๕. ปญฺจมปณฺณาสกํ
(๒๑) ๑. กิมิลวคฺโค
๑. กิมิลสุตฺตวณฺณนา
๒๐๑. ปญฺจมสฺส ปฐเม กิมิลายนฺติ เอวํนามเก นคเร. นิจุลวเนติ มุจลินฺทวเน. เอตทโวจาติ อยํ กิร เถโร ตสฺมึเยว นคเร เสฏฺฐิปุตฺโต สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ปุพฺเพนิวาสญาณํ ปฏิลภิ. โส อตฺตนา นิวุตฺถํ ขนฺธสนฺตานํ อนุสฺสรนฺโต กสฺสปทสพลสฺส สาสโนสกฺกนกาเล ปพฺพชิตฺวา จตูสุ ปริสาสุ สาสเน อคารวํ กโรนฺตีสุ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อารุยฺห ตตฺถ สมณธมฺมํ กตฺวา อตฺตโน นิวุตฺถภาวํ อทฺทส. โส ‘‘สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ การณํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ เอตํ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ.
สตฺถริ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสาติ สตฺถริ คารวญฺเจว เชฏฺฐกภาวญฺจ อนุปฏฺฐเปตฺวา วิหรนฺติ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ เจติยงฺคณาทีสุ ฉตฺตํ ธาเรตฺวา อุปาหนา อารุยฺห วิจรนฺโต นานปฺปการญฺจ นิรตฺถกกถํ กเถนฺโต สตฺถริ อคารโว วิหรติ นาม. ธมฺมสฺสวนคฺเค ปน นิสีทิตฺวา นิทฺทายนฺโต เจว นานปฺปการญฺจ นิรตฺถกกถํ กเถนฺโต ธมฺเม อคารโว วิหรติ นาม. สงฺฆมชฺเฌ พาหาวิกฺเขปกํ นานตฺตกถํ กเถนฺโต เถรนวมชฺฌิเมสุ จ จิตฺตีการํ อกโรนฺโต สงฺเฆ อคารโว วิหรติ นาม. สิกฺขํ อปริปูเรนฺโต สิกฺขาย อคารโว วิหรติ นาม. อญฺญมญฺญํ กลหภณฺฑนาทีนิ กโรนฺโต อญฺญมญฺญํ อคารโว วิหรติ นาม. ทุติยํ อุตฺตานตฺถเมว.
๓. อสฺสาชานียสุตฺตวณฺณนา
๒๐๓-๒๐๔. ตติเย อชฺชเวนาติ อุชุภาเวน อวงฺกคมเนน. ชเวนาติ ปทชเวน. มทฺทเวนาติ สรีรมุทุตาย. ขนฺติยาติ อธิวาสนกฺขนฺติยา. โสรจฺเจนาติ สุจิสีลตาย. ภิกฺขุวาเร อชฺชวนฺติ ญาณสฺส อุชุกคมนํ. ชโวติ สูรํ หุตฺวา ญาณสฺส คมนภาโว. มทฺทวนฺติ สีลมทฺทวํ. ขนฺตีติ อธิวาสนกฺขนฺติเยว. โสรจฺจํ สุจิสีลตาเยว. จตุตฺเถ ปญฺจ พลานิ มิสฺสกานิ กถิตานิ.
๕. เจโตขิลสุตฺตวณฺณนา
๒๐๕. ปญฺจเม เจโตขิลาติ จิตฺตสฺส ถทฺธภาวา, กจวรภาวา, ขาณุกภาวา. สตฺถริ กงฺขตีติ สตฺถุ สรีเร วา คุเณ วา กงฺขติ. สรีเร กงฺขมาโน ‘‘ทฺวตฺตึสวรปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ นาม สรีรํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ, คุเณ กงฺขมาโน ‘‘อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. วิจิกิจฺฉตีติ วิจินนฺโต กิจฺฉติ, ทุกฺขํ อาปชฺชติ, วินิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ. นาธิมุจฺจตีติ เอวเมตนฺติ อธิโมกฺขํ น ปฏิลภติ. น สมฺปสีทตีติ คุเณสุ โอตริตฺวา นิพฺพิจิกิจฺฉภาเวน ปสีทิตุํ อนาวิโล ภวิตุํ น สกฺโกติ. อาตปฺปายาติ กิเลสสนฺตาปกวีริยกรณตฺถาย. อนุโยคายาติ ปุนปฺปุนํ โยคาย. สาตจฺจายาติ สตตกิริยาย. ปธานายาติ ปทหนตฺถาย. อยํ ปฐโม เจโตขิโลติ อยํ สตฺถริ วิจิกิจฺฉาสงฺขาโต ปฐโม จิตฺตสฺส ถทฺธภาโว เอวเมตสฺส ภิกฺขุโน อปฺปหีโน โหติ.
