ปณฺณาสกํ
๑. ธนวคฺโค
๑-๕. ปฐมปิยสุตฺตาทิวณฺณนา
๑-๕. สตฺตกนิปาตสฺส ปฐเม อนวญฺญตฺติกาโมติ อภิญฺญาตภาวกาโม. ตติเย โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน จตุสจฺจธมฺมํ วิจินาติ. ปญฺญายตฺถํ วิปสฺสตีติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย สจฺจธมฺมํ วิปสฺสติ. ปชฺโชตสฺเสวาติ ทีปสฺเสว. วิโมกฺโข โหติ เจตโสติ ตสฺส อิเมหิ พเลหิ สมนฺนาคตสฺส ขีณาสวสฺส ทีปนิพฺพานํ วิย จริมกจิตฺตสฺส วตฺถารมฺมเณหิ วิโมกฺโข โหติ, คตฏฺฐานํ น ปญฺญายติ. จตุตฺเถ สทฺโธ โหตีติอาทีนิ ปญฺจกนิปาเต วณฺณิตาเนว. ปญฺจเม ธนานีติ อทาลิทฺทิยกรณฏฺเฐน ธนานิ.
๗. อุคฺคสุตฺตวณฺณนา
๗. สตฺตเม อุคฺโค ราชมหามตฺโตติ ปเสนทิโกสลสฺส มหาอมจฺโจ. อุปสงฺกมีติ ภุตฺตปาตราโส อุปสงฺกมิ. อฑฺโฒติ นิธานคเตน ธเนน อฑฺโฒ. มิคาโร โรหเณยฺโยติ โรหณเสฏฺฐิโน นตฺตารํ มิคารเสฏฺฐึ สนฺธาเยวมาห. มหทฺธโนติ วฬญฺชนธเนน มหทฺธโน. มหาโภโคติ อุปโภคปริโภคภณฺฑสฺส มหนฺตตาย มหาโภโค. หิรญฺญสฺสาติ สุวณฺณสฺเสว. สุวณฺณาเมว หิสฺส โกฏิสงฺขฺยํ อโหสิ. รูปิยสฺสาติ เสสสฺส ตฏฺฏกสรกอตฺถรณปาวุรณาทิโน ปริโภคปริกฺขารสฺส ปมาณสงฺขาเน วาโทเยว นตฺถิ.
๘. สํโยชนสุตฺตวณฺณนา
๘. อฏฺฐเม อนุนยสํโยชนนฺติ กามราคสํโยชนํ. สพฺพาเนว เจตานิ พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนานีติ เวทิตพฺพานิ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ธนวคฺโค ปฐโม.
๒. อนุสยวคฺโค
๓. กุลสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ทุติยสฺส ตติเย นาลนฺติ น ยุตฺตํ นานุจฺฉวิกํ. น มนาเปนาติ น มนมฺหิ อปฺปนเกน อากาเรน นิสินฺนาสนโต ปจฺจุฏฺเฐนฺติ, อนาทรเมว ทสฺเสนฺติ. สนฺตมสฺส ปริคุหนฺตีติ วิชฺชมานมฺปิ เทยฺยธมฺมํ เอตสฺส นิคุหนฺติ ปฏิจฺฉาเทนฺติ. อสกฺกจฺจํ เทนฺติ โน สกฺกจฺจนฺติ ลูขํ วา โหตุ ปณีตํ วา, อสหตฺถา อจิตฺตีกาเรน เทนฺติ, โน จิตฺตีกาเรน.
๔. ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ อุภโตภาควิมุตฺโตติ ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺโต, อรูปสมาปตฺติยา รูปกายโต วิมุตฺโต, มคฺเคน นามกายโต. โส จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ เอเกกโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตานํ จตุนฺนํ, นิโรธา วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตอนาคามิโน จ วเสน ปญฺจวิโธ โหติ. ปาฬิ ปเนตฺถ ‘‘กตโม จ ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตี’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘) เอวํ อฏฺฐวิโมกฺขลาภิโน วเสน อาคตา.
ปญฺญาย วิมุตฺโตติ ปญฺญาวิมุตฺโต. โส สุกฺขวิปสฺสโก, จตูหิ ฌาเนหิ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตา จตฺตาโร จาติ อิเมสํ วเสน ปญฺจวิโธ โหติ. ปาฬิ ปเนตฺถ อฏฺฐวิโมกฺขปฏิกฺเขปวเสเนว อาคตา. ยถาห – ‘‘น เหว โข อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปญฺญาวิมุตฺโต’’ติ.
ผุฏฺฐนฺตํ สจฺฉิกโตติ กายสกฺขี. โส ฌานผสฺสํ ปฐมํ ผุสติ, ปจฺฉา นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรติ. โส โสตาปตฺติผลฏฺฐํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตมคฺคฏฺฐา ฉพฺพิโธ โหติ. เตนาห – ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล กายสกฺขี’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘).
ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโตติ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. ตตฺริทํ สงฺเขปลกฺขณํ – ทุกฺขา สงฺขารา, สุโข นิโรโธติ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ วิทิตํ สจฺฉิกตํ ผุสิตํ ปญฺญายาติ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. วิตฺถารโต ปน โสปิ กายสกฺขี วิย ฉพฺพิโธ โหติ. เตเนวาห – ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา ปญฺญาย…เป… อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต’’ติ.
สทฺธาย วิมุตฺโตติ สทฺธาวิมุตฺโต. โสปิ วุตฺตนเยเนว ฉพฺพิโธ โหติ. เตนาห – ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา ปญฺญาย…เป… โน จ โข ยถาทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต’’ติ. เอตสฺส หิ สทฺธาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคกฺขเณ สทฺทหนฺตสฺส วิย โอกปฺเปนฺตสฺส วิย อธิมุจฺจนฺตสฺส วิย จ กิเลสกฺขโย โหติ, ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคกฺขเณ กิเลสจฺเฉทกญาณํ อทนฺธํ ติขิณํ สูรํ หุตฺวา วหติ. ตสฺมา ยถา นาม นาติติขิเณน อสินา กทลึ ฉินฺทนฺตสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ มฏฺฐํ น โหติ, อสิ สีฆํ น วหติ, สทฺโท สุยฺยติ, พลวตโร วายาโม กาตพฺโพ โหติ, เอวรูปา สทฺธาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคภาวนา. ยถา ปน สุนิสิเตน อสินา กทลึ ฉินฺทนฺตสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ มฏฺฐํ โหติ, อสิ สีฆํ วหติ, สทฺโท น สุยฺยติ, พลววายามกิจฺจํ น โหติ, เอวรูปา ปญฺญาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคภาวนา เวทิตพฺพา.
ธมฺมํ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. ธมฺโมติ ปญฺญา, ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ มคฺคํ ภาเวตีติ อตฺโถ. สทฺธานุสาริมฺหิปิ เอเสว นโย. อุโภเปเต โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาเยว. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, ปญฺญาวาหึ ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี. ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, สทฺธาวาหึ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘). อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนสา อุภโตภาควิมุตฺตาทิกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๗๗๑, ๘๘๙) ปญฺญาภาวนาธิกาเร วุตฺตา. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ.
๕. อุทกูปมาสุตฺตวณฺณนา
๑๕. ปญฺจเม อุทกูปมาติ นิมุชฺชนาทิอาการํ คเหตฺวา อุทเกน อุปมิตา. สกึ นิมุคฺโคติ เอกวารเมว นิมุคฺโค. เอกนฺตกาฬเกหีติ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐึ สนฺธาย วุตฺตํ. อุมฺมุชฺชตีติ อุฏฺฐหติ. สาธูติ โสภนา ภทฺทกา. หายติเยวาติ จงฺกวาเร อาสิตฺตอุทกํ วิย ปริหายเตว. อุมฺมุชฺชิตฺวา วิปสฺสติ วิโลเกตีติ อุฏฺฐหิตฺวา คนฺตพฺพทิสํ วิปสฺสติ วิโลเกติ. ปตรตีติ คนฺตพฺพทิสาภิมุโข ตรติ นาม. ปฏิคาธปฺปตฺโต โหตีติ อุฏฺฐาย วิโลเกตฺวา ปตริตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน ปติฏฺฐาปตฺโต นาม โหติ, ติฏฺฐติ น ปุนาคจฺฉติ. ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐตีติ สพฺพกิเลโสฆํ ตริตฺวา ปรตีรํ คนฺตฺวา นิพฺพานถเล ปติฏฺฐิโต นาม โหติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
๖. อนิจฺจานุปสฺสีสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ อนิจฺจาติ เอวํ ปญฺญาย ผรนฺโต อนุปสฺสตีติ อนิจฺจานุปสฺสี. อนิจฺจาติ เอวํ สญฺญา อสฺสาติ อนิจฺจสญฺญี. อนิจฺจาติ เอวํ ญาเณน ปฏิสํเวทิตา อสฺสาติ อนิจฺจปฏิสํเวที. สตตนฺติ สพฺพกาลํ. สมิตนฺติ ยถา ปุริมจิตฺเตน ปจฺฉิมจิตฺตํ สมิตํ สมุปคตํ ฆฏฺฏิตํ โหติ, เอวํ. อพฺโพกิณฺณนฺติ นิรนฺตรํ อญฺเญน เจตสา อสํมิสฺสํ. เจตสา อธิมุจฺจมาโนติ จิตฺเตน สนฺนิฏฺฐาปยมาโน. ปญฺญาย ปริโยคาหมาโนติ วิปสฺสนาญาเณน อนุปวิสมาโน.
อปุพฺพํ อจริมนฺติ อปุเร อปจฺฉา เอกกฺขเณเยว. อิธ สมสีสี กถิโต. โส จตุพฺพิโธ โหติ โรคสมสีสี, เวทนาสมสีสี, อิริยาปถสมสีสี, ชีวิตสมสีสีติ. ตตฺถ ยสฺส อญฺญตเรน โรเคน ผุฏฺฐสฺส สโต โรควูปสโม จ อาสวกฺขโย จ เอกปฺปหาเรเนว โหติ, อยํ โรคสมสีสี นาม. ยสฺส ปน อญฺญตรํ เวทนํ เวทยโต เวทนาวูปสโม จ อาสวกฺขโย จ เอกปฺปหาเรเนว โหติ, อยํ เวทนาสมสีสี นาม. ยสฺส ปน ฐานาทีสุ อิริยาปเถสุ อญฺญตรสมงฺคิโน วิปสฺสนฺตสฺส อิริยาปถสฺส ปริโยสานญฺจ อาสวกฺขโย จ เอกปฺปหาเรเนว โหติ, อยํ อิริยาปถสมสีสี นาม. ยสฺส ปน อุปกฺกมโต วา สรสโต วา ชีวิตปริยาทานญฺจ อาสวกฺขโย จ เอกปฺปหาเรเนว โหติ, อยํ ชีวิตสมสีสี นาม. อยมิธ อธิปฺเปโต. ตตฺถ กิญฺจาปิ อาสวปริยาทานํ มคฺคจิตฺเตน, ชีวิตปริยาทานํ จุติจิตฺเตน โหตีติ อุภินฺนํ เอกกฺขเณ สมฺภโว นาม นตฺถิ. ยสฺมา ปนสฺส อาสเวสุ ขีณมตฺเตสุ ปจฺจเวกฺขณวารานนฺตรเมว ชีวิตปริยาทานํ คจฺฉติ, อนฺตรํ น ปญฺญายติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ.
