๕. ปญฺจมปณฺณาสกํ
(๒๑) ๑. สปฺปุริสวคฺโค
๑-๖. สิกฺขาปทสุตฺตวณฺณนา
๒๐๑. ปญฺจมสฺส ปฐเม อสปฺปุริสนฺติ ลามกปุริสํ ตุจฺฉปุริสํ มูฬฺหปุริสํ อวิชฺชาย อนฺธีกตํ พาลํ. อสปฺปุริสตรนฺติ อติเรเกน อสปฺปุริสํ. อิตเร เทฺว วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพา. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. ยถา เจตฺถ, เอวํ อิโต ปเรสุ ปญฺจสุ. เอเตสุ หิ ปฐมํ ปญฺจเวรวเสน เทสิตํ, ทุติยํ อสฺสทฺธมฺมวเสน, ตติยํ กายวจีทฺวารวเสน, จตุตฺถํ มโนทฺวารวเสน, ปญฺจมํ อฏฺฐมิจฺฉตฺตวเสน, ฉฏฺฐํ ทสมิจฺฉตฺตวเสน.
๗-๑๐. ปาปธมฺมสุตฺตจตุกฺกวณฺณนา
๒๐๗-๒๑๐. สตฺตเม ปาปนฺติ ลามกํ สํกิลิฏฺฐปุคฺคลํ. กลฺยาณนฺติ ภทฺทกํ อนวชฺชปุคฺคลํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. อฏฺฐเมปิ เอเสว นโย. นวเม ปาปธมฺมนฺติ ลามกธมฺมํ. กลฺยาณธมฺมนฺติ อนวชฺชธมฺมํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. ทสเมปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ วคฺเค ทสสุปิ สุตฺเตสุ อคาริยปฺปฏิปทา กถิตา. สเจปิ โสตาปนฺนสกทาคามิโน โหนฺติ, วฏฺฏติเยวาติ.
สปฺปุริสวคฺโค ปฐโม.
(๒๒) ๒. ปริสาวคฺโค
๑. ปริสาสุตฺตวณฺณนา
๒๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม ปริสํ ทูเสนฺตีติ ปริสทูสนา. ปริสํ โสเภนฺตีติ ปริสโสภนา.
๒. ทิฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา
๒๑๒. ทุติเย มโนทุจฺจริเต ปริยาปนฺนาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ มหาสาวชฺชตาย วิสุํ วุตฺตา, ตสฺสา จ ปฏิปกฺขวเสน สมฺมาทิฏฺฐิ.
๓. อกตญฺญุตาสุตฺตวณฺณนา
๒๑๓. ตติเย อกตญฺญุตา อกตเวทิตาติ อกตญฺญุตาย อกตเวทิตาย. อุภยมฺเปตํ อตฺถโต เอกเมว. สุกฺกปกฺเขปิ เอเสว นโย.
๔-๗. ปาณาติปาตีสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๑๔-๒๑๗. จตุตฺถํ จตุนฺนํ กมฺมกิเลสานํ ตปฺปฏิปกฺขสฺส จ วเสน วุตฺตํ, ปญฺจมํ สุกฺกปกฺขานํ อาทิโต จตุนฺนํ มิจฺฉตฺตานํ วเสน, ฉฏฺฐํ อวเสสานํ จตุนฺนํ, สตฺตมํ อนริยโวหารอริยโวหารานํ. ตถา อฏฺฐมนวมทสมานิ สปฺปฏิปกฺขานํ อสฺสทฺธมฺมานํ วเสน วุตฺตานิ. สพฺพสุตฺเตสุ ปน สุกฺกปกฺขธมฺมา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกาว กถิตา. นวสุ สุตฺเตสุ กิญฺจาปิ ‘‘สคฺเค’’ติ วุตฺตํ, ตโย ปน มคฺคา ตีณิ จ ผลานิ ลพฺภนฺติเยวาติ.
ปริสาวคฺโค ทุติโย.