ธมฺเมติ ปริยตฺติธมฺเม จ ปฏิเวธธมฺเม จ. ปริยตฺติธมฺเม กงฺขมาโน ‘‘เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานีติ วทนฺติ, อตฺถิ นุ โข เอตํ นตฺถี’’ติ กงฺขติ. ปฏิเวธธมฺเม กงฺขมาโน ‘‘วิปสฺสนานิสฺสนฺโท มคฺโค นาม, มคฺคนิสฺสนฺทํ ผลํ นาม, สพฺพสงฺขารปฏินิสฺสคฺโค นิพฺพานํ นามาติ วทนฺติ, ตํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. สงฺเฆ กงฺขตีติ ‘‘อุชุปฺปฏิปนฺโน’’ติอาทีนํ ปทานํ วเสน ‘‘เอวรูปํ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน จตฺตาโร มคฺคฏฺฐา จตฺตาโร ผลฏฺฐาติ อฏฺฐนฺนํ ปุคฺคลานํ สมูหภูโต สงฺโฆ นาม อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. สิกฺขาย กงฺขมาโน ‘‘อธิสีลสิกฺขา นาม อธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขา นามาติ วทนฺติ, สา อตฺถิ นุ โข นตฺถี’’ติ กงฺขติ. อยํ ปญฺจโมติ อยํ สพฺรหฺมจารีสุ โกปสงฺขาโต ปญฺจโม จิตฺตสฺส ถทฺธภาโว กจวรภาโว ขาณุกภาโว.
๖. วินิพนฺธสุตฺตวณฺณนา
๒๐๖. ฉฏฺเฐ เจตโสวินิพนฺธาติ จิตฺตํ วินิพนฺธิตฺวา มุฏฺฐิยํ กตฺวา วิย คณฺหนฺตีติ เจตโสวินิพนฺธา. กาเมติ วตฺถุกาเมปิ กิเลสกาเมปิ. กาเยติ อตฺตโน กาเย. รูเปติ พหิทฺธารูเป. ยาวทตฺถนฺติ ยตฺตกํ อิจฺฉติ, ตตฺตกํ. อุทราวเทหกนฺติ อุทรปูรํ. ตญฺหิ อุทรํ อวเทหนโต อุทราวเทหกนฺติ วุจฺจติ. เสยฺยสุขนฺติ มญฺจปีฐสุขํ, อุตุสุขํ วา. ปสฺสสุขนฺติ ยถา สมฺปริวตฺตกํ สยนฺตสฺส ทกฺขิณปสฺส วามปสฺสานํ สุขํ โหติ, เอวํ อุปฺปนฺนสุขํ. มิทฺธสุขนฺติ นิทฺทาสุขํ. อนุยุตฺโตติ ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิหรติ. ปณิธายาติ ปตฺถยิตฺวา. สีเลนาติอาทีสุ สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. วตนฺติ วตสมาทานํ. ตโปติ ตปจรณํ. พฺรหฺมจริยนฺติ เมถุนวิรติ. เทโว วา ภวิสฺสามีติ มเหสกฺขเทโว วา ภวิสฺสามิ. เทวญฺญตโร วาติ อปฺเปสกฺขเทเวสุ วา อญฺญตโรติ.
๗-๘. ยาคุสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๐๗-๒๐๘. สตฺตเม วาตํ อนุโลเมตีติ วาตํ อนุโลเมตฺวา หรติ. วตฺถึ โสเธตีติ ธมนิโย สุทฺธา กโรติ. อามาวเสสํ ปาเจตีติ สเจ อามาวเสสกํ โหติ, ตํ ปาเจติ. อฏฺฐเม อจกฺขุสฺสนฺติ น จกฺขูนํ หิตํ, จกฺขุํ วิสุทฺธํ น กโรติ.
