๔. เสยฺยาสุตฺตวณฺณนา
๒๔๖. จตุตฺเถ เปตาติ กาลกตา วุจฺจนฺติ. อุตฺตานา เสนฺตีติ เต เยภุยฺเยน อุตฺตานกาว สยนฺติ. อถ วา เปตฺติวิสเย นิพฺพตฺตา เปตา นาม, เต อปฺปมํสโลหิตตฺตา อฏฺฐิสงฺฆาตชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ. อนตฺตมโน โหตีติ เตชุสฺสทตฺตา สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ, ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ. ทิวสมฺปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺตสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, ‘‘นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา, น สูรภาวสฺส อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อนตฺตมโน โหตี’’ติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภนํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺตมโน โหตี’’ติ.