อนฺตราปรินิพฺพายีติ โย ปญฺจสุ สุทฺธาวาเสสุ ยตฺถ กตฺถจิ อุปฺปนฺโน นิพฺพตฺตกฺขเณ วา โถกํ อติกฺกมิตฺวา วา เวมชฺเฌ ฐตฺวา วา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตสฺเสตํ นามํ. อุปหจฺจปรินิพฺพายีติ โย ตตฺเถว อายุเวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อสงฺขารปรินิพฺพายีติ โย เตสํเยว ปุคฺคลานํ อสงฺขาเรเนว อปฺปโยเคน กิเลเส เขเปติ. สสงฺขารปรินิพฺพายีติ โย สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิเลเส เขเปติ. อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ โย เหฏฺฐา จตูสุ สุทฺธาวาเสสุ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต อนุปุพฺเพน อกนิฏฺเฐ อุปฺปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ.
๗-๙. ทุกฺขานุปสฺสีสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๗-๑๙. สตฺตเม ทุกฺขานุปสฺสีติ ปีฬนาการํ ทุกฺขโต อนุปสฺสนฺโต. อฏฺฐเม อนตฺตานุปสฺสีติ อวสวตฺตนาการํ อนตฺตาติ อนุปสฺสนฺโต. นวเม สุขานุปสฺสีติ สุขนฺติ เอวํ ญาเณน อนุปสฺสนฺโต.
๑๐. นิทฺทสวตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสเม นิทฺทสวตฺถูนีติ นิทฺทสาทิวตฺถูนิ, ‘‘นิทฺทโส ภิกฺขุ, นิพฺพีโส, นิตฺตึโส, นิจฺจตฺตาลีโส, นิปฺปญฺญาโส’’ติ เอวํ วจนการณานิ. อยํ กิร ปโญฺห ติตฺถิยสมเย อุปฺปนฺโน. ติตฺถิยา หิ ทสวสฺสกาเล มตํ นิคณฺฐํ นิทฺทโสติ วทนฺติ. โส กิร ปุน ทสวสฺโส น โหติ. น เกวลญฺจ ทสวสฺโส, นววสฺโสปิ เอกวสฺโสปิ น โหติ. เอเตเนว นเยน วีสติวสฺสาทิกาเลปิ มตํ นิคณฺฐํ ‘‘นิพฺพีโส นิตฺตึโส นิจฺจตฺตาลีโส นิปฺปญฺญาโส’’ติ วทนฺติ. อายสฺมา อานนฺโท คาเม วิจรนฺโต ตํ กถํ สุตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ภควโต อาโรเจสิ. ภควา อาห – ‘‘น อิทํ, อานนฺท, ติตฺถิยานํ อธิวจนํ, มม สาสเน ขีณาสวสฺเสตํ อธิวจนํ. ขีณาสโว หิ ทสวสฺสกาเล ปรินิพฺพุโต ปุน ทสวสฺโส น โหติ. น เกวลญฺจ ทสวสฺโสว, นววสฺโสปิ…เป… เอกวสฺโสปิ. น เกวลญฺจ เอกวสฺโสว, เอกาทสมาสิโกปิ…เป… เอกมาสิโกปิ เอกมุหุตฺติโกปิ น โหติเยว’’. กสฺมา? ปุน ปฏิสนฺธิยา อภาวา. นิพฺพีสาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ ภควา ‘‘มม สาสเน ขีณาสวสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วตฺวา เยหิ การเณหิ นิทฺทโส โหติ, ตานิ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. สิกฺขาสมาทาเน ติพฺพจฺฉนฺโท โหตีติ สิกฺขาตฺตยปูรเณ พลวจฺฉนฺโท โหติ. อายติญฺจ สิกฺขาสมาทาเน อวิคตเปโมติ อนาคเต ปุนทิวสาทีสุปิ สิกฺขาปูรเณ อวิคตเปเมเนว สมนฺนาคโต โหติ. ธมฺมนิสนฺติยาติ ธมฺมนิสามนาย. วิปสฺสนาเยตํ อธิวจนํ. อิจฺฉาวินเยติ ตณฺหาวินเย. ปฏิสลฺลาเนติ เอกีภาเว. วีริยารมฺเภติ กายิกเจตสิกสฺส วีริยสฺส ปูรเณ. สติเนปกฺเกติ สติยญฺเจว นิปกภาเว. ทิฏฺฐิปฏิเวเธติ มคฺคทสฺสเน. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
อนุสยวคฺโค ทุติโย.
๓. วชฺชิสตฺตกวคฺโค
๑. สารนฺททสุตฺตวณฺณนา
๒๑. ตติยสฺส ปฐเม สารนฺทเท เจติเยติ เอวํนามเก วิหาเร. อนุปฺปนฺเน กิร ตถาคเต ตตฺถ สารนฺททสฺส ยกฺขสฺส นิวาสนฏฺฐานํ เจติยํ อโหสิ, อเถตฺถ ภควโต วิหารํ กาเรสุํ. โส สารนฺททเจติยํเตฺวว สงฺขํ คโต. ยาวกีวญฺจาติ ยตฺตกํ กาลํ. อภิณฺหํ สนฺนิปาตาติ ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ สนฺนิปตนฺตาปิ อนฺตรนฺตรา สนฺนิปตนฺตาปิ อภิณฺหํ สนฺนิปาตาว. สนฺนิปาตพหุลาติ ‘‘หิยฺโยปิ ปุริมทิวสมฺปิ สนฺนิปตมฺห, ปุน อชฺช กิมตฺถํ สนฺนิปตามา’’ติ โวสานมนาปชฺชเนน สนฺนิปาตพหุลา. วุทฺธิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา โน ปริหานีติ อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา หิ ทิสาสุ อาคตํ สาสนํ น สุณนฺติ, ตโต ‘‘อสุกคามสีมา วา นิคมสีมา วา อากุลา, อสุกฏฺฐาเน โจรา ปริยุฏฺฐิตา’’ติ น ชานนฺติ. โจราปิ ‘‘ปมตฺตา ราชาโน’’ติ ญตฺวา คามนิคมาทีนิ ปหรนฺตา ชนปทํ นาเสนฺติ. เอวํ ราชูนํ ปริหานิ โหติ. อภิณฺหํ สนฺนิปตนฺตา ปน ตํ ปวตฺตึ สุณนฺติ, ตโต พลํ เปเสตฺวา อมิตฺตมทฺทนํ กโรนฺติ. โจราปิ ‘‘อปฺปมตฺตา ราชาโน, น สกฺกา อเมฺหหิ วคฺคพนฺธเนน วิจริตุ’’นฺติ ภิชฺชิตฺวา ปลายนฺติ. เอวํ ราชูนํ วุทฺธิ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วุทฺธิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา โน ปริหานี’’ติ.
สมคฺคาติอาทีสุ สนฺนิปาตเภริยา นิคฺคตาย ‘‘อชฺช เม กิจฺจํ อตฺถิ มงฺคลํ อตฺถี’’ติ วิกฺเขปํ กโรนฺตา น สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. เภริสทฺทํ ปน สุตฺวาว ภุญฺชมานาปิ อลงฺกุรุมานาปิ วตฺถานิ นิวาสยมานาปิ อทฺธภุตฺตา อทฺธาลงฺกตา วตฺถํ นิวาเสนฺตาว สนฺนิปตนฺตา สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. สนฺนิปติตา ปน จินฺเตตฺวา มนฺเตตฺวา กตฺตพฺพํ กตฺวา เอกโตว อวุฏฺฐหนฺตา น สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอวํ วุฏฺฐิเตสุ หิ เย ปฐมํ คจฺฉนฺติ, เตสํ เอวํ โหติ – ‘‘อเมฺหหิ พาหิรกถาว สุตา, อิทานิ วินิจฺฉยกถา ภวิสฺสตี’’ติ. เอกโต วุฏฺฐหนฺตา ปน สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. อปิจ ‘‘อสุกฏฺฐาเน คามสีมา วา นิคมสีมา วา อากุลา, โจรา วา ปริยุฏฺฐิตา’’ติ สุตฺวา ‘‘โก คนฺตฺวา อมิตฺตมทฺทนํ กริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ ปฐมํ อหํ ปฐม’’นฺติ วตฺวา คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอกสฺส ปน กมฺมนฺเต โอสีทมาเน เสสา ปุตฺตภาตโร เปเสตฺวา ตสฺส กมฺมนฺตํ อุปตฺถมฺภยมานาปิ อาคนฺตุกราชานํ ‘‘อสุกสฺส เคหํ คจฺฉตุ, อสุกสฺส เคหํ คจฺฉตู’’ติ อวตฺวา สพฺเพ เอกโต สงฺคณฺหนฺตาปิ เอกสฺส มงฺคเล วา โรเค วา อญฺญสฺมึ วา ปน ตาทิเส สุขทุกฺเข อุปฺปนฺเน สพฺเพ ตตฺถ สหายภาวํ คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วชฺชิกรณียานิ กโรนฺติ นาม.
อปฺปญฺญตฺตนฺติอาทีสุ ปุพฺเพ อกตํ สุงฺกํ วา พลึ วา ทณฺฑํ วา อาหราเปนฺตา อปฺปญฺญตฺตํ ปญฺญาเปนฺติ นาม. โปราณปเวณิยา อาคตเมว ปน อนาหราเปนฺตา ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทนฺติ นาม. โจโรติ คเหตฺวา ทสฺสิเต อวิจินิตฺวา เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสนฺตา โปราณํ วชฺชิธมฺมํ สมาทาย น วตฺตนฺติ นาม. เตสํ อปญฺญตฺตํ ปญฺญาเปนฺตานํ อภินวสุงฺกาทิปีฬิตา มนุสฺสา ‘‘อติอุปทฺทุตมฺห, เก อิเมสํ วิชิเต วสิสฺสนฺตี’’ติ ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ หนนฺติ. ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทนฺตานํ ปเวณิอาคตานิ สุงฺกาทีนิ อคณฺหนฺตานํ โกโส ปริหายติ, ตโต หตฺถิอสฺสพลกายโอโรธาทโย ยถานิพทฺธํ วฏฺฏํ อลภมานา ถามพเลน ปริหายนฺติ. เต เนว ยุทฺธกฺขมา โหนฺติ น ปาริจริยกฺขมา. โปราณํ วชฺชิธมฺมํ สมาทาย อวตฺตนฺตานํ วิชิเต มนุสฺสา ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตํ ปิตรํ ภาตรํ อโจรํเยว โจโรติ กตฺวา ฉินฺทึสุ ภินฺทึสู’’ติ กุชฺฌิตฺวา ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ หนนฺติ. เอวํ ราชูนํ ปริหานิ โหติ. อปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปนฺตานํ ปน ‘‘ปเวณิอาคตํเยว ราชาโน กโรนฺตี’’ติ มนุสฺสา หฏฺฐตุฏฺฐา กสิวาณิชฺชาทิเก กมฺมนฺเต สมฺปาเทนฺติ. ปญฺญตฺตํ อสมุจฺฉินฺทนฺตานํ ปเวณิอาคตานิ สุงฺกาทีนิ คณฺหนฺตานํ โกโส วฑฺฒติ, ตโต หตฺถิอสฺสพลกายโอโรธาทโย ยถานิพทฺธํ วฏฺฏํ ลภมานา ถามพลสมฺปนฺนา ยุทฺธกฺขมา เจว ปาริจริยกฺขมา จ โหนฺติ. โปราเณ วชฺชิธมฺเม สมาทาย วตฺตนฺตานํ มนุสฺสา น อุชฺฌายนฺติ. ‘‘ราชาโน โปราณปเวณิยา กโรนฺติ, อฏฺฏกุลิกเสนาปติอุปราชูหิ ปริกฺขิตํ สยมฺปิ ปริกฺขิปิตฺวา ปเวณิโปตฺถกํ วาจาเปตฺวา อนุจฺฉวิกเมว ทณฺฑํ ปวตฺตยนฺติ, เอเตสํ โทโส นตฺถิ, อมฺหากํเยว โทโส’’ติ อปฺปมตฺตา กมฺมนฺเต กโรนฺติ. เอวํ ราชูนํ วุทฺธิ โหติ.