๙. คีตสฺสรสุตฺตวณฺณนา
๒๐๙. นวเม อายตเกนาติ ทีเฆน, ปริปุณฺณปทพฺยญฺชนกํ คาถาวตฺตญฺจ วินาเสตฺวา ปวตฺเตน. สรกุตฺติมฺปิ นิกามยมานสฺสาติ เอวํ คีตสฺสโร กาตพฺโพติ สรกิริยํ ปตฺถยมานสฺส. สมาธิสฺส ภงฺโค โหตีติ สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺส วินาโส โหติ.
๑๐. มุฏฺฐสฺสติสุตฺตวณฺณนา
๒๑๐. ทสเม ทุกฺขํ สุปตีติ นานาวิธํ สุปินํ ปสฺสนฺโต ทุกฺขํ สุปติ. ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌตีติ ปฏิพุชฺฌนฺโตปิ อุตฺตสิตฺวา สโลมหํโส ปฏิพุชฺฌติ. อิมสฺมึ สุตฺเต สติสมฺปชญฺญํ มิสฺสกํ กถิตํ.
กิมิลวคฺโค ปฐโม.
(๒๒) ๒. อกฺโกสกวคฺโค
๑. อกฺโกสกสุตฺตวณฺณนา
๒๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม อกฺโกสกปริภาสโกติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสโก, ภยทสฺสเนน ปริภาสโก. ฉินฺนปริปนฺโถติ โลกุตฺตรปริปนฺถสฺส ฉินฺนตฺตา ฉินฺนปริปนฺโถ. โรคาตงฺกนฺติ โรโคเยว กิจฺฉชีวิกายาวหนโต โรคาตงฺโก นาม.
๒. ภณฺฑนการกสุตฺตวณฺณนา
๒๑๒. ทุติเย อธิกรณการโกติ จตุนฺนํ อธิกรณานํ อญฺญตรสฺส การโก. อนธิคตนฺติ ปุพฺเพ อปฺปตฺตวิเสสํ.
๓. สีลสุตฺตวณฺณนา
๒๑๓. ตติเย ทุสฺสีโลติ อสีโล นิสฺสีโล. สีลวิปนฺโนติ วิปนฺนสีโล ภินฺนสํวโร. ปมาทาธิกรณนฺติ ปมาทการณา. อิทญฺจ สุตฺตํ คหฏฺฐานํ วเสน อาคตํ, ปพฺพชิตานมฺปิ ปน ลพฺภเตว. คหฏฺโฐ หิ เยน เยน สิปฺปฏฺฐาเนน ชีวิกํ กปฺเปติ, ยทิ กสิยา, ยทิ วณิชฺชาย, ปาณาติปาตาทิวเสน ปมตฺโต ตํ ตํ ยถากาลํ สมฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, อถสฺส มูลํ วินสฺสติ. มาฆาตกาเลปิ ปาณาติปาตํ อทินฺนาทานาทีนิ จ กโรนฺโต ทณฺฑวเสน มหตึ โภคชานึ นิคจฺฉติ. ปพฺพชิโต ทุสฺสีโล ปมาทการณา สีลโต พุทฺธวจนโต ฌานโต สตฺตอริยธนโต จ ชานึ นิคจฺฉติ. คหฏฺฐสฺส ‘‘อสุโก อสุกกุเล ชาโต ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม ปริจฺจตฺตอิธโลกปรโลโก สลากภตฺตมตฺตมฺปิ น เทตี’’ติ จตุปริสมชฺเฌ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ. ปพฺพชิตสฺส ‘‘อสุโก นาสกฺขิ สีลํ รกฺขิตุํ พุทฺธวจนํ คเหตุํ, เวชฺชกมฺมาทีหิ ชีวติ, ฉหิ อคารเวหิ สมนฺนาคโต’’ติ เอวํ อพฺภุคฺคจฺฉติ.
