๑. สารนฺททสุตฺตวณฺณนา
๒๑. ตติยสฺส ปฐเม สารนฺทเท เจติเยติ เอวํนามเก วิหาเร. อนุปฺปนฺเน กิร ตถาคเต ตตฺถ สารนฺททสฺส ยกฺขสฺส นิวาสนฏฺฐานํ เจติยํ อโหสิ, อเถตฺถ ภควโต วิหารํ กาเรสุํ. โส สารนฺททเจติยํเตฺวว สงฺขํ คโต. ยาวกีวญฺจาติ ยตฺตกํ กาลํ. อภิณฺหํ สนฺนิปาตาติ ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ สนฺนิปตนฺตาปิ อนฺตรนฺตรา สนฺนิปตนฺตาปิ อภิณฺหํ สนฺนิปาตาว. สนฺนิปาตพหุลาติ ‘‘หิยฺโยปิ ปุริมทิวสมฺปิ สนฺนิปตมฺห, ปุน อชฺช กิมตฺถํ สนฺนิปตามา’’ติ โวสานมนาปชฺชเนน สนฺนิปาตพหุลา. วุทฺธิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา โน ปริหานีติ อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา หิ ทิสาสุ อาคตํ สาสนํ น สุณนฺติ, ตโต ‘‘อสุกคามสีมา วา นิคมสีมา วา อากุลา, อสุกฏฺฐาเน โจรา ปริยุฏฺฐิตา’’ติ น ชานนฺติ. โจราปิ ‘‘ปมตฺตา ราชาโน’’ติ ญตฺวา คามนิคมาทีนิ ปหรนฺตา ชนปทํ นาเสนฺติ. เอวํ ราชูนํ ปริหานิ โหติ. อภิณฺหํ สนฺนิปตนฺตา ปน ตํ ปวตฺตึ สุณนฺติ, ตโต พลํ เปเสตฺวา อมิตฺตมทฺทนํ กโรนฺติ. โจราปิ ‘‘อปฺปมตฺตา ราชาโน, น สกฺกา อเมฺหหิ วคฺคพนฺธเนน วิจริตุ’’นฺติ ภิชฺชิตฺวา ปลายนฺติ. เอวํ ราชูนํ วุทฺธิ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วุทฺธิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา โน ปริหานี’’ติ.
สมคฺคาติอาทีสุ สนฺนิปาตเภริยา นิคฺคตาย ‘‘อชฺช เม กิจฺจํ อตฺถิ มงฺคลํ อตฺถี’’ติ วิกฺเขปํ กโรนฺตา น สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. เภริสทฺทํ ปน สุตฺวาว ภุญฺชมานาปิ อลงฺกุรุมานาปิ วตฺถานิ นิวาสยมานาปิ อทฺธภุตฺตา อทฺธาลงฺกตา วตฺถํ นิวาเสนฺตาว สนฺนิปตนฺตา สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. สนฺนิปติตา ปน จินฺเตตฺวา มนฺเตตฺวา กตฺตพฺพํ กตฺวา เอกโตว อวุฏฺฐหนฺตา น สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอวํ วุฏฺฐิเตสุ หิ เย ปฐมํ คจฺฉนฺติ, เตสํ เอวํ โหติ – ‘‘อเมฺหหิ พาหิรกถาว สุตา, อิทานิ วินิจฺฉยกถา ภวิสฺสตี’’ติ. เอกโต วุฏฺฐหนฺตา ปน สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. อปิจ ‘‘อสุกฏฺฐาเน คามสีมา วา นิคมสีมา วา อากุลา, โจรา วา ปริยุฏฺฐิตา’’ติ สุตฺวา ‘‘โก คนฺตฺวา อมิตฺตมทฺทนํ กริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ ปฐมํ อหํ ปฐม’’นฺติ วตฺวา คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอกสฺส ปน กมฺมนฺเต โอสีทมาเน เสสา ปุตฺตภาตโร เปเสตฺวา ตสฺส กมฺมนฺตํ อุปตฺถมฺภยมานาปิ อาคนฺตุกราชานํ ‘‘อสุกสฺส เคหํ คจฺฉตุ, อสุกสฺส เคหํ คจฺฉตู’’ติ อวตฺวา สพฺเพ เอกโต สงฺคณฺหนฺตาปิ เอกสฺส มงฺคเล วา โรเค วา อญฺญสฺมึ วา ปน ตาทิเส สุขทุกฺเข อุปฺปนฺเน สพฺเพ ตตฺถ สหายภาวํ คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วชฺชิกรณียานิ กโรนฺติ นาม.