สกฺกริสฺสนฺตีติ ยํกิญฺจิ เตสํ สกฺการํ กโรนฺตา สุนฺทรเมว กริสฺสนฺติ. ครุํ กริสฺสนฺตีติ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา กริสฺสนฺติ. มาเนสฺสนฺตีติ มเนน ปิยายิสฺสนฺติ. ปูเชสฺสนฺตีติ ปจฺจยปูชาย ปูเชสฺสนฺติ. โสตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ ทิวสสฺส เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา เตสํ กถํ โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. ตตฺถ เย เอวํ มหลฺลกานํ ราชูนํ สกฺการาทีนิ น กโรนฺติ, โอวาทตฺถาย วา เนสํ อุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ, เต เตหิ วิสฺสฏฺฐา อโนวทิยมานา กีฬาปสุตา รชฺชโต ปริหายนฺติ. เย ปน ตถา ปฏิปชฺชนฺติ, เตสํ มหลฺลกราชาโน ‘‘อิทํ กาตพฺพํ อิทํ น กาตพฺพ’’นฺติ โปราณปเวณึ อาจิกฺขนฺติ. สงฺคามํ ปตฺวาปิ ‘‘เอวํ ปวิสิตพฺพํ, เอวํ นิกฺขมิตพฺพ’’นฺติ อุปายํ ทสฺเสนฺติ. เต เตหิ โอวทิยมานา ยถาโอวาทํ ปฏิปชฺชมานา สกฺโกนฺติ รชฺชปเวณึ สนฺธาเรตุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วุทฺธิเยว ลิจฺฉวี วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา’’ติ.
กุลิตฺถิโยติ กุลฆรณิโย. กุลกุมาริโยติ อนิวิทฺธา ตาสํ ธีตโร. โอกสฺสาติ วา ปสยฺหาติ วา ปสยฺหาการสฺเสเวตํ นามํ. โอกาสาติปิ ปฐนฺติ. ตตฺถ โอกสฺสาติ อวกสิตฺวา อากฑฺฒิตฺวา. ปสยฺหาติ อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวาติ อยํ วจนตฺโถ. เอวญฺหิ กโรนฺตานํ วิชิเต มนุสฺสา ‘‘อมฺหากํ เคเห ปุตฺตภาตโรปิ, เขฬสิงฺฆานิกาทีนิ มุเขน อปเนตฺวา สํวฑฺฒิตา ธีตโรปิ อิเม พลกฺกาเรน คเหตฺวา อตฺตโน ฆเร วาเสนฺตี’’ติ กุปิตา ปจฺจนฺตํ ปวิสิตฺวา โจรา วา โจรสหายา วา หุตฺวา ชนปทํ หนนฺติ. เอวํ อกโรนฺตานํ ปน วิชิเต มนุสฺสา อปฺโปสฺสุกฺกา สกานิ กมฺมานิ กโรนฺตา ราชโกสํ วฑฺเฒนฺติ. เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.
วชฺชีนํ วชฺชิเจติยานีติ วชฺชิราชูนํ วชฺชิรฏฺเฐ จิตฺตีกตฏฺเฐน เจติยานีติ ลทฺธนามานิ ยกฺขฏฺฐานานิ. อพฺภนฺตรานีติ อนฺโตนคเร ฐิตานิ. พาหิรานีติ พหินคเร ฐิตานิ. ทินฺนปุพฺพํ กตปุพฺพนฺติ ปุพฺเพ ทินฺนญฺจ กตญฺจ. โน ปริหาเปสฺสนฺตีติ อหาเปตฺวา ยถาปวตฺตเมว กริสฺสนฺติ. ธมฺมิกํ พลึ ปริหาเปนฺตานญฺหิ เทวตา อารกฺขํ สุสํวิหิตํ น กโรนฺติ, อนุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ อุปฺปาเทตุํ อสกฺโกนฺติโยปิ อุปฺปนฺนํ กาสสีสโรคาทึ วฑฺเฒนฺติ, สงฺคาเม ปตฺเต สหายา น โหนฺติ. อปริหาเปนฺตานํ ปน อารกฺขํ สุสํวิหิตํ กโรนฺติ, อนุปฺปนฺนํ สุขํ อุปฺปาเทตุํ อสกฺโกนฺติโยปิ อุปฺปนฺนํ กาสสีสโรคาทึ หรนฺติ, สงฺคามสีเส สหายา โหนฺตีติ. เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.
ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺตีติ เอตฺถ รกฺขา เอว ยถา อนิจฺฉิตํ นาคจฺฉติ, เอวํ อาวรณโต อาวรณํ. ยถา อิจฺฉิตํ น นสฺสติ, เอวํ โคปายนโต คุตฺติ. ตตฺถ พลกาเยน ปริวาเรตฺวา รกฺขนํ ปพฺพชิตานํ ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺติ นาม น โหติ. ยถา ปน วิหารสฺส อุปวเน รุกฺเข น ฉินฺทนฺติ, วาชิกา วาชํ น กโรนฺติ, โปกฺขรณีสุ มจฺเฉ น คณฺหนฺติ, เอวํ กรณํ ธมฺมิกา รกฺขาวรณคุตฺติ นาม. กินฺตีติ เกน นุ โข การเณน.
ตตฺถ เย อนาคตานํ อรหนฺตานํ อาคมนํ น อิจฺฉนฺติ, เต อสฺสทฺธา โหนฺติ อปฺปสนฺนา. ปพฺพชิเต สมฺปตฺเต ปจฺจุคฺคมนํ น กโรนฺติ, คนฺตฺวา น ปสฺสนฺติ, ปฏิสนฺถารํ น กโรนฺติ, ปญฺหํ น ปุจฺฉนฺติ, ธมฺมํ น สุณนฺติ, ทานํ น เทนฺติ, อนุโมทนํ น สุณนฺติ, นิวาสนฏฺฐานํ น สํวิทหนฺติ. อถ เนสํ อวณฺโณ อุคฺคจฺฉติ ‘‘อสุโก นาม ราชา อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน, ปพฺพชิเต สมฺปตฺเต ปจฺจุคฺคมนํ น กโรติ…เป… นิวาสนฏฺฐานํ น สํวิทหตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ปพฺพชิตา ตสฺส นครทฺวาเรน คจฺฉนฺตาปิ นครํ น ปวิสนฺติ. เอวํ อนาคตานํ อรหนฺตานํ อนาคมนเมว โหติ. อาคตานํ ปน ผาสุวิหาเร อสติ เยปิ อชานิตฺวา อาคตา, เต ‘‘วสิสฺสามาติ ตาว จินฺเตตฺวา อาคตมฺหา, อิเมสํ ปน ราชูนํ อิมินา นีหาเรน เก วสิสฺสนฺตี’’ติ นิกฺขมิตฺวา คจฺฉนฺติ. เอวํ อนาคเตสุ อนาคจฺฉนฺเตสุ อาคเตสุ ทุกฺขํ วิหรนฺเตสุ โส โทโส ปพฺพชิตานํ อนาวาโส โหติ. ตโต เทวตารกฺขา น โหติ, เทวตารกฺขาย อสติ อมนุสฺสา โอกาสํ ลภนฺติ, อมนุสฺสา อุสฺสนฺนา อนุปฺปนฺนํ พฺยาธึ อุปฺปาเทนฺติ. สีลวนฺตานํ ทสฺสนปญฺหปุจฺฉนาทิวตฺถุกสฺส ปุญฺญสฺส อนาคโม โหติ. วิปริยาเยน ยถาวุตฺตกณฺหปกฺขวิปรีตสฺส สุกฺกปกฺขสฺส สมฺภโว โหตีติ เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.
๒. วสฺสการสุตฺตวณฺณนา
๒๒. ทุติเย อภิยาตุกาโมติ อภิภวนตฺถาย ยาตุกาโม. วชฺชีติ วชฺชิราชาโน. เอวํมหิทฺธิเกติ เอวํ มหติยา ราชิทฺธิยา สมนฺนาคเต. เอเตน เนสํ สมคฺคภาวํ กเถติ. เอวํมหานุภาเวติ เอวํ มหนฺเตน ราชานุภาเวน สมนฺนาคเต. เอเตน เนสํ หตฺถิสิปฺปาทีสุ กตสิกฺขตํ กเถติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สิกฺขิตา วติเม ลิจฺฉวิกุมารกา, สุสิกฺขิตา วติเม ลิจฺฉวิกุมารกา, ยตฺร หิ นาม สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาตยิสฺสนฺติ โปงฺขานุโปงฺขํ อวิราธิต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๕). อุจฺเฉจฺฉามีติ อุจฺฉินฺทิสฺสามิ. วินาเสสฺสามีติ อทสฺสนํ นยิสฺสามิ. อนยพฺยสนนฺติ อวฑฺฒิญฺเจว, ญาติพฺยสนญฺจ. อาปาเทสฺสามีติ ปาปยิสฺสามิ.
อิติ กิร โส ฐานนิสชฺชาทีสุ อิมํ ยุทฺธกถเมว กเถติ, ‘‘คมนสชฺชา โหถา’’ติ จ พลกายํ อาณาเปติ. กสฺมา? คงฺคาย กิร เอกํ ปฏฺฏนคามํ นิสฺสาย อทฺธโยชนํ อชาตสตฺตุโน วิชิตํ, อทฺธโยชนํ ลิจฺฉวีนํ. ตตฺร ปพฺพตปาทโต มหคฺฆภณฺฑํ โอตรติ. ตํ สุตฺวา ‘‘อชฺช ยามิ, เสฺว ยามี’’ติ อชาตสตฺตุโน สํวิทหนฺตสฺเสว ลิจฺฉวิโน สมคฺคา สมฺโมทมานา ปุเรตรํ อาคนฺตฺวา สพฺพํ คณฺหนฺติ. อชาตสตฺตุ ปจฺฉา อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา กุชฺฌิตฺวา คจฺฉติ. เต ปุนสํวจฺฉเรปิ ตเถว กโรนฺติ. อถ โส พลวาฆาตชาโต, ตทา เอวมกาสิ.