อวิสารโทติ คหฏฺโฐ ตาว ‘‘อวสฺสํ พหูนํ สนฺนิปาตฏฺฐาเน โกจิ มม กมฺมํ ชานิสฺสติ, อถ มํ นิคฺคณฺหิสฺสนฺติ วา, ราชกุลสฺส วา ทสฺสนฺตี’’ติ สภโย อุปสงฺกมติ. มงฺกุภูโต จ ปติตกฺขนฺโธ อโธมุโข องฺคุฏฺฐเกน ภูมึ กสนฺโต นิสีทติ, วิสารโท หุตฺวา กเถตุํ น สกฺโกติ. ปพฺพชิโตปิ ‘‘พหู ภิกฺขู สนฺนิปติตา, อวสฺสํ โกจิ มม กมฺมํ ชานิสฺสติ, อถ เม อุโปสถมฺปิ ปวารณมฺปิ ฐเปตฺวา สามญฺญา จาเวตฺวา นิกฺกฑฺฒิสฺสนฺตี’’ติ สภโย อุปสงฺกมติ, วิสารโท หุตฺวา กเถตุํ น สกฺโกติ. เอกจฺโจ ปน ทุสฺสีโลปิ ทปฺปิโต วิย จรติ, โสปิ อชฺฌาสเยน มงฺกุ โหติเยว.
สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรตีติ ตสฺส หิ มรณมญฺเจ นิปนฺนสฺส ทุสฺสีลกมฺมํ สมาทาย วตฺติตฏฺฐานํ อาปาถํ อาคจฺฉติ. โส อุมฺมีเลตฺวา อิธโลกํ ปสฺสติ, นิมฺมีเลตฺวา ปรโลกํ. ตสฺส จตฺตาโร อปายา อุปฏฺฐหนฺติ, สตฺติสเตน สีเส ปหริยมาโน วิย โหติ. โส ‘‘วาเรถ วาเรถา’’ติ วิรวนฺโต มรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรตี’’ติ. ปญฺจมปทํ อุตฺตานเมว. อานิสํสกถา วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพา.
๔. พหุภาณิสุตฺตวณฺณนา
๒๑๔. จตุตฺเถ พหุภาณิสฺมินฺติ ปญฺญาย อปริจฺฉินฺทิตฺวา พหุํ ภณนฺเต. มนฺตภาณิสฺมินฺติ มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ภณนฺเต.
๕. ปฐมอกฺขนฺติสุตฺตวณฺณนา
๒๑๕. ปญฺจเม เวรพหุโลติ ปุคฺคลเวเรนปิ อกุสลเวเรนปิ พหุเวโร. วชฺชพหุโลติ โทสพหุโล.
๖. ทุติยอกฺขนฺติสุตฺตวณฺณนา
๒๑๖. ฉฏฺเฐ ลุทฺโทติ ทารุโณ กกฺขโฬ. วิปฺปฏิสารีติ มงฺกุภาเวน สมนฺนาคโต.
๗.ปฐมอปาสาทิกสุตฺตวณฺณนา
๒๑๗. สตฺตเม อปาสาทิเกติ อปาสาทิเกหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคเต. ปาสาทิเกติ ปสาทาวเห ปริสุทฺธสมาจาเร. อฏฺฐมนวมานิ อุตฺตานตฺถาเนว.
๑๐. มธุราสุตฺตวณฺณนา
๒๒๐. ทสเม ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา มธุรายนฺติ เอกํ สมยํ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ จรมาโน มธุรานครํ สมฺปาปุณิตฺวา อนฺโตนครํ ปวิสิตุํ อารภิ. อเถกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ยกฺขินี อเจลา หุตฺวา เทฺว หตฺเถ ปสาเรตฺวา ชิวฺหํ นิลฺลาเลตฺวา ทสพลสฺส ปุรโต อฏฺฐาสิ. สตฺถา อนฺโตนครํ อปฺปวิสิตฺวา ตโตว นิกฺขมิตฺวา วิหารํ อคมาสิ. มหาชโน ขาทนียโภชนียญฺเจว สกฺการสมฺมานญฺจ อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ อทาสิ. สตฺถา ตสฺส นครสฺส นิคฺคณฺหนตฺถาย อิมํ สุตฺตํ อารภิ. ตตฺถ วิสมาติ น สมตลา. พหุรชาติ วาตปหรณกาเล อุทฺธเตน รชกฺขนฺเธน ปริโยนทฺธา วิย โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
อกฺโกสกวคฺโค ทุติโย.