อปฺปญฺญตฺตนฺติอาทีสุ ปุพฺเพ อกตํ สุงฺกํ วา พลึ วา ทณฺฑํ วา อาหราเปนฺตา อปฺปญฺญตฺตํ ปญฺญาเปนฺติ นาม. โปราณปเวณิยา อาคตเมว ปน อนาหราเปนฺตา ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทนฺติ นาม. โจโรติ คเหตฺวา ทสฺสิเต อวิจินิตฺวา เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสนฺตา โปราณํ วชฺชิธมฺมํ สมาทาย น วตฺตนฺติ นาม. เตสํ อปญฺญตฺตํ ปญฺญาเปนฺตานํ อภินวสุงฺกาทิปีฬิตา มนุสฺสา ‘‘อติอุปทฺทุตมฺห, เก อิเมสํ วิชิเต วสิสฺสนฺตี’’ติ ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ หนนฺติ. ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทนฺตานํ ปเวณิอาคตานิ สุงฺกาทีนิ อคณฺหนฺตานํ โกโส ปริหายติ, ตโต หตฺถิอสฺสพลกายโอโรธาทโย ยถานิพทฺธํ วฏฺฏํ อลภมานา ถามพเลน ปริหายนฺติ. เต เนว ยุทฺธกฺขมา โหนฺติ น ปาริจริยกฺขมา. โปราณํ วชฺชิธมฺมํ สมาทาย อวตฺตนฺตานํ วิชิเต มนุสฺสา ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตํ ปิตรํ ภาตรํ อโจรํเยว โจโรติ กตฺวา ฉินฺทึสุ ภินฺทึสู’’ติ กุชฺฌิตฺวา ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ หนนฺติ. เอวํ ราชูนํ ปริหานิ โหติ. อปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปนฺตานํ ปน ‘‘ปเวณิอาคตํเยว ราชาโน กโรนฺตี’’ติ มนุสฺสา หฏฺฐตุฏฺฐา กสิวาณิชฺชาทิเก กมฺมนฺเต สมฺปาเทนฺติ. ปญฺญตฺตํ อสมุจฺฉินฺทนฺตานํ ปเวณิอาคตานิ สุงฺกาทีนิ คณฺหนฺตานํ โกโส วฑฺฒติ, ตโต หตฺถิอสฺสพลกายโอโรธาทโย ยถานิพทฺธํ วฏฺฏํ ลภมานา ถามพลสมฺปนฺนา ยุทฺธกฺขมา เจว ปาริจริยกฺขมา จ โหนฺติ. โปราเณ วชฺชิธมฺเม สมาทาย วตฺตนฺตานํ มนุสฺสา น อุชฺฌายนฺติ. ‘‘ราชาโน โปราณปเวณิยา กโรนฺติ, อฏฺฏกุลิกเสนาปติอุปราชูหิ ปริกฺขิตํ สยมฺปิ ปริกฺขิปิตฺวา ปเวณิโปตฺถกํ วาจาเปตฺวา อนุจฺฉวิกเมว ทณฺฑํ ปวตฺตยนฺติ, เอเตสํ โทโส นตฺถิ, อมฺหากํเยว โทโส’’ติ อปฺปมตฺตา กมฺมนฺเต กโรนฺติ. เอวํ ราชูนํ วุทฺธิ โหติ.
สกฺกริสฺสนฺตีติ ยํกิญฺจิ เตสํ สกฺการํ กโรนฺตา สุนฺทรเมว กริสฺสนฺติ. ครุํ กริสฺสนฺตีติ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา กริสฺสนฺติ. มาเนสฺสนฺตีติ มเนน ปิยายิสฺสนฺติ. ปูเชสฺสนฺตีติ ปจฺจยปูชาย ปูเชสฺสนฺติ. โสตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ ทิวสสฺส เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา เตสํ กถํ โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. ตตฺถ เย เอวํ มหลฺลกานํ ราชูนํ สกฺการาทีนิ น กโรนฺติ, โอวาทตฺถาย วา เนสํ อุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ, เต เตหิ วิสฺสฏฺฐา อโนวทิยมานา กีฬาปสุตา รชฺชโต ปริหายนฺติ. เย ปน ตถา ปฏิปชฺชนฺติ, เตสํ มหลฺลกราชาโน ‘‘อิทํ กาตพฺพํ อิทํ น กาตพฺพ’’นฺติ โปราณปเวณึ อาจิกฺขนฺติ. สงฺคามํ ปตฺวาปิ ‘‘เอวํ ปวิสิตพฺพํ, เอวํ นิกฺขมิตพฺพ’’นฺติ อุปายํ ทสฺเสนฺติ. เต เตหิ โอวทิยมานา ยถาโอวาทํ ปฏิปชฺชมานา สกฺโกนฺติ รชฺชปเวณึ สนฺธาเรตุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วุทฺธิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา’’ติ.
กุลิตฺถิโยติ กุลฆรณิโย. กุลกุมาริโยติ อนิวิทฺธา ตาสํ ธีตโร. โอกสฺสาติ วา ปสยฺหาติ วา ปสยฺหาการสฺเสเวตํ นามํ. โอกาสาติปิ ปฐนฺติ. ตตฺถ โอกสฺสาติ อวกสิตฺวา อากฑฺฒิตฺวา. ปสยฺหาติ อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวาติ อยํ วจนตฺโถ. เอวญฺหิ กโรนฺตานํ วิชิเต มนุสฺสา ‘‘อมฺหากํ เคเห ปุตฺตภาตโรปิ, เขฬสิงฺฆานิกาทีนิ มุเขน อปเนตฺวา สํวฑฺฒิตา ธีตโรปิ อิเม พลกฺกาเรน คเหตฺวา อตฺตโน ฆเร วาเสนฺตี’’ติ กุปิตา ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ หนนฺติ. เอวํ อกโรนฺตานํ ปน วิชิเต มนุสฺสา อปฺโปสฺสุกฺกา สกานิ กมฺมานิ กโรนฺตา ราชโกสํ วฑฺเฒนฺติ. เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.