ตโต จินฺเตสิ – ‘‘คเณน สทฺธึ ยุทฺธํ นาม ภาริยํ, เอโกปิ โมฆปฺปหาโร นาม นตฺถิ. เอเกน โข ปน ปณฺฑิเตน สทฺธึ มนฺเตตฺวา กโรนฺโต นิรปราโธ โหติ, ปณฺฑิโต จ สตฺถารา สทิโส นตฺถิ, สตฺถา จ อวิทูเร ธุรวิหาเร วสติ, หนฺทาหํ เปเสตฺวา ปุจฺฉามิ. สเจ เม คเตน โกจิ อตฺโถ ภวิสฺสติ, สตฺถา ตุณฺหี ภวิสฺสติ. อนตฺเถ ปน สติ ‘กึ รญฺโญ ตตฺถ คเตนา’ติ วกฺขตี’’ติ. โส วสฺสการํ พฺราหฺมณํ เปเสสิ. พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ภควโต ตมตฺถํ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ – อถ โข ราชา…เป… อาปาเทสฺสามิ วชฺชีติ.
ภควนฺตํ พีชยมาโนติ เถโร วตฺตสีเส ฐตฺวา ภควนฺตํ พีชติ, ภควโต ปน สีตํ วา อุณฺหํ วา นตฺถิ. ภควา พฺราหฺมณสฺส วจนํ สุตฺวา เตน สทฺธึ อมนฺเตตฺวา เถเรน สทฺธึ มนฺเตตุกาโม กินฺติ เต, อานนฺท, สุตนฺติอาทิมาห. ตํ วุตฺตตฺถเมว.
เอกมิทาหนฺติ อิทํ ภควา ปุพฺเพ วชฺชีนํ อิมสฺส วชฺชิสตฺตกสฺส เทสิตภาวปฺปกาสนตฺถํ อาห. อกรณียาติ อกตฺตพฺพา, อคฺคเหตพฺพาติ อตฺโถ. ยทิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยุทฺธสฺสาติ กรณตฺเถ สามิวจนํ, อภิมุขํ ยุทฺเธน คเหตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ. อญฺญตฺร อุปลาปนายาติ ฐเปตฺวา อุปลาปนํ. อุปลาปนา นาม ‘‘อลํ วิวาเทน, อิทานิ สมคฺคา โหมา’’ติ หตฺถิอสฺสรถหิรญฺญสุวณฺณาทีนิ เปเสตฺวา สงฺคหกรณํ, เอวญฺหิ สงฺคหํ กตฺวา เกวลํ วิสฺสาเสน สกฺกา คณฺหิตุนฺติ อตฺโถ. อญฺญตฺร มิถุเภทาติ ฐเปตฺวา มิถุเภทํ. อิมินา ‘‘อญฺญมญฺญเภทํ กตฺวาปิ สกฺกา เอเต คเหตุ’’นฺติ ทสฺเสติ. อิทํ พฺราหฺมโณ ภควโต กถาย นยํ ลภิตฺวา อาห. กึ ปน ภควา พฺราหฺมณสฺส อิมาย กถาย นยลาภํ ชานาตีติ? อาม ชานาติ. ชานนฺโต กสฺมา กเถสิ? อนุกมฺปาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘มยา อกถิเตปิ กติปาเหน คนฺตฺวา สพฺเพ คณฺหิสฺสติ, กถิเต ปน สมคฺเค ภินฺทนฺโต ตีหิ สํวจฺฉเรหิ คณฺหิสฺสติ. เอตฺตกมฺปิ ชีวิตเมว วรํ. เอตฺตกญฺหิ ชีวนฺตา อตฺตโน ปติฏฺฐาภูตํ ปุญฺญํ กริสฺสนฺตี’’ติ. อภินนฺทิตฺวาติ จิตฺเตน นนฺทิตฺวา. อนุโมทิตฺวาติ ‘‘ยาว สุภาสิตมิทํ โภตา โคตเมนา’’ติ วาจาย อนุโมทิตฺวา. ปกฺกามีติ รญฺโญ สนฺติกํ คโต. ราชาปิ ตเมว เปเสตฺวา สพฺเพ ภินฺทิตฺวา คนฺตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปสิ.
๓. ปฐมสตฺตกสุตฺตวณฺณนา
๒๓. ตติเย อภิณฺหํ สนฺนิปาตาติ อิทํ วชฺชิสตฺตเก วุตฺตสทิสเมว. อิธาปิ จ อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา ทิสาสุ อาคตสาสนํ น สุณนฺติ, ตโต ‘‘อสุกวิหารสีมา อากุลา, อุโปสถปฺปวารณา ฐิตา, อสุกสฺมึ ฐาเน ภิกฺขู เวชฺชกมฺมทูตกมฺมาทีนิ กโรนฺติ, วิญฺญตฺติพหุลา ผลปุปฺผทานาทีหิ ชีวิกํ กปฺเปนฺตี’’ติอาทีนิ น ชานนฺติ. ปาปภิกฺขูปิ ‘‘ปมตฺโต สงฺโฆ’’ติ ญตฺวา ราสิภูตา สาสนํ โอสกฺกาเปนฺติ. อภิณฺหํ สนฺนิปตนฺตา ปน ตํ ปวตฺตึ สุณนฺติ, ตโต ภิกฺขุสงฺฆํ เปเสตฺวา สีมํ อุชุํ กาเรนฺติ, อุโปสถปฺปวารณาโย ปวตฺตาเปนฺติ, มิจฺฉาชีวานํ อุสฺสนฺนฏฺฐาเน อริยวํสิเก เปเสตฺวา อริยวํสํ กถาเปนฺติ, ปาปภิกฺขูนํ วินยธเรหิ นิคฺคหํ การาเปนฺติ. ปาปภิกฺขูปิ ‘‘อปฺปมตฺโต สงฺโฆ, น สกฺกา อเมฺหหิ วคฺคพนฺธเนน วิจริตุ’’นฺติ ภิชฺชิตฺวา ปลายนฺติ. เอวเมตฺถ วุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา.
สมคฺคาติอาทีสุ เจติยปฏิชคฺคนตฺถํ วา โพธิฆรอุโปสถาคารจฺฉาทนตฺถํ วา กติกวตฺตํ วา ฐเปตุกามตาย ‘‘สงฺโฆ สนฺนิปตตู’’ติ เภริยา วา ฆณฺฏิยา วา อาโกฏิตมตฺตาย ‘‘มยฺหํ จีวรกมฺมํ อตฺถิ, มยฺหํ ปตฺโต ปจิตพฺโพ, มยฺหํ นวกมฺมํ อตฺถี’’ติ วิกฺเขปํ กโรนฺตา น สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. สพฺพํ ปน ตํ กมฺมํ ฐเปตฺวา ‘‘อหํ ปุริมตรํ, อหํ ปุริมตร’’นฺติ เอกปฺปหาเรเนว สนฺนิปตนฺตา สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. สนฺนิปติตา ปน จินฺเตตฺวา มนฺเตตฺวา กตฺตพฺพํ กตฺวา เอกโตว อวุฏฺฐหนฺตา น สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอวํ วุฏฺฐิเตสุ หิ เย ปฐมํ คจฺฉนฺติ, เตสํ เอวํ โหติ ‘‘อเมฺหหิ พาหิรกถาว สุตา, อิทานิ วินิจฺฉยกถา ภวิสฺสตี’’ติ. เอกปฺปหาเรเนว วุฏฺฐหนฺตา สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. อปิจ ‘‘อสุกฏฺฐาเน วิหารสีมา อากุลา, อุโปสถปฺปวารณา ฐิตา, อสุกฏฺฐาเน เวชฺชกมฺมาทิการกา ปาปภิกฺขู อุสฺสนฺนา’’ติ สุตฺวา ‘‘โก คนฺตฺวา เตสํ นิคฺคหํ กริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ ปฐมํ, อหํ ปฐม’’นฺติ วตฺวา คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม.
อาคนฺตุกํ ปน ทิสฺวา ‘‘อิมํ ปริเวณํ ยาหิ, เอตํ ปริเวณํ ยาหิ, อยํ โก’’ติ อวตฺวา สพฺเพ วตฺตํ กโรนฺตาปิ, ชิณฺณปตฺตจีวรกํ ทิสฺวา ตสฺส ภิกฺขาจารวตฺเตน ปตฺตจีวรํ ปริเยสนฺตาปิ, คิลานสฺส คิลานเภสชฺชํ ปริเยสมานาปิ, คิลานเมว อนาถํ ‘‘อสุกปริเวณํ ยาหี’’ติ อวตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ปริเวเณ ปฏิชคฺคนฺตาปิ, เอโก โอลียมานโก คนฺโถ โหติ, ปญฺญวนฺตํ ภิกฺขุํ สงฺคณฺหิตฺวา เตน ตํ คนฺถํ อุกฺขิปาเปนฺตาปิ สมคฺคา สงฺฆกรณียานิ กโรนฺติ นาม.
อปฺปญฺญตฺตนฺติอาทีสุ นวํ อธมฺมิกํ กติกวตฺตํ วา สิกฺขาปทํ วา คณฺหนฺตา อปฺปญฺญตฺตํ ปญฺญาเปนฺติ นาม ปุราณสนฺถตวตฺถุสฺมึ สาวตฺถิยํ ภิกฺขู วิย. อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สาสนํ ทีเปนฺตา ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทนฺติ นาม, วสฺสสตปรินิพฺพุเต ภควติ เวสาลิกา วชฺชิปุตฺตกา วิย. ขุทฺทานุขุทฺทกา ปน อาปตฺติโย สญฺจิจฺจ วีติกฺกมนฺตา ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย น วตฺตนฺติ นาม อสฺสชิปุนพฺพสุกา วิย. ตถา อกโรนฺตา ปน อปญฺญตฺตํ น ปญฺญาเปนฺติ, ปญฺญตฺตํ น สมุจฺฉินฺทนฺติ, ยถาปญฺญตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ สมาทาย วตฺตนฺติ นาม อายสฺมา อุปเสโน วิย, อายสฺมา ยโส กากณฺฑกปุตฺโต วิย, อายสฺมา มหากสฺสโป วิย จ. วุทฺธิเยวาติ สีลาทิคุเณหิ วุทฺธิเยว, โน ปริหานิ.
เถราติ ถิรภาวปฺปตฺตา เถรการเกหิ คุเณหิ สมนฺนาคตา. พหู รตฺติโย ชานนฺตีติ รตฺตญฺญู. จิรํ ปพฺพชิตานํ เอเตสนฺติ จิรปพฺพชิตา. สงฺฆสฺส ปิติฏฺฐาเน ฐิตาติ สงฺฆปิตโร. ปิติฏฺฐาเน ฐิตตฺตา สงฺฆํ ปริเณนฺติ, ปุพฺพงฺคมา หุตฺวา ตีสุ สิกฺขาสุ ปวตฺเตนฺตีติ สงฺฆปริณายกา.
