คีวํ ปสาเรนฺติ, ตโต ตํ กปาลํ เทฺวธา ภิชฺชติ. อถ เต ปกฺเข วิธุนนฺตา ตํขณานุรูปํ วิรวนฺตา นิกฺขมนฺติเยว. นิกฺขมนฺตา จ คามกฺเขตฺตํ อุปโสภยมานา วิจรนฺติ.

เอวเมว โขติ อิทํ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ. ตํ เอวํ อตฺเถน สํสนฺเทตฺวา เวทิตพฺพํ – ตสฺสา กุกฺกุฏิยา อณฺเฑสุ อธิสยนาทิติวิธกิริยากรณํ วิย หิ อิมสฺส ภิกฺขุโน ภาวนํ อนุยุตฺตกาโล, กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยาสมฺปาทเนน อณฺฑานํ อปูติภาโว วิย ภาวนํ อนุยุตฺตสฺส ภิกฺขุโน ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน วิปสฺสนาญาณสฺส อปริหานิ. ตสฺสา ติวิธกิริยากรเณน อณฺฑานํ อลฺลสิเนหปริยาทานํ วิย ตสฺส ภิกฺขุโน ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน ภวตฺตยานุคตนิกนฺติสิเนหปริยาทานํ, อณฺฑกปาลานํ ตนุภาโว วิย ภิกฺขุโน อวิชฺชณฺฑโกสสฺส ตนุภาโว, กุกฺกุฏโปตกานํ นขตุณฺฑกานํ ถทฺธภาโว วิย ภิกฺขุโน วิปสฺสนาญาณสฺส ติกฺขขรวิปฺปสนฺนสูรภาโว, กุกฺกุฏโปตกานํ ปริณามกาโล วิย ภิกฺขุโน วิปสฺสนาญาณสฺส ปริณามกาโล วฑฺฒิกาโล คพฺภคฺคหณกาโล, กุกฺกุฏโปตกานํ ปาทนขสิขาย วา มุขตุณฺฑเกน วา อณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา โสตฺถินา อภินิพฺภิทากาโล วิย ตสฺส ภิกฺขุโน วิปสฺสนาญาณคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา วิจรนฺตสฺส ตชฺชาติกํ อุตุสปฺปายํ วา โภชนสปฺปายํ วา ปุคฺคลสปฺปายํ วา ธมฺมสฺสวนสปฺปายํ วา ลภิตฺวา เอกาสเน นิสินฺนสฺเสว วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺตสฺส อนุปุพฺพาธิคเตน อรหตฺตมคฺเคน อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา อภิญฺญาปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา โสตฺถินา อรหตฺตปฺปตฺตกาโล เวทิตพฺโพ.

ยถา ปน กุกฺกุฏโปตกานํ ปริณตภาวํ ญตฺวา มาตาปิ อณฺฑโกสํ ภินฺทติ, เอวํ ตถารูปสฺส ภิกฺขุโน ญาณปริปากํ ญตฺวา สตฺถาปิ –

‘‘อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน, กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา;

สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย, นิพฺพานํ สุคเตน เทสิต’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๘๕) –

อาทินา นเยน โอภาสํ ผริตฺวา คาถาย อวิชฺชณฺฑโกสํ ปหรติ. โส คาถาปริโยสาเน อวิชฺชณฺฑโกสํ ภินฺทิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. ตโต ปฏฺฐาย ยถา เต กุกฺกุฏโปตกา คามกฺเขตฺตํ อุปโสภยมานา ตตฺถ วิจรนฺติ, เอวํ อยมฺปิ มหาขีณาสโว นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา สงฺฆารามํ อุปโสภยมาโน วิจรติ.

ผลคณฺฑสฺสาติ วฑฺฒกิสฺส. โส หิ โอลมฺพกสงฺขาตํ ผลํ จาเรตฺวา ทารูนํ คณฺฑํ หรตีติ ผลคณฺโฑติ วุจฺจติ. วาสิชเฏติ วาสิทณฺฑกสฺส คหณฏฺฐาเน. เอตฺตกํ เม อชฺช อาสวานํ ขีณนฺติ ปพฺพชิตสฺส หิ ปพฺพชฺชาสงฺเขเปน อุทฺเทเสน ปริปุจฺฉาย โยนิโสมนสิกาเรน วตฺตปฏิปตฺติยา จ นิจฺจกาลํ อาสวา ขียนฺติ. เอวํ ขียมานานํ ปน เนสํ ‘‘เอตฺตกํ อชฺช ขีณํ เอตฺตกํ หิยฺโย’’ติ เอวมสฺส ญาณํ น โหตีติ อตฺโถ. อิมาย อุปมาย วิปสฺสนานิสํโส ทีปิโต.