(๒๓) ๓. ทีฆจาริกวคฺโค
๑. ปฐมทีฆจาริกสุตฺตวณฺณนา
๒๒๑. ตติยสฺส ปฐเม อนวตฺถจาริกนฺติ อววตฺถิตจาริกํ. สุตํ น ปริโยทเปตีติ ยมฺปิสฺส สุตํ อตฺถิ, ตํ ปริโยทเปตุํ น สกฺโกติ. สุเตเนกจฺเจน อวิสารโท โหตีติ โถกโถเกน สุเตน วิชฺชมาเนนาปิ ญาเณน โสมนสฺสปฺปตฺโต น โหติ. สมวตฺถจาเรติ สมวตฺถิตจาเร. ทุติยํ อุตฺตานตฺถเมว.
๓-๔. อตินิวาสสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๒๓-๒๒๔. ตติเย พหุภณฺโฑติ พหุปริกฺขาโร. พหุเภสชฺโชติ สปฺปินวนีตาทีนํ พหุตาย พหุเภสชฺโช. พฺยตฺโตติ พฺยาสตฺโต. สํสฏฺโฐติ ปญฺจวิเธน สํสคฺเคน สํสฏฺโฐ หุตฺวา. อนนุโลมิเกนาติ สาสนสฺส อนนุจฺฉวิเกน. จตุตฺเถ วณฺณมจฺฉรีติ คุณมจฺฉรี. ธมฺมมจฺฉรีติ ปริยตฺติมจฺฉรี.
๕-๖. กุลูปกสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๒๕-๒๒๖. ปญฺจเม อนามนฺตจาเร อาปชฺชตีติ ‘‘นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ สิกฺขาปเท (ปารา. ๒๙๔) วุตฺตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. รโห นิสชฺชายาติอาทีนิปิ เตสํ เตสํ สิกฺขาปทานํ วเสน เวทิตพฺพานิ. ฉฏฺเฐ อติเวลนฺติ อติกฺกนฺตปมาณกาลํ. สตฺตมํ อุตฺตานเมว.
๘. อุสฺสูรภตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๒๘. อฏฺฐเม อุสฺสูรภตฺเตติ อติทิวาปจนภตฺเต. น กาเลน ปฏิปูเชนฺตีติ ยาคุกาเล ยาคุํ, ขชฺชกกาเล ขชฺชกํ, โภชนกาเล โภชนํ อปจนฺตา ยุตฺตปฺปยุตฺตกาลสฺส อตินามิตตฺตา น กาเลน ปฏิปูเชนฺติ, อตฺตโน จิตฺเตเนว เทนฺติ นาม. ตโต เตปิ เตสุ อตฺตโน เคหํ อาคเตสุ ตเถว กโรนฺติ. กุลปเวณิยา อาคตา พลิปฏิคฺคาหิกา เทวตาปิ ยุตฺตปฺปยุตฺตกาเลน ลาภํ ลภมานาเยว รกฺขนฺติ โคปยนฺติ ปีฬํ อกตฺวา. อกาเล ลภมานา ปน ‘‘อิเม อเมฺหสุ อนาทรา’’ติ อารกฺขํ น กโรนฺติ.
สมณพฺราหฺมณาปิ ‘‘เอเตสํ เคเห โภชนเวลาย โภชนํ น โหติ, ฐิตมชฺฌนฺหิเก เทนฺตี’’ติ มงฺคลามงฺคเลสุ กาตพฺพํ น กโรนฺติ. วิมุขา กมฺมํ กโรนฺตีติ ‘‘ปาโต กิญฺจิ น ลภาม, ขุทาย ปฏิปีฬิตา กมฺมํ กาตุํ น สกฺโกมา’’ติ กมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา นิสีทนฺติ. อโนชวนฺตํ โหตีติ อกาเล ภุตฺตํ โอชํ หริตุํ น สกฺโกติ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตวิปลฺลาเสน เวทิตพฺโพ.