เย เตสํ สกฺการาทีนิ น กโรนฺติ, โอวาทตฺถาย เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ, เตปิ เตสํ โอวาทํ น เทนฺติ, ปเวณิกถํ น กเถนฺติ, สารภูตํ ธมฺมปริยายํ น สิกฺขาเปนฺติ. เต เตหิ วิสฺสฏฺฐา สีลาทีหิ ธมฺมกฺขนฺเธหิ สตฺตหิ จ อริยธเนหีติ เอวมาทีหิ คุเณหิ ปริหายนฺติ. เย ปน เตสํ สกฺการาทีนิ กโรนฺติ, อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ, เตสํ เต ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทิกํ โอวาทํ เทนฺติ, ปเวณิกถํ กเถนฺติ, สารภูตํ ธมฺมปริยายํ สิกฺขาเปนฺติ, เตรสหิ ธุตงฺเคหิ ทสหิ กถาวตฺถูหิ อนุสาสนฺติ. เต เตสํ โอวาเท ฐตฺวา สีลาทีหิ คุเณหิ วฑฺฒมานา สามญฺญตฺถํ อนุปาปุณนฺติ. เอวเมตฺถ หานิวุทฺธิโย ทฏฺฐพฺพา.
ปุนพฺภโว สีลมสฺสาติ โปโนพฺภวิกา, ปุนพฺภวทายิกาติ อตฺโถ, ตสฺสา โปโนพฺภวิกาย. น วสํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ เอตฺถ เย จตุนฺนํ ปจฺจยานํ การณา อุปฏฺฐากานํ ปทานุปทิกา หุตฺวา คามโต คามํ วิจรนฺติ, เต ตสฺสา วสํ คจฺฉนฺติ นาม. อิตเร น คจฺฉนฺติ. ตตฺถ หานิวุทฺธิโย ปากฏาเยว.
อารญฺญเกสูติ ปญฺจธนุสติกปจฺฉิเมสุ. สาเปกฺขาติ สาลยา. คามนฺตเสนาสเนสุ หิ ฌานํ อปฺเปตฺวาปิ ตโต วุฏฺฐิตมตฺโตว อิตฺถิปุริสทารกทาริกาทิสทฺทํ สุณาติ, เยนสฺส อธิคตวิเสโสปิ หายติเยว. อรญฺญเสนาสเน นิทฺทายิตฺวาปิ ปพุทฺธมตฺโต สีหพฺยคฺฆโมราทีนํ สทฺทํ สุณาติ, เยน อรญฺเญ ปีตึ ปฏิลภิตฺวา ตเมว สมฺมสนฺโต อคฺคผเล ปติฏฺฐาติ. อิติ ภควา คามนฺตเสนาสเน ฌานํ อปฺเปตฺวา นิสินฺนภิกฺขุโต อรญฺเญ นิทฺทายมานเมว ปสํสติ. ตสฺมา ตเมว อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘‘อารญฺญเกสุ เสนาสเนสุ สาเปกฺขา ภวิสฺสนฺตี’’ติ อาห.
ปจฺจตฺตญฺเญว สตึ อุปฏฺฐาเปสฺสนฺตีติ อตฺตนาว อตฺตโน อพฺภนฺตเร สตึ อุปฏฺฐเปสฺสนฺติ. เปสลาติ ปิยสีลา. อิธาปิ สพฺรหฺมจารีนํ อาคมนํ อนิจฺฉนฺตา เนวาสิกา อสฺสทฺธา โหนฺติ อปฺปสนฺนา, วิหารํ สมฺปตฺตภิกฺขูนํ ปจฺจุคฺคมน-ปตฺตจีวรปฏิคฺคหณ-อาสนปญฺญาปนตาลวณฺฏคฺคหณาทีนิ น กโรนฺติ. อถ เนสํ อวณฺโณ อุคฺคจฺฉติ ‘‘อสุกวิหารวาสิโน ภิกฺขู อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา วิหารํ ปวิฏฺฐานํ วตฺตปฺปฏิวตฺตมฺปิ น กโรนฺตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ปพฺพชิตา วิหารทฺวาเรน คจฺฉนฺตาปิ วิหารํ น ปวิสนฺติ. เอวํ อนาคตานํ อนาคมนเมว โหติ. อาคตานํ ปน ผาสุวิหาเร อสติ เยปิ อชานิตฺวา อาคตา, เต ‘‘วสิสฺสามาติ ตาวจินฺเตตฺวา อาคตมฺหา, อิเมสํ ปน เนวาสิกานํ อิมินา นีหาเรน โก วสิสฺสตี’’ติ นิกฺขมิตฺวา คจฺฉนฺติ. เอวํ โส วิหาโร อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อนาวาโสว โหติ. ตโต เนวาสิกา สีลวนฺตานํ ทสฺสนํ อลภนฺตา กงฺขาวิโนทกํ วา อาจารสิกฺขาปกํ วา มธุรธมฺมสวนํ วา น ลภนฺติ. เตสํ เนว อคฺคหิตธมฺมคฺคหณํ น คหิตสชฺฌายกรณํ โหติ. อิติ เนสํ หานิเยว โหติ, น วุทฺธิ.
เย ปน สพฺรหฺมจารีนํ อาคมนํ อิจฺฉนฺติ, เต สทฺธา โหนฺติ ปสนฺนา, อาคตานํ สพฺรหฺมจารีนํ ปจฺจุคฺคมนาทีนิ กตฺวา เสนาสนํ ปญฺญเปตฺวา เทนฺติ, เต คเหตฺวา ภิกฺขาจารํ ปวิสนฺติ, กงฺขํ วิโนเทนฺติ, มธุรธมฺมสฺสวนํ ลภนฺติ. อถ เนสํ กิตฺติสทฺโท อุคฺคจฺฉติ ‘‘อสุกวิหาเร ภิกฺขู เอวํ สทฺธา ปสนฺนา วตฺตสมฺปนฺนา สงฺคาหกา’’ติ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู ทูรโตปิ อาคจฺฉนฺติ. เตสํ เนวาสิกา วตฺตํ กโรนฺติ, สมีปํ คนฺตฺวา วุฑฺฒตรํ อาคนฺตุกํ วนฺทิตฺวา นิสีทนฺติ, นวกตรสฺส สนฺติเก อาสนํ คเหตฺวา นิสีทิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร วสิสฺสถ, คมิสฺสถา’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ‘‘คมิสฺสามา’’ติ วุตฺเต ‘‘สปฺปายํ เสนาสนํ, สุลภา ภิกฺขา’’ติอาทีนิ วตฺวา คนฺตุํ น เทนฺติ. วินยธโร เจ โหติ, ตสฺส สนฺติเก วินยํ สชฺฌายนฺติ. สุตฺตนฺตาทิธโร เจ, ตสฺส สนฺติเก ตํ ตํ ธมฺมํ สชฺฌายนฺติ. เต อาคนฺตุกเถรานํ โอวาเท ฐตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณนฺติ. อาคนฺตุกา ‘‘เอกํ เทฺว ทิวสานิ วสิสฺสามาติ อาคตมฺหา, อิเมสํ ปน สุขสํวาสตาย ทส ทฺวาทส วสฺสานิ วสิมฺหา’’ติ วตฺตาโร โหนฺติ. เอวเมตฺถ หานิวุทฺธิโย เวทิตพฺพา.
๔. ทุติยสตฺตกสุตฺตวณฺณนา
๒๔. จตุตฺเถ น กมฺมารามาติ เย ทิวสํ จีวรกมฺม-กายพนฺธนปริสฺสาวน-ธมฺมกรณ-สมฺมชฺชนิ-ปาทกฐลิกาทีเนว กโรนฺติ, เต สนฺธาเยส ปฏิกฺเขโป. โย ปน เตสํ กรณเวลาย เอวํ เอตานิ กโรติ, อุทฺเทสเวลาย อุทฺเทสํ คณฺหาติ, สชฺฌายเวลาย สชฺฌายติ, เจติยงฺคณวตฺตเวลาย เจติยงฺคณวตฺตํ กโรติ, มนสิการเวลาย มนสิการํ กโรติ, น โส กมฺมาราโม นาม.
โย อิตฺถิวณฺณปุริสวณฺณาทิวเสน อาลาปสลฺลาปํ กโรนฺโตเยว รตฺตินฺทิวํ วีตินาเมติ, เอวรูเป ภสฺเส ปริยนฺตการี น โหติ, อยํ ภสฺสาราโม นาม. โย ปน รตฺตินฺทิวํ ธมฺมํ กเถติ, ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, อยํ อปฺปภสฺโสว ภสฺเส ปริยนฺตการีเยว. กสฺมา? ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมี วา กถา อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๗๓) วุตฺตตฺตา.
โย ฐิโตปิ คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ ถินมิทฺธาภิภูโต นิทฺทายติเยว, อยํ นิทฺทาราโม นาม. ยสฺส ปน กรชกายเคลญฺเญน จิตฺตํ ภวงฺคํ โอตรติ, นายํ นิทฺทาราโม. เตเนวาห – ‘‘อภิชานามหํ, อคฺคิเวสฺสน, คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน นิทฺทํ โอกฺกมิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗).
โย ‘‘เอกสฺส ทุติโย, ทฺวินฺนํ ตติโย, ติณฺณํ จตุตฺโถ’’ติ เอวํ สํสฏฺโฐว วิหรติ, เอกโก อสฺสาทํ น ลภติ, อยํ สงฺคณิการาโม. โย ปน จตูสุ อิริยาปเถสุ เอกโกว อสฺสาทํ ลภติ, นายํ สงฺคณิการาโม.
อสนฺตสมฺภาวนิจฺฉาย สมนฺนาคตา ทุสฺสีลา ปาปิจฺฉา นาม. เยสํ ปาปกา มิตฺตา จตูสุ อิริยาปเถสุ สห อยนโต ปาปสหายา, เย จ ตนฺนินฺนตปฺโปณตปฺปพฺภารตาย ปาเปสุ สมฺปวงฺกา, เต ปาปมิตฺตา ปาปสหายา ปาปสมฺปวงฺกา นาม.
โอรมตฺตเกนาติ อวรมตฺตเกน อปฺปมตฺตเกน. อนฺตราติ อรหตฺตํ อปฺปตฺวาว เอตฺถนฺตเร. โวสานนฺติ ปรินิฏฺฐิตภาวํ ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติ โอสกฺกนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยาว สีลปาริสุทฺธิชฺฌานวิปสฺสนา โสตาปนฺนภาวาทีนํ อญฺญตรมตฺตเกน โวสานํ นาปชฺชิสฺสนฺติ, ตาว วุทฺธิเยว ภิกฺขูนํ ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานีติ.
๗. สญฺญาสุตฺตวณฺณนา
๒๗. สตฺตเม อนิจฺจสญฺญาทโย อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ สหคตสญฺญา.
๘. ปฐมปริหานิสุตฺตวณฺณนา
๒๘. อฏฺฐเม อุปฺปนฺนานํ สงฺฆกิจฺจานํ นิตฺถรเณน ภารํ วหนฺตีติ ภารวาหิโน. เต เตน ปญฺญายิสฺสนฺตีติ เต เถรา เตน อตฺตโน เถรภาวานุรูเปน กิจฺเจน ปญฺญายิสฺสนฺติ. เตสุ โยคํ อาปชฺชตีติ ปโยคํ อาปชฺชติ, สยํ ตานิ กิจฺจานิ กาตุํ อารภตีติ.
