๓. ปธานิยงฺคสุตฺตวณฺณนา
๕๓. ตติเย ปธานิยงฺคานีติ ปธานํ วุจฺจติ ปทหนภาโว, ปธานมสฺส อตฺถีติ ปธานิโย, ปธานิยสฺส ภิกฺขุโน องฺคานีติ ปธานิยงฺคานิ. สทฺโธติ สทฺธาย สมนฺนาคโต. สทฺธา ปเนสา อาคมสทฺธา อธิคมสทฺธา โอกปฺปนสทฺธา ปสาทสทฺธาติ จตุพฺพิธา. ตตฺถ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ สทฺธา, อภินีหารโต ปฏฺฐาย อาคตตฺตา อาคมสทฺธา นาม. อริยสาวกานํ ปฏิเวเธน อธิคตตฺตา อธิคมสทฺธา นาม. พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆติ วุตฺเต อจลภาเวน โอกปฺปนํ โอกปฺปนสทฺธา นาม. ปสาทุปฺปตฺติ ปสาทสทฺธา นาม. อิธ โอกปฺปนสทฺธา อธิปฺเปตา. โพธินฺติ จตุมคฺคญาณํ. ตํ สุปฺปฏิวิทฺธํ ตถาคเตนาติ สทฺทหติ. เทสนาสีสเมว เจตํ, อิมินา ปน องฺเคน ตีสุปิ รตเนสุ สทฺธา อธิปฺเปตา. ยสฺส หิ พุทฺธาทีสุ ปสาโท พลวา, ตสฺส ปธานวีริยํ อิชฺฌติ.
อปฺปาพาโธติ อโรโค. อปฺปาตงฺโกติ นิทฺทุกฺโข. สมเวปากินิยาติ สมวิปากินิยา. คหณิยาติ กมฺมชเตโชธาตุยา. นาติสีตาย นาจฺจุณฺหายาติ อติสีตลคฺคหณิโก หิ สีตภีรุโก โหติ, อจฺจุณฺหคฺคหณิโก อุณฺหภีรุโก, เตสํ ปธานํ น อิชฺฌติ, มชฺฌิมคฺคหณิกสฺส อิชฺฌติ. เตนาห – มชฺฌิมาย ปธานกฺขมายาติ. ยถาภูตํ อตฺตานํ อาวิกตฺตาติ ยถาภูตํ อตฺตโน อคุณํ ปกาเสตา. อุทยตฺถคามินิยาติ อุทยญฺจ อตฺถญฺจ คนฺตุํ ปริจฺฉินฺทิตุํ สมตฺถาย. เอเตน ปญฺญาสลกฺขณปริคฺคาหกํ อุทยพฺพยญาณํ วุตฺตํ. อริยายาติ ปริสุทฺธาย. นิพฺเพธิกายาติ อนิพฺพิทฺธปุพฺเพ โลภกฺขนฺธาทโย นิพฺพิชฺฌิตุํ สมตฺถาย. สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยาติ ตทงฺควเสน กิเลสานํ ปหีนตฺตา ยํ ทุกฺขํ ขียติ, ตสฺส ทุกฺขสฺส ขยคามินิยา. อิติ สพฺเพหิปิ อิเมหิ ปเทหิ วิปสฺสนาปญฺญาว กถิตา. ทุปฺปญฺญสฺส หิ ปธานํ น อิชฺฌติ.