(๒๓) ๓. ทุจฺจริตวคฺควณฺณนา
๒๒๑-๒๓๑. ตติยสฺส ปฐมาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว. ทสเม โย จินฺเตตฺวา กพฺยํ กโรติ, อยํ จินฺตากวิ นาม. โย สุตฺวา กโรติ, อยํ สุตกวิ นาม. โย เอกํ อตฺถํ นิสฺสาย กโรติ, อยํ อตฺถกวิ นาม. โย ตงฺขณญฺเญว วงฺคีสตฺเถโร วิย อตฺตโน ปฏิภาเนน กโรติ, อยํ ปฏิภานกวิ นามาติ.
ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย.
(๒๔) ๔. กมฺมวคฺโค
๑. สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๓๒. จตุตฺถสฺส ปฐเม กณฺหนฺติ กาฬกํ ทสอกุสลกมฺมปถกมฺมํ. กณฺหวิปากนฺติ อปาเย นิพฺพตฺตนโต กาฬกวิปากํ. สุกฺกนฺติ ปณฺฑรกํ กุสลกมฺมปถกมฺมํ. สุกฺกวิปากนฺติ สคฺเค นิพฺพตฺตนโต ปณฺฑรกวิปากํ. กณฺหสุกฺกนฺติ มิสฺสกกมฺมํ. กณฺหสุกฺกวิปากนฺติ สุขทุกฺขวิปากํ. มิสฺสกกมฺมญฺหิ กตฺวา อกุสเลน ติรจฺฉานโยนิยํ มงฺคลหตฺถิฏฺฐานาทีสุ อุปฺปนฺโน กุสเลน ปวตฺเต สุขํ เวทิยติ. กุสเลน ราชกุเลปิ นิพฺพตฺโต อกุสเลน ปวตฺเต ทุกฺขํ เวทิยติ. อกณฺหํ อสุกฺกนฺติ กมฺมกฺขยกรํ จตุมคฺคญาณํ อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ ยทิ กณฺหํ ภเวยฺย, กณฺหวิปากํ ทเทยฺย. ยทิ สุกฺกํ ภเวยฺย, สุกฺกวิปากํ ทเทยฺย. อุภยวิปากสฺส ปน อปฺปทานโต อกณฺหํ อสุกฺกนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
๒. วิตฺถารสุตฺตวณฺณนา
๒๓๓. ทุติเย สพฺยาพชฺฌนฺติ สโทสํ. กายสงฺขารนฺติ กายทฺวารเจตนํ. อภิสงฺขโรตีติ อายูหติ สมฺปิณฺเฑติ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. สพฺยาพชฺฌํ โลกนฺติ สทุกฺขํ โลกํ. สพฺยาพชฺฌา ผสฺสาติ สทุกฺขา วิปากผสฺสา. สพฺยาพชฺฌํ เวทนํ เวทิยตีติ สาพาธํ วิปากเวทนํ เวทิยติ. เอกนฺตทุกฺขนฺติ เอกนฺเตเนว ทุกฺขํ, น สุขสมฺมิสฺสํ. เสยฺยถาปิ สตฺตา เนรยิกาติ เอตฺถ เสยฺยถาปีติ นิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. เตน เกวลํ เนรยิกสตฺเต ทสฺเสติ, อญฺเญ ปน ตํสริกฺขกา นาม นตฺถิ. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติอาทีสุ ปน มนุสฺสานํ ตาว กาเลน สุขา เวทนา อุปฺปชฺชติ, กาเลน ทุกฺขา เวทนา. เอกจฺเจ จ เทวาติ เอตฺถ ปน กามาวจรเทวา ทฏฺฐพฺพา. เตสญฺหิ มเหสกฺขตรา เทวตา ทิสฺวา นิสินฺนาสนโต วุฏฺฐานํ, ปารุตอุตฺตราสงฺคสฺส โอตารณํ, อญฺชลิปคฺคณฺหนนฺติอาทีนํ วเสน กาเลน ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตานํ กาเลน สุขํ. เอกจฺเจ จ วินิปาติกาติ เอตฺถ เวมานิกเปตา ทฏฺฐพฺพา. เต นิรนฺตรเมว เอกสฺมึ กาเล สุขํ, เอกสฺมึ กาเล ทุกฺขํ เวทิยนฺติ. นาคสุปณฺณหตฺถิอสฺสาทโย ปน มนุสฺสา วิย โวกิณฺณสุขทุกฺขาว โหนฺติ. ปหานาย ยา เจตนาติ เอตฺถ วิวฏฺฏคามินี มคฺคเจตนา เวทิตพฺพา. สา หิ กมฺมกฺขยาย สํวตฺตตีติ.