๙. ทุติยปริหานิสุตฺตวณฺณนา
๒๙. นวเม ภิกฺขุทสฺสนํ หาเปตีติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทสฺสนตฺถาย คมนํ หาเปติ. อธิสีเลติ ปญฺจสีลทสสีลสงฺขาเต อุตฺตมสีเล. อิโต พหิทฺธาติ อิมมฺหา สาสนา พหิทฺธา. ทกฺขิเณยฺยํ คเวสตีติ เทยฺยธมฺมปฏิคฺคาหเก ปริเยสติ. ตตฺถ จ ปุพฺพการํ กโรตีติ เตสํ พาหิรานํ ติตฺถิยานํ ทตฺวา ปจฺฉา ภิกฺขูนํ เทติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
วชฺชิสตฺตกวคฺโค ตติโย.
๔. เทวตาวคฺโค
๕. ปฐมมิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๓๖. จตุตฺถสฺส ปญฺจเม ทุทฺททนฺติ ทุปฺปริจฺจชํ มหารหํ ภณฺฑกํ. ทุกฺกรํ กโรตีติ กาตุํ อสุกรํ กมฺมํ กโรติ. ทุกฺขมํ ขมตีติ สหายสฺส อตฺถาย ทุรธิวาสํ อธิวาเสติ. คุยฺหมสฺส อาวิกโรตีติ อตฺตโน คุยฺหํ ตสฺส อาวิกโรติ. คุยฺหมสฺส ปริคุหตีติ ตสฺส คุยฺหํ อญฺเญสํ นาจิกฺขติ. ขีเณน นาติมญฺญตีติ ตสฺส โภเค ขีเณ เตน ขเยน ตํ นาติมญฺญติ, ตสฺมึ โอมานํ อตฺตนิ จ อติมานํ น กโรติ.
๖. ทุติยมิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๓๗. ฉฏฺเฐ วตฺตาติ วจนกุสโล. วจนกฺขโมติ วจนํ ขมติ, ทินฺนํ โอวาทํ กโรติ. คมฺภีรนฺติ คุยฺหํ รหสฺสํ ฌานนิสฺสิตํ วิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานนิสฺสิตํ.
๗. ปฐมปฏิสมฺภิทาสุตฺตวณฺณนา
๓๘. สตฺตเม อิทํ เม เจตโส ลีนตฺตนฺติ อุปฺปนฺเน เจตโส ลีนตฺเต ‘‘อิทํ เม เจตโส ลีนตฺต’’นฺติ ยถาสภาวโต ชานาติ. อชฺฌตฺตํ สํขิตฺตํ นาม ถินมิทฺธานุคตํ. พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ นาม ปญฺจสุ กามคุเณสุ วิกฺขิตฺตํ. เวทนาติอาทีนิ ปปญฺจมูลวเสน คหิตานิ. เวทนา หิ ตณฺหาย มูลํ สุขวเสน ตณฺหุปฺปตฺติโต, สญฺญา ทิฏฺฐิยา มูลํ อวิภูตารมฺมเณ ทิฏฺฐิอุปฺปตฺติโต, วิตกฺโก มานสฺส มูลํ วิตกฺกวเสน อสฺมีติ มานุปฺปตฺติโต. สปฺปายาสปฺปาเยสูติ อุปการานุปกาเรสุ. นิมิตฺตนฺติ การณํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
เทวตาวคฺโค จตุตฺโถ.
๕. มหายญฺญวคฺโค
๑-๒. สตฺตวิญฺญาณฏฺฐิติสุตฺตาทิวณฺณนา
๔๔-๔๕. ปญฺจมสฺส ปฐเม วิญฺญาณฏฺฐิติโยติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ฐานานิ. เสยฺยถาปีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต, ยถา มนุสฺสาติ อตฺโถ. อปริมาเณสุ หิ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณานํ มนุสฺสานํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เทฺวปิ เอกสทิสา นตฺถิ. เยปิ หิ กตฺถจิ ยมกภาตโร วณฺเณน วา สณฺฐาเนน วา สทิสา โหนฺติ, เตสมฺปิ อาโลกิตวิโลกิตกถิตหสิตคมนฏฺฐานาทีหิ วิเสโส โหติเยว. ตสฺมา นานตฺตกายาติ วุตฺตา. ปฏิสนฺธิสญฺญา ปน เนสํ ติเหตุกาปิ ทฺวิเหตุกาปิ อเหตุกาปิ โหติ. ตสฺมา นานตฺตสญฺญิโนติ วุตฺตา. เอกจฺเจ จ เทวาติ ฉ กามาวจรเทวา. เตสุ หิ เกสญฺจิ กาโย นีโล โหติ, เกสญฺจิ ปีตกาทิวณฺโณ. สญฺญา ปน เตสํ ทฺวิเหตุกาปิ ติเหตุกาปิ โหติ, อเหตุกา นตฺถิ. เอกจฺเจ จ วินิปาติกาติ จตุอปายวินิมุตฺตา อุตฺตรมาตา ยกฺขินี, ปิยงฺกรมาตา, ผุสฺสมิตฺตา, ธมฺมคุตฺตาติ เอวมาทิกา อญฺเญ จ เวมานิกา เปตา. เอเตสญฺหิ ปีตโอทาตกาฬมงฺคุรจฺฉวิสามวณฺณาทิวเสน เจว กิส ถูลรสฺสทีฆวเสน จ กาโย นานา โหติ, มนุสฺสานํ วิย ทฺวิเหตุกติเหตุกอเหตุกวเสน สญฺญาปิ. เต ปน เทวา วิย น มเหสกฺขา, กปณมนุสฺสา วิย อปฺเปสกฺขา ทุลฺลภฆาสจฺฉาทนา ทุกฺขปีฬิตา วิหรนฺติ. เอกจฺเจ กาฬปกฺเข ทุกฺขิตา ชุณฺหปกฺเข สุขิตา โหนฺติ. ตสฺมา สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาติกาติ วุตฺตา. เย ปเนตฺถ ติเหตุกา, เตสํ ธมฺมาภิสมโยปิ โหติ ปิยงฺกรมาตาทีนํ วิย.
พฺรหฺมกายิกาติ พฺรหฺมปาริสชฺชพฺรหฺมปุโรหิตมหาพฺรหฺมาโน. ปฐมาภินิพฺพตฺตาติ เต สพฺเพปิ ปฐมชฺฌาเนน อภินิพฺพตฺตา. พฺรหฺมปาริสชฺชา ปน ปริตฺเตน อภินิพฺพตฺตา, เตสํ กปฺปสฺส ตติโย ภาโค อายุปฺปมาณํ. พฺรหฺมปุโรหิตา มชฺฌิเมน, เตสํ อุปฑฺฒกปฺโป อายุปฺปมาณํ, กาโย จ เตสํ วิปฺผาริกตโร โหติ. มหาพฺรหฺมาโน ปณีเตน, เตสํ กปฺโป อายุปฺปมาณํ, กาโย จ ปน เตสํ อติวิปฺผาริโกว โหติ. อิติ เต กายสฺส นานตฺตา ปฐมชฺฌานวเสน สญฺญาย เอกตฺตา นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโนติ เวทิตพฺพา.
ยถา จ เต, เอวํ จตูสุ อปาเยสุ สตฺตา. นิรเยสุ หิ เกสญฺจิ คาวุตํ, เกสญฺจิ อฑฺฒโยชนํ, เกสญฺจิ โยชนํ อตฺตภาโว โหติ, เทวทตฺตสฺส ปน โยชนสติโก ชาโต. ติรจฺฉาเนสุปิ เกจิ ขุทฺทกา, เกจิ มหนฺตา. เปตฺติวิสเยสุปิ เกจิ สฏฺฐิหตฺถา, เกจิ อสีติหตฺถา โหนฺติ, เกจิ สุวณฺณา, เกจิ ทุพฺพณฺณา. ตถา กาลกญฺจิกา อสุรา. อปิเจตฺถ ทีฆปิฏฺฐิกเปตา นาม สฏฺฐิโยชนิกาปิ โหนฺติ. สญฺญา ปน สพฺเพสมฺปิ อกุสลวิปากาเหตุกาว โหติ. อิติ อาปายิกาปิ นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโนเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ.
อาภสฺสราติ ทณฺฑอุกฺกาย อจฺจิ วิย เอเตสํ สรีรโต อาภา ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปตนฺตี วิย สรติ วิสฺสรตีติ อาภสฺสรา. เตสุ ปญฺจกนเย ทุติยตติยชฺฌานทฺวยํ ปริตฺตํ ภาเวตฺวา อุปปนฺนา ปริตฺตาภา นาม โหนฺติ, เตสํ เทฺว กปฺปา อายุปฺปมาณํ. มชฺฌิมํ ภาเวตฺวา อุปปนฺนา อปฺปมาณาภา นาม โหนฺติ, เตสํ จตฺตาโร กปฺปา อายุปฺปมาณํ. ปณีตํ ภาเวตฺวา อุปปนฺนา อาภสฺสรา นาม โหนฺติ, เตสํ อฏฺฐ กปฺปา อายุปฺปมาณํ. อิธ ปน อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน สพฺเพว เต คหิตา. สพฺเพสญฺหิ เตสํ กาโย เอกวิปฺผาโรว โหติ, สญฺญา ปน อวิตกฺกวิจารมตฺตา วา อวิตกฺกอวิจารา วาติ นานา.
สุภกิณฺหาติ สุเภน โวกิณฺณา วิกิณฺณา, สุเภน สรีรปฺปภาวณฺเณน เอกคฺฆนาติ อตฺโถ. เอเตสญฺหิ น อาภสฺสรานํ วิย ฉิชฺชิตฺวา ฉิชฺชิตฺวา ปภา คจฺฉติ. ปญฺจกนเย ปน ปริตฺตมชฺฌิมปณีตสฺส จตุตฺถชฺฌานสฺส วเสน โสฬสพาตฺตึสจตุสฺสฏฺฐิกปฺปายุกา ปริตฺตอปฺปมาณสุภกิณฺหา นาม หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ. อิติ สพฺเพปิ เต เอกตฺตกายา เจว จตุตฺถชฺฌานสญฺญาย เอกตฺตสญฺญิโน จาติ เวทิตพฺพา. เวหปฺผลาปิ จตุตฺถวิญฺญาณฏฺฐิติเมว ภชนฺติ. อสญฺญสตฺตา วิญฺญาณาภาวา เอตฺถ สงฺคหํ น คจฺฉนฺติ, สตฺตาวาเสสุ คจฺฉนฺติ.
สุทฺธาวาสา วิวฏฺฏปกฺเข ฐิตา น สพฺพกาลิกา, กปฺปสตสหสฺสมฺปิ อสงฺเขยฺยมฺปิ พุทฺธสุญฺเญ โลเก น อุปฺปชฺชนฺติ. โสฬสกปฺปสหสฺสอพฺภนฺตเร พุทฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุเยว อุปฺปชฺชนฺติ. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺติสฺส ภควโต ขนฺธาวารฏฺฐานสทิสา โหนฺติ. ตสฺมา เนว วิญฺญาณฏฺฐิตึ น สตฺตาวาสํ ภชนฺติ. มหาสีวตฺเถโร ปน ‘‘น โข ปน โส, สาริปุตฺต, อาวาโส สุลภรูโป, โย มยา อนาวุตฺถปุพฺโพ อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา อญฺญตฺร สุทฺธาวาเสหิ เทเวหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๖๐) อิมินา สุตฺเตน สุทฺธาวาสาปิ จตุตฺถวิญฺญาณฏฺฐิตึ จตุตฺถสตฺตาวาสญฺจ ภชนฺตีติ วทติ, ตํ อปฺปติพาหิยตฺตา สุตฺตสฺส อนุญฺญาตํ.
เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ยเถว สญฺญาย, เอวํ วิญฺญาณสฺสาปิ สุขุมตฺตา เนว วิญฺญาณํ นาวิญฺญาณํ. ตสฺมา วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ น วุตฺตํ. ทุติเย สมาธิปริกฺขาราติ มคฺคสมาธิสฺส สมฺภารา.
๓. ปฐมอคฺคิสุตฺตวณฺณนา
๔๖. ตติเย สพฺเพปิ ราคาทโย อนุฑหนฏฺเฐน อคฺคี. อาหุเนยฺยคฺคีติอาทีสุ ปเนตฺถ อาหุนํ วุจฺจติ สกฺกาโร, อาหุนํ อรหนฺตีติ อาหุเนยฺยา. มาตาปิตโร หิ ปุตฺตานํ พหุปการตฺตา อาหุนํ อรหนฺติ, เตสุ วิปฺปฏิปชฺชมานา ปุตฺตา นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตนฺติ. ตสฺมา กิญฺจาปิ มาตาปิตโร น อนุฑหนฺติ, อนุฑหนสฺส ปน ปจฺจยา โหนฺติ. อิติ อนุฑหนฏฺเฐเนว อาหุเนยฺยคฺคีติ วุจฺจนฺติ. คหปตีติ ปน เคหสามิโก วุจฺจติ, โส มาตุคามสฺส สยนวตฺถาลงฺการาทิอนุปฺปทาเนน พหุปกาโร. ตํ อติจรนฺโต มาตุคาโม นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตติ. ตสฺมา โสปิ ปุริมนเยเนว อนุฑหนฏฺเฐน คหปตคฺคีติ วุตฺโต. ทกฺขิเณยฺยคฺคีติ เอตฺถ ปน ทกฺขิณาติ จตฺตาโร ปจฺจยา, ภิกฺขุสงฺโฆ ทกฺขิเณยฺโย. โส หิ คิหีนํ ตีสุ สรเณสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ทสสุ สีเลสุ มาตาปิตุปฏฺฐาเน ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณุปฏฺฐาเนติ เอวมาทีสุ กลฺยาณธมฺเมสุ นิโยชเนน พหุปกาโร. ตสฺมึ มิจฺฉาปฏิปนฺนา คิหี ภิกฺขุสงฺฆํ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตนฺติ. ตสฺมา โสปิ ปุริมนเยเนว อนุฑหนฏฺเฐน ทกฺขิเณยฺยคฺคีติ วุตฺโต. กฏฺฐโต นิพฺพตฺโต ปากติโกว อคฺคิ กฏฺฐคฺคิ นาม.
๔. ทุติยอคฺคิสุตฺตวณฺณนา
๔๗. จตุตฺเถ อุคฺคตสรีรสฺสาติ โส กิร พฺราหฺมณมหาสาโล อตฺตภาเวนปิ โภเคหิปิ อุคฺคโต สารปฺปตฺโต อโหสิ, ตสฺมา อุคฺคตสรีโรเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. อุปกฺขโฏติ ปจฺจุปฏฺฐิโต. ถูณูปนีตานีติ ยูปสงฺขาตํ ถูณํ อุปนีตานิ. ยญฺญตฺถายาติ วธิตฺวา ยชนตฺถาย. อุปสงฺกมีติ โส กิร สพฺพํ ตํ ยญฺญสมฺภารํ สชฺเชตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ กิร โคตโม มหาปญฺโญ, กึ นุ โข เม ยญฺญสฺส วณฺณํ กเถสฺสติ อุทาหุ อวณฺณํ, ปุจฺฉิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ อิมินา การเณน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. อคฺคิสฺส อาทานนฺติ ยญฺญยชนตฺถาย นวสฺส มงฺคลคฺคิโน อาทิยนํ. สพฺเพน สพฺพนฺติ สพฺเพน สุเตน สพฺพํ สุตํ สเมติ สํสนฺทติ, เอกสทิสํ โหตีติ ทสฺเสติ. สตฺถานีติ วิหึสนฏฺเฐน สตฺถานิ วิยาติ สตฺถานิ. สยํ ปฐมํ สมารมฺภตีติ อตฺตนาว ปฐมตรํ อารภติ. หนฺตุนฺติ หนิตุํ.
ปหาตพฺพาติ ปริหริตพฺพา. อโตหยนฺติ อโต หิ มาตาปิติโต อยํ. อาหุโตติ อาคโต. สมฺภูโตติ อุปฺปนฺโน. อยํ วุจฺจติ, พฺราหฺมณ, คหปตคฺคีติ อยํ ปุตฺตทาราทิคโณ ยสฺมา, คหปติ, วิย เคหสามิโก วิย หุตฺวา อคฺคติ วิจรติ, ตสฺมา คหปตคฺคีติ วุจฺจติ. อตฺตานนฺติ จิตฺตํ. ทเมนฺตีติ อินฺทฺริยทมเนน ทเมนฺติ. สเมนฺตีติ ราคาทิสมเนน สเมนฺติ. เตสญฺเญว ปรินิพฺพาปเนน ปรินิพฺพาเปนฺติ. นิกฺขิปิตพฺโพติ ยถา น วินสฺสติ, เอวํ ฐเปตพฺโพ. อุปวายตนฺติ อุปวายตุ. เอวญฺจ ปน วตฺวา พฺราหฺมโณ สพฺเพสมฺปิ เตสํ ปาณานํ ชีวิตํ ทตฺวา ยญฺญสาลํ วิทฺธํเสตฺวา สตฺถุ สาสเน โอปานภูโต อโหสีติ.
๕-๖. สญฺญาสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๔๘-๔๙. ปญฺจเม อมโตคธาติ นิพฺพานปติฏฺฐา. อมตปริโยสานาติ นิพฺพานาวสานา. ฉฏฺเฐ เมถุนธมฺมสมาปตฺติยาติ เมถุนธมฺเมน สมงฺคิภาวโต. นฺหารุททฺทุลนฺติ นฺหารุขณฺฑํ นฺหารุวิเลขนํ วา. อนุสนฺทตีติ ปวตฺตติ. นตฺถิ เม ปุพฺเพนาปรํ วิเสโสติ นตฺถิ มยฺหํ ปุพฺเพน อภาวิตกาเลน สทฺธึ อปรํ ภาวิตกาเล วิเสโส. โลกจิเตฺรสูติ ติธาตุกโลกสนฺนิวาสสงฺขาเตสุ โลกจิเตฺรสุ. อาลเสฺยติ อาลสิยภาเว. วิสฺสฏฺฐิเยติ วิสฺสฏฺฐภาเว. อนนุโยเคติ โยคสฺส อนนุยุญฺชเน. อหงฺการมมงฺการมานาปคตนฺติ อหงฺการทิฏฺฐิโต จ มมงฺการตณฺหาโต จ นววิธมานโต จ อปคตํ. วิธาสมติกฺกนฺตนฺติ ติสฺโส วิธา อติกฺกนฺตํ. สนฺตนฺติ ตปฺปจฺจนีกกิเลเสหิ สนฺตํ. สุวิมุตฺตนฺติ ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตํ.
๗. เมถุนสุตฺตวณฺณนา
๕๐. สตฺตเม อุปสงฺกมีติ ภุตฺตปาตราโส ทาสกมฺมกรปริวุโต อุปสงฺกมิ. ภวมฺปิโนติ ภวมฺปิ นุ. พฺรหฺมจารี ปฏิชานาตีติ ‘‘อหํ พฺรหฺมจารี’’ติ เอวํ พฺรหฺมจริยวาสํ ปฏิชานาตีติ ปุจฺฉติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘พฺราหฺมณสมเย เวทํ อุคฺคณฺหนฺตา อฏฺฐจตฺตาลีส วสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ. สมโณ ปน โคตโม อคารํ อชฺฌาวสนฺโต ตีสุ ปาสาเทสุ ติวิธนาฏกรติยา อภิรมิ, อิทานิ กึ นุ โข วกฺขตี’’ติ อิมมตฺถํ สนฺธาเยวํ ปุจฺฉติ. ตโต ภควา มนฺเตน กณฺหสปฺปํ คณฺหนฺโต วิย อมิตฺตํ คีวาย ปาเทน อกฺกมนฺโต วิย อตฺตโน สํกิเลสกาเล ฉพฺพสฺสานิ ปธานจริยาย รชฺชสุขํ วา ปาสาเทสุ นาฏกสมฺปตฺตึ วา อารพฺภ วิตกฺกมตฺตสฺสาปิ อนุปฺปนฺนภาวํ สนฺธาย สีหนาทํ นทนฺโต ยญฺหิ ตํ พฺราหฺมณาติอาทิมาห. ตตฺถ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตินฺติ ทฺวีหิ ทฺวีหิ สมาปชฺชิตพฺพภาวํ. ทุกฺขสฺมาติ สกลวฏฺฏทุกฺขโต. สญฺชคฺฆตีติ หสิตกถํ กเถติ. สํกีฬตีติ เกฬึ กโรติ. สํเกฬายตีติ มหาหสิตํ หสติ. จกฺขุนา จกฺขุนฺติ อตฺตโน จกฺขุนา ตสฺสา จกฺขุํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา อุปนิชฺฌายติ. ติโรกุฏฺฏํ วา ติโรปาการํ วาติ ปรกุฏฺเฏ วา ปรปากาเร วา. เทโวติ เอโก เทวราชา. เทวญฺญตโรติ อญฺญตโร เทวปุตฺโต. อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธินฺติ อรหตฺตญฺเจว สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจ.