วชฺชีนํ วชฺชิเจติยานีติ วชฺชิราชูนํ วชฺชิรฏฺเฐ จิตฺตีกตฏฺเฐน เจติยานีติ ลทฺธนามานิ ยกฺขฏฺฐานานิ. อพฺภนฺตรานีติ อนฺโตนคเร ฐิตานิ. พาหิรานีติ พหินคเร ฐิตานิ. ทินฺนปุพฺพํ กตปุพฺพนฺติ ปุพฺเพ ทินฺนญฺจ กตญฺจ. โน ปริหาเปสฺสนฺตีติ อหาเปตฺวา ยถาปวตฺตเมว กริสฺสนฺติ. ธมฺมิกํ พลึ ปริหาเปนฺตานญฺหิ เทวตา อารกฺขํ สุสํวิหิตํ น กโรนฺติ, อนุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ อุปฺปาเทตุํ อสกฺโกนฺติโยปิ อุปฺปนฺนํ กาสสีสโรคาทึ วฑฺเฒนฺติ, สงฺคาเม ปตฺเต สหายา น โหนฺติ. อปริหาเปนฺตานํ ปน อารกฺขํ สุสํวิหิตํ กโรนฺติ, อนุปฺปนฺนํ สุขํ อุปฺปาเทตุํ อสกฺโกนฺติโยปิ อุปฺปนฺนํ กาสสีสโรคาทึ หรนฺติ, สงฺคามสีเส สหายา โหนฺตีติ. เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.
ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺตีติ เอตฺถ รกฺขา เอว ยถา อนิจฺฉิตํ นาคจฺฉติ, เอวํ อาวรณโต อาวรณํ. ยถา อิจฺฉิตํ น นสฺสติ, เอวํ โคปายนโต คุตฺติ. ตตฺถ พลกาเยน ปริวาเรตฺวา รกฺขนํ ปพฺพชิตานํ ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺติ นาม น โหติ. ยถา ปน วิหารสฺส อุปวเน รุกฺเข น ฉินฺทนฺติ, วาชิกา วาชํ น กโรนฺติ, โปกฺขรณีสุ มจฺเฉ น คณฺหนฺติ, เอวํ กรณํ ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺติ นาม. กินฺตีติ เกน นุ โข การเณน.
ตตฺถ เย อนาคตานํ อรหนฺตานํ อาคมนํ น อิจฺฉนฺติ, เต อสฺสทฺธา โหนฺติ อปฺปสนฺนา. ปพฺพชิเต สมฺปตฺเต ปจฺจุคฺคมนํ น กโรนฺติ, คนฺตฺวา น ปสฺสนฺติ, ปฏิสนฺถารํ น กโรนฺติ, ปญฺหํ น ปุจฺฉนฺติ, ธมฺมํ น สุณนฺติ, ทานํ น เทนฺติ, อนุโมทนํ น สุณนฺติ, นิวาสนฏฺฐานํ น สํวิทหนฺติ. อถ เนสํ อวณฺโณ อุคฺคจฺฉติ ‘‘อสุโก นาม ราชา อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน, ปพฺพชิเต สมฺปตฺเต ปจฺจุคฺคมนํ น กโรติ…เป… นิวาสนฏฺฐานํ น สํวิทหตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ปพฺพชิตา ตสฺส นครทฺวาเรน คจฺฉนฺตาปิ นครํ น ปวิสนฺติ. เอวํ อนาคตานํ อรหนฺตานํ อนาคมนเมว โหติ. อาคตานํ ปน ผาสุวิหาเร อสติ เยปิ อชานิตฺวา อาคตา, เต ‘‘วสิสฺสามาติ ตาว จินฺเตตฺวา อาคตมฺหา, อิเมสํ ปน ราชูนํ อิมินา นีหาเรน เก วสิสฺสนฺตี’’ติ นิกฺขมิตฺวา คจฺฉนฺติ. เอวํ อนาคเตสุ อนาคจฺฉนฺเตสุ อาคเตสุ ทุกฺขํ วิหรนฺเตสุ โส โทโส ปพฺพชิตานํ อนาวาโส โหติ. ตโต เทวตารกฺขา น โหติ, เทวตารกฺขาย อสติ อมนุสฺสา โอกาสํ ลภนฺติ, อมนุสฺสา อุสฺสนฺนา อนุปฺปนฺนํ พฺยาธึ อุปฺปาเทนฺติ. สีลวนฺตานํ ทสฺสนปญฺหปุจฺฉนาทิวตฺถุกสฺส ปุญฺญสฺส อนาคโม โหติ. วิปริยาเยน ยถาวุตฺตกณฺหปกฺขวิปรีตสฺส สุกฺกปกฺขสฺส สมฺภโว โหตีติ เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.