๓. โสณกายนสุตฺตวณฺณนา
๒๓๔. ตติเย สิขาโมคฺคลฺลาโนติ สีสมชฺเฌ ฐิตาย มหติยา สิขาย สมนฺนาคโต โมคฺคลฺลานโคตฺโต พฺราหฺมโณ. ปุริมานีติ อตีตานนฺตรทิวสโต ปฏฺฐาย ปุริมานิ, ทุติยาทิโต ปฏฺฐาย ปุริมตรานิ เวทิตพฺพานิ. โสณกายโนติ ตสฺเสว อนฺเตวาสิโก. กมฺมสจฺจายํ โภ โลโกติ โภ อยํ โลโก กมฺมสภาโว. กมฺมสมารมฺภฏฺฐายีติ กมฺมสมารมฺเภน ติฏฺฐติ. กมฺมํ อายูหนฺโตว ติฏฺฐติ, อนายูหนฺโต อุจฺฉิชฺชตีติ ทีเปติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
๔-๙. สิกฺขาปทสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๓๕. จตุตฺถาทีนิปิ อุตฺตานตฺถาเนว. มคฺคงฺเคสุ ปน ยสฺมา สติยา อุปฏฺฐเปตฺวา ปญฺญาย ปริจฺฉินฺทติ, ตสฺมา อุภยเมว กมฺมํ. เสสา องฺคาเนว โหนฺติ, โน กมฺมนฺติ วุตฺตํ. โพชฺฌงฺเคสุปิ เอเสว นโย. อภิธมฺเม ปน สพฺพมฺเปตํ อวิเสเสน เจตนาสมฺปยุตฺตกมฺมนฺเตว วณฺณิตํ.
๑๐. สมณสุตฺตวณฺณนา
๒๔๑. ทสเม อิเธวาติ อิมสฺมึเยว สาสเน. อยํ ปน นิยโม เสสปเทสุปิ เวทิตพฺโพ. ทุติยาทโยปิ หิ สมณา อิเธว, น อญฺญตฺถ. สุญฺญาติ ริตฺตา ตุจฺฉา. ปรปฺปวาทาติ จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสติกา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา, โสฬส สญฺญิวาทา, อฏฺฐ อสญฺญิวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญินาสญฺญิวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ อิเม สพฺเพปิ พฺรหฺมชาเล อาคตทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย อิโต พาหิรานํ ปเรสํ ปวาทา ปรปฺปวาทา นาม. เต สพฺเพปิ อิเมหิ จตูหิ ผลฏฺฐกสมเณหิ สุญฺญา. น หิ เต เอตฺถ สนฺติ. น เกวลญฺจ เอเตเหว สุญฺญา, จตูหิ ปน มคฺคฏฺฐกสมเณหิปิ, จตุนฺนํ มคฺคานํ อตฺถาย อารทฺธวิปสฺสเกหิปีติ ทฺวาทสหิปิ สมเณหิ สุญฺญา เอว. อิทเมว อตฺถํ สนฺธาย ภควตา มหาปรินิพฺพาเน (ที. นิ. ๒.๒๑๔) วุตฺตํ –
‘‘เอกูนตึโส วยสา สุภทฺท,
ยํ ปพฺพชึ กึกุสลานุเอสี;
วสฺสานิ ปญฺญาส สมาธิกานิ,
ยโต อหํ ปพฺพชิโต สุภทฺท;
ญายสฺส ธมฺมสฺส ปเทสวตฺตี,
อิโต พหิทฺธา สมโณปิ นตฺถิ’’.
‘‘ทุติโยปิ สมโณ นตฺถิ, ตติโยปิ สมโณ นตฺถิ, จตุตฺโถปิ สมโณ นตฺถิ, สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณหิ อญฺเญหี’’ติ. เอตฺถ หิ ปเทสวตฺตีติ อารทฺธวิปสฺสโก อธิปฺเปโต. ตสฺมา โสตาปตฺติมคฺคสฺส อารทฺธวิปสฺสกํ มคฺคฏฺฐํ ผลฏฺฐนฺติ ตโยปิ เอกโต กตฺวา ‘‘สมโณปิ นตฺถี’’ติ อาห, สกทาคามิมคฺคสฺส อารทฺธวิปสฺสกํ มคฺคฏฺฐํ ผลฏฺฐนฺติ ตโยปิ เอกโต กตฺวา ‘‘ทุติโยปิ สมโณ นตฺถี’’ติ อาห. อิตเรสุปิ ทฺวีสุ เอเสว นโย. เอกาทสมํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
กมฺมวคฺโค จตุตฺโถ.
