๕. เจโตขิลสุตฺตวณฺณนา
๒๐๕. ปญฺจเม เจโตขิลาติ จิตฺตสฺส ถทฺธภาวา, กจวรภาวา, ขาณุกภาวา. สตฺถริ กงฺขตีติ สตฺถุ สรีเร วา คุเณ วา กงฺขติ. สรีเร กงฺขมาโน ‘‘ทฺวตฺตึสวรปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ นาม สรีรํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ, คุเณ กงฺขมาโน ‘‘อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. วิจิกิจฺฉตีติ วิจินนฺโต กิจฺฉติ, ทุกฺขํ อาปชฺชติ, วินิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ. นาธิมุจฺจตีติ เอวเมตนฺติ อธิโมกฺขํ น ปฏิลภติ. น สมฺปสีทตีติ คุเณสุ โอตริตฺวา นิพฺพิจิกิจฺฉภาเวน ปสีทิตุํ อนาวิโล ภวิตุํ น สกฺโกติ. อาตปฺปายาติ กิเลสสนฺตาปกวีริยกรณตฺถาย. อนุโยคายาติ ปุนปฺปุนํ โยคาย. สาตจฺจายาติ สตตกิริยาย. ปธานายาติ ปทหนตฺถาย. อยํ ปฐโม เจโตขิโลติ อยํ สตฺถริ วิจิกิจฺฉาสงฺขาโต ปฐโม จิตฺตสฺส ถทฺธภาโว เอวเมตสฺส ภิกฺขุโน อปฺปหีโน โหติ.
ธมฺเมติ ปริยตฺติธมฺเม จ ปฏิเวธธมฺเม จ. ปริยตฺติธมฺเม กงฺขมาโน ‘‘เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานีติ วทนฺติ, อตฺถิ นุ โข เอตํ นตฺถี’’ติ กงฺขติ. ปฏิเวธธมฺเม กงฺขมาโน ‘‘วิปสฺสนานิสฺสนฺโท มคฺโค นาม, มคฺคนิสฺสนฺทํ ผลํ นาม, สพฺพสงฺขารปฏินิสฺสคฺโค นิพฺพานํ นามาติ วทนฺติ, ตํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. สงฺเฆ กงฺขตีติ ‘‘อุชุปฺปฏิปนฺโน’’ติอาทีนํ ปทานํ วเสน ‘‘เอวรูปํ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน จตฺตาโร มคฺคฏฺฐา จตฺตาโร ผลฏฺฐาติ อฏฺฐนฺนํ ปุคฺคลานํ สมูหภูโต สงฺโฆ นาม อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. สิกฺขาย กงฺขมาโน ‘‘อธิสีลสิกฺขา นาม อธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขา นามาติ วทนฺติ, สา อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. อยํ ปญฺจโมติ อยํ สพฺรหฺมจารีสุ โกปสงฺขาโต ปญฺจโม จิตฺตสฺส ถทฺธภาโว กจวรภาโว ขาณุกภาโว.