๙. ปฐมกณฺหสปฺปสุตฺตวณฺณนา
๒๒๙. นวเม สภีรูติ สนิทฺโท มหานิทฺทํ นิทฺทายติ. สปฺปฏิภโยติ ตํ นิสฺสาย ภยํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา สปฺปฏิภโย. มิตฺตทุพฺภีติ ปานโภชนทายกมฺปิ มิตฺตํ ทุพฺภติ หึสติ. มาตุคาเมปิ เอเสว นโย.
๑๐. ทุติยกณฺหสปฺปสุตฺตวณฺณนา
๒๓๐. ทสเม โฆรวิโสติ กกฺขฬวิโส. ทุชฺชิโวฺหติ ทฺวิธา ภินฺนชิโวฺห. โฆรวิสตาติ โฆรวิสตาย. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย.
ทีฆจาริกวคฺโค ตติโย.
(๒๔) ๔. อาวาสิกวคฺโค
๑. อาวาสิกสุตฺตวณฺณนา
๒๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม น อากปฺปสมฺปนฺโนติ สมณากปฺเปน สมฺปนฺโน. อภาวนีโย โหตีติ วฑฺฒนีโย น โหติ. ทุติยํ อุตฺตานเมว.
๓. โสภนสุตฺตวณฺณนา
๒๓๓. ตติเย ปฏิพโลติ กายพเลน จ ญาณพเลน จ สมนฺนาคตตฺตา ปฏิพโล.
๔. พหูปการสุตฺตวณฺณนา
๒๓๔. จตุตฺเถ ขณฺฑผุลฺลนฺติ ปติตฏฺฐานญฺจ ภินฺนฏฺฐานญฺจ. ปฏิสงฺขโรตีติ ปฏิปากติกํ กโรติ. อาโรเจตีติ อิทํ ปวาริตกุลานํ วเสน วุตฺตํ.
๕. อนุกมฺปสุตฺตวณฺณนา
๒๓๕. ปญฺจเม อธิสีเลสูติ ปญฺจสุ สีเลสุ. ธมฺมทสฺสเน นิเวเสตีติ จตุสจฺจธมฺมทสฺสเน ปติฏฺฐาเปติ. อรหคฺคตนฺติ สพฺพสกฺการานํ อรเห รตนตฺตเยว คตํ, ตีสุ วตฺถูสุ ครุจิตฺตีการํ อุปฏฺฐเปถาติ อตฺโถ. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว.
๗. ทุติยอวณฺณารหสุตฺตวณฺณนา
๒๓๗. สตฺตเม อาวาสปลิเคธีติ อาวาสํ พลวคิทฺธิวเสน คิลิตฺวา วิย ฐิโต. เสสํ สพฺพํ อุตฺตานเมวาติ.
อาวาสิกวคฺโค จตุตฺโถ.
(๒๕) ๕. ทุจฺจริตวคฺโค
๑. ปฐมทุจฺจริตสุตฺตวณฺณนา
๒๔๑. ปญฺจมสฺส ปฐเม ทุจฺจริเต สุจริเตติ อิทํ อเภทโต วุตฺตํ, กายทุจฺจริเตติอาทิ กายทฺวาราทีนํ วเสน เภทโต. สทฺธมฺมาติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมโต. อสทฺธมฺเมติ อกุสลกมฺมปถสงฺขาเต อสฺสทฺธมฺเม.
๙. สิวถิกสุตฺตวณฺณนา
๒๔๙. นวเม สิวถิกายาติ สุสาเน. อาโรทนาติ อาโรทนฏฺฐานํ. อสุจินาติ ชิคุจฺฉนีเยน.
๑๐. ปุคฺคลปฺปสาทสุตฺตวณฺณนา
๒๕๐. ทสเม ปุคฺคลปฺปสาเทติ เอกปุคฺคลสฺมึ อุปฺปนฺนปฺปสาเท. อนฺเต นิสีทาเปตีติ ภิกฺขูนํ อาสนปริยนฺเต นิสีทาเปติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ทุจฺจริตวคฺโค ปญฺจโม.
ปญฺจมปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.