เหมนฺติเกนาติ เหมนฺตสมเยน. ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ ถิรภาเวน ปริหายนฺติ. เอวเมว โขติ เอตฺถ มหาสมุทฺโท วิย สาสนํ ทฏฺฐพฺพํ, นาวา วิย โยคาวจโร, นาวาย มหาสมุทฺเท ปริยายนํ วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน อูนปญฺจวสฺสกาเล อาจริยุปชฺฌายานํ สนฺติเก วิจรณํ, นาวาย มหาสมุทฺทอุทเกน ขชฺชมานานํ พนฺธนานํ ตนุภาโว วิย ภิกฺขุโน ปพฺพชฺชาสงฺเขเปน อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีหิเยว สํโยชนานํ ตนุภาโว, นาวาย ถเล อุกฺขิตฺตกาโล วิย ภิกฺขุโน นิสฺสยมุตฺตกสฺส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วสนกาโล, ทิวา วาตาตเปน สํสุสฺสนํ วิย วิปสฺสนาญาเณน ตณฺหาสิเนหสฺส สํสุสฺสนํ, รตฺตึ หิโมทเกน เตมนํ วิย กมฺมฏฺฐานํ นิสฺสาย อุปฺปนฺเนน ปีติปาโมชฺเชน จิตฺตเตมนํ, รตฺตินฺทิวํ วาตาตเปหิ เจว หิโมทเกน จ ปริสุกฺขปริตินฺตานํ พนฺธนานํ ทุพฺพลภาโว วิย วิปสฺสนาญาณปีติปาโมชฺเชหิ สํโยชนานํ ภิยฺโยโสมตฺตาย ทุพฺพลภาโว, ปาวุสฺสกเมโฆ วิย อรหตฺตมคฺคญาณํ, เมฆวุฏฺฐิอุทเกน นาวาย อนฺโตปูติภาโว วิย อารทฺธวิปสฺสกสฺส รูปสตฺตกาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺตสฺส โอกฺขายมาเน ปกฺขายมาเน กมฺมฏฺฐาเน เอกทิวสํ อุตุสปฺปายาทีนิ ลทฺธา เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺนสฺส อรหตฺตผลาธิคโม. ปูติพนฺธนาย นาวาย กิญฺจิ กาลํ ฐานํ วิย ขีณสํโยชนสฺส อรหโต มหาชนํ อนุคฺคณฺหนฺตสฺส ยาวตายุกํ ฐานํ, ปูติพนฺธนาย นาวาย อนุปุพฺเพน ภิชฺชิตฺวา อปณฺณตฺติกภาวูปคโม วิย ขีณาสวสฺส อุปาทินฺนกฺขนฺธเภเทน อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตสฺส อปณฺณตฺติกภาวูปคโมติ อิมาย อุปมาย สํโยชนานํ ทุพฺพลตา ทีปิตา.

๘. อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตวณฺณนา

๗๒. อฏฺฐมํ อตฺถุปฺปตฺติยํ กถิตํ. อตฺถุปฺปตฺติ ปนสฺส เหฏฺฐา จูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺตวณฺณนาย (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑ อาทโย) วิตฺถาริตา เอว. ปสฺสถ โนติ ปสฺสถ นุ. อาลิงฺคิตฺวาติ อุปคูหิตฺวา. อุปนิสีเทยฺยาติ สมีเป นิสฺสาย นิสีเทยฺย. อุปนิปชฺเชยฺยาติ อุปคนฺตฺวา นิปชฺเชยฺย. อาโรจยามีติ อาจิกฺขามิ. ปฏิเวทยามีติ ปฏิเวเทตฺวา ชานาเปตฺวา กเถมิ. วาลรชฺชุยาติ อสฺสวาลโควาเลหิ วฏฺฏิตรชฺชุยา. ปจฺโจรสฺมินฺติ อุรมชฺเฌ. เผณุทฺเทหกนฺติ เผณํ อุทฺเทหิตฺวา, อุสฺสาเทตฺวาติ อตฺโถ. อตฺตตฺถนฺติ อตฺตโน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกโลกิยโลกุตฺตรํ อตฺถํ. ปรตฺโถภยตฺเถสุปิ เอเสว นโย. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ จูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺตสฺส (อ. นิ. ๑.๕๑ อาทโย) อตฺถุปฺปตฺติยํ กถิตเมว. อิทญฺจ ปน สุตฺตํ กเถตฺวา สตฺถา จูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺตํ กเถสิ. นวมํ อุตฺตานตฺถเมว.

๑๐. อรกสุตฺตวณฺณนา

๗๔. ทสเม ปริตฺตนฺติ อปฺปํ โถกํ. ตญฺหิ สรสปริตฺตตายปิ ขณปริตฺตตายปิ ฐิติปริตฺตตายปิ ปริตฺตเมว. ลหุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนโต ลหุกํ. มนฺตายํ โพทฺธพฺพนฺติ มนฺตาย โพทฺธพฺพํ, ปญฺญาย ชานิตพฺพนฺติ อตฺโถ. ปพฺพเตยฺยาติ ปพฺพตสมฺภวา. หารหารินีติ รุกฺขนฬเวฬุอาทีนิ หริตพฺพานิ หริตุํ สมตฺถา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

มหาวคฺโค สตฺตโม.