(๒๕) ๕. อาปตฺติภยวคฺโค
๑. สงฺฆเภทกสุตฺตวณฺณนา
๒๔๓. ปญฺจมสฺส ปฐเม อปิ นุ ตํ, อานนฺท, อธิกรณนฺติ วิวาทาธิกรณาทีสุ อญฺญตรํ อธิกรณํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปฺปชฺชิ, สตฺถา ตสฺส วูปสนฺตภาวํ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห. กุโต ตํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, กุโต กินฺติ เกน การเณน ตํ อธิกรณํ วูปสมิสฺสตีติ วทติ. เกวลกปฺปนฺติ สกลํ สมนฺตโต. สงฺฆเภทาย ฐิโตติ สงฺเฆน สทฺธึ วาทตฺถาย กถิตํ ปฏิกเถนฺโตว ฐิโต. ตตฺรายสฺมาติ ตสฺมึ เอวํ ฐิเต อายสฺมา อนุรุทฺโธ. น เอกวาจิกมฺปิ ภณิตพฺพํ มญฺญตีติ ‘‘มา, อาวุโส, สงฺเฆน สทฺธึ เอวํ อวจา’’ติ เอกวจนมฺปิ วตฺตพฺพํ น มญฺญติ. โวยุญฺชตีติ อนุยุญฺชติ อนุโยคํ อาปชฺชติ. อตฺถวเสติ การณวเส. นาเสสฺสนฺตีติ อุโปสถปฺปวารณํ อุปคนฺตุํ อทตฺวา นิกฺกฑฺฒิสฺสนฺติ. เสสํ ปาฬิวเสเนว เวทิตพฺพํ.
๒. อาปตฺติภยสุตฺตวณฺณนา
๒๔๔. ทุติเย ขุรมุณฺฑํ กริตฺวาติ ปญฺจ สิขณฺฑเก ฐเปตฺวา ขุเรน มุณฺฑํ กริตฺวา. ขรสฺสเรนาติ กกฺขฬสทฺเทน. ปณเวนาติ วชฺฌเภริยา. ถลฏฺฐสฺสาติ เอกมนฺเต ฐิตสฺส. สีสจฺเฉชฺชนฺติ สีสจฺเฉทารหํ. ยตฺร หิ นามาติ ยํ นาม. โส วตสฺสาหนฺติ โส วต อหํ อสฺสํ, ยํ เอวรูปํ ปาปํ น กเรยฺยนฺติ อตฺโถ. ยถาธมฺมํ ปฏิกริสฺสตีติ ธมฺมานุรูปํ ปฏิกริสฺสติ, สามเณรภูมิยํ ฐสฺสตีติ อตฺโถ. กาฬวตฺถํ ปริธายาติ กาฬปิโลติกํ นิวาเสตฺวา. โมสลฺลนฺติ มุสลาภิปาตารหํ. ยถาธมฺมนฺติ อิธ อาปตฺติโต วุฏฺฐาย สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐหนฺโต ยถาธมฺมํ กโรติ นาม. ภสฺมปุฏนฺติ ฉาริกาภณฺฑิกํ. คารยฺหํ ภสฺมปุฏนฺติ ครหิตพฺพฉาริกาปุเฏน มตฺถเก อภิฆาตารหํ. ยถาธมฺมนฺติ อิธ อาปตฺตึ เทเสนฺโต ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ นาม. อุปวชฺชนฺติ อุปวาทารหํ. ปาฏิเทสนีเยสูติ ปฏิเทเสตพฺเพสุ. อิมินา สพฺพาปิ เสสาปตฺติโย สงฺคหิตา. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ อาปตฺติภยานีติ, ภิกฺขเว, อิมานิ จตฺตาริ อาปตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกภยานิ นามาติ.