๘. สํโยคสุตฺตวณฺณนา
๕๑. อฏฺฐเม สํโยควิสํโยคนฺติ สํโยควิสํโยคสาธกํ. ธมฺมปริยายนฺติ ธมฺมการณํ. อชฺฌตฺตํ อิตฺถินฺทฺริยนฺติ นิยกชฺฌตฺเต อิตฺถิภาวํ. อิตฺถิกุตฺตนฺติ อิตฺถิกิริยํ. อิตฺถากปฺปนฺติ นิวาสนปารุปนาทิอิตฺถิอากปฺปํ. อิตฺถิวิธนฺติ อิตฺถิยา มานวิธํ. อิตฺถิฉนฺทนฺติ อิตฺถิยา อชฺฌาสยจฺฉนฺทํ. อิตฺถิสฺสรนฺติ อิตฺถิสทฺทํ. อิตฺถาลงฺการนฺติ อิตฺถิยา ปสาธนภณฺฑํ. ปุริสินฺทฺริยาทีสุปิ เอเสว นโย. พหิทฺธา สํโยคนฺติ ปุริเสน สทฺธึ สมาคมํ. อติวตฺตตีติ อนภิรตาติ เอวํ วุตฺตาย พลววิปสฺสนาย อริยมคฺคํ ปตฺวา อติวตฺตติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
๙. ทานมหปฺผลสุตฺตวณฺณนา
๕๒. นวเม สาเปโขติ สตโณฺห. ปฏิพทฺธจิตฺโตติ วิปาเก พทฺธจิตฺโต. สนฺนิธิเปโขติ นิธานเปโข หุตฺวา. เปจฺจาติ ปรโลกํ คนฺตฺวา. ตํ กมฺมํ เขเปตฺวาติ ตํ กมฺมวิปากํ เขเปตฺวา. อิทฺธินฺติ วิปากิทฺธึ. ยสนฺติ ปริวารสมฺปทํ. อาธิปจฺจนฺติ เชฏฺฐภาวการณํ. อาคนฺตา อิตฺถตฺตนฺติ อิตฺถภาวํ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ ปุน อาคนฺตา, น ตตฺรูปปตฺติโก น อุปรูปปตฺติโก, เหฏฺฐาคามีเยว โหตีติ อตฺโถ. สาหุ ทานนฺติ ทานํ นาเมตํ สาธุ ภทฺทกํ สุนฺทรํ. ตานิ มหายญฺญานีติ ตานิ สปฺปินวนีตทธิมธุผาณิตาทีหิ นิฏฺฐานํ คตานิ มหาทานานิ. จิตฺตาลงฺการจิตฺตปริกฺขารนฺติ สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺส อลงฺการภูตญฺเจว ปริวารภูตญฺจ. พฺรหฺมกายิกานํ เทวานํ สหพฺยตนฺติ น สกฺกา ตตฺถ ทาเนน อุปปชฺชิตุํ. ยสฺมา ปน ตํ สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺส อลงฺการภูตํ, ตสฺมา เตน ทานาลงฺกเตน จิตฺเตน ฌานญฺเจว อริยมคฺคญฺจ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌาเนน ตตฺถ อุปปชฺชติ. อนาคามี โหตีติ ฌานานาคามี นาม โหติ. อนาคนฺตา อิตฺถตฺตนฺติ ปุน อิตฺถภาวํ น อาคนฺตา, อุปรูปปตฺติโก วา ตตฺรูปปตฺติโก วา หุตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ. อิติ อิเมสุ ทาเนสุ ปฐมํ ตณฺหุตฺตริยทานํ, ทุติยํ จิตฺตีการทานํ, ตติยํ หิโรตฺตปฺปทานํ, จตุตฺถํ นิรวเสสทานํ, ปญฺจมํ ทกฺขิเณยฺยทานํ, ฉฏฺฐํ โสมนสฺสุปวิจารทานํ, สตฺตมํ อลงฺการปริวารทานํ นามาติ.
๑๐. นนฺทมาตาสุตฺตวณฺณนา
๕๓. ทสมํ อตฺถุปฺปตฺติวเสน เทสิตํ. สตฺถา กิร วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา เทฺว อคฺคสาวเก โอหาย ‘‘ทกฺขิณาคิรึ จาริกํ คมิสฺสามี’’ติ นิกฺขมิ, ราชา ปเสนทิ โกสโล, อนาถปิณฺฑิโก คหปติ, วิสาขา มหาอุปาสิกา, อญฺเญ จ พหุชนา ทสพลํ นิวตฺเตตุํ นาสกฺขึสุ. อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ‘‘สตฺถารํ นิวตฺเตตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ รโห จินฺตยมาโน นิสีทิ. อถ นํ ปุณฺณา นาม ทาสี ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เต, สามิ, น ปุพฺเพ วิย อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานี’’ติ ปุจฺฉิ. อาม, ปุณฺเณ, สตฺถา จาริกํ ปกฺกนฺโต, ตมหํ นิวตฺเตตุํ นาสกฺขึ. น โข ปน สกฺกา ชานิตุํ ปุน สีฆํ อาคจฺเฉยฺย วา น วา, เตนาหํ จินฺตยมาโน นิสินฺโนติ. สจาหํ ทสพลํ นิวตฺเตยฺยํ, กึ เม กเรยฺยาสีติ? ภุชิสฺสํ ตํ กริสฺสามีติ. สา คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต’’ติ อาห. มม นิวตฺตนปจฺจยา ตฺวํ กึ กริสฺสสีติ? ตุเมฺห, ภนฺเต, มม ปราธีนภาวํ ชานาถ, อญฺญํ กิญฺจิ กาตุํ น สกฺโกมิ, สรเณสุ ปน ปติฏฺฐาย ปญฺจ สีลานิ รกฺขิสฺสามีติ. สาธุ สาธุ ปุณฺเณติ, สตฺถา ธมฺมคารเวน เอกปทสฺมิญฺเญว นิวตฺติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ธมฺมครุ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ธมฺมคารโว’’ติ (อ. นิ. ๕.๙๙).
สตฺถา นิวตฺติตฺวา เชตวนมหาวิหารํ ปาวิสิ. มหาชโน ปุณฺณาย สาธุการสหสฺสานิ อทาสิ. สตฺถา ตสฺมึ สมาคเม ธมฺมํ เทเสสิ, จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวึสุ. ปุณฺณาปิ เสฏฺฐินา อนุญฺญาตา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. สมฺมาสมฺพุทฺโธ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน อามนฺเตตฺวา ‘‘อหํ ยํ ทิสํ จาริกาย นิกฺขนฺโต, ตตฺถ น คจฺฉามิ. ตุเมฺห ตุมฺหากํ ปริสาย สทฺธึ ตํ ทิสํ จาริกํ คจฺฉถา’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. อิมิสฺสํ อตฺถุปฺปตฺติยํ เอกํ สมยํ อายสฺมา สาริปุตฺโตติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ เวฬุกณฺฑกีติ เวฬุกณฺฏกนครวาสินี. ตสฺส กิร นครสฺส ปาการคุตฺตตฺถาย ปาการปริยนฺเตน เวฬู โรปิตา, เตนสฺส เวฬุกณฺฏกนฺเตว นามํ ชาตํ. ปารายนนฺติ นิพฺพานสงฺขาตปารํ อยนโต ปารายนนฺติ ลทฺธโวหารํ ธมฺมํ. สเรน ภาสตีติ สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริมตเล สุสํวิหิตารกฺขฏฺฐาเน นิสินฺนา สมาปตฺติพเลน รตฺติภาคํ วีตินาเมตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘อิมํ รตฺตาวเสสํ กตราย รติยา วีตินาเมสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ธมฺมรติยา’’ติ กตสนฺนิฏฺฐานา ตีณิ ผลานิ ปตฺตา อริยสาวิกา อฑฺฒเตยฺยคาถาสตปริมาณํ ปารายนสุตฺตํ มธุเรน สรภญฺเญน ภาสติ. อสฺโสสิ โขติ อากาสฏฺฐกวิมานานิ ปริหริตฺวา ตสฺส ปาสาทสฺส อุปริภาคํ คเตน มคฺเคน นรวาหนยานํ อารุยฺห คจฺฉมาโน อสฺโสสิ. กถาปริโยสานํ อาคมยมาโน อฏฺฐาสีติ ‘‘กึ สทฺโท เอส ภเณ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘นนฺทมาตาย อุปาสิกาย สรภญฺญสทฺโท’’ติ วุตฺเต โอตริตฺวา ‘‘อิทมโวจา’’ติ อิทํ เทสนาปริโยสานํ โอโลเกนฺโต อวิทูรฏฺฐาเน อากาเส อฏฺฐาสิ.
สาธุ ภคินิ, สาธุ ภคินีติ ‘‘สุคฺคหิตา เต ภคินิ ธมฺมเทสนา สุกถิตา, ปาสาณกเจติเย นิสีทิตฺวา โสฬสนฺนํ ปารายนิกพฺราหฺมณานํ สมฺมาสมฺพุทฺเธน กถิตทิวเส จ อชฺช จ น กิญฺจิ อนฺตรํ ปสฺสามิ, มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย เต สตฺถุ กถิเตน สทฺธึ สทิสเมว กถิต’’นฺติ วตฺวา สาธุการํ ททนฺโต เอวมาห. โก ปเนโส ภทฺรมุขาติ อิมสฺมึ สุสํวิหิตารกฺขฏฺฐาเน เอวํ มหนฺเตน สทฺเทน โก นาเมส, ภทฺรมุข, ลทฺธมุข, กึ นาโค สุปณฺโณ เทโว มาโร พฺรหฺมาติ สุวณฺณปฏฺฏวณฺณํ วาตปานํ วิวริตฺวา วิคตสารชฺชา ตีณิ ผลานิ ปตฺตา อริยสาวิกา เวสฺสวเณน สทฺธึ กถยมานา เอวมาห. อหํ เต ภคินิ ภาตาติ สยํ โสตาปนฺนตฺตา อนาคามิอริยสาวิกํ เชฏฺฐิกํ มญฺญมาโน ‘‘ภคินี’’ติ วตฺวา ปุน ตํ ปฐมวเย ฐิตตฺตา อตฺตโน กนิฏฺฐํ, อตฺตานํ ปน นวุติวสฺสสตสหสฺสายุกตฺตา มหลฺลกตรํ มญฺญมาโน ‘‘ภาตา’’ติ อาห. สาธุ ภทฺรมุขาติ, ภทฺรมุข, สาธุ สุนฺทรํ, สฺวาคมนํ เต อาคมนํ, อาคนฺตุํ ยุตฺตฏฺฐานเมวสิ อาคโตติ อตฺโถ. อิทํ เต โหตุ อาติเถยฺยนฺติ อิทเมว ธมฺมภณนํ ตว อติถิปณฺณากาโร โหตุ, น หิ เต อญฺญํ อิโต อุตฺตริตรํ ทาตพฺพํ ปสฺสามีติ อธิปฺปาโย. เอวญฺเจว เม ภวิสฺสติ อาติเถยฺยนฺติ เอวํ อตฺตโน ปตฺติทานํ ยาจิตฺวา ‘‘อยํ เต ธมฺมกถิกสกฺกาโร’’ติ อฑฺฒเตฬสานิ โกฏฺฐสตานิ รตฺตสาลีนํ ปูเรตฺวา ‘‘ยาวายํ อุปาสิกา จรติ, ตาว มา ขยํ คมึสู’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปกฺกามิ. ยาว อุปาสิกา อฏฺฐาสิ, ตาว โกฏฺฐานํ เหฏฺฐิมตลํ นาม ทฏฺฐุํ นาสกฺขึสุ. ตโต ปฏฺฐาย ‘‘นนฺทมาตาย โกฏฺฐาคารํ วิยา’’ติ โวหาโร อุทปาทิ.
อกตปาตราโสติ อภุตฺตปาตราโส. ปุญฺญนฺติ ปุพฺพเจตนา จ มุญฺจนเจตนา จ. ปุญฺญมหีติ อปรเจตนา. สุขาย โหตูติ สุขตฺถาย หิตตฺถาย โหตุ. เอวํ อตฺตโน ทาเน เวสฺสวณสฺส ปตฺตึ อทาสิ.
ปกรเณติ การเณ. โอกฺกสฺส ปสยฺหาติ อากฑฺฒิตฺวา อภิภวิตฺวา. ยกฺขโยนินฺติ ภุมฺมเทวตาภาวํ. เตเนว ปุริเมน อตฺตภาเวน อุทฺทสฺเสตีติ ปุริมสรีรสทิสเมว สรีรํ มาเปตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺโต สิริคพฺภสยนตเล อตฺตานํ ทสฺเสติ. อุปาสิกา ปฏิเทสิตาติ อุปาสิกา อหนฺติ เอวํ อุปาสิกาภาวํ เทเสสึ. ยาวเทติ ยาวเทว. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
มหายญฺญวคฺโค ปญฺจโม.
ปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.