๔. ยสฺสํทิสํสุตฺตวณฺณนา
๑๓๔. จตุตฺเถ อุภโตติ ทฺวีหิปิ ปกฺเขหิ. มาติโต จ ปิติโต จาติ ยสฺส หิ มาตา ขตฺติยา, มาตุมาตา ขตฺติยา, ตสฺสาปิ มาตา ขตฺติยา. ปิตา ขตฺติโย, ปิตุปิตา ขตฺติโย, ตสฺสปิ ปิตา ขตฺติโย. โส อุภโต สุชาโต มาติโต จ ปิติโต จ. สํสุทฺธคหณิโกติ สํสุทฺธาย มาตุกุจฺฉิยา สมนฺนาคโต. ‘‘สมเวปากินิยา คหณิยา’’ติ เอตฺถ ปน กมฺมชเตโชธาตุ คหณีติ วุจฺจติ. ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ เอตฺถ ปิตุปิตา ปิตามโห, ปิตามหสฺส ยุคํ ปิตามหยุคํ. ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจติ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปิตามโหเยว ปิตามหยุคํ. ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปุริโส, ตาว สํสุทฺธคหณิโก, อถ วา อกฺขิตฺโต อนุปกฺกุฏฺโฐ ชาติวาเทนาติ ทสฺเสติ. อกฺขิตฺโตติ ‘‘อปเนถ เอตํ, กึ อิมินา’’ติ เอวํ อกฺขิตฺโต อนวกฺขิตฺโต. อนุปกฺกุฏฺโฐติ น อุปกฺกุฏฺโฐ น อกฺโกสํ วา นินฺทํ วา ปตฺตปุพฺโพ. เกน การเณนาติ? ชาติวาเทน, ‘‘อิติปิ หีนชาติโก เอโส’’ติ เอวรูเปน วจเนนาติ อตฺโถ.
อฑฺโฒติอาทีสุ โย โกจิ อตฺตโน สนฺตเกน วิภเวน อฑฺโฒ โหติ. อิธ ปน น เกวลํ อฑฺโฒเยว, มหทฺธโน มหตา อปริมาณสงฺเขน ธเนน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ปญฺจกามคุณวเสน มหนฺตา อุฬารา โภคา อสฺสาติ มหาโภโค. ปริปุณฺณโกสโกฏฺฐาคาโรติ โกโส วุจฺจติ ภณฺฑาคารํ, นิทหิตฺวา ฐปิเตน ธเนน ปริปุณฺณโกโส, ธญฺเญน จ ปริปุณฺณโกฏฺฐาคาโรติ อตฺโถ. อถ วา จตุพฺพิโธ โกโส หตฺถี อสฺสา รถา รฏฺฐนฺติ, ติวิธํ โกฏฺฐาคารํ ธนโกฏฺฐาคารํ ธญฺญโกฏฺฐาคารํ วตฺถโกฏฺฐาคารนฺติ. ตํ สพฺพมฺปิ ปริปุณฺณมสฺสาติ ปริปุณฺณโกสโกฏฺฐาคาโร. อสฺสวายาติ กสฺสจิ พหุมฺปิ ธนํ เทนฺตสฺส เสนา น สุณาติ, สา อนสฺสวา นาม โหติ. กสฺสจิ อเทนฺตสฺสาปิ สุณาติเยว, อยํ อสฺสวา นาม. โอวาทปฏิกรายาติ ‘‘อิทํ โว กตฺตพฺพ, อิทํ น กตฺตพฺพ’’นฺติ ทินฺนโอวาทกราย. ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. พฺยตฺโตติ ปญฺญาเวยฺยตฺติเยน ยุตฺโต. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญาย สมนฺนาคโต. ปฏิพโลติ สมตฺโถ. อตฺเถ จินฺเตตุนฺติ วฑฺฒิอตฺเถ จินฺเตตุํ. โส หิ ปจฺจุปฺปนฺนอตฺถวเสเนว ‘‘อตีเตปิ เอวํ อเหสุํ, อนาคเตปิ เอวํ ภวิสฺสนฺตี’’ติ จินฺเตติ. วิชิตาวีนนฺติ วิชิตวิชยานํ, มหนฺเตน วา วิชเยน สมนฺนาคตานํ. วิมุตฺตจิตฺตานนฺติ ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ วิมุตฺตมานสานํ.