๓. สิกฺขานิสํสสุตฺตวณฺณนา
๒๔๕. ตติเย สิกฺขา อานิสํสา เอตฺถาติ สิกฺขานิสํสํ. ปญฺญา อุตฺตรา เอตฺถาติ ปญฺญุตฺตรํ. วิมุตฺติ สาโร เอตฺถาติ วิมุตฺติสารํ. สติ อาธิปเตยฺยา เอตฺถาติ สตาธิปเตยฺยํ. เอเตสํ หิ สิกฺขาทิสงฺขาตานํ อานิสํสาทีนํ อตฺถาย วุสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. อาภิสมาจาริกาติ อุตฺตมสมาจาริกา. วตฺตวเสน ปญฺญตฺตสีลสฺเสตํ อธิวจนํ. ตถา ตถา โส ตสฺสา สิกฺขายาติ ตถา ตถา โส สิกฺขากาโม ภิกฺขุ ตสฺมึ สิกฺขาปเท.
อาทิพฺรหฺมจริยิกาติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตานํ จตุนฺนํ มหาสีลานเมตํ อธิวจนํ. สพฺพโสติ สพฺพากาเรน. ธมฺมาติ จตุสจฺจธมฺมา. ปญฺญาย สมเวกฺขิตา โหนฺตีติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย สุทิฏฺฐา โหนฺติ. วิมุตฺติยา ผุสิตา โหนฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติยา ญาณผสฺเสน ผุฏฺฐา โหนฺติ. อชฺฌตฺตํเยว สติ สูปฏฺฐิตา โหตีติ นิยกชฺฌตฺเตเยว สติ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตา โหติ. ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ วิปสฺสนาปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ. ปญฺญาย สมเวกฺขิสฺสามีติ อิธาปิ วิปสฺสนาปญฺญา อธิปฺเปตา. ผุสิตํ วา ธมฺมํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ เอตฺถ ปน มคฺคปญฺญาว อธิปฺเปตา.
๔. เสยฺยาสุตฺตวณฺณนา
๒๔๖. จตุตฺเถ เปตาติ กาลกตา วุจฺจนฺติ. อุตฺตานา เสนฺตีติ เต เยภุยฺเยน อุตฺตานกาว สยนฺติ. อถ วา เปตฺติวิสเย นิพฺพตฺตา เปตา นาม, เต อปฺปมํสโลหิตตฺตา อฏฺฐิสงฺฆาตชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ. อนตฺตมโน โหตีติ เตชุสฺสทตฺตา สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ, ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ. ทิวสมฺปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺตสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, ‘‘นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา, น สูรภาวสฺส อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อนตฺตมโน โหตี’’ติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภนํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺตมโน โหตี’’ติ.
๕. ถูปารหสุตฺตวณฺณนา
๒๔๗. ปญฺจเม ราชา จกฺกวตฺตีติ เอตฺถ กสฺมา ภควา อคารมชฺเฌ วสิตฺวา กาลกตสฺส รญฺโญ ถูปกรณํ อนุชานาติ, น สีลวโต ปุถุชฺชนภิกฺขุสฺสาติ? อนจฺฉริยตฺตา. ปุถุชฺชนภิกฺขูนญฺหิ ถูเป อนุญฺญายมาเน ตมฺพปณฺณิทีเป ตาว ถูปานํ โอกาโส น ภเวยฺย, ตถา อญฺเญสุ ฐาเนสุ. ตสฺมา ‘‘อนจฺฉริยา เต ภวิสฺสนฺตี’’ติ นานุชานาติ. จกฺกวตฺตี ราชา เอโกว นิพฺพตฺตติ, เตนสฺส ถูโป อจฺฉริโย โหติ. ปุถุชฺชนสีลวโต ปน ปรินิพฺพุตภิกฺขุโน วิย มหนฺตมฺปิ สกฺการํ กาตุํ วฏฺฏติเยว. ฉฏฺฐสตฺตมานิ อุตฺตานตฺถาเนว.
๘. ปฐมโวหารสุตฺตวณฺณนา
๒๕๐. อฏฺฐเม อนริยโวหาราติ อนริยานํ กถา. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
อาปตฺติภยวคฺโค ปญฺจโม.
ปญฺจมปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.