๔. ภทฺทกสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ น ภทฺทกนฺติ น ลทฺธกํ. ตตฺถ โย หิ ภีตภีโต มรติ, ตสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ. โย อปาเย ปฏิสนฺธึ คณฺหาติ, ตสฺส น ภทฺทิกา กาลกิริยา โหติ. กมฺมาราโมติอาทีสุ อารมณํ อาราโม, อภิรตีติ อตฺโถ. วิหารกรณาทิมฺหิ นวกมฺเม อาราโม อสฺสาติ กมฺมาราโม. ตสฺมึเยว กมฺเม รโตติ กมฺมรโต. ตเทว กมฺมารามตํ ปุนปฺปุนํ ยุตฺโตติ อนุยุตฺโต. เอส นโย สพฺพตฺถ. เอตฺถ จ ภสฺสนฺติ อาลาปสลฺลาโป. นิทฺทาติ โสปฺปํ. สงฺคณิกาติ คณสงฺคณิกา. สา ‘‘เอกสฺส ทุติโย โหติ, ทฺวินฺนํ โหติ ตติยโก’’ติอาทินา นเยน เวทิตพฺพา. สํสคฺโคติ ทสฺสนสวนสมุลฺลาปสมฺโภคกายสํสคฺควเสน ปวตฺโต สํสฏฺฐภาโว. ปปญฺโจติ ตณฺหาทิฏฺฐิมานวเสน ปวตฺโต มทนาการสณฺฐิโต กิเลสปปญฺโจ. สกฺกายนฺติ เตภูมกวฏฺฏํ. สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ เหตุนา นเยน สกลวฏฺฏทุกฺขสฺส ปริวฏุมปริจฺเฉทกรณตฺถํ. มโคติ มคสทิโส. นิปฺปปญฺจปเทติ นิพฺพานปเท. อาราธยีติ ปริปูรยิ ตํ สมฺปาเทสีติ.